อิ่มอร่อย หลับสบาย จบหมดได้ในดิสนีย์แลนด์เลย

ทริปนี้เราพักกันที่ Disney’s Hollywood Hotel กันนะคะ คราวที่แล้วก็พักที่นี่แต่ยังไม่มีโอกาสเขียนเล่าให้ฟัง โพสนี้เล็กจะเขียนเล่าให้ฟังคร่าวๆ นะคะ เผื่อใครอยากจะพาเด็กๆ มาเที่ยวที่ดิสนีย์แลนด์ จะได้มีข้อมูล ^^

ดีสนีย์แลนด์ฮ่องกง จะมีส่วนของสวนสนุกและโรงแรมอยู่ในพื้นที่เดียวกันรวมเรียกว่า Disneyland Resort ปัจจุบันมีโรงแรมอยู่ 2 แห่งคือ Hong Kong Disneyland Hotel กับ Disney’s Hollywood Hotel และกำลังมีการก่อสร้างโรงแรมอีก 1 แห่ง ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้  โดยโรงแรมใหม่จะตั้งอยู่ระหว่าง 2 โรงแรมเดิมค่ะ

ที่ตั้งของโรงแรมทั้งหมดจะอยู่รอบนอกของสวนสนุก ไม่ห่างจากสวนสนุกมากนัก โดยเขาจะมีบริการรถ Shuttle Bus วิ่งรับส่งตลอดทั้งวัน ถ้าใครอยากจะใช้เวลาในสวนสนุกแบบเต็มที่ การพักโรงแรมในนี้เลยก็จะสะดวกมากค่ะ อยู่ชมดอกไม้ไฟตอนหัวค่ำจนจบแล้วค่อยกลับออกมาได้ ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองให้เหนื่อย นั่ง Shuttle Bus ไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงโรงแรมค่ะ

20160920-_mg_0401

Disney’s Hollywood Hotel จะเป็นโรงแรมที่ออกแบบตกแต่งในสไตล์ Art Deco มีกลิ่นอายยุคทองของ Hollywood ในความทรงจำ ช่วงยุค 60s สวยคลาสสิคค่ะ ห้องพักทุกแบบสามารถรองรับแขกเข้าพักได้สูงสุดถึง 4 คน เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนแบบครอบครัวมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเตียงเดียวคิงเบดหรือจะเป็นดับเบิ้ลเบด 2 เตียงก็นอนสบายค่ะ (ครอบครัวเรา 4 คนนอนมาแล้วทั้ง 2 แบบ ^^)  ถ้ามีเด็กเล็กก็สามารถแจ้งขอ Baby Cot ได้นะคะ ครั้งที่แล้วตอนภูริอายุขวบนิดๆ ก็ได้ใช้บริการนี้ค่ะ :)

20160920-_mg_0409

ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตามมาตรฐานโรงแรม ทั้งทีวี (มีช่องการ์ตูนของดีสนีย์ให้เปิดดูได้ทั้งวันค่ะ), ตู้เย็น, อุปกรณ์ชงชา-กาแฟ, ไดร์เป่าผม, ตู้เซฟ, Wifi ใช้ได้ทั่วโรงแรม และทุกห้องจะมีรองเท้าสวมในบ้านให้ 4 คู่ เป็นของผู้ใหญ่ 2 คู่ เด็ก 2 คู่ค่ะ รองเท้านี้จะมีลายเส้นรูปหัวมิคกี้ด้วยนะคะ และเราสามารถเก็บกลับบ้านได้เลยค่ะ เขาให้แขกเป็นที่ระลึก ^^

20160928-_mg_2381

ของที่ระลึกอีกอย่างที่เล็กชอบมากและว่ามันน่ารักดีก็คือ ชุดสบู่อาบน้ำในห้องน้ำ สบู่เหลวจะบรรจุอยู่ในขวดที่มีฝาเป็นรูปหัวมิคกี้ ทั้งสบู่เหลวและสบู่ก้อนผลิตโดย H2O+ อเมริกา จัดทำพิเศษสำหรับ Disneyland โดยเฉพาะ มีกลิ่นหอมแบบที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ แขกจะได้กลิ่นนี้ตั้งแต่เดินเข้า Lobby มาเลยค่ะ ^^ ชุดเครื่องอาบน้ำทั้งหมด (มีแปรงสีฟันให้ด้วย 4 ชุดค่ะ) ใส่ไว้ในถ้วยกระดาษปิดฝาด้วยหัวมิคกี้ซึ่งทั้งหมดนี้เราเก็บกลับบ้านได้เลยนะคะ น่ารักมากๆ ^^ <3 น้องภูริยังขออาบน้ำด้วยสบู่เหลวมิคกี้อยู่เลยค่ะ พออาบเสร็จก็บอกว่าภูริอยู่ที่ Hollywood Hotel

อ้อ..ชั้นล่างของโรงแรมจะมีร้านขายสินค้าดีสนีย์ให้เลือกซื้อด้วยนะคะ ช้อปของฝากนาทีสุดท้ายได้ตรงนี้เลยค่ะ ^^ สินค้าราคาเท่ากับในสวนสนุก แม้จะไม่ได้มีให้เลือกเยอะเท่าในสวนสนุกแต่ก็มีหลากหลายมากค่ะ

ร้านอาหารใน Disneyland Resort ก็มีให้เลือกหลากหลายค่ะ ถ้าชอบอาหารจีนที่โรงแรม Hong Kong Disneyland Hotel จะมีห้องอาหารจีน ‘Crystal Lotus’ ห้องอาหารจีนแบบโต๊ะจีนสุดหรู ดูหน้าตาอาหารสิคะว่าน่าทานขนาดไหน ส่วนรสชาติก็ไม่แพ้หน้าตาเลยค่ะ ทั้งของคาวของหวาน แถมเขาจะมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ในการตกแต่งอาหารเช่น ติมซำดีสนีย์ หรือซุปหอยเชลล์ที่มีฟักเขียวตัดเป็นรูปหน้ามิคกี้ เนี้ยบสวยเชียวค่ะ เจ้าซุปที่ว่านี่เป็นจานอร่อยติดดาวในใจเล็กเลยค่ะ กลมกล่อมมาก.ก.ก…. <3 ลุงเด้งพามาทานที่นี่ 2 ครั้งแล้ว ไม่เคยผิดหวังเลยค่ะ อร่อยทุกจาน บรรยากาศชนะเลิศ ^^

20160920-_mg_0346

ร้านอาหารจีนอีกร้านที่อยากแนะนำก็คือ ‘Plaza Inn’ ค่ะ ร้านนี้จะอยู่ในสวนสนุกนะคะ เป็นร้านอาหารในสวนสนุกที่เปลี่ยนภาพความคิดเดิมๆ ของเล็กเลยค่ะ ก่อนหน้านี้คิดว่าอาหารในสวนสนุกก็คงจะมีแต่พวกอาหารจานด่วน แต่ที่นี่เขาเสริฟอาหารจีนแบบโต๊ะจีนในภัตาคารหรูเลยค่ะ ดูเมนูและหน้าตาอาหารสิคะ ถ้าไม่ติดว่าต้องพาเด็กๆ ไปตามเก็บเครื่องเล่นที่เขาอยากเล่น เราคงนั่งละเลียดจิบชา ทานอาหารตรงนี้กันนานๆ เลยค่ะ

