Olivia and the Missing Toy (story reading)

คลิปน้องภูมิอ่านนิทาน 2 ภาษาเรื่องที่ 6 ค่ะ

‘Olivia and the Missing Toy’
พิมพ์ครั้งแรก 2003 โดย Atheneum Books for Young Readers

ใครที่เคยได้อ่านหนังสือชุด Olivia มาบ้างก็คงจะรู้จักหมูน้อยโอลิเวียใช่ไม๊คะ (เธอดังไม่ใช่เล่น ^^) ส่วนใครที่ยังไม่รู้จักเล็กขอแนะนำให้รู้จักเธอแบบคร่าวๆ นะคะ

Ian Falconer (ผู้แต่งและผู้วาด) สร้างหมูน้อยโอลิเวียขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลานสาวของเขาเอง โอลิเวียเป็นหมูน้อยที่มีความมั่นอกมั่นใจ เธอเชื่อว่าเธอสามารถทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง และเห็นว่าวันแต่ละวันก็คือโอกาสที่จะได้ลองในสิ่งใหม่ๆ

Olivia and the Missing Toy เป็นตอนที่โอลิเวียตามหาของเล่นแสนรักของเธอที่หายไป เธอรู้สึกหงุดหงิด เธอรู้สึกเสียใจและเธอรู้สึกโกรธ (ซึ่งก็คงจะเหมือนกับที่เด็กๆ ของเราเป็น) แต่ Ian Falconer ขมวดเรื่องนี้ให้จบลงอย่างน่ารักๆ ชวนให้อมยิ้ม และให้เด็กๆ เรียนรู้ไปด้วยกันว่า แม้แต่โอลิเวียก็ยังไม่สามารถโกรธตลอดไปได้ :D

Don’t let the pigeon drive the bus! (story reading)

คลิปน้องภูมิอ่านนิทาน 2 ภาษาเรื่องที่ 5 ค่ะ

‘Don’t let the pigeon drive the bus!’
พิมพ์ครั้งแรก 2003 สำนักพิมพ์ Hyperion Books for Children

Don’t let the pigeon drive the bus! เป็นหนังสือเด็กเล่มแรกของ Mo Willems และนับเป็นผลงานแจ้งเกิดในวงการหนังสือเด็กของเขาทีเดียว หนังสือเล่มนี้นอกจากจะอ่านสนุกแล้ว เนื้อหาของเรื่องก็ยังช่วยสอนให้เด็กๆ เรียนรู้จักการปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร และไม่หลงกลไปกับอุบายต่างๆ ที่อาจจะมีคนเข้ามาหลอกล่อ

เนื้อหาของหนังสือนั้นพูดคุยสื่อสารกับผู้อ่านที่เป็นเด็กโดยตรง ซึ่งดูจะเป็นแนวที่ Mo Willems ถนัดและเขาก็มีพรสวรรค์มากๆ หนังสือของ Mo Willems เกือบทุกเล่มที่น้องภูมิได้อ่านทำเอาน้องภูมิติดหนึบ อ่านได้หลายๆ รอบ แถมอ่านไปหัวเราะไปทุกรอบซะด้วยสิ ^^

Sleep Like a Tiger (story reading)


คลิปน้องภูมิอ่านนิทาน 2 ภาษาเรื่องที่ 4 ค่ะ

‘Sleep Like a Tiger’
พิมพ์ครั้งแรก 2012 สำนักพิมพ์ Houghton Mifflin Harcourt
หนังสือภาพเล่มนี้เหมาะที่จะเอาไว้อ่านก่อนนอนกับเด็กๆ มากเลยค่ะ เพราะเป็นเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยผู้ซึ่งไม่อยากจะเข้านอนเอาซะเลย (เหมือนเด็กที่บ้านเราเลยแฮะ ^^) เนื้อเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ และภาพประกอบชวนฝัน จะพาจินตนาการของเด็กๆ ล่องลอยออกไปไกลจากตัวของเขา ไกลจากห้องนอน แล้วก็จะพากลับมายังที่นอนด้วยความรู้สึกอบอุ่น สบาย

