เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ 2559

DCIM104GOPRO

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เราไปองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช) ที่รังสิตคลองห้ากันมา เลยได้รู้ว่าช่วงนี้กำลังมี ‘เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้’ (Science Film Festival) อยู่ครับ

เรามาถึงที่นี่กันแต่เช้าทุกครั้ง (บางครั้งไปถึงก่อนเปิดอีก ^^ ) เพราะเด็กๆ อยากใช้เวลากับที่นี่นานๆ และครั้งนี้ การมาถึงแต่เช้าของเราทำให้วันนี้เป็นวันพิเศษ เพราะเจ้าหน้าที่ใจดีอนุญาตให้เด็กๆ ได้เลือกหนังที่จะดูได้ เนื่องจากว่ารอบแรกของการฉายไม่มีคนอื่นดูด้วยกันเลย

เด็กๆ สนุกกับการอ่านรายละเอียดและคุยตกลงกันจนเกือบถึงเวลาฉาย :D

สุดท้าย เด็กๆ เลือกดู ‘หาคำตอบกับโทบี ตอน ทอง’ (Checker Tobi – Der Gold-Check) ซึ่งเป็นหนังจากประเทศเยอรมัน และ ‘เก้านาทีครึ่ง ตอน สาวใยแมงมุม’ (Neuneinhalb: Spinnereien – Faszination auf acht Beinen) เด็กๆ ชอบมากทั้งสองเรื่อง สนุกและได้ความรู้รอบตัว

เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ที่ประเทศไทยครั้งนี้ อพวช. คัดเรื่องภาพยนตร์มาฉายทั้งหมด 30 เรื่องจาก 13 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ออสเตรีย (1) บรูไน(1) เบลเยียม(1) แคนาดา(4) โครเอเชีย(1) เยอรมนี(12) ฝรั่งเศส(1) ญี่ปุ่น(1) พม่า(1) เนเธอร์แลนด์(1) ประเทศไทย(2) สหราชอาณาจักร(1) สหรัฐอเมริกา(2) และเยอรมนี- ฝรั่งเศส(1)

ภาพยนตร์บางเรื่องอาจจะสามารถหาดูได้จากอินเตอร์เน็ต แต่ก็ฟังไม่ออกอยู่ดีครับ เพราะเป็นภาษาของประเทศผู้จัดทำ ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ น้องภูมิติดใจ Checker Tobi มาก และลองกลับมาหาดูแล้ว แต่ฟังไม่ออกครับ :D

ภาพยนตร์ถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มครับ (อ่านเรื่องย่อของภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้ที่นี่)

1. วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
2. บันเทิงศึกษาสำหรับครอบครัว
3. วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ ชีววิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
4. อนิเมชั่นหรือหนังสั้น
5. นิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม

หลังจบการฉายหนัง เจ้าหน้าที่จะมีกิจกรรมตอบคำถาม พร้อมแจกของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้เด็กๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน แน่นอนที่สุด เด็กๆ ทั้ง 3 คนของเราได้ของรางวัลทั้งหมด เพราะมีกันอยู่แค่ 3 คน ^^

จากแผ่นพับที่ได้รับมา เจ้าหน้าที่บอกว่าเราสามารถดูหนังวิทยาศาสตร์เหล่านี้ได้จากหลายศูนย์ฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ลองดูนะครับว่ามีที่ไหนใกล้บ้าน เผื่อว่าจะมีโอกาสไปดูกันครับ

1. NSTDA Thailand Science Park (คลองหลวง, ปทุมธานี)
2. National Science Museum (คลองห้า, ปทุมธานี)
3. Thai Film Archive (นครปฐม)
4. NSM Science Square (จามจุรี สแควร์, กรุงเทพฯ)
5. Nanmee Books Learning Center (สุขุมวิท, กรุงเทพฯ)
6. City Learning Park (CLP) นครศรีธรรมราช

ผมอยากเขียนแนะนำเพราะภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่ดูสนุกแบบนี้หาดูไม่ง่ายนักครับ น้องภูมิชอบมาก บอกว่าอยากดูให้ครบทุกเรื่องเลย :D

เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้นี้มีถึง 16 ธันวาคม 2559 นี้ และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
http://sciencefilm.ipst.ac.th/

เรื่องย่อภาพยนตร์
https://www.nstda.or.th/sci2pub/brief.html

รายละเอียดงาน (pdf)
https://www.nstda.or.th/sci2pub/download/SFF2016.pdf
*ในไฟล์นี้มีจำนวนศูนย์จัดฉายมากกว่าในแผ่นพับ โทรสอบถามดูก่อนไปนะครับ

 

พาไปดู Siam Serpentarium

20161002-_mg_2812

สัปดาห์ก่อนครอบครัวเราพาเด็กๆ ไปเที่ยวเล่นที่สยาม เซอร์เพนทาเรียม (Siam Serpentarium) กันมาครับ เราไม่เคยรู้จักสถานที่นี้มาก่อนเลย แต่พอดีได้รับคำชวนจากครอบครัวที่สนิทกัน บอกว่าเด็กๆ ไม่ได้เจอกันนานแล้ว อยากเจอกันและหาความรู้กันที่นี่ เราตอบรับทันทีเพราะน้องภูมิชอบงูและสัตว์เลื้อยคลานมาก และเห็นว่าช่วงนี้คนไทยสามารถเข้าชมได้ฟรีด้วยครับ (ถึง 31 ตุลาคม พ.ศ.2559) เด็กๆ อยู่เล่นที่นี่กันทั้งวัน เลยอยากเขียนแบ่งปันว่าสถานที่เที่ยวเกี่ยวกับงูแห่งใหม่นี้เป็นอย่างไรบ้าง

สยาม เซอร์เพนทาเรียม (Siam Serpentarium) ตั้งอยู่แถวลาดกระบังครับ ถ้าขับรถไป ใช้ทางมอเตอร์เวย์จะสะดวกมาก สามารถเห็นอาคารได้จากมอเตอร์เวย์เลย ไม่ต้องกลัวหลง และที่จอดรถสะดวกสบาย (ดูแผนที่จาก Google Map ได้ที่นี่ครับ)

การเข้าชมที่นี่จะเป็นการเดินชมด้วยกันเป็นกลุ่ม โดยมีเจ้าหน้าที่อธิบายข้อมูลในแต่ละจุดให้ฟัง (มีการนำชมทุกๆ 15 นาที) หลังจากเดินเข้าประตูไปแล้ว ด้านในจะแบ่งออกเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ครับ

โซนที่ 1 เป็นโซนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงู การออกแบบสถานที่มีลูกเล่นน่าสนใจ และมีการสร้างเรื่องราวชวนให้ผู้เข้าชมติดตามครับ

20161002-_mg_2586 

โซนที่ 2 เป็นโซนจัดแสดงงูจริง บรรยากาศดี เดินเพลิน เด็กๆ เดินไล่ดูทุกตู้และสนุกกับการมองหาว่างูแต่ละตู้อยู่ที่ไหน โซนนี้ภูมิชอบมากครับ

20161002-_mg_2661

โซนที่ 3 เป็นโซนการแสดงโชว์งูและการรีดพิษงู จะมีการแสดงปกติตลอดวัน ส่วนการแสดงโชว์พิเศษจะมีทั้งหมด 4 รอบ (11:00, 13:30, 14:30 และ 16:00 น.) ผมไม่ได้ดูโชว์พิเศษนะครับ แต่เห็นคุณพ่อที่มาด้วยกันบอกว่าสวยดีครับ

