Seriously (by Bhuri)

ภูริพูดภาษาอังกฤษช้ากว่าภูมิประมาณ 1 ปี และมีรูปแบบการใช้ภาษาต่างจากภูมิ ชอบใช้คำยากๆ ทั้งที่ตัวภูริเองก็คงไม่รู้ว่าแบบไหนเรียกว่าคำยาก เป็นแบบนี้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

เมื่อเย็นนี้

Bhuri: Papa, this is very funny. Seriously!
Me: Seriously?
Bhuri: Yes, seriously.

ฟังแล้วขำ แต่ก็รู้สึกน่ารักดี

 

– – ภูริ 3 ปี 7 เดือน

Advertisements

Beewax wrap ทำเองได้ ง่ายๆ เลยนะ

สำหรับแฟนๆ ที่อ่าน Facebook ของครอบครัวเราอยู่ คงจะรู้แล้วว่าปีนี้บ้านเราพยายามลดขยะใช้แล้วทิ้งอย่างจริงจัง จากเดิมที่เราพกพาขวดน้ำส่วนตัวออกไปไหนมาไหนแทนการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดเป็นประจำมาเกือบ 10 ปีแล้ว ตอนนี้เราเพิ่มการปฏิเสธถุงหิ้วจากร้านค้าเพื่อลดปริมาณการใช้และสร้างขยะถุงก๊อปแก๊ป รวมถึงแก้วกาแฟ และกล่องโฟมด้วย (ดูวิดีโอที่น้องภูมิอธิบายเกี่ยวกับโครงการ Mission: To Green ของเราได้ที่นี่นะคะ)

เมื่อหลายวันก่อน เพื่อนของเล็กได้แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าที่เคลือบด้วย Beewax เพื่อใช้ห่อหุ้มอาหารแทน plastic wrap เห็นแล้วก็ต้องบอกว่าโอ้โห มันเป็นไอเดียที่ดีมากๆ เลยค่ะ เพราะที่บ้านเราก็ใช้เจ้าแผ่นพลาสติกบางๆ นี่ห่อ/ปิดอาหารในตู้เย็นอยู่เสมอ แม้ว่าจะพยายามใช้กล่องพลาสติกที่มีฝาปิดอยู่บ้าง แต่ก็ได้ไม่ทั้งหมด

เล็กลองค้นหาข้อมูลต่อก็เห็นว่ามีคนแบ่งปันวิธีทำผ้า Beewax ด้วยตัวเองอยู่หลายวิธีเลยหล่ะค่ะ ดูแล้วก็ไม่น่ายากอะไร วันนี้เลยลองชวนเด็กๆ ทำกันดู เห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยมาเขียนวิธีทำแบ่งปันต่อค่ะ เผื่อบ้านไหนอยากลองทำใช้เองบ้าง จริงๆ ทำได้หลายวิธีเลยแต่ของเล็กลองทำด้วยวิธีรีดนะคะ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  1. ไขผึ้งธรรมชาติ (Food Grade)
  2. ผ้าคอทต้อน ขนาดตามที่ต้องการ
  3. กระดาษไขสำหรับทำขนม 2 แผ่น
  4. เตารีด

วิธีทำ

  1. ขูดไขผึ้งให้เป็นฝอย
  2. ตัดผ้าให้ได้ขนาดตามต้องการ
  3. วางกระดาษไขสำหรับทำขนมบนที่รองรีดผ้า
  4. วางผ้าบนกระดาษไข
  5. โรยไขผึ้งให้กระจายไปทั่วผ้า
  6. ปิดผ้า (ที่มีไขผึ้งโรยอยู่) ด้วยกระดาษไขอีกแผ่น
  7. ใช้เตารีดรีดไปบนกระดาษไขด้วยไฟอ่อน คอยดูให้ไขผึ้งละลายไปทั่วผืนผ้า
  8. เปิดกระดาษไขออก แล้วหยิบผ้าที่ชุ่มไขผึ้งออกตากลมประมาณ 2-3 นาที เป็นอันเสร็จค่ะ

วิธีใช้

เราสามารถใช้ผ้า Beewax ของเราในการห่ออาหารหรือขนมแห้งๆ ได้เลยค่ะ หรือจะใช้แทน Plastic wrap ปิดชามอาหารเข้าตู้เย็นก็เพียงแต่เอาผ้าแว๊กปิดบนชามแล้วใช้มือของเราค่อยๆ ตะล่อมให้ผ้าแนบเป็นทรงพอดีกับชาม หรือใช้หนังยางรัดก็ได้ค่ะ ผ้าแว๊กซ์นี้สามารถนำมาล้างด้วยน้ำและน้ำยาล้างจานอ่อนๆ เพื่อใช้ซ้ำได้ ข้อแม้เพียงอย่างเดียวคือห้ามใช้กับอาหารที่มีความร้อนนะคะ 

หวังว่าโพสการทำผ้าเคลือบ Beewax นี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ผู้อ่านอยากลองทำเพื่อช่วยกันลดการใช้พลาสติกด้วยกันนะคะ :D

