สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 5)

Science Centre Singapore

คราวที่แล้วที่เรามาที่ศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งนี้ตอนน้องภูมิอายุได้สามขวบ แม้จะยังไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักแต่น้องภูมิวิ่งเล่นสนุกสนานไปกับสื่อวิทยาศาสตร์ของที่นี่จนถึงแม้ว่าเรายืดเวลาที่เราวางแผนไว้สำหรับที่นี่ออกไปอีกหลายชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่หนำใจ มาสิงคโปร์เที่ยวนี้เลยต้องแวะมาอีก :)20140917-Singapore_p5-220140913-IMG_2840

เราไปถึงที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ช่วงสายๆ บริเวณภายนอกอาคารจะมีของเล่นวิทยาศาสตร์มากมาย แบ่งออกเป็นโซน 2 โซน คือโซน Waterworks ที่เป็นเหมือนสวนน้ำย่อมๆ ให้เด็กๆ ได้ลงไปเล่นและเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของน้ำ และโซน Kinetic Garden ที่รวมเครื่องเล่นที่เป็นกลไกไว้ให้เล่นมากมาย ซึ่งคราวที่แล้วเรามาถึงก่อนเวลาเปิด น้องภูมิก็เลยได้เล่นเครื่องเล่นด้านนอกอยู่นาน คราวนี้เราตั้งใจว่าจะเข้าไปดูด้านในก่อน ถ้ามีเวลาเหลือค่อยออกมาเล่นข้างนอก (ปรากฏว่าไม่มีเวลาเหลือ >.<)20140913-IMG_2865-220140917-Singapore_p5-1

ช่วงที่เราไปจะมีส่วนจัดแสดงพิเศษที่เรียกว่า Human Body Experience ที่ให้เรา (เอาตัวของเรา) เข้าไปเรียนรู้ระบบและอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายคน ได้เห็นการทำงานทั้ง หัวใจ ปอด ตับ ม้าม สมอง ฯลฯ เข้าไปทางปากออกมาทางปลายลำไส้ใหญ่กันเลย ^^’ แต่เพราะด้านในจะมีทางชัน มีซอก มีเนิน เขาจึงไม่อนุญาตให้เด็กเล็กๆ อย่างน้องภูริเข้าไป เล็กกับคุณก๊อกก็เลยต้องสลับกันเข้า สลับกันเฝ้าภูริ ส่วนน้องภูมิได้เข้ากับพ่อกับแม่สองรอบเลย รายนั้นสนุกมากทีเดียวค่ะ (ดูวิดีโอได้จากในโพสนี้นะคะ อยู่ก่อนถึงเรื่อง Snow City ค่ะ)20140913-IMG_2887picpost_onpage_p5-3 20140913-IMG_2907-2

ใครที่จะมาเที่ยวที่นี่ แนะนำว่าเมื่อมาถึงให้เช็คตารางโชว์ของเขาด้วยนะคะ เขาจะมีเป็นรอบๆ แต่ละเรื่องน่าสนใจและสนุกมากค่ะ คราวนี้เราทันได้ชม 2 โชว์ เรื่องของเสียงและเรื่องไฟฟ้า น้องภูมิชอบมาก ที่จริงแล้วผู้ใหญ่อย่างเราก็ชอบค่ะ เพราะหลายเรื่องที่ได้ฟังเราก็ไม่เคยรู้มาก่อน

20140913-IMG_2927-2

ส่วนของนิทรรศการถาวรก็มีเรื่องราวอีกมากมายที่น่าสนใจมากเสียจนเวลาที่เรามี(ซึ่งมากกว่าคราวที่แล้วอีก)ดูน้อยไปมาก เราเดินชมกันไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น (สงสัยต้องมีครั้งที่สาม ^^’)20140917-Singapore_p5-520140913-IMG_2928

ก่อนจะกลับออกจาก Science Centre เราแวะร้าน Curiosity ร้านที่เต็มไปด้วยของเล่น ของที่ระลึก ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เราให้เวลาน้องภูมิเดินเลือกซื้อของที่เขาอยากได้ (และเราก็เลือกซื้อของที่เราตั้งใจจะซื้อให้ลูกไปด้วย) น้องภูมิเดินเลือกไป เลือกมาซักพัก ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หน้าตาดูหงุดหงิด เล็กถามเขาว่าเป็นอะไร เขาตอบว่า เงินที่ภูมิมีภูมิซื้ออะไรไม่ได้เลย (ถึงวันนี้เงินที่เขามีติดตัวมาเหลืออยู่ประมาณ 20 เหรียญค่ะ) เล็กบอกลูกว่าไม่จริงหรอก ลองเดินดูดีๆ สิ ดูสิว่ามีอะไรที่น่าสนใจสำหรับภูมิและราคาไม่เกินเงินที่ภูมิมี (ในร้านจะมีของมากมาย ที่น่าสนใจ และมีหลายระดับราคา) น้องภูมิก้มหน้างุดๆ เลือกของต่อไปแบบไม่มีความสุขเท่าไหร่20140917-Singapore_p5-6

