Rudolph, the (hand painted) red-nosed reindeer.

ครอบครัว BhoomPlay กลับมาแล้วจ้าา.าา.า.า… ^_^

หลังจากที่เราห่างหายจากหน้าบล็อกไปนานมาก.ก.ก.ก.ก.ก… นานที่สุดตั้งแต่เริ่มเขียนบล็อกกันมาเลยค่ะ เพราะมวลน้ำก้อนใหญ่ได้พัดพาเราออกจากบ้านไปนานนับเดือน ขอบคุณพระเจ้า…วันนี้น้ำเหล่านั้นได้ผ่านเราไปหมดแล้ว การเก็บกู้และทำความสะอาดบ้านที่สุดโหดก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว ครอบครัวเราสามารถกลับเข้าสู่สภาพ (ใกล้เคียง) ปกติเหมือนอย่างที่เคยเป็นเล็กวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยจนแทบลืมไปแล้วว่านี่เป็นเดือนแห่งความสุข จนกระทั่ง 2-3 วันนี้ ลมหนาวๆ เริ่มมาสะกิดเตือน วันนี้เล็กเลยชวนน้องภูมิมาเพนท์กวางเรนเดียร์น่ารักๆ ไว้ตกแต่งบ้านและแจกญาติๆ เพื่อนๆ ตอนคริสตมาส วิธีเพนท์นั้นง่ายมากๆ ค่ะ ไม่ต้องใช้ฝีมือ ใช้เพียงแค่ฝ่ามือและฝ่าเท้าของน้องภูมิเท่านั้น ใครสนใจก็ตามนี้เลยค่ะ ^^อุปกรณ์
• สีแดง – สีเหลือง – สีดำ – สีขาว
• จานสี หรือกล่องพลาสติกใส่อาหาร (ถ้ามี)
• กระดาษ
• ดินสอแท่ง หรือตะเกียบ
• ผ้าฟองน้ำ สำหรับเช็ดมือ
*สีที่ใช้จะเป็น สีน้ำ สีโปสเตอร์ สี Tempera หรือสีที่ใช้เล่น Finger Paint ก็ได้นะคะ

วันนี้เราต้องใช้สีน้ำตาลสำหรับส่วนใบหน้าของเรนเดียร์ ที่บ้านเล็กจะมีแต่แม่สีเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็ต้องเอาแม่สีมาผสมกันให้ได้สีน้ำตาลก่อน สัดส่วนผสม (โดยประมาณ) มีดังนี้ค่ะ สีเหลือง 70% สีแดง 25% สีดำ 5% (อาจจะใส่สีขาว เพื่อเพิ่มความเข้ม-อ่อนได้ค่ะ) เล็กผสมสีในกล่องพลาสติกใส่อาหารที่ใช้แล้ว กล่องพวกนี้จะมีขนาดพอเหมาะพอดีให้เด็กๆ เอามือ (เท้า) ลงไปจุ่มสีได้ค่ะน้องภูมิดูจะสนุกที่สุดก็ตอนผสมสีนี่แหละค่ะ สีที่จะได้คล้ายช็อคโกแลตมาก ดูน่ากินทีเดียว :P
ถ้าต้องการทำหน้ากวางตัวใหญ่ ให้ผสมสีน้ำตาลไว้ 2 เฉดนะคะ (อ่อน-แก่)• วิธีเพนท์ก็เริ่มจากใช้ฝ่าเท้าน้อยๆ จุ่มสีแล้วปั๊มลงกระดาษ จะได้เป็นส่วนใบหน้าของเจ้ากวาง (ภาพที่ 1-2)
• ตามด้วยฝ่ามือน้อยๆ ซ้าย-ขวา เป็นส่วนเขากวางทั้ง 2 ข้าง (ภาพที่ 3-4)
• นิ้วโป้งจุ่มสีแดง กดลงตรงบนใบหน้าเป็นจมูก (ภาพที่ 6)ส่วนลูกตาสีดำ เล็กใช้ยางลบติดปลายดินสอ จุ่มสีแล้วนำมากดลงตรงบริเวณลูกตา (หรือจะใช้ตะเกียบก็ได้นะคะ) สุดท้ายใส่ Highlight วิ้งๆ ให้จมูกเจ้ากวาง ด้วยสีขาว เป็นอันเสร็จค่ะ ;)