20160921-_mg_1341

สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปกับเหล่าคาแรคเตอร์แบบใกล้ชิด แนะนำให้จัดโปรแกรมพาเด็กๆ แวะไปทานอาหารบุฟเฟท์ที่ ‘Enchanted Garden’ โรงแรม Hong Kong Disneyland Hotel ซักมื้อนะคะ เป็นประสบการณ์และความทรงจำที่พิเศษมากสำหรับเด็กๆ เลยล่ะค่ะ เหล่าคาแรคเตอร์จะแวะเข้ามาทักทายและถ่ายรูปกับเด็กๆ ตามโต๊ะอย่างเป็นกันเอง น้องภูริกลับมาแล้วยังเล่าให้คนอื่นฟังเลยค่ะว่ามินนี่มาทานข้าวกับภูริ ^^

20160921-_mg_0754

20160921-_mg_0818

20160921-_mg_0842

20160921-_mg_0813

หรือถ้าพักที่ Disney Hollywood Hotel แล้วไม่อยากไปไหนไกล ที่โรงแรมก็มีห้องอาหารสไตล์บุฟเฟท์เหมือนกันค่ะ ชื่อว่า ‘Chef Mickey’ มีอาหารมากมากหลายอย่างให้ลิ้มลอง ทั้งอาหารจีน อาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่น ขนม ของหวานอีกเพียบ อิ่มอร่อยพุงกางกันไปเลยค่ะ ^^ ทานเสร็จก็เดินไปขึ้น Shuttle Bus ไปสนุกกันต่อที่ดิสนีย์แลนด์ได้สบายๆ 

20160922-_mg_206820160922-_mg_206620160922-_mg_2063

20160922-_mg_2035

ระหว่างที่เราท่องเที่ยวไปในดินแดนแห่งความฝันกันนั้น ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันกับ ‘ก๊ะ’ ตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดของภูริ ก๊ะหายไปจากห้องพัก! เกิดอะไรขึ้นกับก๊ะ? แล้วเรื่องราวจะคลี่คลายอย่างไร ติดตามในโพสหน้านะคะ ^^

*** อ่านบล๊อกแล้วตามไปเจอกันได้บ่อยๆ ได้ที่ Facebook.com/bhoomplay นะคะ ***


ราคาห้องพักที่นี่จะมีเป็นแพ๊คเกจหลากหลายรูปแบบนะคะ ทั้งแบบกลุ่ม แบบรวมอาหารเช้า แบบรวมตั๋วเข้าสวนสนุก และยังมีโปรโมชั่นตามเทศกาลอยู่เรื่อยๆ จองล่วงหน้ายังได้ลดราคาสูงสุด 35% ด้วยนะคะ ลองตรวจสอบได้ตามลิงค์ข้างล่างเลยค่ะ ขอให้มีความสุขสนุกกับดีสนีย์แลนด์ดินแดนแห่งความฝันนะคะ :D

https://www.hongkongdisneyland.com/th/offers-discounts/limited-time-room-offer/?CMP=BAC-CoopXmas17BlPlThThHtlLtdRmOfr

รีวิวเครื่องเล่นที่ Hong Kong Disneyland กับแม่เล็ก(และน้องภูมิ) ^^

20160921-_mg_0902-3ครั้งนี้เรามาเยือน Hong Kong Disneyland ในช่วงใกล้เทศกาล Halloween ธีมของสวนสนุกในช่วงนี้จึงเป็น “Disney Halloween Time” บรรยากาศการจัดตกแต่งสถานที่ก็จะเน้นสีสันของวัน Halloween โดยเหล่าคาแรคเตอร์ต่างๆ ทั้งมิคกี้และมินนี่และตัวการ์ตูนที่เราคุ้นเคยอีกมากมายก็จะพากันแต่งกายในชุดแฟนซีฮาโลวีน ของขวัญของที่ระลึกในร้านค้าก็มีเป็นธีมฮาโลวีนให้เลือกมากมาย ไปจนถึงขนมและอาหารเขาก็จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้เข้ากับบรรยากาศ เช่น คัพเค้กแวมไพร์ หรือฮะเก๋ารูปหัวกระโหลกอะไรอย่างงี้ ^^

เด็กๆ ที่จะมาเที่ยวช่วงนี้และชื่นชอบสีสันและการแต่งชุดแฟนซีแบบฮาโลวีน ก็จัดเต็มกันมาได้เลยนะคะ ใครที่แต่งชุดได้เข้าบรรยากาศมากๆ เหล่าแคส (เจ้าหน้าที่ของดีสนีย์แลนด์) ก็จะเข้าไปทาบทามให้เข้าร่วมปาร์ตี้แต่งกายแฟนซีของมิกกี้และผองเพื่อน และจะได้เดินร่วมกับกลุ่มนักแสดงในขบวนพาเหรดด้วยนะคะ

20160921-_mg_1407

ขบวนพาเหรดประจำวันภาคบ่ายจะเป็น ‘Mickey’s Halloween Time Calvacade’ ประกอบด้วย มิกกี้ มินนี่ และกู๊ฟฟี่ บนตะเกียงฟักทอง Jack O’Lantern สีส้มสด ใหญ่ยักษ์สามอันซึ่งหมุนไปพร้อมกับมิตรสหายดิสนีย์อื่นๆ อีกหลายตัว สวยงาม ดูเพลินตามสไตล์ดีสนีย์ค่ะ อ้อ..เตรียมร่มและหมวกสำหรับเด็กๆ มาด้วยนะคะ ช่วงบ่ายแดดแรงมาก ถ่ายรูปสวยแต่ก็ร้อนมากค่ะ ^^’ ส่วนสีสันการแสดงภาคค่ำนั้นอาจจะไม่ค่อยเหมาะสำหรับเด็กเล็กเท่าไหร่นะคะ เพราะจะเป็นการแสดงแสงสีเสียงที่เน้นความหลอน.น… พอท้องฟ้ามืดบรรยากาศปราสาทเจ้าหญิงที่สวยหวานใจกลางสวนสนุกก็จะถูกเปลี่ยนเป็นปราสาทแม่มดผู้เกรี้ยวกราด ผู้ใหญ่ก็ดูเพลินๆ ค่ะ แต่เด็กๆ นี่อาจจะน่ากลัวไปหน่อย ^^’

พาเหรดภาคค่ำจะเป็น ‘Villains Night Out’ เหล่าคาแรคเตอร์ตัวร้ายของดีสนีย์ที่จะพากันออกมาเต้นด้วยใบหน้าที่ถมึงทึงเพื่อสร้างความน่าสะพรึงกลัว และในช่วงเทศกาล Halloween นี้ก็ยังมีโซนบ้านผีสิง ‘The Nightmare Experiment’ ที่ The Pavilion ให้เล่นด้วยค่ะ แต่ความที่เรามีลูกเล็ก เล็กเลยส่งให้คุณก๊อกไปสังเกตุการณ์คนเดียว ทั้งบ้านผีสิง และพาเหรดภาคค่ำ คุณก๊อกบอกว่าบ้านผีสิงนั้นสนุกดี มีหลอกให้ตื่นเต้นตกใจพอได้ยินเสียงวี้ดว้ายบ้าง สำหรับผู้ใหญ่ก็ถือว่าไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่ทั้งบ้านผีสิงและพาเหรดภาคค่ำเราคิดว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กนะคะ ถ้าครอบครัวไหนมีเด็กเล็กและอยากจะให้เด็กๆ ได้ชมพาเหรดของดีสนีย์ เล็กแนะนำให้มาช่วงใกล้ๆ ปีใหม่นะคะ ช่วงนั้นจะเป็นธีมคริสตมาส พาเหรดจะสวยงามและดูสนุกกว่ามากสำหรับเด็กๆ ค่ะ :)