เล็กเลยต้องช่วยเลือกของหลายๆ อย่างที่ดูแล้วลูกน่าจะชอบ (ในราคาที่ไม่เกินงบ) เอามาวางๆ ให้เขาเลือก สุดท้ายเขาก็ได้ของที่เขาชอบในราคาที่เขาซื้อได้และยังมีเงินเหลือ แถมยิ้มออกได้

คืนนั้นก่อนนอนเขาบอกกับเล็กว่า

ภูมิ: แม่รู้ไม๊.. ตอนที่เราอยู่ที่ร้าน Curiosity ภูมิเครียดมากเลย
แม่: เหรอ.. ทำไมล่ะ
ภูมิ: ก็ในร้าน มีแต่ของที่แพงกว่าเงินที่ภูมิมีทั้งนั้นเลย
แม่: อืมม์… ที่ลูกเครียดก็เพราะลูกพยายามคิดว่าลูกจะซื้ออะไรที่มันไม่เกินเงินที่ลูกมีอยู่ใช่ไม๊ (เขาพยักหน้า) ลูกพยายามคิดนั่นเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้องแล้ว ในวันที่ลูกโตเป็นผู้ใหญ่ลูกก็ต้องรู้จักคิด รู้จักเลือกใช้จ่าย ถ้าลูกใช้จ่ายเกินกว่าเงินที่ลูกมีอยู่ ลูกก็จะทำให้ชีวิตของลูกมีปัญหา… ลูกต้องคิดแต่ไม่ต้องเครียดรู้ไม๊ เวลาที่เราเครียดเราจะมองไม่เห็นวิธีแก้ปัญหา ถ้าคนสองคนมีเรื่องที่ต้องคิด คนหนึ่งคิดไปหงุดหงิดไป กับอีกคนที่คิดไปยิ้มไป แม่เชื่อว่าคนที่ยิ้มจะหาทางแก้ปัญหาได้ดีกว่านะ

น้องภูมิพยักหน้าและกอดเล็กแน่น เล็กได้แต่ขอบคุณพระเจ้าสำหรับบทเรียนเล็กๆ ที่ลูกได้เรียนรู้ และเรามีโอกาสอยู่ตรงนี้กับเขา ได้เห็นเขาเรียนรู้และเติบโตขึ้น ขอบคุณพระเจ้า…

ดูวิดีโอที่เราถ่ายที่ Science Centre Singapore และข้างในของ Human Body Experience ได้ที่นี่นะคะ

– – –

Snow City

รูปเด็กๆ เล่นเลื่อนหิมะที่ Snow City ที่น้องภูมิได้เห็นจากแผ่นพับ ทำให้เด็กน้อยสนใจและอยากลองเล่นมั่ง หลังจากที่เราเสร็จจาก Science Centre ในช่วงบ่าย จึงพาน้องภูมิไปที่ Snow City ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน (เดินไปประมาณ 5 นาทีค่ะ)20140917-Singapore_p5-4

ภายในอาคารจะจำลองบรรยากาศความหนาวเย็นที่ -10 องศา และมีสไลด์ขนาดใหญ่ให้เล่น ซึ่งแน่นอนว่าน้องภูริยังเล่นอะไรไม่ได้ เล็กกับน้องภูริก็เลยรอสองพ่อลูกอยู่ที่บริเวณที่ขายขนม-เครื่องดื่ม พนักงานที่ร้านน่ารักมากๆ เห็นเล็กต้องรออยู่กับน้องตัวเล็กๆ อย่างภูริ เธอเลยแนะนำให้ขึ้นไปนั่งที่ชั้นสอง ซึ่งเป็นส่วนของร้านอาหารที่กว้างขวางกว่า และไม่ค่อยมีคน :)

