Why do you want to be a big boy, Bhuri?

“Bhuri, why do you want to be a big boy?” asked papa.

“Because I want to be like pi Bhoom” he answered.

*pi means big brother.

November 23, 2016

Advertisements

An Idiom A Day : Over the moon

An Idiom A Day ตอนที่ 2 ของเรา — ‘Over the moon
หมายถึง มีความสุขมาก (very happy or extremely pleased.)

ตัวอย่างการใช้ในประโยค

  1. When I knew I won the competition, I was over the moon.
  2. My new toy made me go over the moon.
  3. I was over the moon after I finally finished my homework.

– – –

Reference links:
http://www.gingersoftware.com/content/phrases/over-the-moon/#.WCF1tUv5luZ
https://en.oxforddictionaries.com/definition/over_the_moon
http://www.ecenglish.com/learnenglish/lessons/why-do-we-say-over-moon
http://www.dictionary.com/browse/over-the-moon
http://idioms.thefreedictionary.com/over+the+moon
http://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/be-over-the-moon

 

An Idiom A Day : Rain cats and dogs

ภูมิเริ่มสนใจสำนวนในภาษาอังกฤษ (idiom) จากการอ่านหนังสืออ่านเล่น เพราะลักษณะพิเศษของสำนวน คือความหมายไม่ตรงกับคำศัพท์ ซึ่งจะว่ายากก็ยาก จะคิดให้สนุกก็สนุก

เวลาอ่านเจอสำนวนประหลาดๆ ภูมิก็จะถาม และพอรู้ความหมาย ก็จะขำชอบใจ และเอาสำนวนที่เจอใหม่มาพูดเล่นแบบตลกๆ กัน

เมื่อ 2-3 เดือนก่อน ผมคิดว่าน่าจะชวนภูมิเอาความสนุกที่เขาเจอในสำนวนต่างๆ มาบันทึกเก็บไว้ และคุยกันเลยไปถึงไอเดียการทำรายการเสียงเกี่ยวกับสำนวนภาษาอังกฤษ ภูมิฟังแล้วชอบและอยากลองทำดู (เย้!)

เราตั้งใจทำโปรเจกต์การเรียนรู้นี้เป็นเหมือนรายการวิทยุ ส่วนหนึ่งเพราะความชอบส่วนตัวของภูมิ เพราะตั้งแต่เล็ก ภูมิเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากการฟังค่อนข้างมากและจะมีสมาธิกับการฟังมากกว่าการดู และอีกส่วนหนึ่งคือความไม่ซับซ้อนของขั้นตอนการทำ เพื่อให้เขาสามารถทำเองได้ทุกอย่างในท้ายที่สุด

สำหรับตอนแรกของรายการ ‘An Idiom A Day by Bhoom (and papa)’ ภูมิเลือกสำนวน “Rain cats and dogs” มาทำครับ — พ่อต้องร่วมรายการด้วยเพราะภูมิอยากให้เป็นบรรยากาศแบบคุยกัน

ภูมิบอกว่าอยากให้ฟังสนุกและมีประโยชน์ ลองฟังกันดูนะครับ

ร่วมรอส่งพระบรมศพพระราชาผู้เป็นที่รักของเรา

เมื่อวานนี้ (14 ตุลาคม พ.ศ.2559) กว่าสี่ชั่วโมงที่ครอบครัวเราร่วมรอส่งพระบรมศพพระราชาผู้เป็นที่รักของเรา ท่ามกลางแดดร้อนและพื้นที่ที่จำกัด เล็กบอกน้องภูมิว่า “อดทนนะลูก เราอาจจะไม่พบใครที่เรารักมากพอที่จะทำอย่างนี้อีกแล้ว” ขอบคุณพระเจ้าที่น้องภูมิอดทนและได้กราบลาในหลวงของเราด้วยกัน (น้องภูริเริ่มโยเยในชั่วโมงที่สาม คุณก๊อกก็เลยต้องพาออกมาด้านนอก)