20161002-_mg_2719

โซนที่ 4 เป็นร้านขายของที่ระลึก ของส่วนใหญ่จะเป็นของที่จัดไว้สำหรับขายนักท่องเที่ยวต่างชาติครับ 

ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่และทราบมาว่าที่นี่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวจีนมาก่อนหน้านี้นานพอสมควรแล้ว แต่เพิ่งมาเปิดให้คนไทยได้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายนนี้เอง

ประสบการณ์รวมๆ ของการมาที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่าแหล่งเรียนรู้ครับ บรรยากาศดูสนุก น่าสนใจ แต่มีรายละเอียดไม่มาก และไม่สามารถใช้เวลาอย่างอิสระเพื่อค่อยๆ เรียนรู้ พูดคุยกันไปได้ (โซนที่ 1) เพราะจะต้องเดินตามเจ้าหน้าที่นำชมไปเป็นรอบๆ ครับ

ที่นี่มีร้านอาหารบริการ ชื่อว่า Snaka Cafe กลุ่มเราได้ลองกันน่าจะทุกเมนู เนื่องจากไปกันหลายครอบครัวครับ อาหารรสชาติดี ราคามิตรภาพ ฝากท้องได้ครับ :)

ตอนนี้เปิดให้คนไทยเข้าชมได้ฟรีถึง 31 ตุลาคม 2559 นะครับ

ค่าเข้าชมปกติ
ผู้ใหญ่ 350 บาท
เด็ก 150 บาท (สูง 90-135 ซ.ม.)

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและเด็กที่มีความสูงน้อยกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี
  • นักเรียน/นักศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ปริญญาตรี แสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษาที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเพื่อรับส่วนลดพิเศษ

(ลิงก์ข้อมูลค่าเข้าชม)

Cast member …ผู้อยู่เบื้องหลังความสุขในดิสนีย์แลนด์

เมื่อภูมิรู้ว่าจะได้ไปเที่ยวฮ่องกงดิสนีย์แลนด์อีกครั้ง ความตื่นเต้นดีใจที่จะได้สนุกกับเครื่องเล่นต่างๆ ก็ทำให้เขาอยากเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันเดินทางเร็วๆ ภูมิเริ่มวางแผนว่าจะเล่นเครื่องเล่นอะไรบ้าง จะทำอะไรบ้าง และยังชวนน้องภูริคุยถึงดิสนีย์แลนด์แทบทุกวัน (น้องภูริไม่ได้รู้เรื่องอะไรสักเท่าไหร่ครับ คราวที่แล้วที่ไปก็เพิ่งจะได้ขวบนิดๆ จำอะไรไม่ได้เลย ^^’) 

แม่เล็กกับผมฟังมากๆ ก็อดขำไม่ได้ แต่ก็ทำให้รู้ว่าเด็กๆ จะสนุกและมีความสุขกับทริปนี้แน่นอน

ปีนี้น้องภูมิอายุ 8 ขวบ เขาเริ่มมีความสนใจสิ่งต่างๆ รอบตัวแบบที่เป็นความสนใจจริงๆ ทำให้ผมคิดว่าถ้าเขาได้รู้จักดิสนีย์แลนด์ในมุมอื่นๆ บ้างก็น่าจะทำให้เขามองเห็นอะไรๆ มากขึ้น และเก็บเกี่ยวอะไรๆ ไปได้มากกว่าความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว

ผมนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ชื่อว่า ‘สิ่งที่ดิสนีย์แลนด์สอนฉัน’ ที่เขียนเป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของพนักงานทำความสะอาดรอบดึกคนแรกของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ จนกระทั่งเป็นผู้จัดการฝ่ายการศึกษา อบรมพนักงานทั้งหมดดิสนีย์ ยูนิเวอร์ซิตี้

คุณฮิโรชิ คามาตะ (ผู้เขียน) เล่าเรื่องราวการเรียนรู้ของแคสท์*เกี่ยวกับการรับรองที่เกินคาดเพื่อให้เกสท์*ได้รับประสบการณ์ที่ดี และมีความสุขทุกครั้งที่ได้มาเยือนดิสนีย์แลนด์ ผมจำได้ว่าเรื่องเล่าทุกเรื่องในหนังสือทำให้ผมรู้สึกทึ่งในความใส่ใจของแคสท์ที่ดิสนีย์แลนด์จริงๆ จนอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

*ดิสนีย์แลนด์เรียกพนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานพาร์ตไทม์ว่า ‘แคสท์ (Cast)’ และเรียกลูกค้าว่าเกสท์ (Guest)

เราใช้เวลาตามหาหนังสือเล่มนี้นานสักหน่อย เพราะพิมพ์มาหลายปีแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้มา :)

ภูมิกับแม่เล็กใช้เวลาอ่านหนังสือ ‘สิ่งที่ดิสนีย์แลนด์สอนฉัน’ ด้วยกันประมาณสัปดาห์กว่าๆ ภูมิกับแม่สลับกันอ่านให้อีกคนฟัง เพราะบางเรื่องมีความซับซ้อนเกี่ยวกับความคิดและความรู้สึกของตัวละครที่แม่ต้องอธิบายให้ภูมิเข้าใจ

“ภูมิอยากเป็นแคสท์ที่ดิสนีย์แลนด์จังเลยแม่” คือสิ่งที่ภูมิบอกแม่ทันทีหลังจากที่อ่านบทแรกจบ

20160917-_mg_0122

เราไปดิสนีย์แลนด์ภูมิก็จะได้เจอพี่ๆ ที่เป็นแคสท์ตัวจริงนี่นา ทำไมลูกไม่ลองคุยกับพวกเขาดูล่ะ ภูมิมีอะไรที่อยากรู้เกี่ยวกับการเป็นแคสท์ก็ลองเขียนคำถามไว้ก่อน ถ้าไปถึงแล้วมีโอกาสได้คุยกับแคสท์ซักคนเราอาจจะขอสัมภาษณ์เขาสั้นๆ ดีไม๊” แม่เล็กลองเสนอ

ภูมิพยักหน้าเห็นด้วยและดูจะตื่นเต้นที่ได้ยินว่าจะได้คุยกับแคสท์จริงๆ 

ภูมิจดคำถามที่อยากจะถามแคสท์เอาไว้ในสมุดบันทึกของตัวเอง 7 ข้อ และตั้งใจว่าจะหยิบหนังสือ‘สิ่งที่ดิสนีย์แลนด์สอนฉัน’ ไปให้แคสท์ที่ดิสนีย์แลนด์ดูด้วย แต่ผมรู้ว่าเราต้องเดินกันเยอะจึงอยากให้เขามีสัมภาระเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ก็เลยบอกภูมิว่าไม่ต้องเอาไปดีกว่า

ในวันแรกที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เราได้พบกับคุณวิง (Ms. Wing) เจ้าหน้าที่ที่จะดูแลเราในทริปนี้ และผมบอกน้องภูมิว่า ถ้ายังอยากสัมภาษณ์แคสท์ก็ลองบอกคุณวิงดูนะ เผื่อเธอจะแนะนำอะไรได้บ้าง หลังจากภูมิเข้าไปบอก คุณวิงทำหน้าสงสัยว่าทำไมภูมิถึงอยากสัมภาษณ์แคสท์ ภูมิเลยต้องเล่าเรื่องหนังสือที่อ่านมาให้ฟังและหยิบสมุดบันทึกให้คุณวิงดู