* เคล็ดไม่ลับนะคะ อย่าจิ้มสีขาวตรงกลางจมูกเป๊ะ เพราะนอกจากจะไม่ดูเป็น highlight แล้ว อาจทำให้จมูกแดงกลายเป็นโดนัทได้ค่ะ จิ้มเอียงๆ นิดนึงนะคะHand Paint อันนี้ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีเก๋ๆ ที่จะเก็บบันทึกขนาดมือและเท้าของเจ้าตัวเล็กเอาไว้ดูได้ด้วยนะคะแต่ถ้าคุณแม่ๆ ไม่อยากให้เลอะมาก ก็สามารถให้เด็กๆ ใช้แค่ฝ่ามือ ทำเป็นหน้ากวางตามภาพข้างล่างก็ได้ค่ะเสร็จแล้ว…. ฝูงกวางเรนเดียร์ :)
*ใครอยากทำ Hand Paint เป็นรูปต้นคริสตมาส ลองดูไอเดียของเมื่อปีที่แล้วได้นะคะ

Advertisements

Make your own jellyfish in a bottle.

~ Note for Thai fans ~
เป็นโพสเก่าที่มีแฟนบล๊อกจากต่างประเทศขอมาให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

ส่วนแฟนบล็อกที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้เลย ฉบับภาษาไทยดูที่นี่ค่ะ

The other day, while I was thinking to get something to put in the water bottle for Bhoom to shake for fun. I saw a plastic grocery bag next to me and then this idea popped up. I think.. well, give it a try.

With some trials and errors, my little jellyfish comes alive just like I thought it would be. : ) When daddy and son first saw it, they’re surprised with their jaws wide open. Then, I asked my hubby to take pictures for this DIY Jellyfish in a bottle.

Things you need to make your own jellyfish (Hope you can find all these in your kitchen) :

1. A transparent plastic grocery bag
2. A plastic water bottles.
3. Thread
4. Food coloring
5. ScissorsInstruction:
• Flatten the bag and cut off the handle and the bottom part (see picture 1)
• Cut along both sides (see picture 2) to split into 2 plastic sheets – by the way, we only use just one of them.
• From the center of the plastic sheet, fold it like a tiny balloon to make the head part and tie it with the thread – not too tight (see picture 3). You must leave a little hole in order to pour some water in the head part (see picture 7-8).

• Now you’ll get the head balloon part and the remaining will be its tentacles. Cut from the edge up to the head part roughly. You’ll get for about 8-10 tentacles (see picture 4).
• For each of them, cut again into 3-4 small strings (see picture 5) – and just cut off the remaining part.
• Trim to make random long and short tentacles (see picture 6)

When finished, you’ll get something like this (the left pile is all the pieces we cut off)• Put some water into the head part to make it be able to sink (see picture 7). You must leave some air inside to make be able to float up (see picture 8).
• Fill up your water bottle (see picture 9).
• Put your jellyfish in the bottle with a few drops of blue food coloring. Screw in the cap and that’s all. : )

** Don’t forget to make sure the cap is properly closed and tight before give it to children ** How to play: Just let the kids turn it upside down – they’ll be surprised to see it moves every time they turn the bottle. And they’ll try to confuse this little jellyfish by turning the bottle back and forth very fast – well, my boy did . : )

For young kids like Bhoom, this will help him exercise his hand and arm muscles when he flips, rotates or turns the bottle. They can also learn about the relationship between the direction of bottle and the movement of the jellyfish. For older kids, you can ask them questions about why the jellyfish always floats up to the water surface and what is the differences between the real jellyfish and the one in the bottle.You can make a few extra bottles for your child’s friends. Trust me! They’ll have much more laugh and fun playing together. : )