ไปต่อกันที่เครื่องเล่นกันบ้างนะคะ มีเครื่องเล่นหลายตัวที่น้องภูมิทั้งติดใจและคาใจจากคราวที่แล้วและหมายมั่นมากๆ ว่าจะต้องมาเล่นให้ได้ ^^ ตอนท้ายเรื่องมีรีวิวส่วนตัวของน้องภูมิที่ให้คะแนนเครื่องเล่นและการแสดงแต่ละชุดด้วยนะคะ เผื่อใครจะตามรอยจะได้มีข้อมูลประกอบการวางแผนเที่ยว :D

20160921-_mg_1704

มาเริ่มกันที่เจ้า ‘RC Racer’ ที่คราวที่แล้วน้องภูมิอยากเล่นมาก.ก.ก… แต่ติดที่ส่วนสูงไม่ถึง (ขาดไป 5 ซ.ม.) ซึ่งถ้ายังไม่ถึงที่กำหนดไว้ยังไงเจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้เล่นค่ะ คราวนี้น้องภูมิมาพร้อมกับความสูงที่ผ่านเกณฑ์แล้วก็เล่นได้ละ เล่นเสร็จลงมาภูมิบอกให้คะแนนความหวาดเสียวสูงสุด ไม่กล้าลืมตาเลย เล็กถามว่าจะเล่นอีกไม๊ น้องภูมิหัวเราะแล้วก็ส่ายหน้า (ฮา) เครื่องเล่นตัวนี้จะเหมือนกับไวกิ้งสมัยก่อนหน่ะค่ะ เล็กยืนดูอยู่ข้างล่างยังเสียวเลยค่ะเจ้า ‘RC Racer’ มันเหวี่ยงสูงมาก.ก..ก…ก… อันนี้ยังไงแม่ก็ไม่ยอมเล่นเด็ดขาด ^^’

ต่อด้วย ‘Hyperspace Mountain’ เจ้าตัวนี้เป็นเครื่องเล่นที่คราวที่แล้วน้องภูมิชอบมาก เล่นกับป๊ารอบนึงแล้วก็มาชวนแม่ไปเล่นอีก เล็กเห็นน้องภูมิเล่นได้ก็คิดว่าคงจ ะไม่หวาดเสียวเท่าไหร่ ที่ไหนได้ลงมาขาสั่นเลย ^^’ มาครั้งนี้พิเศษกว่าเดิมอีกตรงที่เขาเปลี่ยนโฉมใหม่หมดเป็นธีม Star Wars มีแสงสีเสียงที่ตื่นเต้นเร้าใจ และทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังบินอยู่ใน X-Wing ท่ามกลางสงครามอวกาศสุดล้ำ ภูมิเล่นรอบแรกบอกว่าตื่นเต้นมาก ตะลึงอึ้งไปเลย แต่ก็ขอกลับไปเล่นอีก และเล่นอีก เบ็ดเสร็จเล่นไป 4 รอบ ^^

20160922-_mg_2161ทั้งภูมิและป๊าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุกมาก.ก..ก..ก.. อยากให้แม่ไปลอง เอิ่ม.ม..คราวที่แล้วขนาดไม่เร็ว ไม่หวือหวาเท่านี้แม่ยังจะแย่เลย ไม่เอาด้วยหรอก ^^’

ไหนๆ ก็พูดถึงเครื่องเล่นแรงๆ แล้วเรามาต่อด้วย ‘Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars’ เลยดีกว่า เจ้าตัวนี้ภูมิก็ชอบมากคราวที่แล้วก็เล่นไป 2 รอบ แต่เล็กยังไม่เคยเล่นและก็ไม่ได้คิดอยากจะเล่น (เล็กเป็นพวกไม่ค่อยกล้าเล่นเครื่องเล่นที่มันหวาดเสียวอยู่แล้ว ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งไม่กล้าเล่น ^^’) คราวนี้ 2 พ่อลูกทั้งฉุดทั้งดันบอกให้ลองดู สนุกมาก ภูมิบอกว่าอันนี้ภูมิให้คะแนนความหวาดเสียวน้อยกว่า ‘Hyperspace Mountain’ นะ แม่ต้องลอง – อ่ะลองก็ลอง ^^ ลองแล้วปรากฏว่า…สนุกดีค่ะ! ชอบๆ ^^ มันจะมีช่วงพีคที่หวาดเสียวมากๆ อยู่ประมาณซัก 1 – 2 นาทีเท่านั้น ใครที่ไม่ค่อยชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวแต่อยากเล่นอะไรที่สนุกๆ ตื่นเต้นบ้าง ‘Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars’ เป็นคำตอบได้นะคะ ^^

เครื่องเล่นอีกตัวที่เล็กยังไม่กล้าลอง แต่สองพ่อลูกชอบมากก็คือ ‘Toy Soldier Parachute Drop’ เครื่องเล่นจะพาผู้เล่นขึ้นไปสูงราวๆ 80 ฟุต แล้วก็ทิ้งดิ่งลงมาราวกับว่าเราจะตกกระแทกพื้น >.< ภูมิบอกขึ้นไปแล้วรู้สึกเหมือนตัวลอยได้ เสียวแต่สนุกดี อันนี้เล็กก็ขอบายค่ะไม่กล้าลองจริงๆ ^^

20160922-_mg_2131

มาที่เครื่องเล่นแบบสนุกๆ ที่น้องภูริ (3 ขวบ) เล่นได้กันบ้างนะคะ ที่ดีสนีย์แลนด์มีเครื่องเล่นที่เหมาะสำหรับเด็กเล็กๆ อยู่หลายอย่างเหมือนกันค่ะ ซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่เด็กเล็กเล่นได้และเด็กโตอย่างน้องภูมิ (8 ขวบ) ก็ยังเล่นสนุกอยู่ค่ะ เริ่มจาก ‘Dumbo the Flying Elephant’ กับ ‘Orbitron’ สองอันนี้จะคล้ายๆ กันค่ะ เป็นที่นั่งที่หมุนไปรอบๆ และให้ผู้เล่นบังคับที่นั่งขึ้น-ลงได้ นั่งตากลมสบายๆ เป็นเครื่องเล่นที่เล่นไปถ่ายรูปไปได้ค่ะ ^^

หรือจะให้สนุกตื่นเต้นขึ้นมาอีกนิดก็เป็นถ้วยหมุน ‘Mad Hatter Tea Cups’ เด็กๆ สนุกมากค่ะ หมุนกันมึน ^^