เล็กกับน้องภูมิชอบดูภาพประกอบของ Pamela Zagarenski มากค่ะ เพราะสวยงามและมีรายละเอียดชวนฝันจริงๆ เล่มนี้ได้รับรางวัล Caldecott Honor เหรียญเงิน ในปี 2013 ด้วยค่ะ

หวังว่าจะส่งเจ้าตัวเล็กเข้านอนกันได้ง่ายขึ้นบ้างนะคะ :D

Lost and Found (story reading)


คลิปน้องภูมิอ่านนิทาน 2 ภาษาเรื่องที่ 3 ค่ะ

Lost and Found เรื่องราวของมิตรภาพและการผจญภัยของเด็กชายคนหนึ่งกับเจ้าเพนกวิน นิทานเล่มนี้เป็นหนังสือภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากอีกเรื่องหนึ่งของนักวาดภาพประกอบคนดัง Oliver Jeffers พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2005 โดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์คอลลินส์ Lost and Found ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แอนนิเมชั่นในปี 2008 และได้รับรางวัลในระดับนานาชาติมากมาย

Harold and the Purple Crayon (story reading)


เรื่องที่ 2 มาแล้วนะคะ คราวนี้บอกน้องภูมิให้อ่านช้าลงแล้ว ตามคำแนะนำจากผู้ฟังในเรื่องแรกค่ะ ^^

“Harold and the Purple Crayon” เป็นเรื่องการผจญภัยของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ใช้สีเทียนสีม่วงแท่งโตของเขาสร้างสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างไปตามจินตนาการ เนื้อเรื่องสนุกๆ ประกอบกับลายเส้นที่วาดอย่างง่ายๆ ก็เลยทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ได้รับความนิยมมากว่า 50 ปีแล้วค่ะ

พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1955 และเป็นหนังสือเล่มที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Crockett Johnson

The Far Field (story reading)


สัปดาห์ก่อนครอบครัวเราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับงานบ้านเรียนของน้องภูมิที่เราจะทำกันในปีนี้ว่าน้องภูมิอยากจะเรียนรู้เรื่องอะไร อยากทำอะไรบ้าง ได้ออกมาหลายเรื่องเลยค่ะ หนึ่งในนั้นคือโครงการอ่านหนังสือเด็กที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนังสือดี มีคุณค่า ควรอ่าน

ซึ่งถ้าจะอ่านอยู่คนเดียวก็จะได้ประโยชน์อยู่คนเดียว เราก็เลยคุยๆ กันว่าเราจะสามารถแบ่งปันเด็กคนอื่นๆ ด้วยได้หรือไม่ อย่างไรดี

หลังจากคุยกันไปคุยกันมา เราเลยทดลองทำวีดีโอนี้ขึ้นมาเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเด็กๆ คนอื่นด้วย คุณพ่อคุณแม่ลองดูนะคะ ถ้าชอบก็ยกนิ้วโป้งบอกด้วยนะคะ ^^ หรือจะเขียนข้อความถึงเจ้าของเสียงก็ได้นะคะ เดี๋ยวให้เจ้าตัวเขามาอ่านเอง

เรื่องแรกนี้ชื่อว่า ‘The Far Field’ 1 ใน 4 เรื่องน่ารักจากหนังสือที่ชื่อว่า ‘Guess How Much I Love You Here, There and Everywhere’ เขียนโดย Sam McBratney พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2012 ค่ะ

‘The Far Field’

This story is one of four lovely stories from ‘Guess How Much I Love You Here, There and Everywhere’ book by Sam McBratney. It is first published in 2012.