ร้านกล่องนม ขายขนมตามจินตนาการ

เล็กมีหนังสือนิทานที่มีรูปประกอบน่ารักๆ อยู่เล่มนึง ที่ซื้อมานานหลายปีแล้วตั้งแต่ยังไม่มีลูก จำได้ว่าตอนนั้นซื้อเพราะชอบลายเส้นและสไตล์ของภาพประกอบ พอมีน้องภูมิเล็กก็เอาไปเก็บรวมไว้ที่ชั้นหนังสือของลูก ตอนแรกไม่คิดว่าลูกจะชอบหรอกค่ะ เพราะภาพประกอบสีสันไม่ฉูดฉาดเหมือนหนังสือเด็กเล็ก แต่ผิดคาดค่ะ…น้องภูมิชอบเล่มนี้มากๆ เปิดดูบ่อยมาก จนตอนนี้ขอบหนังสือเปื่อยหมดแล้ว -“-หนังสือเล่มที่ว่านี้ชื่อ Fairy Shopping ค่ะ เนื้อเรื่องจะเป็นการพาไปเดินท่องเที่ยวบนถนน Silverbell ในเมือง Fairy ซึ่งเป็นถนนที่มีร้านค้ามากมาย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งของบรรดานางฟ้าและสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายทั้งหลายเลยล่ะค่ะ ร้านค้าแต่ละร้านก็จะขายของแปลกๆ เช่น ร้านขายสัตว์เลี้ยงที่สัตว์จะเป็นผู้เลือกเจ้าของ, ร้านขายสารพัดปีก Fairy หรือ คาเฟ่น่ารักๆ ที่ขายคัพเค้กบินได้ เป็นต้นเวลาอ่านเล่มนี้กับน้องภูมิจะสนุกมากค่ะ เพราะเราจะอ่านกันไป เล่นกันไป จินตนาการต่อไปถึงสิ่งที่เหนือจริง สิ่งที่ไม่เคยเห็น สิ่งไม่เข้ากัน สิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ และนั่นทำให้น้องภูมิชอบเล่มนี้มากๆวันนี้เล็กลองเอากล่องนมที่เคยเก็บๆ ไว้มาตัดให้เป็นร้านค้าเล็กๆ เหมือนในหนังสือ Fairy Shopping กล่องที่เล็กใช้จะมีใบใหญ่ 1 ใบ และก็ใบเล็กอีก 3 ใบ (เล็กไม่ได้ลงรูปวิธีทำทั้งหมดนะคะ เพราะตอนที่ทำใบแรกๆ ตากล้องยังไม่ว่างมาถ่ายรูปให้อ่ะค่ะ :P)กล่องใบใหญ่ เล็กเอามาตัดทำเป็นร้าน 2 ชั้น โดยเจาะช่องด้านหลังกล่อง พับเข้าในตัวกล่องแล้วติดกาว จะได้เป็นพื้นของชั้นที่  2 ค่ะส่วนกล่องเล็กๆ เล็กก็จะเจาะช่องง่ายๆ เพื่อทำเป็นเหมือนร้าน (ซุ้ม) ขายของ ดูตามภาพเลยนะคะ
1 ร้านใช้เวลาทำประมาณ 5 นาที ทำได้ 4 ร้าน เราก็ตั้งเป็นถนนคนเดินได้แล้วค่ะ ^_^ น้องภูมิให้ทุกร้านเป็นร้านขายขนมหมดเลย ร้านแรกเป็นร้าน 2 ชั้นของมิคกี้น้องภูมิตั้งชื่อว่าร้านเดย์ ขายแพนเค้กสารพัดรส แล้วแต่คนซื้อ (ซึ่งก็คือแม่) จะอยากกิน ไม่ว่าจะเป็นรสประหลาดแค่ไหนก็มีเสริฟทั้งนั้น ^^

ถัดไปร้านของเดซี่ น้องภูมิให้ขายนมกล้วย (ตามกล่องนมทีเอามาใช้ ^^) ร้านนี้ขายนมสารพัดกล้วย นมกล้วยไข่ นมกล้วยน้ำว้า นมกล้วยหักมุก นมกล้วยแขก :P

ร้านที่ 3 เป็นร้านของเอเลี่ยน ร้านนี้ขายขนมจากต่างดาวนำเข้าโดยเจ้าเอเลี่ยนตัวเขียว ^^ ร้านสุดท้าย ร้านไอศครีมของโดนัลด์ มีให้เลือกหลายรสอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น รสก้อนเมฆชิป รสนมผสมรุ้ง รสกัมมี่ซอว์เบท ฯลฯเดินช้อปเดินชิมได้กันได้ซักพักนึง น้องภูมิก็บอกว่าฝนจะตกแล้ว (ฝนกำลังตกอยู่จริงๆ ค่ะ) พูดจบก็จับเพื่อนตัวจิ๋วทุกตัวยัดลงไปในร้านเดย์ (เพราะเป็นกล่องใหญ่สุด) แถมปิดหน้าต่างให้เสร็จสรรพ ทุกคนปลอดภัยไม่เปียก :D

*เคยมีคุณแม่แฟนบล็อกคนนึงถามว่า “คุณเล็กไม่ทำของเล่นเด็กผู้หญิงบ้างเหรอคะ พอดีว่ามีลูกสาวอ่ะค่ะ” หวังว่า DIY อันนี้น่าจะถูกใจลูกสาวนะคะ :)

