พาไปดู Siam Serpentarium

20161002-_mg_2812

สัปดาห์ก่อนครอบครัวเราพาเด็กๆ ไปเที่ยวเล่นที่สยาม เซอร์เพนทาเรียม (Siam Serpentarium) กันมาครับ เราไม่เคยรู้จักสถานที่นี้มาก่อนเลย แต่พอดีได้รับคำชวนจากครอบครัวที่สนิทกัน บอกว่าเด็กๆ ไม่ได้เจอกันนานแล้ว อยากเจอกันและหาความรู้กันที่นี่ เราตอบรับทันทีเพราะน้องภูมิชอบงูและสัตว์เลื้อยคลานมาก และเห็นว่าช่วงนี้คนไทยสามารถเข้าชมได้ฟรีด้วยครับ (ถึง 31 ตุลาคม พ.ศ.2559) เด็กๆ อยู่เล่นที่นี่กันทั้งวัน เลยอยากเขียนแบ่งปันว่าสถานที่เที่ยวเกี่ยวกับงูแห่งใหม่นี้เป็นอย่างไรบ้าง

สยาม เซอร์เพนทาเรียม (Siam Serpentarium) ตั้งอยู่แถวลาดกระบังครับ ถ้าขับรถไป ใช้ทางมอเตอร์เวย์จะสะดวกมาก สามารถเห็นอาคารได้จากมอเตอร์เวย์เลย ไม่ต้องกลัวหลง และที่จอดรถสะดวกสบาย (ดูแผนที่จาก Google Map ได้ที่นี่ครับ)

การเข้าชมที่นี่จะเป็นการเดินชมด้วยกันเป็นกลุ่ม โดยมีเจ้าหน้าที่อธิบายข้อมูลในแต่ละจุดให้ฟัง (มีการนำชมทุกๆ 15 นาที) หลังจากเดินเข้าประตูไปแล้ว ด้านในจะแบ่งออกเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ครับ

โซนที่ 1 เป็นโซนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงู การออกแบบสถานที่มีลูกเล่นน่าสนใจ และมีการสร้างเรื่องราวชวนให้ผู้เข้าชมติดตามครับ

20161002-_mg_2586 

โซนที่ 2 เป็นโซนจัดแสดงงูจริง บรรยากาศดี เดินเพลิน เด็กๆ เดินไล่ดูทุกตู้และสนุกกับการมองหาว่างูแต่ละตู้อยู่ที่ไหน โซนนี้ภูมิชอบมากครับ

20161002-_mg_2661

โซนที่ 3 เป็นโซนการแสดงโชว์งูและการรีดพิษงู จะมีการแสดงปกติตลอดวัน ส่วนการแสดงโชว์พิเศษจะมีทั้งหมด 4 รอบ (11:00, 13:30, 14:30 และ 16:00 น.) ผมไม่ได้ดูโชว์พิเศษนะครับ แต่เห็นคุณพ่อที่มาด้วยกันบอกว่าสวยดีครับ

20161002-_mg_2719

โซนที่ 4 เป็นร้านขายของที่ระลึก ของส่วนใหญ่จะเป็นของที่จัดไว้สำหรับขายนักท่องเที่ยวต่างชาติครับ 

ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่และทราบมาว่าที่นี่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวจีนมาก่อนหน้านี้นานพอสมควรแล้ว แต่เพิ่งมาเปิดให้คนไทยได้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายนนี้เอง

ประสบการณ์รวมๆ ของการมาที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่าแหล่งเรียนรู้ครับ บรรยากาศดูสนุก น่าสนใจ แต่มีรายละเอียดไม่มาก และไม่สามารถใช้เวลาอย่างอิสระเพื่อค่อยๆ เรียนรู้ พูดคุยกันไปได้ (โซนที่ 1) เพราะจะต้องเดินตามเจ้าหน้าที่นำชมไปเป็นรอบๆ ครับ

ที่นี่มีร้านอาหารบริการ ชื่อว่า Snaka Cafe กลุ่มเราได้ลองกันน่าจะทุกเมนู เนื่องจากไปกันหลายครอบครัวครับ อาหารรสชาติดี ราคามิตรภาพ ฝากท้องได้ครับ :)

ตอนนี้เปิดให้คนไทยเข้าชมได้ฟรีถึง 31 ตุลาคม 2559 นะครับ

ค่าเข้าชมปกติ
ผู้ใหญ่ 350 บาท
เด็ก 150 บาท (สูง 90-135 ซ.ม.)