20160921-_mg_0946

‘Slinky Dog Spin’ ก็เป็นเครื่องเล่นที่น้องภูริเล่นได้นะคะ ตอนแรกยืนดูอยู่ข้างนอกก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่เพราะเล็กเองก็ยังไม่เคยเล่น เล็กถามเจ้าหน้าที่ว่าเด็กเล็กอย่างน้องภูริเล่นได้ไม๊ เจ้าหน้าที่พยักหน้า เราเลยลุย! ^^ เครื่องเล่นนี้ไม่มีอะไรหวือหวาค่ะ จะมีก็แค่เวียนหัวสำหรับผู้ใหญ่อย่างเรา เด็กๆ ชอบค่ะ ^^

20160922-_mg_2151

ถ้าไปเที่ยวในวันที่แดดจัด (เหมือนคราวนี้ที่เราไป) หลบร้อนพาเด็กๆ ไปเครื่องเล่นในห้องแอร์ก็ได้นะคะ มีเครื่องเล่นหลายอย่างเลยค่ะที่เป็นเครื่องเล่นสบายๆ เด็กเล็กเด็กโตก็สามารถเพลิดเพลินด้วยกันได้ เช่น ไปเยี่ยมชมคฤหาสน์และของสะสมโบราณที่ต้องมนต์ของลอร์ดเฮนรี่ มิสติก ใน ‘Mystic Manor’  อันนี้แฟนตาซี สวยงามและสนุกมากค่ะ (น้องภูริชอบ ออกมาเลยได้ตุ๊กตาลิงอัลเบิร์ตติดมือกลับบ้านมาด้วย ^^)

เครื่องเล่นต่อไปเด็กผู้ช่ายน่าจะชอบมากๆ เลยค่ะ ‘Buzz Lightyear Astro Blasters’ ขับเคลื่อนยานรบ XP-38 สเปซครูเซอร์ที่หมุนได้ 360 องศา เข้าไปต่อสู้กับเซิร์ก ด้วยอาวุธปืนเลเซอร์ สำหรับเด็กโตอย่างน้องภูมิเขาจะเล่นอย่างสนุกสนานเพื่อเก็บคะแนนอย่างจริงจัง ส่วนเด็กเล็กอย่างน้องภูริก็ยิงมั่วๆ ไป แค่มีไฟวื้บว้าบกับเสียงตี้ดๆ ต้าดๆ ก็สนุกมากแล้วค่ะ (ขอเล่นซ้ำด้วย ^^)

20160927-buzz02-2

สำหรับเด็กผู้หญิงหรือเด็กที่เล็กกว่าน้องภูริ ก็ไปนั่งโหลน้ำผึ้งเข้าไปผจญภัยในโลกแสนสนุกของหมีพูห์ ใน ‘The Many Adventures of Winnie the Pooh’ ได้นะคะ สนุกสนานแบบเบาๆ ค่ะ เสร็จแล้วเดินต่ออีกนิดไปล่องเรือชมตุ๊กตาเด็กๆ จากทั่วโลกขับขานบทเพลง “It’s a Small World (after all)” ที่ “It’s a Small World” ล่องเรือเพลินๆ เพลงเพราะๆ แอร์เย็นๆ คุณพ่อคุณแม่อย่าเผลอหลับนะคะ ^^

เด็กๆ ที่ชอบแนวผจญภัยสนุกๆ อย่าลืมไปล่องเรือ ‘Jungle River Cruise’ นะคะ เข้าไปผจญภัยในป่าลี้ลับที่เต็มไปด้วยอันตรายทั้ง จระเข้, งู, แมงมุมพิษและสัตว์ป่ามากมาย ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมานั้นไม่ใช่ของจริงนะคะ แต่เหมือนจริงจนรู้สึกตื่นเต้นทีเดียว อันนี้เล่นได้ทุกวัยค่ะทั้งภูมิและภูริชอบมาก

20160922-_mg_2111

มาดูเรื่องของโชว์กันบ้างนะคะ โชว์ที่เป็นสุดยอดห้ามพลาดเลยก็คือ โชว์ของ Disney Storybook Theater ซึ่งตอนนี้จะเป็นโชว์ชุด “Mickey and the Wonderous Book” การแสดงที่จะพาเราเข้าไปในโลกของหนังสือนิทานคลาสสิคของดีสนีย์ บอกได้เลยค่ะว่าสุดอลังการ ตระการตาจริงๆ ดูแล้วมีความสุขมาก.ก..ก…ค่ะ ใครไปเที่ยวห้ามพลาดเลยนะคะ เล็กชอบอันนี้มากที่สุด ^^ <3

20160921-_mg_1744

ส่วนอันนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชว์ได้หรือเปล่านะคะ เราเข้าไปนั่งชมเฉยๆ แต่สนุกดีค่ะ ‘Mickey’s PhilharMagic’ การผจญภัยไปกับโลกมายาของมิคกี้แบบ 3 มิติ ใส่แว่นตากันคนละอันดูสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยค่ะ เด็กเล็กๆ อย่างน้องภูริดูไปก็เอามือออกมาไขว่ขว้าภาพ 3 มิติ ที่เขาเห็นลอยอยู่ตรงหน้าไปด้วย สนุกมากๆ ค่ะ ^^

และก็มาถึงไฮไลท์ความสุขของน้องภูมิในทริปนี้ การได้ร่วมฝึกเป็นเจได! ใน Jedi Training: Trials of the Temple ภูมิได้ใช้ ไลต์เซเบอร์ฟาดฟันกับดาร์ธ เวเดอร์ จริงๆ สำหรับน้องภูมิ มันเจ๋งสุดๆ อะค่ะ ^^ น้องภูมิเป็นแฟนสตาร์ วอร์สมาอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ 4-5 ขวบ (รู้เรื่องราวของมหากาพย์นี้ดีกว่าแม่เยอะเลยค่ะ)

ช่วงนี้โซน Tomorrow Land ของดีสนีย์ จัดเป็นธีมสตาร์ วอร์ส น้องภูมิเดินเข้ามาในโซนนี้แล้วทุกอย่างมันใช่ไปหมดอะค่ะ ได้เห็นยาน X-Wing ใกล้ๆ ได้กระทบใหล่ ได้ใกล้ชิดกับชิวบาคก้าคู่หูของฮานโซโล และ R2D2 แถมๆ เดินๆ อยู่ก็เจอผู้กองฟาสม่าพร้อมกองทัพสตอร์มทรูเปอร์อีก ดีนะวันนั้นน้องภูมิใส่เสื้อ Stormtrooper พอดี เลยปลอดภัย ^^’ น้องภูมิสนุกมากอยู่แถวนี้ได้ทั้งวันอ่ะค่ะ ^^

20160921-_mg_1558

น้องๆ ที่มีอายุ 4-12 ปีสามารถเข้าร่วมได้ฝึกเป็นเจไดจิ๋วได้นะคะ เขาจะจัดเป็นรอบๆ รอบละประมาณ 20 คน ให้เช็ครอบและแจ้งกับเจ้าหน้าที่ก่อนเลยตั้งแต่มาถึงค่ะ เจ้าหน้าที่จะให้บัตรลงทะเบียนที่ระบุรอบที่เราจะได้ฝึก (และร่วมแสดง) แล้วพอใกล้ๆ ถึงเวลาเราก็มารับไลต์เซเบอร์และสวมเสื้อคลุมเจไดเพื่อเตรียมฝึกและต่อสู้กับพวก Dark Side ^^ เล็กนั่งดูเด็กๆ แล้วมีความสุขมากค่ะ คือหน้าตาเด็กๆ นี่อินกันมาก ภูมิเล่นเสร็จแล้วเล็กถามภูมิว่า “ตอนที่สู้กับดาร์ธ เวเดอร์ นี่ลูกคิดว่าลูกเป็นเจไดจริงๆ รึป่าว” น้องภูมิพยักหน้าแล้วยิ้มเขินๆ ชูสติ๊กเกอร์ที่ได้หลังจากผ่านการฝึกเป็นเจไดให้แม่ดูอย่างภาคภูมิใจ ^^