หมวกกระป๋อง.. ท่องอวกาศ :D

ช่วงนี้น้องภูมิจะชอบเรื่องเกี่ยวกับอวกาศ ยานอวกาศ และหุ่นยนต์เอามากๆ เลยค่ะ เวลาที่เล่นสมมุติ ก็มักจะสมมุติตัวเองเป็นนักบินอวกาศ ถ้ามีคนเล่นด้วยก็จะเล่นได้นานทีเดียว

บางครั้งเวลาที่เราไปเดินซื้อของ น้องภูมิก็จะชอบมองหาช่องแอร์บนเพดาน, กระจกหรือดิสเพลย์ที่ดูล้ำๆ หน่อย ถ้าเจออันที่ถูกใจก็จะรีบวิ่งไปตรงนั้นแล้วก็บอกว่า “เดี๋ยวภูมิเอา Space Suit ก่อน” ว่าแล้วก็ทำท่าดึง ประมาณว่ากำลังดึงชุดออกมา แล้วก็ทำท่าใส่ เท่านั้นยังไม่พอ ต้องเรียกให้แม่กับปาป๊าใส่ด้วย เพราะว่าเราอยู่ในอวกาศต้องใส่ชุดอวกาศ (เป็นห่วงความปลอดภัยของป๊ากับแม่) ป๊ากับแม่ก็ต้องไปเอาชุดแล้วทำท่าสวมแบบเดียวกัน สวมแล้วก็ต้องเดินเหมือนว่าตัวบวมๆ หน่อย (ใครเจอบ้านเราทำท่าประมาณนี้อยู่กลางห้างก็ขอโปรดเข้าใจ…กำลังเล่นสนุกกับลูกอยู่อ่ะค่ะ :D)น้องภูมิเล่นอยู่บ่อยๆ จนเล็กนึกอยากจะทำชุดนักบินอวกาศไว้ให้เล่นซักชุดนึง แต่ก็ยังนึกแบบไม่ออก และไม่รู้จะเอาอะไรมาทำ เลยคิดว่าทำแค่หมวกเอาไว้ให้ใส่เวลาเขาเล่นเพื่อเพิ่มสีสันละกัน น่าจะพอทำไหว วัสดุหลักที่ดูพอจะใช้ได้ที่สุดที่หาได้ในบ้านก็คือขวดน้ำดื่ม 5 ลิตร แม้มันจะไม่ได้เป็นทรงกลมอย่างที่อยากได้ แต่ก็พอจะตุ๊ ต๊ะ ไปได้ :)วิธีทำตามนี้เลยค่ะ
• ตัดแบ่งขวดน้ำออกเป็น 2 ท่อน (แนวตัดให้วัดจากก้นขวดขึ้นมาประมาณ 4.5 นิ้ว) ตัดแล้วใช้คัทเตอร์แต่งขอบของชิ้นก้นขวดให้เรียบร้อย ส่วนนี้จะเป็นตัวหมวกค่ะ• วาดแนวโค้งเปิดส่วนหน้าแล้วตัด (ตามภาพ)
• ส่วนปากขวดให้ตัดออกเป็นชิ้น A-B ตามภาพ
ชิ้น B ที่ได้จะเอามาใช้ทำส่วนหน้ากากค่ะ เริ่มจากตัดให้ได้ความสูงประมาณ 3 นิ้ว แล้วตัดเป็นทรงหน้ากากตามภาพเล็กด้านล่างเลยจ๊ะ• เล็กเอาชิ้นส่วนทั้งส่วนหัวและส่วนหน้ากาก มาหุ้มขอบด้วยสก๊อตเทปโดยรอบ เพื่อป้องกันคมพลาสติกไม่ให้บาดเวลาเอามาใส่เล่นนะคะ จากนั้นก็นำชิ้นส่วนทั้ง 2 มากำหนดจุดที่จะเชื่อมต่อกัน แล้วเจาะรูด้วยคัทเตอร์• จากนั้นก็ระบายสีค่ะ ถ้าอยากประหยัดเวลา (ขี้เกียจ) ก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย :P*เล็กเอาฝาขวดน้ำ มาติดตกแต่งที่ข้างๆ หมวกด้วย ให้น้องภูมิหมุนเล่น