#MissionToGreen

น้าครับ อันนั้นใช่ Walkie Talkie หรือเปล่าครับ

DCIM105GOPROGOPR0909.JPG

“น้าครับ อันนั้นใช่ Walkie Talkie หรือเปล่าครับ”

ภูมิชี้ไปที่อุปกรณ์ติดรถแท๊กซี่ที่เอาไว้ใช้พูดกับศูนย์ประสานงานฯ คุณคนขับแท๊กซี่ตอบว่า “เป็นวิทยุสื่อสารนะ แต่ไม่ได้ใช้แล้ว”

“แล้วคุณน้าใส่หูฟังทำไมเหรอครับ” (หูฟังที่เสียบอยู่กับโทรศัพท์มือถือ)

“อ่อ อันนี้เป็นโปรแกรมคล้ายๆ กับวิทยุสื่อสารนั่นแหละ ไว้ใช้คุยกับคนอื่นๆ”

“อ่อ ครับ”

แล้วคุณคนขับแท๊กซี่ก็หยิบโทรศัพท์มากดโน่นกดนี่สักพักเหมือนจะเช็คดูข้อความ (ซึ่งผมแอบเสียวอยู่นิดนึง) แต่แล้วก็มารู้ว่าเขาพยายามจะเซ็ตและโชว์ให้ภูมิดูว่าโปรแกรมนั้นเป็นยังไง และแถมด้วยการพูดคุยกับเพื่อนเป็นรหัสวิทยุสื่อสารให้ภูมิฟัง ทำเอาภูมิยิ้มกว้าง

และตลอดการเดินทางหลังจากนั้น เราก็คุยกันเรื่องวิทยุสื่อสารและรหัสพื้นๆ ต่างๆ ที่คุณน้าแท๊กซี่ใช้ประจำ เช่น 600 คือ ภรรยา, 00 คือ รอ, 39 คือ รถติด, 43 คือ ด่านตำรวจ ฯลฯ

รู้สึกขอบคุณความน่ารักของคุณคนขับแท๊กซี่จริงๆ กลับมาถึงบ้าน เราเลยมีอะไรสนุกๆ มาศึกษากันต่อ

10 มกราคม พ.ศ.2560

เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ 2559

DCIM104GOPRO

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เราไปองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช) ที่รังสิตคลองห้ากันมา เลยได้รู้ว่าช่วงนี้กำลังมี ‘เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้’ (Science Film Festival) อยู่ครับ

เรามาถึงที่นี่กันแต่เช้าทุกครั้ง (บางครั้งไปถึงก่อนเปิดอีก ^^ ) เพราะเด็กๆ อยากใช้เวลากับที่นี่นานๆ และครั้งนี้ การมาถึงแต่เช้าของเราทำให้วันนี้เป็นวันพิเศษ เพราะเจ้าหน้าที่ใจดีอนุญาตให้เด็กๆ ได้เลือกหนังที่จะดูได้ เนื่องจากว่ารอบแรกของการฉายไม่มีคนอื่นดูด้วยกันเลย

เด็กๆ สนุกกับการอ่านรายละเอียดและคุยตกลงกันจนเกือบถึงเวลาฉาย :D

สุดท้าย เด็กๆ เลือกดู ‘หาคำตอบกับโทบี ตอน ทอง’ (Checker Tobi – Der Gold-Check) ซึ่งเป็นหนังจากประเทศเยอรมัน และ ‘เก้านาทีครึ่ง ตอน สาวใยแมงมุม’ (Neuneinhalb: Spinnereien – Faszination auf acht Beinen) เด็กๆ ชอบมากทั้งสองเรื่อง สนุกและได้ความรู้รอบตัว

เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ที่ประเทศไทยครั้งนี้ อพวช. คัดเรื่องภาพยนตร์มาฉายทั้งหมด 30 เรื่องจาก 13 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ออสเตรีย (1) บรูไน(1) เบลเยียม(1) แคนาดา(4) โครเอเชีย(1) เยอรมนี(12) ฝรั่งเศส(1) ญี่ปุ่น(1) พม่า(1) เนเธอร์แลนด์(1) ประเทศไทย(2) สหราชอาณาจักร(1) สหรัฐอเมริกา(2) และเยอรมนี- ฝรั่งเศส(1)

ภาพยนตร์บางเรื่องอาจจะสามารถหาดูได้จากอินเตอร์เน็ต แต่ก็ฟังไม่ออกอยู่ดีครับ เพราะเป็นภาษาของประเทศผู้จัดทำ ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ น้องภูมิติดใจ Checker Tobi มาก และลองกลับมาหาดูแล้ว แต่ฟังไม่ออกครับ :D

ภาพยนตร์ถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มครับ (อ่านเรื่องย่อของภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้ที่นี่)

1. วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
2. บันเทิงศึกษาสำหรับครอบครัว
3. วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ ชีววิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
4. อนิเมชั่นหรือหนังสั้น
5. นิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม

หลังจบการฉายหนัง เจ้าหน้าที่จะมีกิจกรรมตอบคำถาม พร้อมแจกของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้เด็กๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน แน่นอนที่สุด เด็กๆ ทั้ง 3 คนของเราได้ของรางวัลทั้งหมด เพราะมีกันอยู่แค่ 3 คน ^^

จากแผ่นพับที่ได้รับมา เจ้าหน้าที่บอกว่าเราสามารถดูหนังวิทยาศาสตร์เหล่านี้ได้จากหลายศูนย์ฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ลองดูนะครับว่ามีที่ไหนใกล้บ้าน เผื่อว่าจะมีโอกาสไปดูกันครับ

1. NSTDA Thailand Science Park (คลองหลวง, ปทุมธานี)
2. National Science Museum (คลองห้า, ปทุมธานี)
3. Thai Film Archive (นครปฐม)
4. NSM Science Square (จามจุรี สแควร์, กรุงเทพฯ)
5. Nanmee Books Learning Center (สุขุมวิท, กรุงเทพฯ)
6. City Learning Park (CLP) นครศรีธรรมราช

ผมอยากเขียนแนะนำเพราะภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่ดูสนุกแบบนี้หาดูไม่ง่ายนักครับ น้องภูมิชอบมาก บอกว่าอยากดูให้ครบทุกเรื่องเลย :D

เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้นี้มีถึง 16 ธันวาคม 2559 นี้ และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
http://sciencefilm.ipst.ac.th/

เรื่องย่อภาพยนตร์
https://www.nstda.or.th/sci2pub/brief.html

รายละเอียดงาน (pdf)
https://www.nstda.or.th/sci2pub/download/SFF2016.pdf
*ในไฟล์นี้มีจำนวนศูนย์จัดฉายมากกว่าในแผ่นพับ โทรสอบถามดูก่อนไปนะครับ

 

An Idiom A Day : Over the moon

An Idiom A Day ตอนที่ 2 ของเรา — ‘Over the moon
หมายถึง มีความสุขมาก (very happy or extremely pleased.)

ตัวอย่างการใช้ในประโยค

  1. When I knew I won the competition, I was over the moon.
  2. My new toy made me go over the moon.
  3. I was over the moon after I finally finished my homework.

– – –

Reference links:
http://www.gingersoftware.com/content/phrases/over-the-moon/#.WCF1tUv5luZ
https://en.oxforddictionaries.com/definition/over_the_moon
http://www.ecenglish.com/learnenglish/lessons/why-do-we-say-over-moon
http://www.dictionary.com/browse/over-the-moon
http://idioms.thefreedictionary.com/over+the+moon
http://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/be-over-the-moon

 

ร่วมรอส่งพระบรมศพพระราชาผู้เป็นที่รักของเรา

เมื่อวานนี้ (14 ตุลาคม พ.ศ.2559) กว่าสี่ชั่วโมงที่ครอบครัวเราร่วมรอส่งพระบรมศพพระราชาผู้เป็นที่รักของเรา ท่ามกลางแดดร้อนและพื้นที่ที่จำกัด เล็กบอกน้องภูมิว่า “อดทนนะลูก เราอาจจะไม่พบใครที่เรารักมากพอที่จะทำอย่างนี้อีกแล้ว” ขอบคุณพระเจ้าที่น้องภูมิอดทนและได้กราบลาในหลวงของเราด้วยกัน (น้องภูริเริ่มโยเยในชั่วโมงที่สาม คุณก๊อกก็เลยต้องพาออกมาด้านนอก)

ตอนเดินกลับ เล็กบอกกับภูมิว่า “ขอบใจนะ ที่อดทนและทำให้แม่ได้อยู่ร่วมส่งในหลวงครั้งสุดท้าย แม่ภูมิใจในตัวภูมิมากๆ เลยนะ” ภูมิยิ้มและพูดว่า “ภูมิก็อยากอยู่ส่งท่านอยู่แล้วแม่ ภูมิก็รักในหลวงเหมือนกัน”

DCIM104GOPRO

บันทึกของภูมิเกี่ยวกับวันที่ไปรอส่งในหลวง

15 ตุลาคม 2016

(ภาพวาดรถที่ใช้ส่งพระบรมศพ)
ภูมินั่งรอที่แยกอรุณอมรินทร์เพื่อรถคันนี้

ภูมิรอในหลวงรวมเวลา 3 ชั่วโมง (หรือ 3 ครึ่ง หรือไม่ก็ 4, จำไม่ได้!) แต่ภูมิเต็มใจรอเพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ภูมิจะได้รับในหลวง และเป็นเวลาที่ภูมิไม่ควรลืม และก็เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตภูมิที่ภูมิจะได้เจอในหลวง

พอรถมา ภูมิมองไปรอบๆ เกือบทุกคนร้องไห้ แม่ก็ร้อง ภูมิรู้สึกเสียใจมากเหมือนกัน แต่ยังไง ในหลวงก็ยังอยู่ในดวงใจ

(ภาพท้ายรถที่กำลังแล่นจากไป)

ภูมิอธิบายได้แค่นี้

20161015-_dsc8602-2