การหายตัวไปของ ‘ก๊ะ’ กระต่ายเน่าของภูริ

‘ก๊ะ’ เป็นตุ๊กตากระต่ายสีขาว นุ่มๆ เน่าๆ ที่น้องภูริรักมาก.ก.ก… ภาพที่ครอบครัวเราเห็นเป็นประจำก็คือภาพน้องภูริกอดก๊ะตอนหลับและตอนที่ตื่นลืมตามาเช้าๆ ภูริก็จะมีก๊ะอยู่ในมือเสมอ (ลากไปไหนมาไหนทั่วบ้านจนกว่าจะหายงัวเงีย) เป็นอย่างนี้มานานเกือบสามปีแล้ว จนรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพื่อนๆ ของครอบครัวเราจะได้อ่านเรื่องเล่าเกี่ยวกับก๊ะที่เล็กแชร์อยู่บ่อยๆ

ka1

น้องภูริรักกระต่ายตัวนี้มาก แต่เล็กก็ไม่อยากให้ลูกติดตุ๊กตามากเกินไปจนต้องมีติดตัวไปด้วยทุกที่ เพราะเล็กไม่อยากให้เราไปหลงลืมมันไว้ที่ไหน (เล็กเคยเห็นเด็กเล็กๆ ที่ทำตุ๊กตาตัวโปรดของตัวเองหาย น่าสงสารมาก T-T) เราก็เลยตกลงกันว่าเราจะพาก๊ะไปข้างนอกด้วยเวลาที่เราต้องเดินทางไปนอนค้างที่อื่นเท่านั้น ซึ่งภูริก็ตกลงและเราก็ทำอย่างนี้เสมอมา ไม่ว่าภูริไปจะนอนค้างที่ไหน ก๊ะก็จะได้ไปด้วยทุกครั้ง (อ่านเรื่องเล่าของก๊ะที่เล็กเคยแบ่งปันที่เพจได้ที่นี่นะคะ)

20160920-_mg_0138

ครั้งนี้เรามาเที่ยวดีสนีย์แลนด์ แน่นอนว่าก๊ะก็มาด้วย เล็กให้ภูริเอาก๊ะขึ้นเครื่องด้วยเพื่อช่วยให้เขาสบายใจและหลับง่ายเวลาอยู่บนเครื่อง พอถึงโรงแรมเราก็เอาก๊ะไว้ในห้องพักเหมือนทุกครั้ง คืนแรกผ่านไปด้วยดีไม่มีอะไร คืนที่สองหลังจากที่เรากลับมาจากสวนสนุกในช่วงค่ำ คุณก๊อกนั่งเช็คงาน ส่วนเล็กเตรียมจัดกระเป๋าให้พร้อมสำหรับการเช็คเอ้าท์พรุ่งนี้เช้า เด็กๆ อาบน้ำเสร็จก็นั่งดูทีวีกัน ยังไม่มีใครผิดสังเกตอะไร

20160920-_mg_0166

จนกระทั่งถึงเวลาเข้านอน ภูริถามหาก๊ะ ตอนที่ลูกถามหาเล็กก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน เพราะตอนที่เล็กไล่เก็บข้าวของลงกระเป๋าก็น่าจะเห็นผ่านตาบ้างแต่ก็ไม่ยักกะเห็น แต่ไม่เป็นไรก๊ะชอบหายตัวไปอยู่ตามซอกตามมุมของบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว ห้องพักนี้ก็เล็กกว่าบ้านเรามากลองหากันดูอีกทีเดี๋ยวคงเจอ เล็กพาเด็กๆ อธิษฐานและช่วยกันหาดูจนทั่วห้องอีกครั้งแต่ก็ไม่เจอ เอาละสิ… หายไปไหนได้ไงเนี่ย! >.<

ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณก๊อกกับภูมิลงไปแจ้งเรื่องที่ Lobby หลังจากทราบเรื่อง ทางโรงแรมก็ส่งเจ้าหน้าที่มาที่ห้องเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจอีกทีว่ามันไม่อยู่ที่ห้องแน่ๆ จากนั้นซักพักทางโรงแรมก็โทรศัพท์ขึ้นมาบอกว่า มันอาจจะติดไปกับผ้าปูที่นอนตอนแม่บ้านมาทำความสะอาดและตอนนี้ยังไม่สามารถติดตามได้ เพราะเขาส่งผ้าออกไปซักข้างนอก ต้องรอตอนเช้า T_T

20160929-screen-shot-2016-09-29-at-22-21-55

ตอนที่หาไม่เจอเล็กก็คิดว่าต้องเกิดจากความผิดพลาดตอนทำความสะอาดห้องแน่ๆ แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะถึงก๊ะจะไม่ได้เป็นตุ๊กตาตัวใหญ่แต่มันก็ไม่เล็กนะคะ (ความยาวประมาณฟุตนึง) และเวลาเราไปพักตามโรงแรมมันก็จะถูกวางทิ้งไว้บนเตียงเสมอตอนที่เราไม่อยู่ที่ห้อง …ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ T_T

คืนนั้นน้องภูริถามหาก๊ะจนหลับไป ภูริถามว่า ก๊ะอยู่ไหน? ทำไมเขาเอามันไป? แล้วเมื่อไหร่มันจะกลับมา? เล็กตอบลูกแล้วก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะในใจก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะได้กลับมาไม๊ คิดไปสารพัด ถ้ามันติดไปกับผ้าปูที่นอนจริงๆ แล้วเขาไปทำตกหล่นระหว่างทางล่ะ!… ป่านนี้มันอยู่ที่ไหน?… ถ้าหาไม่เจอจะบอกลูกยังไง?… ลูกคงต้องถามหามันไปอีกนาน..น.. (ภูริทำรถของเล่นหายเมื่อสองเดือนก่อน ทั้งที่ไม่ได้รักมากเท่าก๊ะ แต่ทุกวันนี้ก็ยังถามหาอยู่เลย T-T;)

แล้วคืนนี้ ก็เลยเป็นคืนแรกที่ภูริกับก๊ะไม่ได้นอนด้วยกัน

20150729-_mg_2877

ระหว่างที่เล็กพาเด็กๆ เข้านอน คุณก๊อกลงไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมอีกรอบ เพื่อบอกพวกเขาว่า ‘ก๊ะ’ สำคัญกับภูริและครอบครัวเรามากแค่ไหน ครั้งนี้ Housekeeping Manager และ Assistant เดินออกมาพูดคุยด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนก็ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขอโทษและพยายามอธิบายถึงสิ่งที่พวกเขาจะทำให้เราได้ในคืนนี้ …แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

ก่อนกลับขึ้นมาที่ห้อง Housekeeping Manager ขอให้คุณก๊อกเลือกของเล่นอะไรก็ได้จากร้านค้าไปให้ภูริเพื่อเป็นการปลอบใจ คุณก๊อกกลับขึ้นห้องมาพร้อมกับตุ๊กตามิคกี้เมาส์ (คุณก๊อกบอกว่าเขารู้ดีว่ามันแทนไม่ได้ แต่เห็นว่าตอนที่มาถึงที่นี่ภูริตื่นเต้นเวลาเจอมิคกี้เมาส์ เลยคิดว่าตุ๊กตามิคกี้เม้าส์ตัวนี้น่าจะช่วยได้บ้าง)