• ขั้นตอนสุดท้ายคือการประกอบร่าง เล็กใช้เส้นยางยืดนะคะ พอดีที่บ้านมีอยู่ แต่ถ้าใครไม่มีจะใช้เชือกนุ่มๆ ก็ได้เหมือนกันค่ะ ยึดทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกันด้วยการร้อยแล้วมัดปมยึดด้านในและด้านนอกเป็นอันเสร็จพร้อมใส่ท่องอวกาศค่ะ :)ทำเสร็จน้องภูมิชอบใจมาก หันมาบอกเล็กว่า “ภูมิอยากจะเอาชุดด้วยอ่ะแม่”
… นั่น!…งานเข้าเลยตู -_-’

* ทำเสร็จแล้วก็ค้นพบว่า สีอะครีลิค ไม่ใช่คำตอบของงานนี้นะคะ เพราะพอเราเอามาเล่นกันแล้วสีลอกค่ะ -”- อาจจะเป็นเพราะขวดพลาสติกมีพื้นผิวที่เรียบลื่น สีเลยไม่ยึดเกาะอ่ะค่ะ ถ้าใครอยากจะทาสีอาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้สีพ่นน่าจะดีกว่านะคะ
** น้องภูมิอายุ 3 ขวบครึ่ง ขนาดของขวดน้ำ 5 ลิตรจะพอดีกับหัวน้องภูมิ แต่ถ้าคุณพ่อ-คุณแม่ จะทำให้น้องที่โตกว่านี้เล่น อาจจะต้องเปลี่ยนส่วนที่สวมหัวเป็นพวกกล่องกระดาษที่มีขนาดใหญ่กว่านี้นะคะ แต่ถ้าน้องอายุน้อยกว่านี้ก็ไม่มีปัญหาค่ะ ^_^

แฟนๆ บล็อกที่ยังไม่ได้เริ่มสมัครเพื่อโหวต ยังมีเวลาอีก 30 วันนะคะ
เล็กขอกำลังใจเป็นคะแนนโหวตให้บล็อก BhoomPlay ด้วยค่าา..า..า..

BhoomPlay in Thailand Blog Awards

วิธีร่วมสนุกง่ายๆ ค่ะ
• สมัครได้ที่นี่
• สมัครแล้วรออีเมลยืนยัน – Confirm แล้วกลับมา Login
• กดเข้ามาที่หน้า BhoomPlay ที่นี่นะคะ
• กด Vote ที่ช่องรูปหัวใจ ♥ (เท่านั้น) นะคะ
กำลังใจเล็กๆ ก็จะเปลี่ยนเป็นคะแนนให้ BhoomPlay ทันทีค่ะ :)

*กดได้วันละครั้ง จนถึงสิ้นเดือนนี้ หรือจนกว่าคะแนนจะหมดค่ะ

ฝักบัวหัวแม่โป้ง

เล็กไม่ได้เขียนโพสอะไรเลยมาเกือบ 1 เดือน (เป็นการหยุดเขียนนานที่สุดตั้งแต่เริ่มเขียนบล๊อกเลยค่ะ) เพราะสุขภาพไม่เอื้ออำนวย ช่วงที่ผ่านมาต้องพักผ่อนมากๆ เลยทำให้มีเวลาทำงานได้น้อยลง เมื่อมีเวลาไหนที่พอจะทำงานได้ ก็ต้องรีบปั่นงานให้ทันกับงานที่มารอก่อน ทั้งๆ ที่คันมืออยากจะเขียนบล๊อกจะแย่ :P

ตอนนี้สุขภาพร่างกายกลับมาแข็งแรงเป็นปกติแล้ว (เล็กต้องขอบคุณมากๆ เลยนะคะ สำหรับทุกกำลังใจและทุกข้อความที่ฝากไว้ให้) ประกอบกับงานที่ดองไว้ก็เริ่มสะสางได้หมดแล้ว ก็เลยสามารถเขียนบล๊อกต่อได้…เย้… ^_^

เข้าเรื่องของเล่นใหม่วันนี้เลยนะคะ เมื่อสัปดาห์ก่อนเล็กหาข้อมูลในเน็ทเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ แล้วข้อมูลในโลกออนไลน์ก็พาเล็กไหลเรื่อยไปพบกับที่รดน้ำต้นไม้โบราณ หน้าตาประหลาด ผลงานภูมิปัญญาเกษตรกรชาวอังกฤษ John Worlidge (1640–1700) โดยตัวฝักบัวรดน้ำจะทำมาจากดินเผา เติมน้ำจากทางก้น แล้วก็ควบคุมการไหล-การหยุดได้ด้วยหัวแม่มือ เป็นหลักการง่ายๆ ที่น่าทึ่ง (และน่าสนุก) มาก