20160921-_mg_1668

ถ้ายังพอมีเวลาเหลือ อาจจะพาเด็กๆ นั่งรถไฟ ‘Hong Kong Disneyland Railroad’ เล่นได้นะคะ รถไฟของเมืองในฝันที่สวยงาม นั่งชิวๆ ชมวิวรอบสวนสนุก แถมแอบมีเซอร์ไพรส์น่ารักๆ ระหว่างทางด้วย ยังไงเตรียมกล้องถ่ายรูปไว้ให้พร้อมนะคะ ^^

นี่เป็นบันทึกการให้คะแนนเครื่องเล่นและการแสดงต่างๆ ที่น้องภูมิ (8 ขวบ) ทำไว้ค่ะ ^^

ใครมาเที่ยวที่ดีสนีย์แลนด์แล้วอยากมีเวลาพาเด็กๆ เล่นเครื่องเล่นอย่างเต็มที่ แนะนำว่าพักในโรงแรมของดีสนีย์แลนด์เลยก็จะสะดวกมากๆ ค่ะเขาจะมีแพ๊กเกจแบบรวมที่พักและตั๋วเข้าสวนสนุกด้วยนะคะ ลองเช็คดูค่ะ โพสหน้าจะเขียนเล่าให้ฟังเกี่ยวกับที่พักบ้าง ติดตามนะคะ :)

*** อ่านบล๊อกแล้วตามไปเจอกันได้บ่อยๆ ได้ที่ Facebook.com/bhoomplay นะคะ ***


ตอนนี้ ดิสนีย์แลนด์มีโปรโมชั่นห้องพักกับส่วนลดสูงสุดถึง 35% และสามารถอัพเกรดห้องพักได้ฟรี! ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2560 นะคะ ดูรายละเอียดและจองผ่านลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ

https://www.hongkongdisneyland.com/th/offers-discounts/limited-time-room-offer/?CMP=BAC-CoopXmas17BlPlThThHtlLtdRmOfr

Lost and Found (story reading)


คลิปน้องภูมิอ่านนิทาน 2 ภาษาเรื่องที่ 3 ค่ะ

Lost and Found เรื่องราวของมิตรภาพและการผจญภัยของเด็กชายคนหนึ่งกับเจ้าเพนกวิน นิทานเล่มนี้เป็นหนังสือภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากอีกเรื่องหนึ่งของนักวาดภาพประกอบคนดัง Oliver Jeffers พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2005 โดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์คอลลินส์ Lost and Found ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แอนนิเมชั่นในปี 2008 และได้รับรางวัลในระดับนานาชาติมากมาย

The Far Field (story reading)


สัปดาห์ก่อนครอบครัวเราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับงานบ้านเรียนของน้องภูมิที่เราจะทำกันในปีนี้ว่าน้องภูมิอยากจะเรียนรู้เรื่องอะไร อยากทำอะไรบ้าง ได้ออกมาหลายเรื่องเลยค่ะ หนึ่งในนั้นคือโครงการอ่านหนังสือเด็กที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนังสือดี มีคุณค่า ควรอ่าน

ซึ่งถ้าจะอ่านอยู่คนเดียวก็จะได้ประโยชน์อยู่คนเดียว เราก็เลยคุยๆ กันว่าเราจะสามารถแบ่งปันเด็กคนอื่นๆ ด้วยได้หรือไม่ อย่างไรดี

หลังจากคุยกันไปคุยกันมา เราเลยทดลองทำวีดีโอนี้ขึ้นมาเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเด็กๆ คนอื่นด้วย คุณพ่อคุณแม่ลองดูนะคะ ถ้าชอบก็ยกนิ้วโป้งบอกด้วยนะคะ ^^ หรือจะเขียนข้อความถึงเจ้าของเสียงก็ได้นะคะ เดี๋ยวให้เจ้าตัวเขามาอ่านเอง

เรื่องแรกนี้ชื่อว่า ‘The Far Field’ 1 ใน 4 เรื่องน่ารักจากหนังสือที่ชื่อว่า ‘Guess How Much I Love You Here, There and Everywhere’ เขียนโดย Sam McBratney พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2012 ค่ะ

‘The Far Field’

This story is one of four lovely stories from ‘Guess How Much I Love You Here, There and Everywhere’ book by Sam McBratney. It is first published in 2012.

Read in 2 languages (English & Thai) by Bhoom Tansirimas

NASA – A Human Adventure

เมื่อวานนี้เราไปนิทรรศการ NASA – A Human Adventure The Exhibition กับเด็กๆ บ้านเรียนและกลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรมกันมาครับ น่าตื่นตาตื่นใจมากจนรู้สึกว่าต้องรีบเขียนเล่า เพราะงานจะจัดแสดงเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น (1 ธ.ค. 2557 – 1 ก.พ. 2558) จัดแสดงที่ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ (Bangkok Convention Center) ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวนะครับ
สำหรับผมที่ไม่เคยชมนิทรรศการแบบนี้ NASA – A Human Adventure The Exhibition ถือว่าจัดได้อลังการเกินความคาดหมายมากครับ ด้วยความหลากหลายและขนาดของชิ้นส่วนที่นำมาจัดแสดง รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ ที่จำลองมาเหมือนของจริง สำหรับเด็กๆ นิทรรศการนี้คงจะพาจินตนาการของพวกเขาไปไกลถึงอวกาศเป็นแน่
ความสมจริงของยานอวกาศและชิ้นส่วนต่างๆ ในนิทรรศการนี้ทำน้องภูมิตื่นเต้นมาก (ผมก็ด้วย ^^) เพราะมันเหมือนกับในหนังที่เคยดู โดยเฉพาะจากเรื่อง Apollo 13 ที่สร้างจากโครงเรื่องจริง วันนี้เราได้เห็นแผงบังคับเจ้า Apollo Command Module ที่เหมือนกับฉากในหนังช่วงที่ James A. Lovell (Jim) และ John L. Swigert (Jack) นักบินอวกาศในยานอวกาศ Apollo 13 พยายามจะปรับองศาการบินให้เหมาะสมกับการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ช่วงที่ดูเจ้า Command Module นี้ เราคุยกันไม่หยุดเลยครับ 
ระหว่างเดินในงาน เราเห็นเจ้าหน้าที่จาก NASA ท่านหนึ่งเดินอยู่ (Todd Cannon) เลยชี้ให้น้องภูมิดู น้องภูมิรีบวิ่งเข้าไปคุยและขอถ่ายรูปและลายเซ็นด้วย ตอนขอลายเซ็น Todd บอกว่า “Really. I’m not someone important at NASA.” เรายืนยันด้วยรอยยิ้ม และตอบว่า “For his inspiration and good memory.” 
Todd เลยบอกน้องภูมิว่า วันนี้ (4 ธ.ค. 2557) จะมีการปล่อยยานอวกาศใหม่ “Orion” เพื่อทดสอบในโครงการล่าสุดของ NASA ที่ต้องการจะส่งนักบินอวกาศไปดาวอังคาร (Mars) และบอกให้น้องภูมิตามดูได้ที่ NASA TV ผ่านเว็บไซต์ http://www.nasa.gov ตื่นขึ้นมาเช้านี้ น้องภูมิรีบเตือนผมเรื่องนี้เลยครับ
แม่เล็กกับผมเดินเพลินมากจนมาถึงทางออกที่จะมีโซนเครื่องเล่นให้เล่น ในโซนนี้เราจะต้องเสียเงินเพิ่มถ้าต้องการเล่นเครื่องเล่น เรารู้สึกสะดุดเล็กน้อยที่กิจกรรมเปิดจินตนาการกลับมาปิดท้ายด้วยธุรกิจ สงสัยว่าเราจะเพลิดเพลินมากจนลืมไปว่านิทรรศการนี้เป็นงานเอกชน ^^
เราอยู่ในนิทรรศการกันเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ดูเหมือนจะไม่พอ ถ้าอยากจะค่อยๆ อ่านรายละเอียดต่างๆ ในงานให้ครบ พูดถึงตรงนี้แล้ว ผมรู้สึกเสียดายที่ป้ายแสดงรายละเอียดเล็กและอ่านยาก ไม่สะดวกสำหรับคนที่ต้องการอ่านข้อมูลจริงๆ ครับ ในงานอากาศค่อนข้างเย็น ติดเสื้อกันหนาวไปด้วยก็จะดีครับ
รายละเอียดนิทรรศการและการจองบัตรนะครับ

Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (3)

วันที่ 2 (ต่อ) นะคะ ^^

เราทานอาหารกลางวันกันที่ Plaza Inn ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง พวกติ่มซำ เป็ดย่าง หมูย่าง และอื่นๆอีกมากมาย ที่เล็กชอบมากที่สุดคือเมนูธรรมดาๆ อย่างข้าวผัด คือ.. มันอร่อยไม่ธรรมดาอ่ะค่ะ ^^ ในรูปที่เห็นอาหารเยอะๆ เต็มโต๊ะนี่คือทานกับชาวคณะที่ไปด้วยกันนะคะ ไม่ใช่แค่บ้านเรา >.< อาหารจานใหญ่มาก ทานกันตั้งหลายคนยังเหลือเลย >.< อิ่มแล้วก็ไปลุยต่อที่ Grizzly Gulch แค่เดินเข้าไปถึงก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วค่ะ เพราะนอกจากโซนนี้จะตกแต่งให้เป็นเหมือนเมืองในดินแดนตะวันตกที่ดูย้อนยุคแล้ว เรายังได้ยินเสียงกรี้ด..ด.. ดังแว่วอยู่เป็นระยะๆ เสียงกรี้ดที่ว่านี่มาจากเจ้าเครื่องเล่นที่เรียกว่า Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars ซึ่งจะคล้ายๆ กับรถไฟเหาะ แต่มีทั้งเดินหน้าและถอยหลัง มุดเข้าถ้ำ >.< ดูแล้วท่าทางจะเสียวกว่า Space Mountain เมื่อวาน เล็กก็เลยขอผ่าน (อยู่เฝ้าน้องภูริดีกั่ว ^^’) น้องภูมิกับปาป๊าเลยพาเล่นกันไปซะ 2 รอบ (น้องภูมิเป็นคนขอเล่นอีกรอบ >.<“)


โซนต่อไปเป็นโซนที่เรียกว่า Mystic Point เมื่อเดินเข้าไปเราก็จะเห็นปราสาทของท่าน Lord Henry ที่สวยงามสูงเด่น เป็นปราสาทที่มีดีไซน์คล้ายๆ โบสถ์รัสเซีย สวยงามเก๋ไก๋ทีเดียวค่ะ ภายในเขาว่ามีงานศิลปะและของสะสมมากมายที่ท่าน Lord Henry ได้สะสมไว้ และเรากำลังจะเข้าไปชมใน Mystic Manorเรื่องเล่ามีอยู่ว่าท่าน Lord Henry เป็นนักเดินทางและชอบสะสมงานศิลปะและของหายาก เมื่อสะสมไว้มากก็เลยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้พวกเราเข้าไปดู แต่ในของสะสมเหล่านี้มีกล่องเพลงวิเศษอยู่อันนึง ซึ่งท่าน Lord Henry กำชับเจ้าลิง Albert (ลิงของท่าน) ว่าห้ามไปแตะต้องกล่องเพลงนี้เด็ดขาด แต่… ขณะที่พวกเรากำลังจะเข้าไปชมของที่ท่าน Lord Henry สะสมไว้ เจ้าลิง Albert ดันไปเปิดกล่องซะนี่ >.< ผงวิเศษก็เลยปลิวกระจายไปทำให้ของสะสมทุกอย่างเกิดมีชีวิตขึ้นมา… อู้ว..ว.. ^^dnhk_34ต้องบอกว่า Mystic Manor เป็นประสบการณ์ที่สนุกมากๆ ค่ะ สมแล้วที่เป็นหนึ่งในของเล่นยอดนิยมของที่นี่ เทคนิคแสง สี เสียงต่างๆ นั้นให้ความรู้สึกที่แฟนตาซีมากๆ เล็กชอบมากแถมน้องภูริก็เข้าไปเล่นได้ด้วย ^^

หลังจากให้พี่ภูมิได้พักกินไอศครีมมิคกี้เมาส์และน้องภูริได้งีบหลับช่วงบ่ายแล้ว เราก็เอาใจเด็กน้อยด้วยการพาไปนั่งเรือชิลๆ รอบโลกใน It’s a Small World โลกใบเล็กที่แสนสวยงาม (ตุ๊กตา) ทุกชาติ ทุกภาษา มาร่วมแบ่งปันความสุขด้วยเสียงเพลงและการเต้นรำ ดูเพลิดเพลินและเหมาะกับเด็กเล็กๆ อย่างน้องภูริมากเลยค่ะ ถูกใจเด็กน้อยขนาดว่าลุกขึ้นยืนเต้นตามจังหวะเพลงไปด้วยตลอดทาง แถมตอนที่หมดรอบแล้วยังเกาะที่นั่งไม่ยอมลงอีกต่างหาก >.<ใกล้ๆ กับ It’s a small world คือ The Golden Mickeys การแสดงบนเวทีอลังการที่หลายคนแนะนำว่าควรไปดู