คุณก๊อกขึ้นมาถึงห้องเด็กๆ ก็หลับหมดแล้ว มีแต่เล็กนั่งน้ำตาไหลอยู่ T-T คุณก๊อกเล่าให้ฟังเรื่องของเล่นที่ทางโรงแรมฝากมาให้น้องภูริเพื่อปลอบใจ ความรู้สึกเล็กตอนนั้นบอกไม่ถูก รู้สึกว่าทางโรงแรมเขาก็พยายามที่จะดูแลเราดีนะ แต่ไม่สิ ไม่อยากได้ของเล่นใหม่ อยากได้กระต่ายเน่าตัวเดิม! เล็กเดินเอาตุ๊กตามิคกี้เมาส์ตัวนั้นไปคืน ยืนน้ำตาซึม ไม่ได้โวยไม่ได้เหวี่ยง แค่บอกเขาว่าเล็กขอไม่รับนะ แต่ขอร้องให้พวกคุณไปตามหาตุ๊กตากระต่ายตัวนั้นให้เจอ แล้วพามันกลับมาให้ได้ก่อนที่เราจะกลับ มันมีความหมายกับครอบครัวเรามาก ตุ๊กตาใหม่อีก 10 ตัวก็แทนไม่ได้ Housekeeping Manager 2 คน ยืนฟังเล็กอย่างเข้าใจ (และพยายามหาคำพูดที่จะปลอบป้าคนนี้) ทั้งสองรับปากว่าจะพยายามอย่างดีที่สุดและขอโทษอย่างมากกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

คืนนั้นดูเหมือนเล็กจะหลับยากกว่าภูริซะอีก คิดถึงหน้าก๊ะแล้วก็ใจหาย เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า นี่ลูกติดตุ๊กตา หรือว่าเราติดตุ๊กตาลูกกันแน่ >.< คิดๆ แล้วก็คิดถึงเรื่องของเอ็ดเวิร์ด ทูเลน (หนังสือเล่มโปรดของเล็กเมื่อ 10 ปีที่แล้ว) กระต่ายกระเบื้องที่ผลัดพรากจากเจ้าของตัวนั้น กว่ามันจะกลับมาเจอเจ้าของอีกทีก็ตอนที่เจ้าของโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ก๊ะมันเป็นตุ๊กตาผ้ามันคงไม่ทรหดอดทนได้เป็นสิบปีขนาดนั้น >.< …ภาพการผจญภัยของบรรดาของเล่นใน Toy Story ผุดขึ้นมาในหัว ก๊ะมันคงจะเรียก ภูริ! ภูริ! ชั้นอยู่ในกองผ้า… ช่วยด้วย..ย.ย.!!. แต่ก็… ขอบคุณพระเจ้ายังไงมันก็เป็นเพียงแค่ตุ๊กตา ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับลูกๆ ของเรา ….หรือว่า.. ถึงเวลาที่พระเจ้าเห็นว่าภูริควรจะ..เติบ..โต.ขึ้..น… Z..z..z…..z…..คร่อก..ฟี้…

ตอนเช้าก็เป็นอย่างที่เราคิดไว้ ภูริถามหาก๊ะตั้งแต่ตื่นลืมตา ภูริเก่งมาก ภูริแค่ถามหา ภูริไม่ร้องไห้ ไม่โยเย (แต่ถามวนอยู่อย่างนั้น แล้วก็พูดซ้ำๆ ว่าภูริคิดถึงก๊ะอะแม่ T-T) เล็กบอกเขาไปว่าเจ้าหน้าที่เขากำลังไปตามหาให้อยู่นะ มาอธิษฐานกัน

คุณก๊อกแต่งตัวเสร็จก็รีบลงไปที่ Lobby เพื่อตามเรื่อง ระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่เช็คเรื่องให้อยู่ Mr.Hong ซึ่งเป็น Housekeeping Manager รอบนี้ ก็มาพบคุณก๊อกบอกว่าได้รับเรื่องต่อจาก Housekeeping Manager เมื่อคืนแล้ว Mr.Hong กล่าวขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้งแล้วบอกว่าเขาเพิ่งได้รับการติดต่อมาว่าเจอตุ๊กตากระต่ายแล้ว ตอนนี้กำลังส่งกลับมา ถ้ามาถึงแล้วจะรีบเอามาให้ทันที

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ระหว่างที่พวกเรากำลังเดินเล่นในสวนของโรงแรม Mr.Hong ก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหาพวกเราพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ เขาย่อตัวลงตรงหน้าภูริแล้วค่อยหยิบก๊ะออกมาจาถุงพลาสติก ก๊ะของภูริ ก๊ะตัวเดิม ที่เพิ่มเติมคือตัวมันแฟ่บลงและขาวจั๊วะเลย (โดนน้ำยาซักผ้าขาวและลงเครื่องปั่นหนักไปแล้วแน่นอน) เสื้อยืดสีเทาตัวที่แม่เพิ่งตัดให้ก่อนเดินทางมาก็ไม่อยู่แล้ว (ไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่ตัดให้ใหม่) ขอบคุณพระเจ้า ยังไงก๊ะก็กลับมาแล้ว… ไปเที่ยวมาสนุกไม๊ รู้ป่าวแม่เป็นห่วง

20160929-screen-shot-2016-09-29-at-19-27-17

Mr.Hong กล่าวขอโทษน้องภูริและครอบครัวเราอย่างอ่อนน้อม พร้อมบอกกับเราว่าเขาเข้าใจดีว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนและเขาเสียใจมากๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น และขอมอบตุ๊กตามิคกี้เมาส์ (ตัวเมื่อคืน) ให้ภูริเพื่อเป็นการขอโทษ ภูริดีใจมากที่ก๊ะกลับมาและก็ดีใจด้วยที่มีเพื่อนใหม่เป็นมิคกี้เมาส์ พวกเรากล่าวขอบคุณ Mr.Hong  ที่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยให้เด็กๆ ไม่ต้องกลับบ้านไปพร้อมกับความทรงจำที่ไม่ดี … เพราะที่นี่คือดีสนีย์แลนด์ 

20160922-_mg_2026

เสร็จเรื่องแล้วเราก็เดินไปที่ห้องอาหารเพื่อทานอาหารเช้า ภูริอุ้มก๊ะไว้แนบตัวกอดมันแล้วพูดว่า “ขอโทษนะ” เล็กได้ยินก็เลยหันไปยิ้มแล้วบอกลูกว่า “มันไม่ใช่ความผิดของน้องนะ” ภูริตอบว่า “ไม่ใช่ความผิดของน้อง แต่น้องน่ารัก” ^^

20160922-_mg_2267

พอกลับมาถึงบ้านเล็กก็จัดการเปลี่ยนใส้ก๊ะให้ใหม่หมดเลย เพราะมันคงโดนปั่นด้วยเครื่องซักที่แรงมาก ใยสังเคราะห์เดิมถูกอัดจนเป็นก้อน หัวฟีบแบน ตัวเหี่ยว ส่วนใยสังเคราห์อย่างดีชุดใหม่ที่เพิ่งเติมไปให้ไม่ถึงสองเดือน ก็ไม่ฟูแล้ว ดูสภาพสิคะ