หาข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอคุณแม่บ้านหัวใสคนหนึ่ง เธอประยุกต์หลักการของที่รดน้ำต้นไม้โบราณที่ว่า ให้กลายมาเป็น Children’s crafts แบบง่ายๆ จากขวดพลาสติกเหลือใช้ เห็นแล้วก็คันไม้คันมืออยากจะทำให้น้องภูมิเล่นบ้างอ่ะค่ะ

แต่งานอย่างนี้จะทำเองก็ยังไงๆ อยู่ ใช้สามีดีกว่า :Pอุปกรณ์ที่ต้องใช้
• ขวดนมพลาสติก ขนาดย่อมๆ (ถ้าใหญ่มาก เวลาใส่น้ำแล้วอาจจะหนักเกินไปสำหรับเด็กๆ)
• สว่านเพื่อใช้เจาะรูที่ขวด พร้อมดอกสว่าน 2 ขนาด (ใหญ่ กับ เล็ก)
*แผ่นไม้ที่รองข้างล่างไม่เกี่ยวนะคะ งงตัวเองเหมือนกัน…เอามาวางทำไม -_-‘

วิธีทำก็ง่ายๆ ตามนี้นะคะ
• เจาะรูตรงกลางฝาขวด 1 รู (ขนาดรูประมาณ 0.5 ซ.ม.)
• เจาะรูที่ก้นขวด กระจายให้ทั่วคล้ายรูของฝักบัว (ขนาดรูประมาณ 0.3 ซ.ม.)วิธีใช้ (เล่น)
• ใส่น้ำในถัง หรือกะละมังใบเล็กๆ ให้น้ำมีความสูงเกือบเท่าขวด
• ค่อยๆ กดขวดน้ำลงในถัง (เอาก้นลงในแนวดิ่ง) น้ำจะค่อยๆ ไหลเข้าขวด ผ่านรูที่ก้นขวด
• รอจนน้ำในขวดเสมอน้ำนอกขวด
• ใช้นิ้วโป้งปิดรูที่ฝาขวด แล้วยกขึ้น น้ำในขวดจะไม่ไหลออก
• เมื่อต้องการให้น้ำไหลออก ให้ยกนิ้วโป้งเปิดรูที่ฝาขวดทำเสร็จก็ต้องสอนให้น้องภูมิเข้าใจวิธีการใช้งานก่อน พอใช้เป็นก็สนุกใหญ่เลยค่ะ ^.^*เล่นกันไปคุยกันไป ชวนลูกสังเกตดูสิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วยก็จะช่วยให้เขาเข้าใจหลักการทางฟิสิกส์ อย่างง่ายๆ ไปได้ด้วยนะคะ
**ต้นไม้ที่เห็นน้องภูมิกำลังรดอยู่ คือต้นอัญชันที่เราปลูกกันไปเมื่อ 2 เดือนก่อนนั่นแหละค่ะ :)

ภูมิ CAR WASH

เมื่อวานเล็กเล่นรถกับน้องภูมิ เอาอุโมงค์ Thomas มาทำเป็นที่ล้างรถอัตโนมัติ แต่อุโมงค์ที่ว่านี่มันก็เล็กพอดี๊ พอดี กับมืออวบๆ ของภูมิ เข็นรถเข้าไปทีไร อุโมงค์ลอยติดมือน้องภูมิมาด้วยทุกที :P

ถึงจะเล่นได้ไม่ค่อยถนัดนักแต่น้องภูมิก็ยังอยากเล่นอยู่ดี เช้านี้เล็กลองมองหาของในบ้านที่พอจะเอามาเล่นแทนได้ ก็เห็นมีแต่กล่องรองเท้าใบนี้แหละค่ะ ที่ดูจะใหญ่พอ แม้ว่าทรงมันออกจะยาวเกินความจำเป็นไปสักหน่อย แต่พอจับพลิกๆ ดูแล้วก็ได้ไอเดียที่น่าจะทำให้มันสนุกได้มากกว่าแค่เข็นรถเข้า-ออก