คุณวิงยิ้มกว้างและขอถ่ายรูปสมุดบันทึกของภูมิไว้ แต่ก็บอกเพียงว่าจะลองถามให้

เมื่อไปถึงสวนสนุกในช่วงบ่ายคล้อยเย็นวันเดียวกัน เราได้พบกับคุณโจอี้ (Mrs. Joey) ผู้ดูแลงานด้านการตลาดของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เธอขอคุยกับภูมิและขอดูสมุดบันทึก เราได้คุยกันถึงเรื่องหนังสือที่ภูมิอ่านซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ภูมิอยากเป็นแคสท์บ้าง คุณโจอี้ก็ยิ้มให้ภูมิด้วยความเอ็นดู แล้วบอกว่า เธอนึกถึงคนพิเศษคนหนึ่งที่น่าจะตอบคำถามภูมิได้ดีที่สุดเลย ซึ่งเป็นเพื่อนของเธอเอง เธอจะลองติดต่อให้และจะบอกอีกทีว่าสามารถนัดให้ได้มั๊ย …ภูมิดูไม่ตื่นเต้นอะไร เพราะตอนนี้ใจไปอยู่ที่เครื่องเล่นแล้ว :)

20160920-_mg_0473

ก่อนนอนคืนนั้นเราได้รับข้อความจากลุงเด้งว่า คุณโจอี้นัดคุณอาเธอร์ เลา (Mr.Arthu Lau) อดีต Hong Kong Disneyland Ambassador เมื่อปี 2013-2014 ไว้ให้แล้ว แถมแนบลิงก์ประวัติของคุณอาเธอร์มาให้ได้ชื่นชมล่วงหน้า พร้อมกับข้อความจากคุณโจอี้ที่ทิ้งท้ายไว้ว่า “คุณอาเธอร์มีเรื่องน่าสนใจหลายเรื่องอยากจะเล่าภูมิให้ฟัง”

เวลานั้นน้องภูมิหลับปุ๋ยไปแล้ว ปล่อยให้แม่กับพ่อตื่นเต้นกันอยู่สองคน :)

เราบอกน้องภูมิเกี่ยวกับคุณอาเธอร์ในตอนเช้า และเปิดประวัติการทำงานของคุณอาเธอร์ให้ภูมิอ่านแบบออกเสียงเพื่อแม่กับพ่อจะได้ฟังด้วย :D มีหลายตอนในบทความที่ทำให้พวกเราตื่นเต้นและเห็นด้วยกับคุณโจอี้ที่ว่า เขาเป็นคนที่น่าจะตอบคำถามของภูมิได้ดีที่สุด และบ่ายวันนี้ เราจะได้พบกับคุณอาเธอร์ตัวจริง

20160921-_mg_0668

เมื่อถึงเวลานัดหมาย คุณอาเธอร์ยืนรอน้องภูมิด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแม้ว่าอากาศวันนั้นจะค่อนข้างร้อนมาก และก้มตัวทักทายน้องภูมิด้วยการจับมือและแปะมือ high five อย่างเป็นกันเอง

20160921-_mg_1066

หลังจากทักทายทำความรู้จักกัน เราก็เดินไปหาที่นั่งบริเวณนั้นเพื่อให้ภูมิได้พูดคุยกับคุณอาเธอร์อย่างที่ตั้งใจ

คุณอาเธอร์เป็นผู้ชายที่มีรอยยิ้มที่จริงใจ แววตาสดใส สุภาพ และดูมีความสุข ท่าทางการพูดคุยอย่างให้เกียรติของคุณอาเธอร์ทำให้เรารู้สึกเป็นคนพิเศษ และน้องภูมิก็คงรู้สึกเหมือนกัน เพราะเห็นภูมิตั้งใจฟังคุณอาเธอร์ตลอดเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่คุยกัน

20160921-_mg_1157

สิ่งที่คุณอาเธอร์บอกและเล่าให้ภูมิฟังทำให้เราสัมผัสได้ถึงทัศนคติที่ดีในการทำงาน ความสุขจากการให้ ความเอาใจใส่ในรายละเอียด และการเป็นส่วนหนึ่งของความสุขของผู้อื่นในทุกๆ วัน — รวมๆ แล้วคงจะเรียกได้ว่าเราได้สัมผัสหัวใจของการบริการที่ดิสนีย์แลนด์ผ่านคุณอาเธอร์ก็ว่าได้

หลายอย่างที่คุณอาเธอร์บอกกับภูมิก็สัมผัสหัวใจผู้ใหญ่อย่างเราเหมือนกัน ถ้าฟังเผินๆ เหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อนึกถึงประสบการณ์ที่เราได้รับจากการมาดิสนีย์แลนด์แล้ว รู้สึกได้ว่าคำพูดง่ายๆ แบบนี้นี่แหละ ที่เป็นเบื้องหลังความสุขของทุกคนที่ก้าวเข้ามาที่ดิสนีย์แลนด์

อย่างเช่นคำตอบที่ได้รับจากคำถามนี้ “รู้สึกอย่างไรที่ได้ทำงานเป็นแคสท์ของที่นี่”

คุณอาเธอร์ตอบไว้(ประมาณ)ว่า “รู้สึกตื่นเต้น เพราะงานที่ดิสนีย์แลนด์คืองานในฝันสำหรับทุกคน เราได้ทำงานในบริษัทที่สร้างความสุขทุกวัน ที่ไม่ใช่เพียงแค่สำหรับลูกค้าเท่านั้น แต่เราสร้างความสุขให้กับเพื่อนร่วมงานด้วย มันเป็นความสนุกของผมที่ได้ทำอย่างนี้

…การทำงานที่นี่ คือการทำให้คนอื่นมีความสุข สร้างรอยยิ้ม และนั่นทำให้ผมมีความสุขไปด้วย”

และอีกหลายประโยคที่ได้ฟังแล้วอยากเขียนแบ่งปัน :)

“จริงๆ การทำงานที่ดิสนีย์แลนด์นั้นไม่ใช่งานโดยตรง แต่เป็นบทบาท เป็นภารกิจ ที่ช่วยให้คนอื่นมีความสุข ช่วยให้ฝันของคนอื่นเป็นจริง และเราก็จะมีความสุข”

“เมื่อเราทำให้ใครสักคนมีความสุข เขาก็จะมีแรงบันดาลใจที่จะทำให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย”

20160921-_mg_1074

ในวัย 8 ขวบของภูมิ เขาอาจจะเข้าใจเรื่องราวที่ได้ฟังจากคุณอาเธอร์ไม่เหมือนกับที่ผู้ใหญ่อย่างเราเข้าใจ แต่เชื่อแน่ว่า ภูมิมีความสุขที่ได้พูดคุยและได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้น …เป็นความสุขที่ได้สัมผัสถึงความสุขของคนที่ให้ความสุขกับคนรอบตัว

หลังสัมภาษณ์เสร็จ เราถามภูมิว่ารู้สึกยังไงบ้าง

“มีความสุขครับ”