ใครๆ ก็พูดกันว่า ถ้ามาเที่ยว Disneyland สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือการดูโชว์ เพราะโชว์ที่นี่จะเป็นแบบจัดเต็มมากๆ และนี่ก็เป็น Stage Show โชว์แรกและโชว์เดียวที่เราได้ดูในทริปนี้เลยค่ะ The Golden Mickeys การแสดงชุดนี้จะพาเราย้อนกลับไปสัมผัสกับภาพยนตร์การ์ตูนของดีสนีย์หลายต่อหลายเรื่องที่เราเคยประทับใจ ทั้ง Tarzan, Mulan, Beauty and the Beast, Toy Story ฯลฯ ทั้งเสียงเพลง แสง สี เสียง และลีลาของนักแสดงก็ทำให้เล็กรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปตอนที่เราได้ดูการ์ตูนเรื่องนั้นๆ  เป็นโชว์ที่สวยงามและน่าประทับใจจริงๆ ค่ะ :)เย็นนี้พวกเราไปทานอาหารค่ำกันที่ Main Street Conner Cafe อาหารสไตล์อเมริกัน พวกสเต๊กต่างๆ เนื้อเสต็กนุ่มมาก ล๊อบสเตอร์ก็เนื้อแน่นหอมหวานทีเดียว อร่อยมากๆ ค่ะ เสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยเพราะกล้องเราแบตหมด >.< ภาพอาหารที่เห็นข้างล่างมาจากกล้องของลุงเด้งค่ะ (ขอบคุณมากๆ เลยนะคะลุงเด้ง ^^) นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว ที่ได้ใจเรามากที่สุดก็เห็นจะเป็นเจ้าเครื่องดื่มที่เรียกว่า Paint the Night ที่มีลูกเล่นเป็นไฟรูปน้ำแข็ง และรูปหัวมิคกี้เมาส์ โดยไฟนี้จะสว่างเมื่ออยู่ในน้ำเท่านั้น :D น้องภูมิเก็บเจ้าไฟนี้กลับมาด้วย (ตอนนี้เอาไว้เล่นกับน้องตอนอาบน้ำ ^^)

ทริปนี้เราได้ทานอาหารใน Disneyland หลายมื้อ หลายร้าน เล็กกับคุณก๊อกมีความเห็นเหมือนกันคือ อาหารที่นี่อร่อยมากทุกอย่าง ทุกร้านเลย (เอ… หรือเราใช้พลังงานไปเยอะก็ไม่รู้ ^^’)เรากระเตงลูกเดินเที่ยวกันจนแทบจะหมดแรง แต่น้องภูมิก็อยากจะอยู่ดูดอกไม้ไฟก่อนกลับ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ดอกไม้ไฟที่จุดตลอด 20 นาทีนั้นสวยงามและตระการตาจริงๆ ดูไปร้องอู้หูกันไปจนจบเลยค่ะ ถ้าไม่ได้รอดูคงจะเสียดายมาก >.< เราไม่ได้ถ่ายรูปดอกไม้ไฟไว้เลย เพราะนอกจากกล้องจะแบตหมดแล้วคนที่รอดูยังเยอะมาก คุณก๊อกต้องอุ้มน้องภูมิ เล็กอุ้มน้องภูริยืนดูจนจบเลยค่ะ ^^’

ตอนเดินกลับออกมาขึ้นรถบัส น้องภูมิหันมาถามเล็กด้วยน้ำเสียงแบบใจหายว่า “แม่ครับ พรุ่งนี้เราจะไม่ได้มาที่ดิสนีย์แลนด์อีกแล้วเหรอ” เล็กเข้าใจความรู้สึกเบื้องหลังประโยคนี้ดี ก็เลยต้องช่วยดึงความรู้สึกดีๆ ของเด็กน้อยกลับมาด้วยการตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว ก็พรุ่งนี้ เราจะไป Space Museum กันไง” ขอบคุณพระเจ้า น้องภูมิร้องตอบมาว่า “เย้!!” :D

เล็กกับคุณก๊อกเชื่อว่าประสบการณ์สองวันสองคืนที่ Hong Kong Disneyland ครั้งนี้คงจะอยู่ในใจของเด็กชายภูมิวัยใกล้ 7 ขวบคนนี้อีกนาน

ครอบครัวเราขอขอบคุณลุงเด้งและป้าไก่ hongkongfanclub มากๆ เลยค่ะที่ชวนครอบครัวเราไปเที่ยวด้วย และขอบคุณน้องๆ Blogger ทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ ให้กับครอบครัวของเราโดยเฉพาะเด็กๆ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ :Dหลังจากออกจาก Disneyland แล้ว ครอบครัวเรายังอยู่เที่ยวต่อที่ฮ่องกงอีก 2 วัน โพสต่อไปจะมาเล่าเกี่ยวกับการผจญภัยในฮ่องกงของครอบครัวเรานะคะ :)

อ่านตอนอื่นในทริปนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่างนะคะ

• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (1)
• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (2)

#hkdisneyland #100choicesoffun #thaiairasia #hongkongfanclub

Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (2)

วันที่สองเราเริ่มตอนเช้าด้วยการออกไปเดินเล่นสูดอากาศยามเช้าในบริเวณรอบๆ โรงแรม อากาศตอนเช้าเย็นสบายทีเดียวค่ะ ในโรงแรมมีสระว่ายน้ำด้วย ตอนแรกคิดว่าอากาศเย็นอย่างนี้จะมีคนว่ายน้ำเหรอ ปรากฏว่ามีค่ะ คุณก๊อกคุยกับเจ้าหน้าที่ดูแลสระเลยทราบว่า สระที่นี่เป็นสระว่ายน้ำแบบปรับอุณหภูมิ น้องภูมิลองเอามือจุ่มลงไปทดสอบแล้วบอกว่า ไม่หนาวนะแม่ ขอภูมิว่ายน้ำก่อนได้ไม๊คับ >.<เช้านี้ลุงเด้งพาพวกเราไปทานอาหารเช้ากันที่ห้องอาหาร Enchanted Garden ในโรงแรม Disneyland Hotel โรงแรมนี้การตกแต่งจะเป็นแนวเจ้าหญิง สวยงาม น่ารัก เจ้าหญิงมากๆ ใครที่ชอบถ่ายรูป โพสท่าสวยๆ ในโรงแรมนี้มีมุมสวยๆ เพียบเลยค่ะ อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ นะคะ ^^ ในห้องอาหารก็เช่นเดียวกัน ตกแต่งสวยเนี้ยบมากๆ พูดถึงเรื่องการตกแต่งและการดูแลสถานที่ของที่นี่ เล็กคะแนนเต็ม 10 เลยค่ะ ทุกที่ใน Disneyland ล้วนสะอาดสะอ้าน (ในห้องน้ำที่สวนสนุกอาจจะมีบางจุดที่เลอะเทอะบ้าง แต่ถ้าเทียบกับปริมาณคนที่มาใช้แล้ว ถือว่าดูแลได้ดีมากเลยค่ะ)อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ไม่ธรรมดาตรงที่จะมีตัวการ์ตูนดังๆ อย่าง มิคกี้เมาส์ มินนี่เมาส์ มาเดินให้เราถ่ายรูปด้วยอย่างใกล้ชิด ครั้งแรกที่มิคกี้เมาส์เข้ามาหยอกล้อกับน้องภูริ น้องภูริหน้าเบ้และเหมือนจะกลัวๆ แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ แต่พอเขามาเล่นด้วยบ่อยๆ ก็เริ่มชอบใจ จำพี่มิคกี้เมาส์ได้เลย ทีนี้เวลาเดินไปทางไหนเจอหูกลมๆ ดำๆ ก็จะชี้ให้แม่ดูและกำมือสองข้างไว้บนหัวเหมือนหูมิคกี้เม้าส์ตลอด ^^น้องภูมิเดินไปขอลายเซ็นพวกตัวการ์ตูน แต่ละคนก็เซ็นเป็นลายเซ็นของตัวการ์ตูนนั้นๆ ซะด้วย ทำเอาเด็กชายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว :D