…เรียกคุณก๊อกมาถ่ายรูปให้เลยดีกว่า 555+ของเล่นทำเองชิ้นนี้ต้องวัดและตัดให้พอดีนะคะ ใช้เวลาและความละเอียดนิดนึง เล็กใช้เวลาทำทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง ใครอยากลองทำบ้างก็ดูจากรูปและเทคนิคที่เล็กเขียนไว้ แล้วเอาไปปรับขนาด + ต่อยอดดูนะคะอุปกรณ์
• กล่องรองเท้า (หรือกล่องอื่นๆ ที่ใหญ่พอสำหรับรถของเล่นที่มีอยู่)
• ตะเกียบแบบใช้ครั้งเดียว
• ถุงก๊อบแก๊บ
• กาวลาเท็กซ์, สก๊อตเทป
• คัทเตอร์, กรรไกร, ไม้บรรทัด, ดินสอ

เทคนิคการทำโครงหลัก
• คลี่กล่องออก ตัดส่วนบนของกล่องออกทั้งหมด เพื่อให้เป็นหลังคาเปิดโล่ง
(ส่วนที่ตัดออกไปนั้นเก็บไว้ใช้เป็นฐานเลื่อน)
• ส่วนลิ้นด้านข้างกล่อง ตัดให้มีช่องด้านล่าง (เพื่อสอดฐานเลื่อน) ประมาณ 5 ม.ม.
• เจาะร่องแนวของกลไล ของเล็กจะมี 2 ส่วนคือ ส่วนพู่หมุน กับที่เป่าลม วัดและตัดให้ตรงกันทั้ง 2 ข้างของกล่อง (ช่องนี้ให้เผื่อให้ใหญ่กว่าตะเกียบประมาณ 2 ม.ม. เพื่อให้เลื่อนได้สะดวกนะคะ)

• เจาะประตูทางเข้า-ออก
• ทากาว ประกอบกลับเข้ามาเป็นทรงกล่องเหมือนเดิม
• แผ่นฐานเลื่อน ตัดความกว้างออกประมาณ 5 ม.ม. เพื่อให้สอดเลื่อนได้สะดวก

เทคนิคการทำพู่หมุน
• ส่วนของพู่หมุน ใช้ถุงก๊อบแก๊บตัดปากถุงและก้นถุงออก พับทบ ตัดให้ได้ความกว้างประมาณ 5 ซม. แล้วตัดซอยให้เป็นเส้นตามภาพ
• สอดไม้ตะเกียบลงตามตำแหน่ง (เผื่อปลายไม้ด้านหนึ่งให้ยาวกว่าเพื่อเป็นที่จับ)
• ตัดกระดาษกล่องเป็นเส้น ทากาวพันปลายไม้ทั้ง 2 ด้าน เพื่อล๊อคไม่ให้ไม้หลุดออกจากกล่อง
• ติดสก๊อตเทป ยึดพู่ก๊อบแก๊บกับไม้ตะเกียบแล้วหมุนพันรอบไม้ จนสุดอีกด้าน ติดสก๊อตเทปยึดที่ปลาย

ติดม่านทางเข้า (ทำจากกระดาษนิตยสาร)

ที่เป่าลมของเล็ก ไปไม่ถึงดวงดาวค่ะ ทีแรกตั้งใจว่าจะทำเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเล็กๆ ติดที่ไม้ แต่พอประกอบเป็นรูปร่างมาถึงขนาดนี้น้องภูมิก็ทนรอไม่ไหวอีกต่อไป เล็กก็เลยเอาง่ายๆ อย่างที่เห็นอ่ะค่ะ (สมมุติว่ามันเป็นที่เป่าลมนะคะ :P)

เด็กน้อยตื่นตาตื่นใจในเทคโนโลยีสุดอลังการของแม่ ^^

ข้างในเป็นอย่างนี้ค่ะ มีโซนล้าง กับโซนเป่าแห้ง ทำงานด้วยระบบออโตมือติก ^^
*กล่องของเล็กมันค่อนข้างบาง เล็กเลยเพิ่มที่ยึดตรงกลางเพื่อไม่ให้มันแบะออกง่ายนะคะ

วิธีเล่นดูในวีดีโอเลยค่ะ

มีใครอยากมาใช้บริการ ภูมิ CAR WASH บ้างไม๊คะ น้องภูมิคิดไม่แพงนะ (ถามแล้ว..ภูมิบอก คันละ 3 บาท :P )