ตอนเดินกลับ เล็กบอกกับภูมิว่า “ขอบใจนะ ที่อดทนและทำให้แม่ได้อยู่ร่วมส่งในหลวงครั้งสุดท้าย แม่ภูมิใจในตัวภูมิมากๆ เลยนะ” ภูมิยิ้มและพูดว่า “ภูมิก็อยากอยู่ส่งท่านอยู่แล้วแม่ ภูมิก็รักในหลวงเหมือนกัน”

DCIM104GOPRO

บันทึกของภูมิเกี่ยวกับวันที่ไปรอส่งในหลวง

15 ตุลาคม 2016

(ภาพวาดรถที่ใช้ส่งพระบรมศพ)
ภูมินั่งรอที่แยกอรุณอมรินทร์เพื่อรถคันนี้

ภูมิรอในหลวงรวมเวลา 3 ชั่วโมง (หรือ 3 ครึ่ง หรือไม่ก็ 4, จำไม่ได้!) แต่ภูมิเต็มใจรอเพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ภูมิจะได้รับในหลวง และเป็นเวลาที่ภูมิไม่ควรลืม และก็เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตภูมิที่ภูมิจะได้เจอในหลวง

พอรถมา ภูมิมองไปรอบๆ เกือบทุกคนร้องไห้ แม่ก็ร้อง ภูมิรู้สึกเสียใจมากเหมือนกัน แต่ยังไง ในหลวงก็ยังอยู่ในดวงใจ

(ภาพท้ายรถที่กำลังแล่นจากไป)

ภูมิอธิบายได้แค่นี้

20161015-_dsc8602-2

(ลอง)ซ้อมเดาะปิงปอง เพื่อชนะตัวเอง

20160815-_mg_2392

เกือบ 5 เดือนที่น้องภูมิเรียนปิงปอง เขาอยากเก่งเหมือนพี่ๆ และเพื่อนๆ ที่เรียนก่อนหน้าเขา (ส่วนใหญ่เรียนมามากกว่า 1 ปี) สำหรับภูมิ การตีปิงปองเก่งขึ้นคือ การตีลูกได้แรง การตบ การตีท่ายากต่างๆ และการชนะในการเล่นแข่งกัน

น้องภูมิจะบอกผมด้วยความภูมิใจทุกครั้งที่เขาสามารถตีลูกแบบยากๆ (เท่ๆ) ได้

ที่ผ่านมา ภูมิยังคงรู้สึกแย่แทบทุกครั้งที่เขายังไม่สามารถชนะคนอื่นได้ สลับดีใจกับแต้มที่ได้เป็นครั้งคราว และถึงแม้ว่าจะตีได้ดีขึ้นมาก (ครูบอก) แต่ความมั่นใจในตัวเองของเขาจะขึ้นอยู่กับผลแพ้ชนะในการตีแข่งกับคนอื่น

ผมบอกภูมิอยู่เสมอๆ ว่า เขาน่าจะใช้เวลาฝึกซ้อมกับตัวเองในเรื่องพื้นฐานให้มากๆ เช่น เดาะปิงปอง เพราะจะช่วยให้เขาเล่นได้ดีขึ้น แต่ภูมิรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ และไม่สนใจที่จะฝึกฝนเลย บางครั้ง หลังจากบอกไป กลับทำให้เขารู้สึกไม่ดี (ผมเข้าใจว่าเป็นเพราะเขารู้ว่าตัวเองทำไม่ได้ และไม่อยากยอมรับมัน)

ผมรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนี้กับเขา เพราะเชื่อลึกๆ ว่าเขาเองก็อยากทำให้ได้ แต่ยังยอมรับไม่ได้ว่ามันต้องใช้เวลา และต้องค่อยๆ ฝึกไป สำหรับผม การเป็นส่วนหนึ่งของเดินทางของลูก คือการเดินไปกับเขา ไม่ใช่ยืนรอเอาใจช่วยระหว่างทาง หรือคอยลุ้นอยู่ที่ปลายทาง

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมชวนน้องภูมิเดาะปิงปองแบบมีเป้าหมายกัน แต่เป็นเป้าหมายที่จำนวนครั้งไม่สำคัญเท่าคุณภาพของการเดาะ เกณฑ์ในการเดาะเล่นของเราคือ ให้เดาะตามจังหวะเครื่องเคาะจังหวะ (metronome) เพราะสิ่งสำคัญคือการควบคุมลูกปิงปองให้ได้ดั่งใจ