เปลี่ยนใส้ใยสังเคราะห์ให้ใหม่แล้วค่อยดูดีขึ้นหน่อย เล็กตัดเสื้อยืดตัวใหม่ให้แทนตัวที่หายไปด้วย ตอนนี้ก๊ะกลับมาหล่อเหมือนเดิมแล้วค่ะ :D

20160929-_mg_2419

ใครที่เคยมีประสบการณ์คล้ายๆ อย่างนี้แบ่งปันกันได้นะคะ โพสหน้าเล็กจะเขียนเล่าเรื่องน่ารักๆ ในดีสนีย์แลนด์ที่เราประทับใจให้อ่านนะคะ รอติดตามค่ะ :D

อิ่มอร่อย หลับสบาย จบหมดได้ในดิสนีย์แลนด์เลย

ทริปนี้เราพักกันที่ Disney’s Hollywood Hotel กันนะคะ คราวที่แล้วก็พักที่นี่แต่ยังไม่มีโอกาสเขียนเล่าให้ฟัง โพสนี้เล็กจะเขียนเล่าให้ฟังคร่าวๆ นะคะ เผื่อใครอยากจะพาเด็กๆ มาเที่ยวที่ดิสนีย์แลนด์ จะได้มีข้อมูล ^^

ดีสนีย์แลนด์ฮ่องกง จะมีส่วนของสวนสนุกและโรงแรมอยู่ในพื้นที่เดียวกันรวมเรียกว่า Disneyland Resort ปัจจุบันมีโรงแรมอยู่ 2 แห่งคือ Hong Kong Disneyland Hotel กับ Disney’s Hollywood Hotel และกำลังมีการก่อสร้างโรงแรมอีก 1 แห่ง ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้  โดยโรงแรมใหม่จะตั้งอยู่ระหว่าง 2 โรงแรมเดิมค่ะ

ที่ตั้งของโรงแรมทั้งหมดจะอยู่รอบนอกของสวนสนุก ไม่ห่างจากสวนสนุกมากนัก โดยเขาจะมีบริการรถ Shuttle Bus วิ่งรับส่งตลอดทั้งวัน ถ้าใครอยากจะใช้เวลาในสวนสนุกแบบเต็มที่ การพักโรงแรมในนี้เลยก็จะสะดวกมากค่ะ อยู่ชมดอกไม้ไฟตอนหัวค่ำจนจบแล้วค่อยกลับออกมาได้ ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองให้เหนื่อย นั่ง Shuttle Bus ไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงโรงแรมค่ะ

20160920-_mg_0401

Disney’s Hollywood Hotel จะเป็นโรงแรมที่ออกแบบตกแต่งในสไตล์ Art Deco มีกลิ่นอายยุคทองของ Hollywood ในความทรงจำ ช่วงยุค 60s สวยคลาสสิคค่ะ ห้องพักทุกแบบสามารถรองรับแขกเข้าพักได้สูงสุดถึง 4 คน เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนแบบครอบครัวมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเตียงเดียวคิงเบดหรือจะเป็นดับเบิ้ลเบด 2 เตียงก็นอนสบายค่ะ (ครอบครัวเรา 4 คนนอนมาแล้วทั้ง 2 แบบ ^^)  ถ้ามีเด็กเล็กก็สามารถแจ้งขอ Baby Cot ได้นะคะ ครั้งที่แล้วตอนภูริอายุขวบนิดๆ ก็ได้ใช้บริการนี้ค่ะ :)

20160920-_mg_0409

ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตามมาตรฐานโรงแรม ทั้งทีวี (มีช่องการ์ตูนของดีสนีย์ให้เปิดดูได้ทั้งวันค่ะ), ตู้เย็น, อุปกรณ์ชงชา-กาแฟ, ไดร์เป่าผม, ตู้เซฟ, Wifi ใช้ได้ทั่วโรงแรม และทุกห้องจะมีรองเท้าสวมในบ้านให้ 4 คู่ เป็นของผู้ใหญ่ 2 คู่ เด็ก 2 คู่ค่ะ รองเท้านี้จะมีลายเส้นรูปหัวมิคกี้ด้วยนะคะ และเราสามารถเก็บกลับบ้านได้เลยค่ะ เขาให้แขกเป็นที่ระลึก ^^

20160928-_mg_2381

ของที่ระลึกอีกอย่างที่เล็กชอบมากและว่ามันน่ารักดีก็คือ ชุดสบู่อาบน้ำในห้องน้ำ สบู่เหลวจะบรรจุอยู่ในขวดที่มีฝาเป็นรูปหัวมิคกี้ ทั้งสบู่เหลวและสบู่ก้อนผลิตโดย H2O+ อเมริกา จัดทำพิเศษสำหรับ Disneyland โดยเฉพาะ มีกลิ่นหอมแบบที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ แขกจะได้กลิ่นนี้ตั้งแต่เดินเข้า Lobby มาเลยค่ะ ^^ ชุดเครื่องอาบน้ำทั้งหมด (มีแปรงสีฟันให้ด้วย 4 ชุดค่ะ) ใส่ไว้ในถ้วยกระดาษปิดฝาด้วยหัวมิคกี้ซึ่งทั้งหมดนี้เราเก็บกลับบ้านได้เลยนะคะ น่ารักมากๆ ^^ <3 น้องภูริยังขออาบน้ำด้วยสบู่เหลวมิคกี้อยู่เลยค่ะ พออาบเสร็จก็บอกว่าภูริอยู่ที่ Hollywood Hotel

อ้อ..ชั้นล่างของโรงแรมจะมีร้านขายสินค้าดีสนีย์ให้เลือกซื้อด้วยนะคะ ช้อปของฝากนาทีสุดท้ายได้ตรงนี้เลยค่ะ ^^ สินค้าราคาเท่ากับในสวนสนุก แม้จะไม่ได้มีให้เลือกเยอะเท่าในสวนสนุกแต่ก็มีหลากหลายมากค่ะ

ร้านอาหารใน Disneyland Resort ก็มีให้เลือกหลากหลายค่ะ ถ้าชอบอาหารจีนที่โรงแรม Hong Kong Disneyland Hotel จะมีห้องอาหารจีน ‘Crystal Lotus’ ห้องอาหารจีนแบบโต๊ะจีนสุดหรู ดูหน้าตาอาหารสิคะว่าน่าทานขนาดไหน ส่วนรสชาติก็ไม่แพ้หน้าตาเลยค่ะ ทั้งของคาวของหวาน แถมเขาจะมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ในการตกแต่งอาหารเช่น ติมซำดีสนีย์ หรือซุปหอยเชลล์ที่มีฟักเขียวตัดเป็นรูปหน้ามิคกี้ เนี้ยบสวยเชียวค่ะ เจ้าซุปที่ว่านี่เป็นจานอร่อยติดดาวในใจเล็กเลยค่ะ กลมกล่อมมาก.ก.ก…. <3 ลุงเด้งพามาทานที่นี่ 2 ครั้งแล้ว ไม่เคยผิดหวังเลยค่ะ อร่อยทุกจาน บรรยากาศชนะเลิศ ^^

