สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 3)

..ตอนนี้พ่อเล่านะครับ : )

Gardens by the bay

เมื่อครั้งที่แล้วที่เรามาสิงคโปร์ บริเวณ Gardens by the bay นี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง และไกด์บน Duck Tour บอกว่าที่นี่จะเป็น landmark แห่งใหม่ของสิงคโปร์20140910-IMG_1861

วันนี้ Gardens by the bay สวนกลางเมืองขนาด 625 ไร่ (ใหญ่กว่าสวนลุมพินีในกรุงเทพฯ ประมาณ 70%) กลายเป็นส่วนสำคัญของคุณภาพชีวิตของชาวสิงคโปร์ และเป็นที่จุดท่องเที่ยวของผู้คนที่มาเยี่ยมเยียนสิงค์โปร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้น (สำหรับผม) คือแนวคิดและลงมือสร้างโครงการนี้ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การเดินทางไป Garden by the bay ไม่ยุ่งยากครับ สามารถขึ้น MRT ลงที่สถานี Bayfront และเดินไปได้เลย พอถึงที่สวน จะเดินเล่นชมสวนไปเรื่อยๆ หรือจะนั่ง Shuttle bus (คนละ 2 S$) ตรงไปตามจุดท่องเที่ยวเลยก็ได้ วันนี้เราเดินชมส่วนต่างๆ ใน Gardens by the bay ทั้งหมด 3 จุดครับ คือ Flower Dome, Cloud Forrest และ OCBC Skyway & Supertrees Grove ใช้เวลากันไปประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ

Flower Dome20140910-IMG_1846
Flower Dome คือสวนต้นไม้และดอกไม้ในโดมกระจกขนาดใหญ่ประมาณ 2 สนามฟุตบอลที่มีการควบคุมสภาพอากาศแบบเมดิเตอเรเนียน เช่น บริเวณแอฟริการใต้ ในโดมจะแบ่งเป็น 9 สวนใหญ่ๆ มีต้นไม้จากทุกทวีปของโลก สำหรับคนที่ชอบดูสวนต้นไม้และดอกไม้ น่าจะมีความสุขไม่น้อยครับ เพราะสีสัน ความหลากหลาย และความสมบูรณ์ของต้นไม้และดอกไม้ที่นี่สุดยอดจริงๆ เดินๆ ไปก็เห็นหลายๆ คนกรี๊ดกราด ชี้ไม้ชี้มือตื่นเต้นกัน 20140919-Singapore_p3-120140910-IMG_1819

ถึงแม้ว่าครอบครัวเราจะชอบพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติมาก แต่ก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องพันธุ์ไม้สักเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับเด็กๆ อย่างน้องภูมิแล้ว เหมือนจะเป็นที่วิ่งเล่นสวยๆ เย็นๆ มากกว่า :D เราเลยให้งานง่ายๆ กับน้องภูมิ โดยให้วาดรูปและจดชื่อต้นไม้ที่ชอบ 5 ชนิด เพื่อให้เค้าได้หยุดมองความสวยงามของต้นไม้บ้าง และให้บันทึกชื่อสวนต่างๆ เพื่อให้มีโอกาสได้สังเกตความแตกต่างของต้นไม้ในแต่ละสวนที่เดินดูกัน (น่าเสียดายมาที่เราไม่สามารถเก็บสิ่งนี้น้องภูมิบันทึกไว้ได้ เพราะสมุดโน๊ตเล่มน้อยนี้หายไปที่ Singapore River Safari ที่แม่เล็กเล่าให้ฟังเมื่อตอนที่แล้ว20140910-IMG_1852

Cloud Forrest
ที่ชื่อ Cloud Forrest ก็เพราะว่าที่นี่มีเต็มไปด้วยต้นไม้ที่จะพบได้พื้นที่สูงระดับยอดเขาเท่านั้นครับ โดมกระจกใหญ่มหึมานี้ต้อนรับเราด้วยน้ำตกในร่มสูง 35 เมตร กับเสียงสายน้ำและละอองน้ำที่กระจายไปทั่ว ทำเอาหนาวสะท้านจนเกือบต้องถอยออกมา ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำตกสร้างขึ้น แต่มันก็ให้ความรู้สึกดีทีเดียวครับ เด็กๆ หลายคนวิ่งเข้าไปเล่นกับละอองน้ำกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งน้องภูมิด้วย ^^20140910-IMG_1906