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและเด็กที่มีความสูงน้อยกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี
  • นักเรียน/นักศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ปริญญาตรี แสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษาที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเพื่อรับส่วนลดพิเศษ

(ลิงก์ข้อมูลค่าเข้าชม)

เกริ่นเรื่องเล่าจากทริป ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ กับภูมิและภูริ

Hong Kong Disneyland with Bhoom and Bhuri

ทริปฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ครั้งนี้ มีความสุขและความสนุกต่างวัยของหนุ่มน้อย 2 คนเป็นตัวตั้ง บวกกับการมองหาประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับน้องภูมิในวัย 8 ขวบที่เราอยากให้เขาได้เห็นดิสนีย์แลนด์ในมุมใหม่ที่มากกว่าเครื่องเล่นแสนสนุกและสถานที่ที่สวยงาม

ประสบการณ์ใหม่ในทริปนี้ของเราเริ่มตั้งแต่การเดินทางชั้น Business Class ครั้งแรกของครอบครัว (ลองแล้วแอบติดใจ ^^) และต่อด้วยบริการน่ารักๆ ในดิสนีย์แลนด์ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

ครั้งนี้น้องภูมิกับแม่เล็กจะเขียนเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเครื่องเล่นและการแสดงในดิสนีย์แลนด์ว่าอันไหนใครชอบ ใครสนุก และน่าจะเหมาะกับเด็กวัยไหน เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนเที่ยวดิสนีย์แลนด์กัน

และยังมีเรื่องที่เราประทับใจเป็นพิเศษจากทริปนี้อีกหลายเรื่อง เช่น ภูมิได้สัมภาษณ์เป็นส่วนตัวกับอดีต Hong Kong Disneyland Ambassador, ได้เข้าไปในห้องนักบินและคุยกับกัปตัน และ ‘ก๊ะ’ ตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดของภูริหายไปจากห้องพัก! ^^

ใครที่กำลังคิดว่าอยากจะพาเด็กๆ ไปดิสนีย์แลนด์ รออ่านกันนะครับ

*** อ่านบล๊อกแล้วตามไปเจอกันได้บ่อยๆ ได้ที่ Facebook.com/bhoomplay นะคะ ***


ตอนนี้ ดิสนีย์แลนด์มีโปรโมชั่นห้องพักกับส่วนลดสูงสุดถึง 35% และสามารถอัพเกรดห้องพักได้ฟรี! ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2560 นะคะ ดูรายละเอียดและจองผ่านลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ

https://www.hongkongdisneyland.com/th/offers-discounts/limited-time-room-offer/?CMP=BAC-CoopXmas17BlPlThThHtlLtdRmOfr