20160920-_mg_0346

ร้านอาหารจีนอีกร้านที่อยากแนะนำก็คือ ‘Plaza Inn’ ค่ะ ร้านนี้จะอยู่ในสวนสนุกนะคะ เป็นร้านอาหารในสวนสนุกที่เปลี่ยนภาพความคิดเดิมๆ ของเล็กเลยค่ะ ก่อนหน้านี้คิดว่าอาหารในสวนสนุกก็คงจะมีแต่พวกอาหารจานด่วน แต่ที่นี่เขาเสริฟอาหารจีนแบบโต๊ะจีนในภัตาคารหรูเลยค่ะ ดูเมนูและหน้าตาอาหารสิคะ ถ้าไม่ติดว่าต้องพาเด็กๆ ไปตามเก็บเครื่องเล่นที่เขาอยากเล่น เราคงนั่งละเลียดจิบชา ทานอาหารตรงนี้กันนานๆ เลยค่ะ

20160921-_mg_1341

สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปกับเหล่าคาแรคเตอร์แบบใกล้ชิด แนะนำให้จัดโปรแกรมพาเด็กๆ แวะไปทานอาหารบุฟเฟท์ที่ ‘Enchanted Garden’ โรงแรม Hong Kong Disneyland Hotel ซักมื้อนะคะ เป็นประสบการณ์และความทรงจำที่พิเศษมากสำหรับเด็กๆ เลยล่ะค่ะ เหล่าคาแรคเตอร์จะแวะเข้ามาทักทายและถ่ายรูปกับเด็กๆ ตามโต๊ะอย่างเป็นกันเอง น้องภูริกลับมาแล้วยังเล่าให้คนอื่นฟังเลยค่ะว่ามินนี่มาทานข้าวกับภูริ ^^

20160921-_mg_0754

20160921-_mg_0818

20160921-_mg_0842

20160921-_mg_0813

หรือถ้าพักที่ Disney Hollywood Hotel แล้วไม่อยากไปไหนไกล ที่โรงแรมก็มีห้องอาหารสไตล์บุฟเฟท์เหมือนกันค่ะ ชื่อว่า ‘Chef Mickey’ มีอาหารมากมากหลายอย่างให้ลิ้มลอง ทั้งอาหารจีน อาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่น ขนม ของหวานอีกเพียบ อิ่มอร่อยพุงกางกันไปเลยค่ะ ^^ ทานเสร็จก็เดินไปขึ้น Shuttle Bus ไปสนุกกันต่อที่ดิสนีย์แลนด์ได้สบายๆ 

20160922-_mg_206820160922-_mg_206620160922-_mg_2063

20160922-_mg_2035

ราคาห้องพักที่นี่จะมีเป็นแพ๊คเกจหลากหลายรูปแบบนะคะ ทั้งแบบกลุ่ม แบบรวมอาหารเช้า แบบรวมตั๋วเข้าสวนสนุก และยังมีโปรโมชั่นตามเทศกาลอยู่เรื่อยๆ จองล่วงหน้ายังได้ลดราคาสูงสุด 35% ด้วยนะคะ ลองตรวจสอบได้ตามลิงค์ข้างล่างเลยค่ะ ขอให้มีความสุขสนุกกับดีสนีย์แลนด์ดินแดนแห่งความฝันนะคะ :D

https://www.hongkongdisneyland.com/th/offers-discounts/limited-time-room-offer/?CMP=BAC-CoopXmas17BlPlThThHtlLtdRmOfr

ระหว่างที่เราท่องเที่ยวไปในดินแดนแห่งความฝันกันนั้น ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันกับ ‘ก๊ะ’ ตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดของภูริ ก๊ะหายไปจากห้องพัก! เกิดอะไรขึ้นกับก๊ะ? แล้วเรื่องราวจะคลี่คลายอย่างไร ติดตามในโพสหน้านะคะ ^^

รีวิวเครื่องเล่นที่ Hong Kong Disneyland กับแม่เล็ก(และน้องภูมิ) ^^

20160921-_mg_0902-3ครั้งนี้เรามาเยือน Hong Kong Disneyland ในช่วงใกล้เทศกาล Halloween ธีมของสวนสนุกในช่วงนี้จึงเป็น “Disney Halloween Time” บรรยากาศการจัดตกแต่งสถานที่ก็จะเน้นสีสันของวัน Halloween โดยเหล่าคาแรคเตอร์ต่างๆ ทั้งมิคกี้และมินนี่และตัวการ์ตูนที่เราคุ้นเคยอีกมากมายก็จะพากันแต่งกายในชุดแฟนซีฮาโลวีน ของขวัญของที่ระลึกในร้านค้าก็มีเป็นธีมฮาโลวีนให้เลือกมากมาย ไปจนถึงขนมและอาหารเขาก็จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้เข้ากับบรรยากาศ เช่น คัพเค้กแวมไพร์ หรือฮะเก๋ารูปหัวกระโหลกอะไรอย่างงี้ ^^

เด็กๆ ที่จะมาเที่ยวช่วงนี้และชื่นชอบสีสันและการแต่งชุดแฟนซีแบบฮาโลวีน ก็จัดเต็มกันมาได้เลยนะคะ ใครที่แต่งชุดได้เข้าบรรยากาศมากๆ เหล่าแคส (เจ้าหน้าที่ของดีสนีย์แลนด์) ก็จะเข้าไปทาบทามให้เข้าร่วมปาร์ตี้แต่งกายแฟนซีของมิกกี้และผองเพื่อน และจะได้เดินร่วมกับกลุ่มนักแสดงในขบวนพาเหรดด้วยนะคะ

20160921-_mg_1407

ขบวนพาเหรดประจำวันภาคบ่ายจะเป็น ‘Mickey’s Halloween Time Calvacade’ ประกอบด้วย มิกกี้ มินนี่ และกู๊ฟฟี่ บนตะเกียงฟักทอง Jack O’Lantern สีส้มสด ใหญ่ยักษ์สามอันซึ่งหมุนไปพร้อมกับมิตรสหายดิสนีย์อื่นๆ อีกหลายตัว สวยงาม ดูเพลินตามสไตล์ดีสนีย์ค่ะ อ้อ..เตรียมร่มและหมวกสำหรับเด็กๆ มาด้วยนะคะ ช่วงบ่ายแดดแรงมาก ถ่ายรูปสวยแต่ก็ร้อนมากค่ะ ^^’ ส่วนสีสันการแสดงภาคค่ำนั้นอาจจะไม่ค่อยเหมาะสำหรับเด็กเล็กเท่าไหร่นะคะ เพราะจะเป็นการแสดงแสงสีเสียงที่เน้นความหลอน.น… พอท้องฟ้ามืดบรรยากาศปราสาทเจ้าหญิงที่สวยหวานใจกลางสวนสนุกก็จะถูกเปลี่ยนเป็นปราสาทแม่มดผู้เกรี้ยวกราด ผู้ใหญ่ก็ดูเพลินๆ ค่ะ แต่เด็กๆ นี่อาจจะน่ากลัวไปหน่อย ^^’