ภายในโดม Cloud Forrest นี้ มีอาคารขนาด 6 ชั้น ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ รูปทรงเหมือนภูเขาใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้า การเดินเที่ยวบนเจ้าภูเขาจำลองนี้เริ่มจากขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนสุดแล้วค่อยๆ เดินลงมาตามทางเดิน treetop walk ที่ซอกแซก ทะลุไปมาครับ แต่ละชั้นจะพูดถึงแต่ละเรื่อง น้องภูมิสนุกกับการเดินบน treetop walk มากจนเราตามไม่ทัน ชั้นล่างสุดก่อนเดินออก จะมีวิดีโอสั้นๆ เรื่อง “+5 degrees” ที่พูดถึงว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ถ้าอุณหภูมิของโลกสูงเพิ่มขึ้นอีก 5 องศาเซลเซียส 20140910-IMG_188620140919-Singapore_p3-220140910-IMG_1913 20140910-IMG_1912

*ค่าเข้าชม Flower Dome และ Cloud Forrest อยู่ที่ 28 S$ สำหรับผู้ใหญ่ และ 15 S$ สำหรับเด็กนะครับ

OCBC Skyway & Supertrees Grove
Supertrees เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากมาเห็นมาก เพราะชอบเอกลักษณ์ของเจ้าต้นไม้เหล็กสูงตระหง่าน 11 ต้นท่ามกลางสวนเขียวกลางเมืองตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นจากภาพ จำได้ว่าตอนที่ได้อ่านเรื่องราวและเห็นภาพถ่าย ก็อดชื่นชมความสวยงามและแนวคิดการออกแบบของเจ้า Supertrees นี้ไม่ได้20140910-IMG_1964

เจ้า Supertrees เหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากต้น Karri ในประเทศออสเตรเลีย และไม่ได้สวยแต่ภายนอกนะครับ มันถูกสร้างให้มีระบบต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น มีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ (photovoltaic cells) เพื่อมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าในยามค่ำคืน มีระบบดูดและระบายอากาศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระบบทำความเย็น และอีกหลายส่วนที่ทำให้เจ้า Supertrees เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนกับต้นไม้ใหญ่จริงๆ20140919-Singapore_p3-320140910-IMG_1968

และถ้าเดินมาถึง Supertrees Grove แล้ว ก็อย่าพลาดขึ้นไปเดินบน OCBC Skyway นะครับ เป็นทางเดินสูง 22 เมตรจากพื้น เชื่อมระหว่าง Supertree สองต้น (ถ้าลมแรงหน่อยสะพานจะแกว่งนิดๆ ในเสียวเล่นๆ ด้วยครับ ^^) ยืนชมวิวและแสงสีในเมืองตรงนี้เพลินดีไม่น้อยเลย ถ้าไม่มีลูกมาด้วย จะยืนรับลมชมวิวคุยกับภรรยาตรงนี้นานๆ เลยครับ ^^ แนะนำว่ามาเดินช่วงหัวค่ำจะสวยกว่าและไม่ร้อนมากครับ

*ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใหญ่ 5 S$ และเด็ก 3 S$ ครับ20140910-IMG_1988

ส่วนที่เป็นสวนทั้งหมดของ Gardens by the bay นั้น ทุกคนสามารถเข้าใช้ได้ฟรี แถมยังมีสวนน้ำ (Far East Organization Children’s Garden) ทันสมัย เก๋ไก๋กลางสวนสำหรับชาวสิงคโปร์ที่สามารถเข้าใช้ได้ฟรีเช่นกัน ระหว่างที่เราเดินรอบๆ ก็เห็นคนทั่วไปเข้ามาออกกำลังกาย พักผ่อนกันแล้วอยากมีแบบนี้กลางกรุงเทพฯ บ้าง

การได้มาเดินที่ Gardens by the bay สำหรับผมให้ความรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่สิงคโปร์ตั้งใจสร้างขึ้นในประเทศที่มีพื้นที่เล็กกว่ากรุงเทพมหานครถึงครึ่งหนึ่ง*