20161004-_mg_2926

*** อ่านบล๊อกแล้วตามไปเจอกันได้บ่อยๆ ได้ที่ Facebook.com/bhoomplay นะครับ ***

ห้องนักบินจริงๆ เป็นอย่างนี้นี่เอง

20160922-_dsc7918

น้องภูมิเป็นเด็กที่ชอบเรื่องเกี่ยวกับอวกาศ วิทยาศาสตร์และหุ่นยนต์กลไก ทุกอย่างที่ดูซับซ้อน ไฮเทค และมีกลไกจะดึงดูดน้องภูมิได้เสมอ หลายครั้งที่เราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องเครื่องบิน น้องภูมิจะบอกอยู่เสมอๆ ว่าอยากเห็นห้องนักบินจริงๆ เล็กก็บอกเขาไปว่าคราวหน้าถ้าเราเดินทางด้วยเครื่องบินก็ลองขอแอร์โฮสเตสดูสิ ถ้าเป็นเด็กๆ ขอ และเขาไม่ติดปัญหาอะไรในการปฏิบัติงาน บางทีเขาก็พาไปดูนะ

ทริปนี้น้องภูมิเลยตั้งใจว่าจะลองขอดู :)

ในเที่ยวบินขาไปเมื่อเครื่องลงจอดแล้ว น้องภูมิก็เดินไปถามถามแอร์โอสเตสว่า “Can I see the cockpit?” แต่ได้รับการปฎิเสธเนื่องจากเที่ยวบินขาไปตอนที่เครื่องลงจอดมีปัญหาขลุกขลักเล็กน้อยเกี่ยวกับการปิดเครื่องยนต์บางส่วน (กัปตันอธิบายแล้วแต่เล็กฟังไม่ค่อยเข้าใจ ^^’) ทำให้ผู้โดยสารจะต้องรออยู่บนเครื่องจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เล็กบอกลูกว่าไม่เป็นไร เขากำลังแก้ไขปัญหากันอยู่ ตอนนี้คงไม่เหมาะ ยังไงขากลับลองดูใหม่นะ

เที่ยวบินขากลับการเดินทางราบรื่นดี เมื่อเครื่องลงจอดสนิทที่สนามบินแล้ว น้องภูมิลองเดินไปถามพี่แอร์โอสเตสอีกครั้ง ตอนแรกเธอยิ้มให้น้องภูมิพร้อมกับส่ายหน้า น้องภูมิก็ยิ้มตอบจ๋อยๆ แล้วก็เดินคอตกกลับมาเก็บของตัวเอง ซักพักพี่แอร์โฮสเตสคนเดิมก็มากระซิบกับภูมิว่า “I’ll ask captain for you, but you have to wait until all the passengers got off the plane.” น้องภูมิหันมามองหน้าแม่กับป๊าเป็นเชิงถามว่า แม่กับป๊ารอได้ไม๊

แน่นอนค่ะว่า เรารอได้ :D

พอผู้โดยสารทุกคนในชั้น Business Class ออกจากเครื่องหมดแล้ว พี่แอร์โฮสเตสคนเดิมก็มาเรียกน้องภูมิแล้วพาไปที่ห้องนักบิน กัปตันและนักบินร่วมยังอยู่ในห้อง ทั้งสองคนหันมาทักทายพวกเราอย่างยิ้มแย้ม กัปตันน่ารักและใจดีมากค่ะ กัปตันอุ้มภูริไปนั่งตักและให้เวลาคุยกับน้องภูมิอย่างเป็นกันเอง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่พวกเขาก็ได้ส่งมอบแรงบันดาลใจให้เด็กคนหนึ่งอย่างมากมายจริงๆ คุยกันไปได้แป๊บนึง เล็กก็อุ้มภูริออกไปรอที่ทางเดินเข้า Gate เนื่องจากห้องนักบินค่อนข้างเล็ก ^^

ก่อนกลับออกมาน้องภูมิถามชื่อของกัปตันเพื่อจะเก็บไว้เขียนลงสมุดบันทึก กัปตันหยิบกระดาษขึ้นมาแล้วเขียนชื่อเขาลงไป พร้อมบอกว่ากระดาษนี้เป็นกระดาษบันทึกข้อมูลสภาพอากาศของเที่ยวบินนี้ เพราะฉะนั้นด้านหลังจะมีวันที่พร้อมรายละเอียดของเที่ยวบินนี้ทั้งหมด ภูมิจะได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก :D

20161003-screen-shot-2016-10-03-at-10-57-00

น้องภูมิกับปาป๊าเป็นผู้โดยสารสองคนสุดท้ายที่ออกจากเครื่อง ภูมิเดินออกมายิ้มหน้าบาน ท่าทางสดชื่นไม่เหมือนกับเพิ่งลงจากเครื่องขากลับ (ปกติจะหมดแรงและไม่ลั้ลลามาก เพราะรู้ว่าสิ้นสุดการเที่ยวละ) น้องภูมิเล่าให้เล็กฟังอย่างตื่นเต้นว่าเขารู้สึกอย่างไรบ้างตอนที่เข้าไป และได้คุยอะไรบ้างกับกัปตัน ขอบคุณพี่แอร์โฮสเตสที่น่ารัก และกัปตันของสายการบิน Hong Kong Airlines ที่มอบประสบการณ์และความทรงจำดีๆ ให้กับครอบครัวของเรา …ขอบคุณพระเจ้า :)

20161003-_dsc8225

////

เรื่องขำๆ ที่ภูมิคุยกับเล็กระหว่างเดินไปที่สายพานรับกระเป๋า

ภูมิ : แม่รู้ไม๊ กัปตันเป็นชาวเซอร์เบีย เขาถามภูมิด้วยว่ารู้จักนักเทนนิสที่เป็นชาวเซอร์เบียไม๊ ที่เป็นมือวางอันดับหนึ่งของโลกอ่ะ

แม่ : แล้วภูมิตอบได้ไม๊

ภูมิ : ได้สิแม่ Novak Djokovic ไง

..แม่ขำก๊าก (ภูมิรู้จักนักเทนนิสอยู่คนเดียวนี่หล่ะ ถ้ากัปตันมาจากประเทศอื่นแล้วถามคำถามนี้คงใบ้กิน ฮ่าๆๆๆ)

////

โพสหน้าคุณก๊อกจะมาเล่าเรื่องน่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่งในทริปนี้ค่ะ เรื่องเกินคาดฝันที่ทำให้ภูมิได้เรียนรู้มากกว่าที่ตั้งใจไว้ก่อนเดินทาง

*** อ่านบล๊อกแล้วตามไปเจอกันได้บ่อยๆ ได้ที่ Facebook.com/bhoomplay นะคะ ***

การหายตัวไปของ ‘ก๊ะ’ กระต่ายเน่าของภูริ

‘ก๊ะ’ เป็นตุ๊กตากระต่ายสีขาว นุ่มๆ เน่าๆ ที่น้องภูริรักมาก.ก.ก… ภาพที่ครอบครัวเราเห็นเป็นประจำก็คือภาพน้องภูริกอดก๊ะตอนหลับและตอนที่ตื่นลืมตามาเช้าๆ ภูริก็จะมีก๊ะอยู่ในมือเสมอ (ลากไปไหนมาไหนทั่วบ้านจนกว่าจะหายงัวเงีย) เป็นอย่างนี้มานานเกือบสามปีแล้ว จนรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพื่อนๆ ของครอบครัวเราจะได้อ่านเรื่องเล่าเกี่ยวกับก๊ะที่เล็กแชร์อยู่บ่อยๆ

ka1

น้องภูริรักกระต่ายตัวนี้มาก แต่เล็กก็ไม่อยากให้ลูกติดตุ๊กตามากเกินไปจนต้องมีติดตัวไปด้วยทุกที่ เพราะเล็กไม่อยากให้เราไปหลงลืมมันไว้ที่ไหน (เล็กเคยเห็นเด็กเล็กๆ ที่ทำตุ๊กตาตัวโปรดของตัวเองหาย น่าสงสารมาก T-T) เราก็เลยตกลงกันว่าเราจะพาก๊ะไปข้างนอกด้วยเวลาที่เราต้องเดินทางไปนอนค้างที่อื่นเท่านั้น ซึ่งภูริก็ตกลงและเราก็ทำอย่างนี้เสมอมา ไม่ว่าภูริไปจะนอนค้างที่ไหน ก๊ะก็จะได้ไปด้วยทุกครั้ง (อ่านเรื่องเล่าของก๊ะที่เล็กเคยแบ่งปันที่เพจได้ที่นี่นะคะ)