Read in 2 languages (English & Thai) by Bhoom Tansirimas

NASA – A Human Adventure

เมื่อวานนี้เราไปนิทรรศการ NASA – A Human Adventure The Exhibition กับเด็กๆ บ้านเรียนและกลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรมกันมาครับ น่าตื่นตาตื่นใจมากจนรู้สึกว่าต้องรีบเขียนเล่า เพราะงานจะจัดแสดงเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น (1 ธ.ค. 2557 – 1 ก.พ. 2558) จัดแสดงที่ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ (Bangkok Convention Center) ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวนะครับ
สำหรับผมที่ไม่เคยชมนิทรรศการแบบนี้ NASA – A Human Adventure The Exhibition ถือว่าจัดได้อลังการเกินความคาดหมายมากครับ ด้วยความหลากหลายและขนาดของชิ้นส่วนที่นำมาจัดแสดง รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ ที่จำลองมาเหมือนของจริง สำหรับเด็กๆ นิทรรศการนี้คงจะพาจินตนาการของพวกเขาไปไกลถึงอวกาศเป็นแน่
ความสมจริงของยานอวกาศและชิ้นส่วนต่างๆ ในนิทรรศการนี้ทำน้องภูมิตื่นเต้นมาก (ผมก็ด้วย ^^) เพราะมันเหมือนกับในหนังที่เคยดู โดยเฉพาะจากเรื่อง Apollo 13 ที่สร้างจากโครงเรื่องจริง วันนี้เราได้เห็นแผงบังคับเจ้า Apollo Command Module ที่เหมือนกับฉากในหนังช่วงที่ James A. Lovell (Jim) และ John L. Swigert (Jack) นักบินอวกาศในยานอวกาศ Apollo 13 พยายามจะปรับองศาการบินให้เหมาะสมกับการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ช่วงที่ดูเจ้า Command Module นี้ เราคุยกันไม่หยุดเลยครับ 
ระหว่างเดินในงาน เราเห็นเจ้าหน้าที่จาก NASA ท่านหนึ่งเดินอยู่ (Todd Cannon) เลยชี้ให้น้องภูมิดู น้องภูมิรีบวิ่งเข้าไปคุยและขอถ่ายรูปและลายเซ็นด้วย ตอนขอลายเซ็น Todd บอกว่า “Really. I’m not someone important at NASA.” เรายืนยันด้วยรอยยิ้ม และตอบว่า “For his inspiration and good memory.” 
Todd เลยบอกน้องภูมิว่า วันนี้ (4 ธ.ค. 2557) จะมีการปล่อยยานอวกาศใหม่ “Orion” เพื่อทดสอบในโครงการล่าสุดของ NASA ที่ต้องการจะส่งนักบินอวกาศไปดาวอังคาร (Mars) และบอกให้น้องภูมิตามดูได้ที่ NASA TV ผ่านเว็บไซต์ http://www.nasa.gov ตื่นขึ้นมาเช้านี้ น้องภูมิรีบเตือนผมเรื่องนี้เลยครับ
แม่เล็กกับผมเดินเพลินมากจนมาถึงทางออกที่จะมีโซนเครื่องเล่นให้เล่น ในโซนนี้เราจะต้องเสียเงินเพิ่มถ้าต้องการเล่นเครื่องเล่น เรารู้สึกสะดุดเล็กน้อยที่กิจกรรมเปิดจินตนาการกลับมาปิดท้ายด้วยธุรกิจ สงสัยว่าเราจะเพลิดเพลินมากจนลืมไปว่านิทรรศการนี้เป็นงานเอกชน ^^
เราอยู่ในนิทรรศการกันเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ดูเหมือนจะไม่พอ ถ้าอยากจะค่อยๆ อ่านรายละเอียดต่างๆ ในงานให้ครบ พูดถึงตรงนี้แล้ว ผมรู้สึกเสียดายที่ป้ายแสดงรายละเอียดเล็กและอ่านยาก ไม่สะดวกสำหรับคนที่ต้องการอ่านข้อมูลจริงๆ ครับ ในงานอากาศค่อนข้างเย็น ติดเสื้อกันหนาวไปด้วยก็จะดีครับ
รายละเอียดนิทรรศการและการจองบัตรนะครับ