ครั้งนี้ผมชวนภูมิด้วยท่าทีที่ไม่คาดหวังเรื่องผลลัพธ์ เน้นที่ความตั้งใจและความสุขในการทำ ให้เขาโฟกัสที่การเดาะแต่ละครั้งมากว่าจำนวนครั้ง ที่เหลือค่อยว่ากันตามจังหวะของตัวเขาเอง น้องภูมิตอบรับแผนการฝึกเดาะปิงปอง 1 เดือนของเราด้วยความยิ้มแย้ม

วันแรกที่เราเริ่มทำ การเดาะตามจังหวะเพียง 10 ครั้งก็เป็นเรื่องยากสำหรับภูมิแล้ว

เราจึงตั้งเป้าหมายสัปดาห์แรกไว้เพียง เดาะ 20 ครั้ง 3 ชุดทุกวัน
และเพิ่มเป็น 30 ครั้ง 3 ชุดในสัปดาห์ที่สอง
จนสัปดาห์ที่ 4 จะเป็นการเดาะ 50 ครั้ง 3 ชุด

แต่ละวัน ผมจะจดจำนวนครั้งที่ภูมิเดาะได้สูงสุดไว้ในปฏิทินให้เขาได้เห็น บางวันต้องขีดจำนวนที่จดว่าเดาะได้สูงสุดทิ้งไป เพราะเขาเดาะได้มากกว่าที่คิดว่าได้มากที่สุดแล้ว

ผมพบว่าการมีเป้าหมายที่คุณภาพของการเดาะ และเสียงหัวเราะระหว่างเรามีผลต่อพัฒนาการของภูมิมาก ผมจะเดาะเล่นไปกับเขาด้วย ทำตัวเหมือนเพื่อนร่วมซ้อม และในครั้งที่เขาทำไม่ค่อยได้ เราแซวเล่นกันเพื่อให้ความยากเย็นเป็นเรื่องขบขัน

หลังจากผ่านสัปดาห์แรก ภูมิบอกเองว่าต้องปรับเป้าหมายของสัปดาห์ที่สอง และสัปดาห์ต่อๆ ไปใหม่ เพราะเขาทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ครั้งแรกมาก ผมถามความคิดเห็นจากเขาว่าควรเป็นเท่าไหร่ดีแทนที่จะกำหนดให้เขาใหม่ ภูมิตัดสินปรับเพิ่มจำนวนครั้งและจำนวนชุดไปอีกเท่าตัว

เราขีดฆ่าเป้าหมายเดิมทิ้ง และเขียนเป้าหมายใหม่ไว้ข้างๆ กันเพื่อให้ตัวเขาเองเห็นว่าเขาพร้อมที่จะเพิ่มระดับความท้าทายให้ตัวเองแล้ว

ตอนนี้เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 และวันนี้ภูมิสามารถเดาะได้สูงสุด 750 ครั้ง แถมบอกเองว่าอยากทำให้ได้ 1,000 ครั้ง

เวลาที่เขาฝึกกับตัวเอง สิ่งสำคัญไม่ใช่ชัยชนะเหนือคนอื่น แต่เป็นความสุขที่ได้ชนะตัวเอง

— ภูมิในวัย 8 ขวบ, สิงหาคม พ.ศ.2559

พาไปดู Siam Serpentarium

20161002-_mg_2812

สัปดาห์ก่อนครอบครัวเราพาเด็กๆ ไปเที่ยวเล่นที่สยาม เซอร์เพนทาเรียม (Siam Serpentarium) กันมาครับ เราไม่เคยรู้จักสถานที่นี้มาก่อนเลย แต่พอดีได้รับคำชวนจากครอบครัวที่สนิทกัน บอกว่าเด็กๆ ไม่ได้เจอกันนานแล้ว อยากเจอกันและหาความรู้กันที่นี่ เราตอบรับทันทีเพราะน้องภูมิชอบงูและสัตว์เลื้อยคลานมาก และเห็นว่าช่วงนี้คนไทยสามารถเข้าชมได้ฟรีด้วยครับ (ถึง 31 ตุลาคม พ.ศ.2559) เด็กๆ อยู่เล่นที่นี่กันทั้งวัน เลยอยากเขียนแบ่งปันว่าสถานที่เที่ยวเกี่ยวกับงูแห่งใหม่นี้เป็นอย่างไรบ้าง