20160920-_mg_0138

ครั้งนี้เรามาเที่ยวดีสนีย์แลนด์ แน่นอนว่าก๊ะก็มาด้วย เล็กให้ภูริเอาก๊ะขึ้นเครื่องด้วยเพื่อช่วยให้เขาสบายใจและหลับง่ายเวลาอยู่บนเครื่อง พอถึงโรงแรมเราก็เอาก๊ะไว้ในห้องพักเหมือนทุกครั้ง คืนแรกผ่านไปด้วยดีไม่มีอะไร คืนที่สองหลังจากที่เรากลับมาจากสวนสนุกในช่วงค่ำ คุณก๊อกนั่งเช็คงาน ส่วนเล็กเตรียมจัดกระเป๋าให้พร้อมสำหรับการเช็คเอ้าท์พรุ่งนี้เช้า เด็กๆ อาบน้ำเสร็จก็นั่งดูทีวีกัน ยังไม่มีใครผิดสังเกตอะไร

20160920-_mg_0166

จนกระทั่งถึงเวลาเข้านอน ภูริถามหาก๊ะ ตอนที่ลูกถามหาเล็กก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน เพราะตอนที่เล็กไล่เก็บข้าวของลงกระเป๋าก็น่าจะเห็นผ่านตาบ้างแต่ก็ไม่ยักกะเห็น แต่ไม่เป็นไรก๊ะชอบหายตัวไปอยู่ตามซอกตามมุมของบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว ห้องพักนี้ก็เล็กกว่าบ้านเรามากลองหากันดูอีกทีเดี๋ยวคงเจอ เล็กพาเด็กๆ อธิษฐานและช่วยกันหาดูจนทั่วห้องอีกครั้งแต่ก็ไม่เจอ เอาละสิ… หายไปไหนได้ไงเนี่ย! >.<

ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณก๊อกกับภูมิลงไปแจ้งเรื่องที่ Lobby หลังจากทราบเรื่อง ทางโรงแรมก็ส่งเจ้าหน้าที่มาที่ห้องเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจอีกทีว่ามันไม่อยู่ที่ห้องแน่ๆ จากนั้นซักพักทางโรงแรมก็โทรศัพท์ขึ้นมาบอกว่า มันอาจจะติดไปกับผ้าปูที่นอนตอนแม่บ้านมาทำความสะอาดและตอนนี้ยังไม่สามารถติดตามได้ เพราะเขาส่งผ้าออกไปซักข้างนอก ต้องรอตอนเช้า T_T

20160929-screen-shot-2016-09-29-at-22-21-55

ตอนที่หาไม่เจอเล็กก็คิดว่าต้องเกิดจากความผิดพลาดตอนทำความสะอาดห้องแน่ๆ แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะถึงก๊ะจะไม่ได้เป็นตุ๊กตาตัวใหญ่แต่มันก็ไม่เล็กนะคะ (ความยาวประมาณฟุตนึง) และเวลาเราไปพักตามโรงแรมมันก็จะถูกวางทิ้งไว้บนเตียงเสมอตอนที่เราไม่อยู่ที่ห้อง …ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ T_T

คืนนั้นน้องภูริถามหาก๊ะจนหลับไป ภูริถามว่า ก๊ะอยู่ไหน? ทำไมเขาเอามันไป? แล้วเมื่อไหร่มันจะกลับมา? เล็กตอบลูกแล้วก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะในใจก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะได้กลับมาไม๊ คิดไปสารพัด ถ้ามันติดไปกับผ้าปูที่นอนจริงๆ แล้วเขาไปทำตกหล่นระหว่างทางล่ะ!… ป่านนี้มันอยู่ที่ไหน?… ถ้าหาไม่เจอจะบอกลูกยังไง?… ลูกคงต้องถามหามันไปอีกนาน..น.. (ภูริทำรถของเล่นหายเมื่อสองเดือนก่อน ทั้งที่ไม่ได้รักมากเท่าก๊ะ แต่ทุกวันนี้ก็ยังถามหาอยู่เลย T-T;)

แล้วคืนนี้ ก็เลยเป็นคืนแรกที่ภูริกับก๊ะไม่ได้นอนด้วยกัน

20150729-_mg_2877

ระหว่างที่เล็กพาเด็กๆ เข้านอน คุณก๊อกลงไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมอีกรอบ เพื่อบอกพวกเขาว่า ‘ก๊ะ’ สำคัญกับภูริและครอบครัวเรามากแค่ไหน ครั้งนี้ Housekeeping Manager และ Assistant เดินออกมาพูดคุยด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนก็ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขอโทษและพยายามอธิบายถึงสิ่งที่พวกเขาจะทำให้เราได้ในคืนนี้ …แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

ก่อนกลับขึ้นมาที่ห้อง Housekeeping Manager ขอให้คุณก๊อกเลือกของเล่นอะไรก็ได้จากร้านค้าไปให้ภูริเพื่อเป็นการปลอบใจ คุณก๊อกกลับขึ้นห้องมาพร้อมกับตุ๊กตามิคกี้เมาส์ (คุณก๊อกบอกว่าเขารู้ดีว่ามันแทนไม่ได้ แต่เห็นว่าตอนที่มาถึงที่นี่ภูริตื่นเต้นเวลาเจอมิคกี้เมาส์ เลยคิดว่าตุ๊กตามิคกี้เม้าส์ตัวนี้น่าจะช่วยได้บ้าง)

คุณก๊อกขึ้นมาถึงห้องเด็กๆ ก็หลับหมดแล้ว มีแต่เล็กนั่งน้ำตาไหลอยู่ T-T คุณก๊อกเล่าให้ฟังเรื่องของเล่นที่ทางโรงแรมฝากมาให้น้องภูริเพื่อปลอบใจ ความรู้สึกเล็กตอนนั้นบอกไม่ถูก รู้สึกว่าทางโรงแรมเขาก็พยายามที่จะดูแลเราดีนะ แต่ไม่สิ ไม่อยากได้ของเล่นใหม่ อยากได้กระต่ายเน่าตัวเดิม! เล็กเดินเอาตุ๊กตามิคกี้เมาส์ตัวนั้นไปคืน ยืนน้ำตาซึม ไม่ได้โวยไม่ได้เหวี่ยง แค่บอกเขาว่าเล็กขอไม่รับนะ แต่ขอร้องให้พวกคุณไปตามหาตุ๊กตากระต่ายตัวนั้นให้เจอ แล้วพามันกลับมาให้ได้ก่อนที่เราจะกลับ มันมีความหมายกับครอบครัวเรามาก ตุ๊กตาใหม่อีก 10 ตัวก็แทนไม่ได้ Housekeeping Manager 2 คน ยืนฟังเล็กอย่างเข้าใจ (และพยายามหาคำพูดที่จะปลอบป้าคนนี้) ทั้งสองรับปากว่าจะพยายามอย่างดีที่สุดและขอโทษอย่างมากกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