จากมุมของนักท่องเที่ยว สวนสร้างแห่งนี้ก็มีความน่าสนใจสำหรับคนที่หลงไหลในต้นไม้ไม่น้อย และจากมุมของคนชอบไปสวนสาธารณะอย่างครอบครัวเรา ผมอิจฉาคนสิงคโปร์ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ดีๆ แบบนี้ได้แสนง่าย ถ้าอยากรู้ว่าสิงคโปร์จริงจังกับเรื่องสวนสาธารณะนี้แค่ไหน ลองดูเวลาเปิด-ปิดครับ ที่ Gardens by the bay นี้ให้บริการตั้งแต่ ตีห้าถึงตีสอง ทุกวันครับ20140910-IMG_2013

เสร็จจากที่ OCBC Skyway เราก็นั่ง MRT ไป 1 สถานีเพื่อไปขึ้น Singapore Flyer กันครับ ก่อนมา ผมขอร้อง(แกมบังคับ)แม่เล็กว่า ต้องมาขึ้น Singapore Flyer วันแรกที่มาถึงนะ เพราะสำหรับผม การได้มองเมืองจากที่สูงๆให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ถอยตัวเองออกมาจากชีวิตประจำวัน และถือเป็นการทักทายประเทศสิงคโปร์ และเริ่มต้นการเดินทางอย่างเป็นทางการ (รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะครับ ^^)20140910-IMG_2025

ตอนต่อไปจะมาเล่าสิ่งที่เราประทับใจที่ Singapore City Gallery นะครับ

– – – –

•  พื้นที่ประเทศสิงค์โปร์คือ 716.1 km² และพื้นที่กรุงเทพมหานครคือ 1,569 km²

สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 1)

ตอนที่ 1 : ก่อนออกเดินทาง

ครั้งนี้เป็นการพาลูกเดินทางไปสิงค์โปร์เป็นครั้งที่สองของครอบครัวเรา (อ่านบันทึกของทริปแรกได้ที่นี่นะครับ) สิ่งที่เราวางแผนและมองหาจากการเดินทางจึงแตกต่างจากครั้งแรก ตามวัยที่เติบโตขึ้นของน้องภูมิ นอกเหนือจากการไปเที่ยวสนุกแล้ว เราตั้งใจและอยากให้ทริปนี้เป็นห้องเรียนวิชา “โลกใบนี้มีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ” ไปพร้อมๆ กับเป็นก้าวแรกของการเป็นนักเดินทางจริงๆ เพราะแม้ว่าน้องภูมิจะมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับพ่อแม่มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการวางแผนการเดินทางเลย
20140805-IMG_0356

สิงคโปร์ คือประเทศที่เราชอบที่จะพาลูกไป เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นาน มีความปลอดภัยสูง การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะสะดวก บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อย ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร มีสถานที่ที่เราสามารถเรียนรู้และสนุกไปพร้อมๆ กันได้ทั้งครอบครัว และมีความสมดุลของความเจริญและพื้นที่สีเขียว (ข้อสุดท้าย พ่อกับแม่ชอบเป็นพิเศษ ^^) เป็นประเทศที่เรารู้สึกว่าสิ่งที่ได้มาค่อนข้างคุ้มกับเงินในกระเป๋าที่เสียไป20140917-Singapore-1-3

และครั้งนี้จะพิเศษกว่าที่เคย เพราะเราจะมีน้องภูริตัวน้อยติดตามพวกเราไปเรียนรู้โลกกว้างด้วย เพื่อให้การเดินทางของเราราบรื่นและเจ้าหนูมีความสุขตลอดการเดินทาง กระเป๋าเป้ใบใหญ่ของผมเลยมีของภูริสารพัด (มากกว่าของคนอื่นๆ) ทั้งอาหารแห้ง ขนม ของเล่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ฯลฯ
20140909-IMG_1606

บทเรียนแรกของการเป็นนักเดินทางของน้องภูมิคือ การวางแผนการเดินทาง

เราเตรียมตัวก่อนออกเดินทางประมาณ 2-3 สัปดาห์ เริ่มจากการหาข้อมูลเรื่องสถานที่เราทุกคนสนใจจากอินเทอร์เน็ตและขอแผนที่พร้อมข้อมูลอื่นๆ ที่สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ประจำประเทศไทย (อาคารสาทรสแควร์) ผมกับน้องภูมิช่วยกันดูตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ วางแผนเวลาแต่ละวันจากข้อมูลเรื่องเวลาเปิด-ปิดของแต่ละที่ คิดเรื่องรูปแบบการเดินทาง เช็คสภาพอากาศ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง20140820-IMG_0832-2