พาเหรดภาคค่ำจะเป็น ‘Villains Night Out’ เหล่าคาแรคเตอร์ตัวร้ายของดีสนีย์ที่จะพากันออกมาเต้นด้วยใบหน้าที่ถมึงทึงเพื่อสร้างความน่าสะพรึงกลัว และในช่วงเทศกาล Halloween นี้ก็ยังมีโซนบ้านผีสิง ‘The Nightmare Experiment’ ที่ The Pavilion ให้เล่นด้วยค่ะ แต่ความที่เรามีลูกเล็ก เล็กเลยส่งให้คุณก๊อกไปสังเกตุการณ์คนเดียว ทั้งบ้านผีสิง และพาเหรดภาคค่ำ คุณก๊อกบอกว่าบ้านผีสิงนั้นสนุกดี มีหลอกให้ตื่นเต้นตกใจพอได้ยินเสียงวี้ดว้ายบ้าง สำหรับผู้ใหญ่ก็ถือว่าไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่ทั้งบ้านผีสิงและพาเหรดภาคค่ำเราคิดว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กนะคะ ถ้าครอบครัวไหนมีเด็กเล็กและอยากจะให้เด็กๆ ได้ชมพาเหรดของดีสนีย์ เล็กแนะนำให้มาช่วงใกล้ๆ ปีใหม่นะคะ ช่วงนั้นจะเป็นธีมคริสตมาส พาเหรดจะสวยงามและดูสนุกกว่ามากสำหรับเด็กๆ ค่ะ :)

ไปต่อกันที่เครื่องเล่นกันบ้างนะคะ มีเครื่องเล่นหลายตัวที่น้องภูมิทั้งติดใจและคาใจจากคราวที่แล้วและหมายมั่นมากๆ ว่าจะต้องมาเล่นให้ได้ ^^ ตอนท้ายเรื่องมีรีวิวส่วนตัวของน้องภูมิที่ให้คะแนนเครื่องเล่นและการแสดงแต่ละชุดด้วยนะคะ เผื่อใครจะตามรอยจะได้มีข้อมูลประกอบการวางแผนเที่ยว :D

20160921-_mg_1704

มาเริ่มกันที่เจ้า ‘RC Racer’ ที่คราวที่แล้วน้องภูมิอยากเล่นมาก.ก.ก… แต่ติดที่ส่วนสูงไม่ถึง (ขาดไป 5 ซ.ม.) ซึ่งถ้ายังไม่ถึงที่กำหนดไว้ยังไงเจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้เล่นค่ะ คราวนี้น้องภูมิมาพร้อมกับความสูงที่ผ่านเกณฑ์แล้วก็เล่นได้ละ เล่นเสร็จลงมาภูมิบอกให้คะแนนความหวาดเสียวสูงสุด ไม่กล้าลืมตาเลย เล็กถามว่าจะเล่นอีกไม๊ น้องภูมิหัวเราะแล้วก็ส่ายหน้า (ฮา) เครื่องเล่นตัวนี้จะเหมือนกับไวกิ้งสมัยก่อนหน่ะค่ะ เล็กยืนดูอยู่ข้างล่างยังเสียวเลยค่ะเจ้า ‘RC Racer’ มันเหวี่ยงสูงมาก.ก..ก…ก… อันนี้ยังไงแม่ก็ไม่ยอมเล่นเด็ดขาด ^^’

ต่อด้วย ‘Hyperspace Mountain’ เจ้าตัวนี้เป็นเครื่องเล่นที่คราวที่แล้วน้องภูมิชอบมาก เล่นกับป๊ารอบนึงแล้วก็มาชวนแม่ไปเล่นอีก เล็กเห็นน้องภูมิเล่นได้ก็คิดว่าคงจ ะไม่หวาดเสียวเท่าไหร่ ที่ไหนได้ลงมาขาสั่นเลย ^^’ มาครั้งนี้พิเศษกว่าเดิมอีกตรงที่เขาเปลี่ยนโฉมใหม่หมดเป็นธีม Star Wars มีแสงสีเสียงที่ตื่นเต้นเร้าใจ และทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังบินอยู่ใน X-Wing ท่ามกลางสงครามอวกาศสุดล้ำ ภูมิเล่นรอบแรกบอกว่าตื่นเต้นมาก ตะลึงอึ้งไปเลย แต่ก็ขอกลับไปเล่นอีก และเล่นอีก เบ็ดเสร็จเล่นไป 4 รอบ ^^

20160922-_mg_2161ทั้งภูมิและป๊าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุกมาก.ก..ก..ก.. อยากให้แม่ไปลอง เอิ่ม.ม..คราวที่แล้วขนาดไม่เร็ว ไม่หวือหวาเท่านี้แม่ยังจะแย่เลย ไม่เอาด้วยหรอก ^^’

ไหนๆ ก็พูดถึงเครื่องเล่นแรงๆ แล้วเรามาต่อด้วย ‘Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars’ เลยดีกว่า เจ้าตัวนี้ภูมิก็ชอบมากคราวที่แล้วก็เล่นไป 2 รอบ แต่เล็กยังไม่เคยเล่นและก็ไม่ได้คิดอยากจะเล่น (เล็กเป็นพวกไม่ค่อยกล้าเล่นเครื่องเล่นที่มันหวาดเสียวอยู่แล้ว ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งไม่กล้าเล่น ^^’) คราวนี้ 2 พ่อลูกทั้งฉุดทั้งดันบอกให้ลองดู สนุกมาก ภูมิบอกว่าอันนี้ภูมิให้คะแนนความหวาดเสียวน้อยกว่า ‘Hyperspace Mountain’ นะ แม่ต้องลอง – อ่ะลองก็ลอง ^^ ลองแล้วปรากฏว่า…สนุกดีค่ะ! ชอบๆ ^^ มันจะมีช่วงพีคที่หวาดเสียวมากๆ อยู่ประมาณซัก 1 – 2 นาทีเท่านั้น ใครที่ไม่ค่อยชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวแต่อยากเล่นอะไรที่สนุกๆ ตื่นเต้นบ้าง ‘Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars’ เป็นคำตอบได้นะคะ ^^

เครื่องเล่นอีกตัวที่เล็กยังไม่กล้าลอง แต่สองพ่อลูกชอบมากก็คือ ‘Toy Soldier Parachute Drop’ เครื่องเล่นจะพาผู้เล่นขึ้นไปสูงราวๆ 80 ฟุต แล้วก็ทิ้งดิ่งลงมาราวกับว่าเราจะตกกระแทกพื้น >.< ภูมิบอกขึ้นไปแล้วรู้สึกเหมือนตัวลอยได้ เสียวแต่สนุกดี อันนี้เล็กก็ขอบายค่ะไม่กล้าลองจริงๆ ^^

20160922-_mg_2131

มาที่เครื่องเล่นแบบสนุกๆ ที่น้องภูริ (3 ขวบ) เล่นได้กันบ้างนะคะ ที่ดีสนีย์แลนด์มีเครื่องเล่นที่เหมาะสำหรับเด็กเล็กๆ อยู่หลายอย่างเหมือนกันค่ะ ซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่เด็กเล็กเล่นได้และเด็กโตอย่างน้องภูมิ (8 ขวบ) ก็ยังเล่นสนุกอยู่ค่ะ เริ่มจาก ‘Dumbo the Flying Elephant’ กับ ‘Orbitron’ สองอันนี้จะคล้ายๆ กันค่ะ เป็นที่นั่งที่หมุนไปรอบๆ และให้ผู้เล่นบังคับที่นั่งขึ้น-ลงได้ นั่งตากลมสบายๆ เป็นเครื่องเล่นที่เล่นไปถ่ายรูปไปได้ค่ะ ^^