คืนนั้นดูเหมือนเล็กจะหลับยากกว่าภูริซะอีก คิดถึงหน้าก๊ะแล้วก็ใจหาย เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า นี่ลูกติดตุ๊กตา หรือว่าเราติดตุ๊กตาลูกกันแน่ >.< คิดๆ แล้วก็คิดถึงเรื่องของเอ็ดเวิร์ด ทูเลน (หนังสือเล่มโปรดของเล็กเมื่อ 10 ปีที่แล้ว) กระต่ายกระเบื้องที่ผลัดพรากจากเจ้าของตัวนั้น กว่ามันจะกลับมาเจอเจ้าของอีกทีก็ตอนที่เจ้าของโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ก๊ะมันเป็นตุ๊กตาผ้ามันคงไม่ทรหดอดทนได้เป็นสิบปีขนาดนั้น >.< …ภาพการผจญภัยของบรรดาของเล่นใน Toy Story ผุดขึ้นมาในหัว ก๊ะมันคงจะเรียก ภูริ! ภูริ! ชั้นอยู่ในกองผ้า… ช่วยด้วย..ย.ย.!!. แต่ก็… ขอบคุณพระเจ้ายังไงมันก็เป็นเพียงแค่ตุ๊กตา ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับลูกๆ ของเรา ….หรือว่า.. ถึงเวลาที่พระเจ้าเห็นว่าภูริควรจะ..เติบ..โต.ขึ้..น… Z..z..z…..z…..คร่อก..ฟี้…

ตอนเช้าก็เป็นอย่างที่เราคิดไว้ ภูริถามหาก๊ะตั้งแต่ตื่นลืมตา ภูริเก่งมาก ภูริแค่ถามหา ภูริไม่ร้องไห้ ไม่โยเย (แต่ถามวนอยู่อย่างนั้น แล้วก็พูดซ้ำๆ ว่าภูริคิดถึงก๊ะอะแม่ T-T) เล็กบอกเขาไปว่าเจ้าหน้าที่เขากำลังไปตามหาให้อยู่นะ มาอธิษฐานกัน

คุณก๊อกแต่งตัวเสร็จก็รีบลงไปที่ Lobby เพื่อตามเรื่อง ระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่เช็คเรื่องให้อยู่ Mr.Hong ซึ่งเป็น Housekeeping Manager รอบนี้ ก็มาพบคุณก๊อกบอกว่าได้รับเรื่องต่อจาก Housekeeping Manager เมื่อคืนแล้ว Mr.Hong กล่าวขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้งแล้วบอกว่าเขาเพิ่งได้รับการติดต่อมาว่าเจอตุ๊กตากระต่ายแล้ว ตอนนี้กำลังส่งกลับมา ถ้ามาถึงแล้วจะรีบเอามาให้ทันที

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ระหว่างที่พวกเรากำลังเดินเล่นในสวนของโรงแรม Mr.Hong ก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหาพวกเราพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ เขาย่อตัวลงตรงหน้าภูริแล้วค่อยหยิบก๊ะออกมาจาถุงพลาสติก ก๊ะของภูริ ก๊ะตัวเดิม ที่เพิ่มเติมคือตัวมันแฟ่บลงและขาวจั๊วะเลย (โดนน้ำยาซักผ้าขาวและลงเครื่องปั่นหนักไปแล้วแน่นอน) เสื้อยืดสีเทาตัวที่แม่เพิ่งตัดให้ก่อนเดินทางมาก็ไม่อยู่แล้ว (ไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่ตัดให้ใหม่) ขอบคุณพระเจ้า ยังไงก๊ะก็กลับมาแล้ว… ไปเที่ยวมาสนุกไม๊ รู้ป่าวแม่เป็นห่วง

20160929-screen-shot-2016-09-29-at-19-27-17

Mr.Hong กล่าวขอโทษน้องภูริและครอบครัวเราอย่างอ่อนน้อม พร้อมบอกกับเราว่าเขาเข้าใจดีว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนและเขาเสียใจมากๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น และขอมอบตุ๊กตามิคกี้เมาส์ (ตัวเมื่อคืน) ให้ภูริเพื่อเป็นการขอโทษ ภูริดีใจมากที่ก๊ะกลับมาและก็ดีใจด้วยที่มีเพื่อนใหม่เป็นมิคกี้เมาส์ พวกเรากล่าวขอบคุณ Mr.Hong  ที่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยให้เด็กๆ ไม่ต้องกลับบ้านไปพร้อมกับความทรงจำที่ไม่ดี … เพราะที่นี่คือดีสนีย์แลนด์ 

20160922-_mg_2026

เสร็จเรื่องแล้วเราก็เดินไปที่ห้องอาหารเพื่อทานอาหารเช้า ภูริอุ้มก๊ะไว้แนบตัวกอดมันแล้วพูดว่า “ขอโทษนะ” เล็กได้ยินก็เลยหันไปยิ้มแล้วบอกลูกว่า “มันไม่ใช่ความผิดของน้องนะ” ภูริตอบว่า “ไม่ใช่ความผิดของน้อง แต่น้องน่ารัก” ^^

20160922-_mg_2267

พอกลับมาถึงบ้านเล็กก็จัดการเปลี่ยนใส้ก๊ะให้ใหม่หมดเลย เพราะมันคงโดนปั่นด้วยเครื่องซักที่แรงมาก ใยสังเคราะห์เดิมถูกอัดจนเป็นก้อน หัวฟีบแบน ตัวเหี่ยว ส่วนใยสังเคราห์อย่างดีชุดใหม่ที่เพิ่งเติมไปให้ไม่ถึงสองเดือน ก็ไม่ฟูแล้ว ดูสภาพสิคะ

เปลี่ยนใส้ใยสังเคราะห์ให้ใหม่แล้วค่อยดูดีขึ้นหน่อย เล็กตัดเสื้อยืดตัวใหม่ให้แทนตัวที่หายไปด้วย ตอนนี้ก๊ะกลับมาหล่อเหมือนเดิมแล้วค่ะ :D

20160929-_mg_2419

ใครที่เคยมีประสบการณ์คล้ายๆ อย่างนี้แบ่งปันกันได้นะคะ โพสหน้าเล็กจะเขียนเล่าเรื่องน่ารักๆ ในดีสนีย์แลนด์ที่เราประทับใจให้อ่านนะคะ รอติดตามค่ะ :D

*** อ่านบล๊อกแล้วตามไปเจอกันได้บ่อยๆ ได้ที่ Facebook.com/bhoomplay นะคะ ***


ตอนนี้ ดิสนีย์แลนด์มีโปรโมชั่นห้องพักกับส่วนลดสูงสุดถึง 35% และสามารถอัพเกรดห้องพักได้ฟรี! ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2560 นะคะ ดูรายละเอียดและจองผ่านลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ

https://www.hongkongdisneyland.com/th/offers-discounts/limited-time-room-offer/?CMP=BAC-CoopXmas17BlPlThThHtlLtdRmOfr

อิ่มอร่อย หลับสบาย จบหมดได้ในดิสนีย์แลนด์เลย

ทริปนี้เราพักกันที่ Disney’s Hollywood Hotel กันนะคะ คราวที่แล้วก็พักที่นี่แต่ยังไม่มีโอกาสเขียนเล่าให้ฟัง โพสนี้เล็กจะเขียนเล่าให้ฟังคร่าวๆ นะคะ เผื่อใครอยากจะพาเด็กๆ มาเที่ยวที่ดิสนีย์แลนด์ จะได้มีข้อมูล ^^