น้องภูมิได้เรียนรู้เรื่องการดูแผนที่ ดูทิศ การประมาณระยะทาง ทำความคุ้นเคยกับข้อมูลถนนหนทาง (มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างเดินทางกลับโรงแรม น้องภูมิได้พยายามบอกทางคนขับแท๊กซี่ และบอกถูกเสียด้วย ^^)

ป้อนข้อมูล ปูทางสู่ความเข้าใจ

นอกเหนือจากการวางแผนการเดินทางแล้ว เนื้อหาของบทเรียนที่บ้านเรียนของเราก็ถูกปรับให้สอดคล้องกับการเดินทางที่จะมาถึงด้วย เช่น การทำความรู้จักประเทศสิงคโปร์กันทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ ภูมิประเทศ ภาษา ประชากร เวลา สกุลเงิน กฏหมายพื้นฐานที่น่าสนใจ ฯลฯ รวมทั้งความรู้รอบตัวที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เค้ามองเห็นความแตกต่างและเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เค้าจะได้เห็นจริงๆ เวลาเดินทาง20140917-Singapore-1-8

บทเรียนประจำวันที่แม่เล็กสอนน้องภูมิก็ปรับไปตามสถานที่ที่จะไปด้วย เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ในลุ่มน้ำอะมเซอนที่เราอาจจะได้ไปเจอที่ River Safari และเรื่องอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เพื่อเตรียมตัวไปดูนิทรรศการ Human Body Experience ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ (Science Center) ของสิงคโปร์ เป็นต้น
20140907-IMG_157920140905-IMG_1530-2

ถึงเวลาจัดกระเป๋า..

ครั้งนี้น้องภูมิจะมีเป้สะพายหลังของตัวเองที่ต้องดูแล มีของทั้งหมดที่เค้าจะต้องใช้ ต้องทำ check list และตัดสินใจเองว่าจะเอาอะไรไปหรือไม่เอาอะไร จากข้อมูลที่เราอ่านเจอ เด็กอายุประมาณน้องภูมิไม่ควรแบกเป้ที่มีน้ำหนักเกิน 10% ของน้ำหนักตัว วันสุดท้ายก่อนไป น้ำหนักเป้น้องภูมิอยู่ 1.1 กก. (ประมาณ 5%)

20140908-IMG_1594

ช่วง 3-4 วันก่อนวันเดินทาง เรารู้สึกได้เลยว่าน้องภูมิตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก นั่งนับวันถอยหลังวันละหลายๆ ครั้ง ^^ เราเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกในห้องเรียนห้องใหญ่นี้ไม่แพ้กัน

20140917-Singapore-1-5

ด้านล่างคือสถานที่ที่เราไปกันในทริป 5 วันนี้นะครับ

วันที่ 1 (ช่วงบ่าย)
• ไปชื่นชม Gardens by the bay โครงการใหญ่ยักษ์ที่ต้องการจะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนเมือง
• นั่ง Singapore Flyer ดูวิวกลางคืนของเมือง

วันที่ 2
• ตามหา Tintin ที่ Tintin shop
• ไปดูเค้าวางแผนพัฒนาเมืองที่ Singapore City Gallery
River Safari Singapore

วันที่ 3
Cable car
Skyline Luge Sentosa ที่สนุกสมสโลแกนของเค้าที่ว่า “Once is never enough.”
• ไปเล่นน้ำที่สวนน้ำ Adventure Cove Waterpark

วันที่ 4
Science Centre Singapore  ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยมีเวลาพอ
Snow City ที่อุณหภูมิ -10 ℃
• ไปดูหนังสือที่ Kinokuniya สาขา Takashimaya Shopping Centre ที่เคยครองอันดับร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดใน South East Asia นานถึง 10 ปี

วันที่ 5
Singapore Botanic Gardens
• เดินเล่นที่ถนน Orchard

แล้วจะรีบหาเวลามาเขียนถึงรายละเอียดของที่ต่างๆ ให้อ่านกันต่อนะครับ :)