น้องภูมิตื่นเต้นมากเพราะยังไม่เคยได้เล่นอะไรอย่างนี้มาก่อน วางข้าวของฝากรองเท้าไว้กับแม่เสร็จก็วิ่งแน่บเข้าไปพร้อมจะกระโจนลงไปเล่นทันที แล้วสองพ่อลูกหายกันไปร่วมชั่วโมง กลับออกมาน้องภูมิแก้มแดงแป้ดเพราะความเย็น แต่หน้าตาสดชื่น ระรื่นมาก โม้ให้แม่ฟังใหญ่ว่าภูมิได้เพื่อนใหม่เล่นสไลด์กับภูมิด้วยชื่อ Jeremy และเล่าให้ฟังต่อว่า เขาสนุกมากกับการหิ้วห่วงยางยักษ์ขึ้นไปไถลงมาบนสไลด์ (เล่นอยู่ 3 รอบ) ท่าทางดี้ด้ามากๆ ดูเหมือนว่าถ้าให้เล่นต่อก็คงจะเล่นได้อีก ส่วนคุณก๊อกเล่าให้ฟังว่าข้างในไม่ค่อยมีอะไรให้เล่นมากนัก และหิมะก็ดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ แถมกลิ่นอับๆ ของรองเท้าบู้ทที่นี่ก็ทำเอาคุณก๊อกถึงกับมึน (เวลาเข้าไปเราต้องเช่าชุดและรองเท้าบูทของเขาค่ะ) เอ… ดูเหมือนคะแนนที่สองพ่อลูกให้ที่นี่จะไม่เอกฉันท์ซะแล้ว ^^ ใครจะมาเที่ยวที่นี่ก็ลองพิจารณาดูนะคะว่าจะฟังคุณก๊อกหรือฟังน้องภูมิดี ^^

ด้านในที่ Snow City เค้าไม่ให้ถ่ายภาพนะคะ เราเลยไม่มีภาพมาฝากค่ะ :)

* ค่าเข้าชม Science Centre, Human Body Experience และเล่นที่ Snow City สำหรับผู้ใหญ่ คนละ 30 S$ และเด็กคนละ 25 S$ นะคะ แต่สามารถซื้อตั๋วแยกเป็นรายการได้ค่ะ

Advertisements

สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 1)

ตอนที่ 1 : ก่อนออกเดินทาง

ครั้งนี้เป็นการพาลูกเดินทางไปสิงค์โปร์เป็นครั้งที่สองของครอบครัวเรา (อ่านบันทึกของทริปแรกได้ที่นี่นะครับ) สิ่งที่เราวางแผนและมองหาจากการเดินทางจึงแตกต่างจากครั้งแรก ตามวัยที่เติบโตขึ้นของน้องภูมิ นอกเหนือจากการไปเที่ยวสนุกแล้ว เราตั้งใจและอยากให้ทริปนี้เป็นห้องเรียนวิชา “โลกใบนี้มีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ” ไปพร้อมๆ กับเป็นก้าวแรกของการเป็นนักเดินทางจริงๆ เพราะแม้ว่าน้องภูมิจะมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับพ่อแม่มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการวางแผนการเดินทางเลย
20140805-IMG_0356

สิงคโปร์ คือประเทศที่เราชอบที่จะพาลูกไป เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นาน มีความปลอดภัยสูง การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะสะดวก บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อย ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร มีสถานที่ที่เราสามารถเรียนรู้และสนุกไปพร้อมๆ กันได้ทั้งครอบครัว และมีความสมดุลของความเจริญและพื้นที่สีเขียว (ข้อสุดท้าย พ่อกับแม่ชอบเป็นพิเศษ ^^) เป็นประเทศที่เรารู้สึกว่าสิ่งที่ได้มาค่อนข้างคุ้มกับเงินในกระเป๋าที่เสียไป20140917-Singapore-1-3

และครั้งนี้จะพิเศษกว่าที่เคย เพราะเราจะมีน้องภูริตัวน้อยติดตามพวกเราไปเรียนรู้โลกกว้างด้วย เพื่อให้การเดินทางของเราราบรื่นและเจ้าหนูมีความสุขตลอดการเดินทาง กระเป๋าเป้ใบใหญ่ของผมเลยมีของภูริสารพัด (มากกว่าของคนอื่นๆ) ทั้งอาหารแห้ง ขนม ของเล่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ฯลฯ
20140909-IMG_1606