หรือจะให้สนุกตื่นเต้นขึ้นมาอีกนิดก็เป็นถ้วยหมุน ‘Mad Hatter Tea Cups’ เด็กๆ สนุกมากค่ะ หมุนกันมึน ^^

20160921-_mg_0946

‘Slinky Dog Spin’ ก็เป็นเครื่องเล่นที่น้องภูริเล่นได้นะคะ ตอนแรกยืนดูอยู่ข้างนอกก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่เพราะเล็กเองก็ยังไม่เคยเล่น เล็กถามเจ้าหน้าที่ว่าเด็กเล็กอย่างน้องภูริเล่นได้ไม๊ เจ้าหน้าที่พยักหน้า เราเลยลุย! ^^ เครื่องเล่นนี้ไม่มีอะไรหวือหวาค่ะ จะมีก็แค่เวียนหัวสำหรับผู้ใหญ่อย่างเรา เด็กๆ ชอบค่ะ ^^

20160922-_mg_2151

ถ้าไปเที่ยวในวันที่แดดจัด (เหมือนคราวนี้ที่เราไป) หลบร้อนพาเด็กๆ ไปเครื่องเล่นในห้องแอร์ก็ได้นะคะ มีเครื่องเล่นหลายอย่างเลยค่ะที่เป็นเครื่องเล่นสบายๆ เด็กเล็กเด็กโตก็สามารถเพลิดเพลินด้วยกันได้ เช่น ไปเยี่ยมชมคฤหาสน์และของสะสมโบราณที่ต้องมนต์ของลอร์ดเฮนรี่ มิสติก ใน ‘Mystic Manor’  อันนี้แฟนตาซี สวยงามและสนุกมากค่ะ (น้องภูริชอบ ออกมาเลยได้ตุ๊กตาลิงอัลเบิร์ตติดมือกลับบ้านมาด้วย ^^)

เครื่องเล่นต่อไปเด็กผู้ช่ายน่าจะชอบมากๆ เลยค่ะ ‘Buzz Lightyear Astro Blasters’ ขับเคลื่อนยานรบ XP-38 สเปซครูเซอร์ที่หมุนได้ 360 องศา เข้าไปต่อสู้กับเซิร์ก ด้วยอาวุธปืนเลเซอร์ สำหรับเด็กโตอย่างน้องภูมิเขาจะเล่นอย่างสนุกสนานเพื่อเก็บคะแนนอย่างจริงจัง ส่วนเด็กเล็กอย่างน้องภูริก็ยิงมั่วๆ ไป แค่มีไฟวื้บว้าบกับเสียงตี้ดๆ ต้าดๆ ก็สนุกมากแล้วค่ะ (ขอเล่นซ้ำด้วย ^^)

20160927-buzz02-2

สำหรับเด็กผู้หญิงหรือเด็กที่เล็กกว่าน้องภูริ ก็ไปนั่งโหลน้ำผึ้งเข้าไปผจญภัยในโลกแสนสนุกของหมีพูห์ ใน ‘The Many Adventures of Winnie the Pooh’ ได้นะคะ สนุกสนานแบบเบาๆ ค่ะ เสร็จแล้วเดินต่ออีกนิดไปล่องเรือชมตุ๊กตาเด็กๆ จากทั่วโลกขับขานบทเพลง “It’s a Small World (after all)” ที่ “It’s a Small World” ล่องเรือเพลินๆ เพลงเพราะๆ แอร์เย็นๆ คุณพ่อคุณแม่อย่าเผลอหลับนะคะ ^^

เด็กๆ ที่ชอบแนวผจญภัยสนุกๆ อย่าลืมไปล่องเรือ ‘Jungle River Cruise’ นะคะ เข้าไปผจญภัยในป่าลี้ลับที่เต็มไปด้วยอันตรายทั้ง จระเข้, งู, แมงมุมพิษและสัตว์ป่ามากมาย ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมานั้นไม่ใช่ของจริงนะคะ แต่เหมือนจริงจนรู้สึกตื่นเต้นทีเดียว อันนี้เล่นได้ทุกวัยค่ะทั้งภูมิและภูริชอบมาก

20160922-_mg_2111

มาดูเรื่องของโชว์กันบ้างนะคะ โชว์ที่เป็นสุดยอดห้ามพลาดเลยก็คือ โชว์ของ Disney Storybook Theater ซึ่งตอนนี้จะเป็นโชว์ชุด “Mickey and the Wonderous Book” การแสดงที่จะพาเราเข้าไปในโลกของหนังสือนิทานคลาสสิคของดีสนีย์ บอกได้เลยค่ะว่าสุดอลังการ ตระการตาจริงๆ ดูแล้วมีความสุขมาก.ก..ก…ค่ะ ใครไปเที่ยวห้ามพลาดเลยนะคะ เล็กชอบอันนี้มากที่สุด ^^ <3

20160921-_mg_1744

ส่วนอันนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชว์ได้หรือเปล่านะคะ เราเข้าไปนั่งชมเฉยๆ แต่สนุกดีค่ะ ‘Mickey’s PhilharMagic’ การผจญภัยไปกับโลกมายาของมิคกี้แบบ 3 มิติ ใส่แว่นตากันคนละอันดูสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยค่ะ เด็กเล็กๆ อย่างน้องภูริดูไปก็เอามือออกมาไขว่ขว้าภาพ 3 มิติ ที่เขาเห็นลอยอยู่ตรงหน้าไปด้วย สนุกมากๆ ค่ะ ^^

และก็มาถึงไฮไลท์ความสุขของน้องภูมิในทริปนี้ การได้ร่วมฝึกเป็นเจได! ใน Jedi Training: Trials of the Temple ภูมิได้ใช้ ไลต์เซเบอร์ฟาดฟันกับดาร์ธ เวเดอร์ จริงๆ สำหรับน้องภูมิ มันเจ๋งสุดๆ อะค่ะ ^^ น้องภูมิเป็นแฟนสตาร์ วอร์สมาอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ 4-5 ขวบ (รู้เรื่องราวของมหากาพย์นี้ดีกว่าแม่เยอะเลยค่ะ)

ช่วงนี้โซน Tomorrow Land ของดีสนีย์ จัดเป็นธีมสตาร์ วอร์ส น้องภูมิเดินเข้ามาในโซนนี้แล้วทุกอย่างมันใช่ไปหมดอะค่ะ ได้เห็นยาน X-Wing ใกล้ๆ ได้กระทบใหล่ ได้ใกล้ชิดกับชิวบาคก้าคู่หูของฮานโซโล และ R2D2 แถมๆ เดินๆ อยู่ก็เจอผู้กองฟาสม่าพร้อมกองทัพสตอร์มทรูเปอร์อีก ดีนะวันนั้นน้องภูมิใส่เสื้อ Stormtrooper พอดี เลยปลอดภัย ^^’ น้องภูมิสนุกมากอยู่แถวนี้ได้ทั้งวันอ่ะค่ะ ^^