สยาม เซอร์เพนทาเรียม (Siam Serpentarium) ตั้งอยู่แถวลาดกระบังครับ ถ้าขับรถไป ใช้ทางมอเตอร์เวย์จะสะดวกมาก สามารถเห็นอาคารได้จากมอเตอร์เวย์เลย ไม่ต้องกลัวหลง และที่จอดรถสะดวกสบาย (ดูแผนที่จาก Google Map ได้ที่นี่ครับ)

การเข้าชมที่นี่จะเป็นการเดินชมด้วยกันเป็นกลุ่ม โดยมีเจ้าหน้าที่อธิบายข้อมูลในแต่ละจุดให้ฟัง (มีการนำชมทุกๆ 15 นาที) หลังจากเดินเข้าประตูไปแล้ว ด้านในจะแบ่งออกเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ครับ

โซนที่ 1 เป็นโซนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงู การออกแบบสถานที่มีลูกเล่นน่าสนใจ และมีการสร้างเรื่องราวชวนให้ผู้เข้าชมติดตามครับ

20161002-_mg_2586 

โซนที่ 2 เป็นโซนจัดแสดงงูจริง บรรยากาศดี เดินเพลิน เด็กๆ เดินไล่ดูทุกตู้และสนุกกับการมองหาว่างูแต่ละตู้อยู่ที่ไหน โซนนี้ภูมิชอบมากครับ

20161002-_mg_2661

โซนที่ 3 เป็นโซนการแสดงโชว์งูและการรีดพิษงู จะมีการแสดงปกติตลอดวัน ส่วนการแสดงโชว์พิเศษจะมีทั้งหมด 4 รอบ (11:00, 13:30, 14:30 และ 16:00 น.) ผมไม่ได้ดูโชว์พิเศษนะครับ แต่เห็นคุณพ่อที่มาด้วยกันบอกว่าสวยดีครับ

20161002-_mg_2719

โซนที่ 4 เป็นร้านขายของที่ระลึก ของส่วนใหญ่จะเป็นของที่จัดไว้สำหรับขายนักท่องเที่ยวต่างชาติครับ 

ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่และทราบมาว่าที่นี่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวจีนมาก่อนหน้านี้นานพอสมควรแล้ว แต่เพิ่งมาเปิดให้คนไทยได้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายนนี้เอง

ประสบการณ์รวมๆ ของการมาที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่าแหล่งเรียนรู้ครับ บรรยากาศดูสนุก น่าสนใจ แต่มีรายละเอียดไม่มาก และไม่สามารถใช้เวลาอย่างอิสระเพื่อค่อยๆ เรียนรู้ พูดคุยกันไปได้ (โซนที่ 1) เพราะจะต้องเดินตามเจ้าหน้าที่นำชมไปเป็นรอบๆ ครับ

ที่นี่มีร้านอาหารบริการ ชื่อว่า Snaka Cafe กลุ่มเราได้ลองกันน่าจะทุกเมนู เนื่องจากไปกันหลายครอบครัวครับ อาหารรสชาติดี ราคามิตรภาพ ฝากท้องได้ครับ :)

ตอนนี้เปิดให้คนไทยเข้าชมได้ฟรีถึง 31 ตุลาคม 2559 นะครับ

ค่าเข้าชมปกติ
ผู้ใหญ่ 350 บาท
เด็ก 150 บาท (สูง 90-135 ซ.ม.)

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและเด็กที่มีความสูงน้อยกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี
  • นักเรียน/นักศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ปริญญาตรี แสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษาที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเพื่อรับส่วนลดพิเศษ

(ลิงก์ข้อมูลค่าเข้าชม)