ดีสนีย์แลนด์ฮ่องกง จะมีส่วนของสวนสนุกและโรงแรมอยู่ในพื้นที่เดียวกันรวมเรียกว่า Disneyland Resort ปัจจุบันมีโรงแรมอยู่ 2 แห่งคือ Hong Kong Disneyland Hotel กับ Disney’s Hollywood Hotel และกำลังมีการก่อสร้างโรงแรมอีก 1 แห่ง ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้  โดยโรงแรมใหม่จะตั้งอยู่ระหว่าง 2 โรงแรมเดิมค่ะ

ที่ตั้งของโรงแรมทั้งหมดจะอยู่รอบนอกของสวนสนุก ไม่ห่างจากสวนสนุกมากนัก โดยเขาจะมีบริการรถ Shuttle Bus วิ่งรับส่งตลอดทั้งวัน ถ้าใครอยากจะใช้เวลาในสวนสนุกแบบเต็มที่ การพักโรงแรมในนี้เลยก็จะสะดวกมากค่ะ อยู่ชมดอกไม้ไฟตอนหัวค่ำจนจบแล้วค่อยกลับออกมาได้ ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองให้เหนื่อย นั่ง Shuttle Bus ไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงโรงแรมค่ะ

20160920-_mg_0401

Disney’s Hollywood Hotel จะเป็นโรงแรมที่ออกแบบตกแต่งในสไตล์ Art Deco มีกลิ่นอายยุคทองของ Hollywood ในความทรงจำ ช่วงยุค 60s สวยคลาสสิคค่ะ ห้องพักทุกแบบสามารถรองรับแขกเข้าพักได้สูงสุดถึง 4 คน เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนแบบครอบครัวมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเตียงเดียวคิงเบดหรือจะเป็นดับเบิ้ลเบด 2 เตียงก็นอนสบายค่ะ (ครอบครัวเรา 4 คนนอนมาแล้วทั้ง 2 แบบ ^^)  ถ้ามีเด็กเล็กก็สามารถแจ้งขอ Baby Cot ได้นะคะ ครั้งที่แล้วตอนภูริอายุขวบนิดๆ ก็ได้ใช้บริการนี้ค่ะ :)

20160920-_mg_0409

ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตามมาตรฐานโรงแรม ทั้งทีวี (มีช่องการ์ตูนของดีสนีย์ให้เปิดดูได้ทั้งวันค่ะ), ตู้เย็น, อุปกรณ์ชงชา-กาแฟ, ไดร์เป่าผม, ตู้เซฟ, Wifi ใช้ได้ทั่วโรงแรม และทุกห้องจะมีรองเท้าสวมในบ้านให้ 4 คู่ เป็นของผู้ใหญ่ 2 คู่ เด็ก 2 คู่ค่ะ รองเท้านี้จะมีลายเส้นรูปหัวมิคกี้ด้วยนะคะ และเราสามารถเก็บกลับบ้านได้เลยค่ะ เขาให้แขกเป็นที่ระลึก ^^

20160928-_mg_2381

ของที่ระลึกอีกอย่างที่เล็กชอบมากและว่ามันน่ารักดีก็คือ ชุดสบู่อาบน้ำในห้องน้ำ สบู่เหลวจะบรรจุอยู่ในขวดที่มีฝาเป็นรูปหัวมิคกี้ ทั้งสบู่เหลวและสบู่ก้อนผลิตโดย H2O+ อเมริกา จัดทำพิเศษสำหรับ Disneyland โดยเฉพาะ มีกลิ่นหอมแบบที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ แขกจะได้กลิ่นนี้ตั้งแต่เดินเข้า Lobby มาเลยค่ะ ^^ ชุดเครื่องอาบน้ำทั้งหมด (มีแปรงสีฟันให้ด้วย 4 ชุดค่ะ) ใส่ไว้ในถ้วยกระดาษปิดฝาด้วยหัวมิคกี้ซึ่งทั้งหมดนี้เราเก็บกลับบ้านได้เลยนะคะ น่ารักมากๆ ^^ <3 น้องภูริยังขออาบน้ำด้วยสบู่เหลวมิคกี้อยู่เลยค่ะ พออาบเสร็จก็บอกว่าภูริอยู่ที่ Hollywood Hotel

อ้อ..ชั้นล่างของโรงแรมจะมีร้านขายสินค้าดีสนีย์ให้เลือกซื้อด้วยนะคะ ช้อปของฝากนาทีสุดท้ายได้ตรงนี้เลยค่ะ ^^ สินค้าราคาเท่ากับในสวนสนุก แม้จะไม่ได้มีให้เลือกเยอะเท่าในสวนสนุกแต่ก็มีหลากหลายมากค่ะ

ร้านอาหารใน Disneyland Resort ก็มีให้เลือกหลากหลายค่ะ ถ้าชอบอาหารจีนที่โรงแรม Hong Kong Disneyland Hotel จะมีห้องอาหารจีน ‘Crystal Lotus’ ห้องอาหารจีนแบบโต๊ะจีนสุดหรู ดูหน้าตาอาหารสิคะว่าน่าทานขนาดไหน ส่วนรสชาติก็ไม่แพ้หน้าตาเลยค่ะ ทั้งของคาวของหวาน แถมเขาจะมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ในการตกแต่งอาหารเช่น ติมซำดีสนีย์ หรือซุปหอยเชลล์ที่มีฟักเขียวตัดเป็นรูปหน้ามิคกี้ เนี้ยบสวยเชียวค่ะ เจ้าซุปที่ว่านี่เป็นจานอร่อยติดดาวในใจเล็กเลยค่ะ กลมกล่อมมาก.ก.ก…. <3 ลุงเด้งพามาทานที่นี่ 2 ครั้งแล้ว ไม่เคยผิดหวังเลยค่ะ อร่อยทุกจาน บรรยากาศชนะเลิศ ^^

20160920-_mg_0346

ร้านอาหารจีนอีกร้านที่อยากแนะนำก็คือ ‘Plaza Inn’ ค่ะ ร้านนี้จะอยู่ในสวนสนุกนะคะ เป็นร้านอาหารในสวนสนุกที่เปลี่ยนภาพความคิดเดิมๆ ของเล็กเลยค่ะ ก่อนหน้านี้คิดว่าอาหารในสวนสนุกก็คงจะมีแต่พวกอาหารจานด่วน แต่ที่นี่เขาเสริฟอาหารจีนแบบโต๊ะจีนในภัตาคารหรูเลยค่ะ ดูเมนูและหน้าตาอาหารสิคะ ถ้าไม่ติดว่าต้องพาเด็กๆ ไปตามเก็บเครื่องเล่นที่เขาอยากเล่น เราคงนั่งละเลียดจิบชา ทานอาหารตรงนี้กันนานๆ เลยค่ะ

20160921-_mg_1341

สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปกับเหล่าคาแรคเตอร์แบบใกล้ชิด แนะนำให้จัดโปรแกรมพาเด็กๆ แวะไปทานอาหารบุฟเฟท์ที่ ‘Enchanted Garden’ โรงแรม Hong Kong Disneyland Hotel ซักมื้อนะคะ เป็นประสบการณ์และความทรงจำที่พิเศษมากสำหรับเด็กๆ เลยล่ะค่ะ เหล่าคาแรคเตอร์จะแวะเข้ามาทักทายและถ่ายรูปกับเด็กๆ ตามโต๊ะอย่างเป็นกันเอง น้องภูริกลับมาแล้วยังเล่าให้คนอื่นฟังเลยค่ะว่ามินนี่มาทานข้าวกับภูริ ^^