#HongKongDisneyland #HongKongFanClub #HongKongAirlines

NASA – A Human Adventure

เมื่อวานนี้เราไปนิทรรศการ NASA – A Human Adventure The Exhibition กับเด็กๆ บ้านเรียนและกลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรมกันมาครับ น่าตื่นตาตื่นใจมากจนรู้สึกว่าต้องรีบเขียนเล่า เพราะงานจะจัดแสดงเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น (1 ธ.ค. 2557 – 1 ก.พ. 2558) จัดแสดงที่ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ (Bangkok Convention Center) ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวนะครับ
สำหรับผมที่ไม่เคยชมนิทรรศการแบบนี้ NASA – A Human Adventure The Exhibition ถือว่าจัดได้อลังการเกินความคาดหมายมากครับ ด้วยความหลากหลายและขนาดของชิ้นส่วนที่นำมาจัดแสดง รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ ที่จำลองมาเหมือนของจริง สำหรับเด็กๆ นิทรรศการนี้คงจะพาจินตนาการของพวกเขาไปไกลถึงอวกาศเป็นแน่
ความสมจริงของยานอวกาศและชิ้นส่วนต่างๆ ในนิทรรศการนี้ทำน้องภูมิตื่นเต้นมาก (ผมก็ด้วย ^^) เพราะมันเหมือนกับในหนังที่เคยดู โดยเฉพาะจากเรื่อง Apollo 13 ที่สร้างจากโครงเรื่องจริง วันนี้เราได้เห็นแผงบังคับเจ้า Apollo Command Module ที่เหมือนกับฉากในหนังช่วงที่ James A. Lovell (Jim) และ John L. Swigert (Jack) นักบินอวกาศในยานอวกาศ Apollo 13 พยายามจะปรับองศาการบินให้เหมาะสมกับการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ช่วงที่ดูเจ้า Command Module นี้ เราคุยกันไม่หยุดเลยครับ 
ระหว่างเดินในงาน เราเห็นเจ้าหน้าที่จาก NASA ท่านหนึ่งเดินอยู่ (Todd Cannon) เลยชี้ให้น้องภูมิดู น้องภูมิรีบวิ่งเข้าไปคุยและขอถ่ายรูปและลายเซ็นด้วย ตอนขอลายเซ็น Todd บอกว่า “Really. I’m not someone important at NASA.” เรายืนยันด้วยรอยยิ้ม และตอบว่า “For his inspiration and good memory.” 
Todd เลยบอกน้องภูมิว่า วันนี้ (4 ธ.ค. 2557) จะมีการปล่อยยานอวกาศใหม่ “Orion” เพื่อทดสอบในโครงการล่าสุดของ NASA ที่ต้องการจะส่งนักบินอวกาศไปดาวอังคาร (Mars) และบอกให้น้องภูมิตามดูได้ที่ NASA TV ผ่านเว็บไซต์ http://www.nasa.gov ตื่นขึ้นมาเช้านี้ น้องภูมิรีบเตือนผมเรื่องนี้เลยครับ
แม่เล็กกับผมเดินเพลินมากจนมาถึงทางออกที่จะมีโซนเครื่องเล่นให้เล่น ในโซนนี้เราจะต้องเสียเงินเพิ่มถ้าต้องการเล่นเครื่องเล่น เรารู้สึกสะดุดเล็กน้อยที่กิจกรรมเปิดจินตนาการกลับมาปิดท้ายด้วยธุรกิจ สงสัยว่าเราจะเพลิดเพลินมากจนลืมไปว่านิทรรศการนี้เป็นงานเอกชน ^^
เราอยู่ในนิทรรศการกันเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ดูเหมือนจะไม่พอ ถ้าอยากจะค่อยๆ อ่านรายละเอียดต่างๆ ในงานให้ครบ พูดถึงตรงนี้แล้ว ผมรู้สึกเสียดายที่ป้ายแสดงรายละเอียดเล็กและอ่านยาก ไม่สะดวกสำหรับคนที่ต้องการอ่านข้อมูลจริงๆ ครับ ในงานอากาศค่อนข้างเย็น ติดเสื้อกันหนาวไปด้วยก็จะดีครับ
รายละเอียดนิทรรศการและการจองบัตรนะครับ

Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (3)

วันที่ 2 (ต่อ) นะคะ ^^

เราทานอาหารกลางวันกันที่ Plaza Inn ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง พวกติ่มซำ เป็ดย่าง หมูย่าง และอื่นๆอีกมากมาย ที่เล็กชอบมากที่สุดคือเมนูธรรมดาๆ อย่างข้าวผัด คือ.. มันอร่อยไม่ธรรมดาอ่ะค่ะ ^^ ในรูปที่เห็นอาหารเยอะๆ เต็มโต๊ะนี่คือทานกับชาวคณะที่ไปด้วยกันนะคะ ไม่ใช่แค่บ้านเรา >.< อาหารจานใหญ่มาก ทานกันตั้งหลายคนยังเหลือเลย >.< อิ่มแล้วก็ไปลุยต่อที่ Grizzly Gulch แค่เดินเข้าไปถึงก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วค่ะ เพราะนอกจากโซนนี้จะตกแต่งให้เป็นเหมือนเมืองในดินแดนตะวันตกที่ดูย้อนยุคแล้ว เรายังได้ยินเสียงกรี้ด..ด.. ดังแว่วอยู่เป็นระยะๆ เสียงกรี้ดที่ว่านี่มาจากเจ้าเครื่องเล่นที่เรียกว่า Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars ซึ่งจะคล้ายๆ กับรถไฟเหาะ แต่มีทั้งเดินหน้าและถอยหลัง มุดเข้าถ้ำ >.< ดูแล้วท่าทางจะเสียวกว่า Space Mountain เมื่อวาน เล็กก็เลยขอผ่าน (อยู่เฝ้าน้องภูริดีกั่ว ^^’) น้องภูมิกับปาป๊าเลยพาเล่นกันไปซะ 2 รอบ (น้องภูมิเป็นคนขอเล่นอีกรอบ >.<“)