20160921-_mg_1558

น้องๆ ที่มีอายุ 4-12 ปีสามารถเข้าร่วมได้ฝึกเป็นเจไดจิ๋วได้นะคะ เขาจะจัดเป็นรอบๆ รอบละประมาณ 20 คน ให้เช็ครอบและแจ้งกับเจ้าหน้าที่ก่อนเลยตั้งแต่มาถึงค่ะ เจ้าหน้าที่จะให้บัตรลงทะเบียนที่ระบุรอบที่เราจะได้ฝึก (และร่วมแสดง) แล้วพอใกล้ๆ ถึงเวลาเราก็มารับไลต์เซเบอร์และสวมเสื้อคลุมเจไดเพื่อเตรียมฝึกและต่อสู้กับพวก Dark Side ^^ เล็กนั่งดูเด็กๆ แล้วมีความสุขมากค่ะ คือหน้าตาเด็กๆ นี่อินกันมาก ภูมิเล่นเสร็จแล้วเล็กถามภูมิว่า “ตอนที่สู้กับดาร์ธ เวเดอร์ นี่ลูกคิดว่าลูกเป็นเจไดจริงๆ รึป่าว” น้องภูมิพยักหน้าแล้วยิ้มเขินๆ ชูสติ๊กเกอร์ที่ได้หลังจากผ่านการฝึกเป็นเจไดให้แม่ดูอย่างภาคภูมิใจ ^^

20160921-_mg_1668

ถ้ายังพอมีเวลาเหลือ อาจจะพาเด็กๆ นั่งรถไฟ ‘Hong Kong Disneyland Railroad’ เล่นได้นะคะ รถไฟของเมืองในฝันที่สวยงาม นั่งชิวๆ ชมวิวรอบสวนสนุก แถมแอบมีเซอร์ไพรส์น่ารักๆ ระหว่างทางด้วย ยังไงเตรียมกล้องถ่ายรูปไว้ให้พร้อมนะคะ ^^

นี่เป็นบันทึกการให้คะแนนเครื่องเล่นและการแสดงต่างๆ ที่น้องภูมิ (8 ขวบ) ทำไว้ค่ะ ^^

ใครมาเที่ยวที่ดีสนีย์แลนด์แล้วอยากมีเวลาพาเด็กๆ เล่นเครื่องเล่นอย่างเต็มที่ แนะนำว่าพักในโรงแรมของดีสนีย์แลนด์เลยก็จะสะดวกมากๆ ค่ะเขาจะมีแพ๊กเกจแบบรวมที่พักและตั๋วเข้าสวนสนุกด้วยนะคะ ลองเช็คดูค่ะ โพสหน้าจะเขียนเล่าให้ฟังเกี่ยวกับที่พักบ้าง ติดตามนะคะ :)


ตอนนี้ ดิสนีย์แลนด์มีโปรโมชั่นห้องพักกับส่วนลดสูงสุดถึง 35% และสามารถอัพเกรดห้องพักได้ฟรี! ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2560 นะคะ ดูรายละเอียดและจองผ่านลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ

https://www.hongkongdisneyland.com/th/offers-discounts/limited-time-room-offer/?CMP=BAC-CoopXmas17BlPlThThHtlLtdRmOfr

บิน Business Class ครั้งแรก

การเดินทางไปฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ครั้งล่าสุดนี้ ลุงเด้งและป้าไก่พาพวกเราและชาวคณะ Blogger รวมทั้งหมด 12 ชีวิต บินไปกับสายการบิน Hong Kong Airlines ในชั้น Business Class! ^^ นี่เป็นการใช้บริการ Business Class ครั้งแรกของครอบครัวเราเลยค่ะ เดินขึ้นเครื่องมาเห็นที่นั่งแล้วต้องร้องว้าว เบาะนั่งโอ่อ่ากว้างขวางจริงๆ

20160920-_mg_0214

20160924-14333112_1248613675206206_8232933904813775594_n

เราเดินทางกันด้วยเครื่องบิน Airbus A330 เบาะที่นั่ง Business Class ใหญ่และนั่งสบายจริงๆ ค่ะ ปรับเอนนอนได้เกือบราบเหยียดขาได้สุด ทุกที่นั่งจะมีหมอนและผ้าห่มไว้ให้เสร็จสรรพ เที่ยวบินขาไปเป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่นั่งแถวริมหน้าต่างถูกจัดวางให้เหลื่อมกับแถวกลางเล็กน้อยเพื่อเพิ่มพื้นที่ความเป็นส่วนตัว คิดว่าคนที่บินคนเดียวน่าจะถูกใจเลยหล่ะค่ะ แต่สำหรับเล็กที่มีน้องภูริที่เราจะต้องช่วยเหลือเขาในการทานอาหารอยู่บ้าง และเวลาจะหลับก็ยังอยากให้แม่อยู่ใกล้ๆ เจ้าที่กั้นตรงกลางระหว่างเบาะนั่งก็ดูจะเป็นปัญหานิดนึง ^^’

20160920-_mg_0254

แต่ในเที่ยวบินขากลับเครื่อง A330 รุ่นเก่ากว่าเที่ยวบินขามาเบาะที่นั่ง Business Class จะเป็นแบบเรียงแถวระดับเดียวกัน ซึ่งไม่เป็นส่วนตัวมากเท่าเที่ยวบินขาไป แต่เล็กชอบมากกว่านะคะ เพราะที่กั้นระหว่างเบาะไม่ใหญ่มากและสามารถพับเก็บได้ เหมาะกับแม่ลูกเล็กอย่างเรา ^^

20160922-_mg_2257

น้องภูมิเพลิดเพลินกับการพับๆ แกะๆ และสำรวจอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ในเวลาไม่นานนัก น้องภูมิก็สามารถใช้งานและจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แอบดูแล้วเขาคงจะมีความสุขมากทีเดียวที่ได้นั่งในที่นั่งแยกห่างจากป๊ากับแม่ ได้ช่วยเหลือตัวเองและมีพื้นที่เป็นส่วนตัว (น้องภูมินั่งที่นั่งแถวริมหน้าต่าง ซึ่งจะเป็นเบาะเดี่ยว) คงรู้สึกภูมิใจทีเดียวที่ได้ดูแลตัวเองแบบผู้ใหญ่ ^^

อาหารที่ให้บริการในชั้น Business Class เมนูหลักจะมี 2 รายการให้เลือก สร้างสรรค์เมนูโดยร้าน Blue Elephant (ร้านอาหารไทยชื่อดังซึ่งเป็น Partner กับ Hong Kong Airlines) เที่ยวไปเล็กเลือก Thai style stir fried noodles with pork and bell peppers เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดมีรสเผ็ดน้อยๆ ทานได้เพลินๆ ไม่เลี่ยน ส่วนของคุณก๊อกเป็น Tomato scrambled egg with veal sausage, lyonnaise potatos and ratatouille ถามคุณก๊อกดู เขาก็ว่าอร่อยเหมือนกัน :) ส่วนในเที่ยวบินขากลับเล็กเลือก Chicken alfredo fettuccine เป็นเส้นเส้นเฟตตูชินี่กับครีมซอสและเนื้อไก่ เนื้อไก่นุ่ม ครีมซอสกลมกล่อมมาก.ก… ปกติเล็กจะเป็นคนทานอาหารบนเครื่องไม่เคยหมด แต่จานนี้หมดเกลี้ยงค่ะ :D