บทเรียนแรกของการเป็นนักเดินทางของน้องภูมิคือ การวางแผนการเดินทาง

เราเตรียมตัวก่อนออกเดินทางประมาณ 2-3 สัปดาห์ เริ่มจากการหาข้อมูลเรื่องสถานที่เราทุกคนสนใจจากอินเทอร์เน็ตและขอแผนที่พร้อมข้อมูลอื่นๆ ที่สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ประจำประเทศไทย (อาคารสาทรสแควร์) ผมกับน้องภูมิช่วยกันดูตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ วางแผนเวลาแต่ละวันจากข้อมูลเรื่องเวลาเปิด-ปิดของแต่ละที่ คิดเรื่องรูปแบบการเดินทาง เช็คสภาพอากาศ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง20140820-IMG_0832-2

น้องภูมิได้เรียนรู้เรื่องการดูแผนที่ ดูทิศ การประมาณระยะทาง ทำความคุ้นเคยกับข้อมูลถนนหนทาง (มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างเดินทางกลับโรงแรม น้องภูมิได้พยายามบอกทางคนขับแท๊กซี่ และบอกถูกเสียด้วย ^^)

ป้อนข้อมูล ปูทางสู่ความเข้าใจ

นอกเหนือจากการวางแผนการเดินทางแล้ว เนื้อหาของบทเรียนที่บ้านเรียนของเราก็ถูกปรับให้สอดคล้องกับการเดินทางที่จะมาถึงด้วย เช่น การทำความรู้จักประเทศสิงคโปร์กันทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ ภูมิประเทศ ภาษา ประชากร เวลา สกุลเงิน กฏหมายพื้นฐานที่น่าสนใจ ฯลฯ รวมทั้งความรู้รอบตัวที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เค้ามองเห็นความแตกต่างและเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เค้าจะได้เห็นจริงๆ เวลาเดินทาง20140917-Singapore-1-8

บทเรียนประจำวันที่แม่เล็กสอนน้องภูมิก็ปรับไปตามสถานที่ที่จะไปด้วย เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ในลุ่มน้ำอะมเซอนที่เราอาจจะได้ไปเจอที่ River Safari และเรื่องอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เพื่อเตรียมตัวไปดูนิทรรศการ Human Body Experience ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ (Science Center) ของสิงคโปร์ เป็นต้น
20140907-IMG_157920140905-IMG_1530-2

ถึงเวลาจัดกระเป๋า..

ครั้งนี้น้องภูมิจะมีเป้สะพายหลังของตัวเองที่ต้องดูแล มีของทั้งหมดที่เค้าจะต้องใช้ ต้องทำ check list และตัดสินใจเองว่าจะเอาอะไรไปหรือไม่เอาอะไร จากข้อมูลที่เราอ่านเจอ เด็กอายุประมาณน้องภูมิไม่ควรแบกเป้ที่มีน้ำหนักเกิน 10% ของน้ำหนักตัว วันสุดท้ายก่อนไป น้ำหนักเป้น้องภูมิอยู่ 1.1 กก. (ประมาณ 5%)

20140908-IMG_1594

ช่วง 3-4 วันก่อนวันเดินทาง เรารู้สึกได้เลยว่าน้องภูมิตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก นั่งนับวันถอยหลังวันละหลายๆ ครั้ง ^^ เราเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกในห้องเรียนห้องใหญ่นี้ไม่แพ้กัน

20140917-Singapore-1-5

ด้านล่างคือสถานที่ที่เราไปกันในทริป 5 วันนี้นะครับ

วันที่ 1 (ช่วงบ่าย)
• ไปชื่นชม Gardens by the bay โครงการใหญ่ยักษ์ที่ต้องการจะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนเมือง
• นั่ง Singapore Flyer ดูวิวกลางคืนของเมือง

วันที่ 2
• ตามหา Tintin ที่ Tintin shop
• ไปดูเค้าวางแผนพัฒนาเมืองที่ Singapore City Gallery
River Safari Singapore

วันที่ 3
Cable car
Skyline Luge Sentosa ที่สนุกสมสโลแกนของเค้าที่ว่า “Once is never enough.”
• ไปเล่นน้ำที่สวนน้ำ Adventure Cove Waterpark

วันที่ 4
Science Centre Singapore  ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยมีเวลาพอ
Snow City ที่อุณหภูมิ -10 ℃
• ไปดูหนังสือที่ Kinokuniya สาขา Takashimaya Shopping Centre ที่เคยครองอันดับร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดใน South East Asia นานถึง 10 ปี

วันที่ 5
Singapore Botanic Gardens
• เดินเล่นที่ถนน Orchard

แล้วจะรีบหาเวลามาเขียนถึงรายละเอียดของที่ต่างๆ ให้อ่านกันต่อนะครับ :)