โซนต่อไปเป็นโซนที่เรียกว่า Mystic Point เมื่อเดินเข้าไปเราก็จะเห็นปราสาทของท่าน Lord Henry ที่สวยงามสูงเด่น เป็นปราสาทที่มีดีไซน์คล้ายๆ โบสถ์รัสเซีย สวยงามเก๋ไก๋ทีเดียวค่ะ ภายในเขาว่ามีงานศิลปะและของสะสมมากมายที่ท่าน Lord Henry ได้สะสมไว้ และเรากำลังจะเข้าไปชมใน Mystic Manorเรื่องเล่ามีอยู่ว่าท่าน Lord Henry เป็นนักเดินทางและชอบสะสมงานศิลปะและของหายาก เมื่อสะสมไว้มากก็เลยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้พวกเราเข้าไปดู แต่ในของสะสมเหล่านี้มีกล่องเพลงวิเศษอยู่อันนึง ซึ่งท่าน Lord Henry กำชับเจ้าลิง Albert (ลิงของท่าน) ว่าห้ามไปแตะต้องกล่องเพลงนี้เด็ดขาด แต่… ขณะที่พวกเรากำลังจะเข้าไปชมของที่ท่าน Lord Henry สะสมไว้ เจ้าลิง Albert ดันไปเปิดกล่องซะนี่ >.< ผงวิเศษก็เลยปลิวกระจายไปทำให้ของสะสมทุกอย่างเกิดมีชีวิตขึ้นมา… อู้ว..ว.. ^^dnhk_34ต้องบอกว่า Mystic Manor เป็นประสบการณ์ที่สนุกมากๆ ค่ะ สมแล้วที่เป็นหนึ่งในของเล่นยอดนิยมของที่นี่ เทคนิคแสง สี เสียงต่างๆ นั้นให้ความรู้สึกที่แฟนตาซีมากๆ เล็กชอบมากแถมน้องภูริก็เข้าไปเล่นได้ด้วย ^^

หลังจากให้พี่ภูมิได้พักกินไอศครีมมิคกี้เมาส์และน้องภูริได้งีบหลับช่วงบ่ายแล้ว เราก็เอาใจเด็กน้อยด้วยการพาไปนั่งเรือชิลๆ รอบโลกใน It’s a Small World โลกใบเล็กที่แสนสวยงาม (ตุ๊กตา) ทุกชาติ ทุกภาษา มาร่วมแบ่งปันความสุขด้วยเสียงเพลงและการเต้นรำ ดูเพลิดเพลินและเหมาะกับเด็กเล็กๆ อย่างน้องภูริมากเลยค่ะ ถูกใจเด็กน้อยขนาดว่าลุกขึ้นยืนเต้นตามจังหวะเพลงไปด้วยตลอดทาง แถมตอนที่หมดรอบแล้วยังเกาะที่นั่งไม่ยอมลงอีกต่างหาก >.<ใกล้ๆ กับ It’s a small world คือ The Golden Mickeys การแสดงบนเวทีอลังการที่หลายคนแนะนำว่าควรไปดู