นอกจากนี้ก็ยังมีเซ็ทอาหารสำหรับเด็กๆ ด้วยนะคะ เที่ยวไปเนื่องจากเป็นมื้อสายๆ เมนูเด็กก็จะเป็น ใส้กรอก ไข่เจียวแบบฝรั่งแล้วก็แฮชบราวน์ค่ะ ของหวานเป็นโยเกิร์ตกับผลไม้สด เที่ยวกลับเป็นอาหารเย็น เมนูเป็นมักกะโรนีซอสเนื้อ อร่อยมากๆ ค่ะ แถมเบาะนั่ง Business Class ที่กว้างขวางมาก ทำให้การทานอาหารบนเครื่องในทริปนี้สะดวกสบายมาก ทั้งตัวเราเองและเด็กๆ แอบติดใจแล้วสิ ^^

20160920-_mg_0225

20160920-_mg_0296

ลุงเด้งและป้าไก่บอกว่า Hong Kong Airlines มีโปรโมชั่นตั๋ว Business Class ซื้อ 1 แถม 1 อยู่เรื่อยๆ ราคาประมาณหมื่นนิดๆ ใครที่บินเป็นคู่และเป็นขาช้อปเล็กว่าคุ้มมาก เพราะน้ำหนักกระเป๋าได้ถึง 30 ก.ก. เลยค่ะ แถมเวลาเช็คอิน และขึ้น-ลงเครื่องก็ยังแยกต่างหากจากชั้น Economy สะดวกรวดเร็วไม่ต้องรอนาน (บริการ Lounge เล็กไม่ได้ไปสำรวจมาให้นะคะ เพราะขาไปเขาว่า Lounge ปิดปรับปรุง ส่วนขากลับเรามาถึงสนามบินพอดีๆ ไม่มีเวลาเดินสำรวจมากนัก ^^) ใครสนใจลองติดตามข่าวสารโปรโมชั่นได้ที่เพจ Hong Kong Fan Club นะคะ

เกริ่นเรื่องเล่าจากทริป ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ กับภูมิและภูริ

Hong Kong Disneyland with Bhoom and Bhuri

ทริปฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ครั้งนี้ มีความสุขและความสนุกต่างวัยของหนุ่มน้อย 2 คนเป็นตัวตั้ง บวกกับการมองหาประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับน้องภูมิในวัย 8 ขวบที่เราอยากให้เขาได้เห็นดิสนีย์แลนด์ในมุมใหม่ที่มากกว่าเครื่องเล่นแสนสนุกและสถานที่ที่สวยงาม

ประสบการณ์ใหม่ในทริปนี้ของเราเริ่มตั้งแต่การเดินทางชั้น Business Class ครั้งแรกของครอบครัว (ลองแล้วแอบติดใจ ^^) และต่อด้วยบริการน่ารักๆ ในดิสนีย์แลนด์ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

ครั้งนี้น้องภูมิกับแม่เล็กจะเขียนเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเครื่องเล่นและการแสดงในดิสนีย์แลนด์ว่าอันไหนใครชอบ ใครสนุก และน่าจะเหมาะกับเด็กวัยไหน เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนเที่ยวดิสนีย์แลนด์กัน

และยังมีเรื่องที่เราประทับใจเป็นพิเศษจากทริปนี้อีกหลายเรื่อง เช่น ภูมิได้สัมภาษณ์เป็นส่วนตัวกับอดีต Hong Kong Disneyland Ambassador, ได้เข้าไปในห้องนักบินและคุยกับกัปตัน และ ‘ก๊ะ’ ตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดของภูริหายไปจากห้องพัก! ^^

ใครที่กำลังคิดว่าอยากจะพาเด็กๆ ไปดิสนีย์แลนด์ รออ่านกันนะครับ

#HongKongDisneyland #HongKongFanClub #HongKongAirlines

‘สิ่งที่ดิสนีย์แลนด์สอนฉัน’กำลังสอนภูมิด้วย

20160917-_mg_0122

* For English, please scroll down.

น้องภูมิเมื่อวัย 6 ขวบ ดิสนีย์แลนด์ คือโลกในฝันที่เต็มไปด้วยความสุขและความสนุก จำได้ว่าขณะที่เรากำลังเดินออกจากดิสนีย์แลนด์ครั้งที่แล้ว ภูมิหันมาบอกแม่ว่า “วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ไม่อยากกลับเลย” ยังจำได้ดีว่าภูมิขอหยุดหันไปดู โบกมือบ๊าย บาย ให้ดิสนีย์แลนด์ และพูดกับสถานที่ให้ฝันแห่งนี้ว่า เราจะได้เจอกันใหม่

สัปดาห์หน้า เด็กชายภูมิในวัย 8 ขวบจะมีโอกาสกลับไปหาดิสนีย์แลนด์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เขาได้รู้จักอีกด้านหนึ่งของดิสนีย์แลนด์ ที่เป็นมากกว่าเครื่องเล่น หรือสถานที่ที่สวยงาม

“สิ่งที่ดิสนีย์แลนด์สอนฉัน” คือหนังสือที่เราตั้งใจให้ภูมิได้อ่านก่อนการเดินทางครั้งใหม่จะเริ่มขึ้น เพื่อให้เป็นเหมือนหนังสือนำเที่ยวเบื้องหลังรอยยิ้มและความสุขของทุกคนที่มาที่ดิสนีย์แลนด์ โลกของคนสร้างฝันให้เป็นจริงในใจของใครหลายคน

ตั้งแต่อ่านจบเรื่องแรก ภูมิก็บอกกับแม่เล็กว่า “ภูมิอยากเป็นแคสท์* ที่ดิสนีย์แลนด์ครับแม่”

* ดิสนีย์แลนด์เรียกพนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานพาร์ตไทม์ว่า ‘แคสท์ (Cast)’

ข้อมูลหนังสือ:
‘สิ่งที่ดิสนีย์แลนด์สอนฉัน’
หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราทุกคนอยากมอบความสุขให้แก่คนอื่นบ้าง

เขียนโดย Hiroshi Kamata
แปลโดย ดร.จารุนันท์ ธนสารสมบัติ
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ส.ส.ท. สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

– – –

Two years ago, Bhoom at the age of 6, Disneyland is the magical land full of happiness and fun.

I remember the night so well.

On our last visit, while we were walking out of Disneyland, Bhoom was quiet and looked sad as he didn’t want to leave. He said to his mom “Today is the last day here. I really don’t want to leave.” At the gate, he stopped and turned back, waved good-bye to Disneyland and softly said “I’ll see you again.”

Next week, what he told Disneyland that night is coming true. He’ll be going back to enjoy himself but with a broader view of this magical kingdom — because of one book we asked him to finish before this journey begins.

“Disney Service No Kamisama Ga Oshiete Kureta Koto” has given him a whole new perspective about happiness in Disneyland. It serves as a guide book to the spirits of people behind millions of smiles and happiness at Disneyland — not to the place.

After he finished the first chapter, he instantly told his mom “Mommy, I want to be a cast member* at Disneyland.”

* ‘Cast member’ is the word Disneyland calls every full-time and part-time employees.