อัญชัน เพื่อนใหม่ใบเขียว

จากที่เล็กโพสเรื่อง “ดูน้ำดอกอัญชันเปลี่ยนสี” มีเพื่อนเล็กคนหนึ่งเอาไปทำเล่นกับลูกแล้วเกิดชอบใจ ถึงขนาดว่าไปหาซื้อต้นอัญชันมาปลูกไว้ที่บ้านเลย ทำให้เล็กรู้สึกอยากจะปลูกบ้าง เลยลองไปด้อมๆ มองๆ ดูที่ต้นอัญชันบ้านเดิมที่เคยขอเก็บมา พยายามสำรวจไปเรื่อยๆ ว่าเมล็ดมันอยู่ตรงไหน (อยากจะได้พันธ์ุของบ้านนี้เพราะดอกโต สวย ^^) แล้วก็เพิ่งจะเห็นว่าต้นอัญชันนั้นมีฝักด้วย ฝักเรียวๆ ยาวๆ คล้ายๆ ถั่วลันเตาหวานแต่ผอมกว่าเล็กเด็ดทั้งฝักสดฝักแห้งมาลองแกะดูเมล็ด ไม่แน่ใจว่าต้องเอาเมล็ดแบบไหนไปปลูก ดูไป ดูมา สักพักก็เริ่มฉลาด มันต้องเป็นฝักแห้งสิเนอะ มันถึงจะตกลงพื้นเพื่องอกเป็นต้นใหม้ได้ :P ว่าแล้วก็เก็บฝักแห้งกลับมาบ้าน 3 ฝัก แกะออกมานับได้ 16 เมล็ด เก็บใส่ซองไว้ชวนน้องภูมิปลูกตอนเช้าวันหยุด

เล็กทำกระถางเพาะง่ายๆ จากแกนทิชชู่นะคะ เวลาจะถ่ายลงกระถางจริงจะได้ฉีกเอาได้เลย ^^ แต่แกนทิชชูกระดาษนั้นไม่ทนน้ำเหมือนกระถางดินหรือพลาสติกนะคะ เวลารดน้ำควรใช้แค่ขวดน้ำสเปรย์ฉีดพ่นลงตรงเมล็ดเท่านั้น ไม่ควรรดจนชุ่มแฉะ

วิธีทำกระถางเพาะ (ตามภาพเลยค่ะ)
• ตัดความยาวของแกนออกประมาณ 1 นิ้ว
• ตัดปลายด้านหนึ่งให้เป็นแฉกรอบวง ความลึกประมาณ 1 นิ้ว ระยะห่างแต่ละช่วงประมาณ 1.5 ซ.ม.
• พับส่วนที่เป็นแฉกเข้าหาจุดกึ่งกลาง เรียงซ้อนกันไปจนหมด
• กดให้บุ๋ม เพื่อเป็นส่วนของก้นเป็นอันเรียบร้อยค่ะ

วิธีปลูก (เผื่อใครอยากจะปลูกบ้าง) ขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะคะว่าเล็กไม่ประสีประสาเรื่องการปลูกต้นไม้เลย เป็นมือใหม่หัดปลูกจริงๆ ใครมีเคล็ดลับ เทคนิคอะไรจะแนะนำยินดีเลยนะคะ ^^
• เริ่มจากตักดินลงไปในกระถางเพาะ ประมาณ 2 ใน 3 ของความสูง
• วางเมล็ดอัญชัน 2-3 เมล็ด ต่อ 1 กระถางเพาะ
• โรยดินกลบให้มิด
• พ่นน้ำให้ดินชุ่มชื้น
• จากนั้นก็พ่นน้ำ เช้า-เย็น ทุกวันเมล็ดอัญชันจะนอนนิ่งสนิทในดินประมาณ 1 สัปดาห์ ในวันที่ 8-9 ลำต้นก็จะโผล่ขึ้น และรากงอกลงดิน ส่วนที่เป็นเมล็ดจะเปิดออกให้ส่วนของใบโผล่ออกมา และก็จะโตอย่างรวดเร็ว คิดว่าวันที่ 10 ก็น่าจะเอาลงกระถางจริงได้แล้วค่ะตั้งแต่เริ่มปลูก เล็กก็จะให้น้องภูมิมาช่วยด้วยทุกขั้นตอน และบอกเขาว่าต้นอัญชันนี้เป็นเพื่อนใหม่ของภูมิที่จะมาอยู่บ้านเรา และตอนนี้ หน้าที่ใหม่ของน้องภูมิก็คือรดน้ำ (ให้อาหารเพื่อนใหม่) ทุกวันเช้า- เย็น เวลาเดียวกับที่น้องภูมิกินข้าว ช่วงนี้ก็เลยดีหน่อยเรียกน้องภูมิมากินข้าวง่ายกว่าปกติ  ^_^*รูปข้างบน คือต้นกล้าอัญชันในวันที่ 9 ค่ะ