เสร็จจากอาหารเช้าพวกเราออกมาเดินชมสวนด้านนอกของโรงแรมที่ตกแต่งเป็นเขาวงกต (สวยเนี้ยบมากๆ อีกแล้ว >.<) น้องภูมิวิ่งเข้าไปเล่นในเขาวงกตอย่างสนุกสนาน เด็กๆ จะสนุกมากค่ะ เพราะแนวกั้นจะสูงกว่าตัวพวกเขา ในขณะที่ผู้ใหญ่อย่างเราจะมองเห็นทางได้ไม่ยาก ^^อิ่มท้องแล้วเราก็นั่งรถบัสไปยัง Disneyland Resort น้องภูมิเปิดดูคู่มือและแผนที่ แล้วก็เลือกที่จะไปนั่งเรือ Jungle River Cruise ที่ Adventureland เป็นอย่างแรก เราทั้งหมดจะนั่งเรือล่องผจญภัยไปตามลำน้ำที่เต็มไปด้วยสิ่งลี้ลับและสัตว์ร้าย ต้องบอกว่ามันสนุกมากอ่ะค่ะ รายละเอียดต่างๆ ทำออกมาได้เหมือนมาก เหมือนเราได้เข้าไปผจญภัยในป่าลึกที่เต็มไปด้วยอันตรายจริงๆ แต่อุ้มลูก 1 ขวบไปด้วยได้ :D

เสร็จจาก Jungle River Cruise เราก็มุ่งหน้าสู่ Toy Story Land ซึ่งเป็นอีกโซนที่เราทึ่งกับการตกแต่งมากๆ เมื่อเราเดินเข้ามาสู่ Toy Story Land เราจะรู้สึกเหมือนว่าถูกย่อส่วนลงให้กลายของเล่นของ Andy ด้วยขนาดของเล่นรอบๆ ตัวที่ใหญ่กว่าเรามาก ^^ ถ้าค่อยๆ ให้เวลาเดินดูของเล่นยักษ์ต่างๆ ที่จัดตกแต่งไว้ ทั้งบล๊อกไม้ สีเทียน ตัวต่อ ฯลฯ แบบตั้งใจดูแล้วเทียบสัดส่วนกับตัวเรามันจะเป็นความรู้สึกที่แปลกแต่น่ารักมากๆ (เล็กมีเวลาเดินดูอย่างละเอียดเพราะเครื่องเล่นที่นี่ น้องภูริเล่นไม่ได้เลย ^^’)ยิ่งเดินดูก็ยิ่งทึ่งกับความเนี้ยบในการดูแลสถานที่ของที่นี่ โซน Toy Story Land เป็นโซนที่ตั้งอยู่กลางแจ้งแต่ของตกแต่งทุกชิ้นสะอาดสะอ้านราวกับวางอยู่ในอาคาร ไม่มีส่วนไหนที่มีคราบน้ำฝน ฝุ่น หรือสีถลอกเลย เล็กดูแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า… เขาทำได้ยังไงอ่ะ >.<น้องภูมิเลือกเล่น Toy Soldier Parachute Drop โดยไม่ลังเล (แม่แค่ยืนมองก็ยังเสียว >.<) เล่นเสร็จแล้วก็ยังอยากจะเล่น RC Racer ที่อยู่ติดๆ กันด้วย แต่ปรากฏว่าน้องภูมิเล่นไม่ได้เพราะส่วนสูงไม่ถึง (ขาดไปแค่ 3 ซ.ม. >.<) น้องภูมิเดินไปอ้อนวอนพี่ Staff ที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าเพื่อขอเล่นเพราะอยากเล่นมาก.ก..ก… แต่ขอยังไงพี่ Staff ก็ยิ้มและบอก No อย่างเดียว เด็กน้อยถึงกับเดินคอตกออกมายืนเกาะรั้วประตูรอดูปาป๊าเล่น ^^’

ปาป๊าบอกว่าเห็นน้องภูมิทำหน้าเศร้ามากตอนส่งปาป๊าไปเล่นคนเดียว พอเล่นเสร็จลงมา ปาป๊าเลยนั่งลงบอกน้องภูมิว่า “If we ever come back to Disneyland again, we will play this together – you and me.” น้องภูมิเลยยิ้มออกได้อีกครั้ง :)

จริงๆ แล้วเล็กกับคุณก๊อกรู้สึกดีมากๆ ที่เจ้าหน้าที่ที่นี่ไม่มีการอะลุ่มอล่วยในเรื่องของคุณสมบัติของผู้เล่น เพราะนั่นทำให้เรารู้สึกว่าเราได้รับการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างดีมาก แอบคิดในใจว่าไม่ได้เล่นก็ดีแล้วหล่ะตัวเล็กๆ อย่างนี้ แม่กลัวเหวี่ยงๆ เดี๋ยวหนูจะหลุดออกมา :P (เจ้าเครื่องเล่น RC Racer นี่จะมีลักษณะคล้ายเครื่องเล่นเรือไวกิ้งค่ะ เล็กแค่ยืนดูอยู่ข้างล่างยังอยากจะกรี้ดด้วยเลย @_@’)

ระหว่างรอปาป๊าไปเล่น เล็กชวนน้องภูมิเดินเข้าไปดูของเล่นในร้าน Andy’s Toy Box ที่อยู่ติดกัน ทริปนี้น้องภูมิมีเงินติดกระเป๋าอยู่ 280 HK$ เพื่อใช้ซื้อของที่ตัวเองอยากได้ (แม่กับปาป๊าให้ 100 น้องภูมิทำงานสะสมก่อนมาได้อีก 180) น้องภูมิเดินผ่านของเล่นเจ๋งๆ มากมายเมื่อวาน มีหลายชิ้นที่เขาสนใจและอยากจะซื้อทันที แต่เล็กกับคุณก๊อกบอกให้น้องภูมิค่อยๆ ดูไป ชอบชิ้นไหนก็จำเอาไว้ เรายังมีเวลาอีกหนึ่งวัน ดูให้ทั่วๆ ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรีบ


และแล้วน้องภูมิก็เจอของที่ใช่ในร้าน Andy’s Toy Box หมวกอวกาศ Buzz Lightyear น้องภูมิชอบมากๆ และตัดสินใจซื้อ ซื้อแล้วก็ใส่เล่นไปจนถึงวันกลับเลย ใส่เดินไปไหนใครเห็นใครก็ทักทายและเล่นด้วย แม่แอบดูแล้วคิดว่าน้องภูมิคงจะฟินไม่แพ้เด็กผู้หญิงที่ได้ชุดเจ้าหญิงเลยนะนี่ ^^’ตอนแรกคิดว่าเขียนเล่าเรื่องที่ Disneyland ซัก 2 ตอนก็น่าจะหมด แต่เอาเข้าจริงยังมีเครื่องเล่นสนุกๆ ที่ยังไม่ได้เล่าอีกหลายอย่างเลยค่ะ แต่โพสนี้มันชักจะย๊าว..ว.. ยาวแล้ว ขอติดไว้เล่าต่อตอนที่สามแล้วกันนะคะ ^^ โพสหน้าเป็นตอนจบแน่นอนละ อย่าลืมติดตามนะคะ :D

dash

อ่านตอนอื่นในทริปนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่างนะคะ

• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (1)
• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (3)

#hkdisneyland #100choicesoffun #thaiairasia #hongkongfanclub