ใครๆ ก็พูดกันว่า ถ้ามาเที่ยว Disneyland สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือการดูโชว์ เพราะโชว์ที่นี่จะเป็นแบบจัดเต็มมากๆ และนี่ก็เป็น Stage Show โชว์แรกและโชว์เดียวที่เราได้ดูในทริปนี้เลยค่ะ The Golden Mickeys การแสดงชุดนี้จะพาเราย้อนกลับไปสัมผัสกับภาพยนตร์การ์ตูนของดีสนีย์หลายต่อหลายเรื่องที่เราเคยประทับใจ ทั้ง Tarzan, Mulan, Beauty and the Beast, Toy Story ฯลฯ ทั้งเสียงเพลง แสง สี เสียง และลีลาของนักแสดงก็ทำให้เล็กรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปตอนที่เราได้ดูการ์ตูนเรื่องนั้นๆ  เป็นโชว์ที่สวยงามและน่าประทับใจจริงๆ ค่ะ :)เย็นนี้พวกเราไปทานอาหารค่ำกันที่ Main Street Conner Cafe อาหารสไตล์อเมริกัน พวกสเต๊กต่างๆ เนื้อเสต็กนุ่มมาก ล๊อบสเตอร์ก็เนื้อแน่นหอมหวานทีเดียว อร่อยมากๆ ค่ะ เสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยเพราะกล้องเราแบตหมด >.< ภาพอาหารที่เห็นข้างล่างมาจากกล้องของลุงเด้งค่ะ (ขอบคุณมากๆ เลยนะคะลุงเด้ง ^^) นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว ที่ได้ใจเรามากที่สุดก็เห็นจะเป็นเจ้าเครื่องดื่มที่เรียกว่า Paint the Night ที่มีลูกเล่นเป็นไฟรูปน้ำแข็ง และรูปหัวมิคกี้เมาส์ โดยไฟนี้จะสว่างเมื่ออยู่ในน้ำเท่านั้น :D น้องภูมิเก็บเจ้าไฟนี้กลับมาด้วย (ตอนนี้เอาไว้เล่นกับน้องตอนอาบน้ำ ^^)

ทริปนี้เราได้ทานอาหารใน Disneyland หลายมื้อ หลายร้าน เล็กกับคุณก๊อกมีความเห็นเหมือนกันคือ อาหารที่นี่อร่อยมากทุกอย่าง ทุกร้านเลย (เอ… หรือเราใช้พลังงานไปเยอะก็ไม่รู้ ^^’)เรากระเตงลูกเดินเที่ยวกันจนแทบจะหมดแรง แต่น้องภูมิก็อยากจะอยู่ดูดอกไม้ไฟก่อนกลับ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ดอกไม้ไฟที่จุดตลอด 20 นาทีนั้นสวยงามและตระการตาจริงๆ ดูไปร้องอู้หูกันไปจนจบเลยค่ะ ถ้าไม่ได้รอดูคงจะเสียดายมาก >.< เราไม่ได้ถ่ายรูปดอกไม้ไฟไว้เลย เพราะนอกจากกล้องจะแบตหมดแล้วคนที่รอดูยังเยอะมาก คุณก๊อกต้องอุ้มน้องภูมิ เล็กอุ้มน้องภูริยืนดูจนจบเลยค่ะ ^^’

ตอนเดินกลับออกมาขึ้นรถบัส น้องภูมิหันมาถามเล็กด้วยน้ำเสียงแบบใจหายว่า “แม่ครับ พรุ่งนี้เราจะไม่ได้มาที่ดิสนีย์แลนด์อีกแล้วเหรอ” เล็กเข้าใจความรู้สึกเบื้องหลังประโยคนี้ดี ก็เลยต้องช่วยดึงความรู้สึกดีๆ ของเด็กน้อยกลับมาด้วยการตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว ก็พรุ่งนี้ เราจะไป Space Museum กันไง” ขอบคุณพระเจ้า น้องภูมิร้องตอบมาว่า “เย้!!” :D

เล็กกับคุณก๊อกเชื่อว่าประสบการณ์สองวันสองคืนที่ Hong Kong Disneyland ครั้งนี้คงจะอยู่ในใจของเด็กชายภูมิวัยใกล้ 7 ขวบคนนี้อีกนาน

ครอบครัวเราขอขอบคุณลุงเด้งและป้าไก่ hongkongfanclub มากๆ เลยค่ะที่ชวนครอบครัวเราไปเที่ยวด้วย และขอบคุณน้องๆ Blogger ทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ ให้กับครอบครัวของเราโดยเฉพาะเด็กๆ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ :Dหลังจากออกจาก Disneyland แล้ว ครอบครัวเรายังอยู่เที่ยวต่อที่ฮ่องกงอีก 2 วัน โพสต่อไปจะมาเล่าเกี่ยวกับการผจญภัยในฮ่องกงของครอบครัวเรานะคะ :)

อ่านตอนอื่นในทริปนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่างนะคะ

• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (1)
• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (2)

#hkdisneyland #100choicesoffun #thaiairasia #hongkongfanclub