20160921-_mg_0754

20160921-_mg_0818

20160921-_mg_0842

20160921-_mg_0813

หรือถ้าพักที่ Disney Hollywood Hotel แล้วไม่อยากไปไหนไกล ที่โรงแรมก็มีห้องอาหารสไตล์บุฟเฟท์เหมือนกันค่ะ ชื่อว่า ‘Chef Mickey’ มีอาหารมากมากหลายอย่างให้ลิ้มลอง ทั้งอาหารจีน อาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่น ขนม ของหวานอีกเพียบ อิ่มอร่อยพุงกางกันไปเลยค่ะ ^^ ทานเสร็จก็เดินไปขึ้น Shuttle Bus ไปสนุกกันต่อที่ดิสนีย์แลนด์ได้สบายๆ 

20160922-_mg_206820160922-_mg_206620160922-_mg_2063

20160922-_mg_2035

ระหว่างที่เราท่องเที่ยวไปในดินแดนแห่งความฝันกันนั้น ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันกับ ‘ก๊ะ’ ตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดของภูริ ก๊ะหายไปจากห้องพัก! เกิดอะไรขึ้นกับก๊ะ? แล้วเรื่องราวจะคลี่คลายอย่างไร ติดตามในโพสหน้านะคะ ^^

*** อ่านบล๊อกแล้วตามไปเจอกันได้บ่อยๆ ได้ที่ Facebook.com/bhoomplay นะคะ ***


ราคาห้องพักที่นี่จะมีเป็นแพ๊คเกจหลากหลายรูปแบบนะคะ ทั้งแบบกลุ่ม แบบรวมอาหารเช้า แบบรวมตั๋วเข้าสวนสนุก และยังมีโปรโมชั่นตามเทศกาลอยู่เรื่อยๆ จองล่วงหน้ายังได้ลดราคาสูงสุด 35% ด้วยนะคะ ลองตรวจสอบได้ตามลิงค์ข้างล่างเลยค่ะ ขอให้มีความสุขสนุกกับดีสนีย์แลนด์ดินแดนแห่งความฝันนะคะ :D

https://www.hongkongdisneyland.com/th/offers-discounts/limited-time-room-offer/?CMP=BAC-CoopXmas17BlPlThThHtlLtdRmOfr

รีวิวเครื่องเล่นที่ Hong Kong Disneyland กับแม่เล็ก(และน้องภูมิ) ^^

20160921-_mg_0902-3ครั้งนี้เรามาเยือน Hong Kong Disneyland ในช่วงใกล้เทศกาล Halloween ธีมของสวนสนุกในช่วงนี้จึงเป็น “Disney Halloween Time” บรรยากาศการจัดตกแต่งสถานที่ก็จะเน้นสีสันของวัน Halloween โดยเหล่าคาแรคเตอร์ต่างๆ ทั้งมิคกี้และมินนี่และตัวการ์ตูนที่เราคุ้นเคยอีกมากมายก็จะพากันแต่งกายในชุดแฟนซีฮาโลวีน ของขวัญของที่ระลึกในร้านค้าก็มีเป็นธีมฮาโลวีนให้เลือกมากมาย ไปจนถึงขนมและอาหารเขาก็จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้เข้ากับบรรยากาศ เช่น คัพเค้กแวมไพร์ หรือฮะเก๋ารูปหัวกระโหลกอะไรอย่างงี้ ^^

เด็กๆ ที่จะมาเที่ยวช่วงนี้และชื่นชอบสีสันและการแต่งชุดแฟนซีแบบฮาโลวีน ก็จัดเต็มกันมาได้เลยนะคะ ใครที่แต่งชุดได้เข้าบรรยากาศมากๆ เหล่าแคส (เจ้าหน้าที่ของดีสนีย์แลนด์) ก็จะเข้าไปทาบทามให้เข้าร่วมปาร์ตี้แต่งกายแฟนซีของมิกกี้และผองเพื่อน และจะได้เดินร่วมกับกลุ่มนักแสดงในขบวนพาเหรดด้วยนะคะ

20160921-_mg_1407

ขบวนพาเหรดประจำวันภาคบ่ายจะเป็น ‘Mickey’s Halloween Time Calvacade’ ประกอบด้วย มิกกี้ มินนี่ และกู๊ฟฟี่ บนตะเกียงฟักทอง Jack O’Lantern สีส้มสด ใหญ่ยักษ์สามอันซึ่งหมุนไปพร้อมกับมิตรสหายดิสนีย์อื่นๆ อีกหลายตัว สวยงาม ดูเพลินตามสไตล์ดีสนีย์ค่ะ อ้อ..เตรียมร่มและหมวกสำหรับเด็กๆ มาด้วยนะคะ ช่วงบ่ายแดดแรงมาก ถ่ายรูปสวยแต่ก็ร้อนมากค่ะ ^^’ ส่วนสีสันการแสดงภาคค่ำนั้นอาจจะไม่ค่อยเหมาะสำหรับเด็กเล็กเท่าไหร่นะคะ เพราะจะเป็นการแสดงแสงสีเสียงที่เน้นความหลอน.น… พอท้องฟ้ามืดบรรยากาศปราสาทเจ้าหญิงที่สวยหวานใจกลางสวนสนุกก็จะถูกเปลี่ยนเป็นปราสาทแม่มดผู้เกรี้ยวกราด ผู้ใหญ่ก็ดูเพลินๆ ค่ะ แต่เด็กๆ นี่อาจจะน่ากลัวไปหน่อย ^^’

พาเหรดภาคค่ำจะเป็น ‘Villains Night Out’ เหล่าคาแรคเตอร์ตัวร้ายของดีสนีย์ที่จะพากันออกมาเต้นด้วยใบหน้าที่ถมึงทึงเพื่อสร้างความน่าสะพรึงกลัว และในช่วงเทศกาล Halloween นี้ก็ยังมีโซนบ้านผีสิง ‘The Nightmare Experiment’ ที่ The Pavilion ให้เล่นด้วยค่ะ แต่ความที่เรามีลูกเล็ก เล็กเลยส่งให้คุณก๊อกไปสังเกตุการณ์คนเดียว ทั้งบ้านผีสิง และพาเหรดภาคค่ำ คุณก๊อกบอกว่าบ้านผีสิงนั้นสนุกดี มีหลอกให้ตื่นเต้นตกใจพอได้ยินเสียงวี้ดว้ายบ้าง สำหรับผู้ใหญ่ก็ถือว่าไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่ทั้งบ้านผีสิงและพาเหรดภาคค่ำเราคิดว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กนะคะ ถ้าครอบครัวไหนมีเด็กเล็กและอยากจะให้เด็กๆ ได้ชมพาเหรดของดีสนีย์ เล็กแนะนำให้มาช่วงใกล้ๆ ปีใหม่นะคะ ช่วงนั้นจะเป็นธีมคริสตมาส พาเหรดจะสวยงามและดูสนุกกว่ามากสำหรับเด็กๆ ค่ะ :)

ไปต่อกันที่เครื่องเล่นกันบ้างนะคะ มีเครื่องเล่นหลายตัวที่น้องภูมิทั้งติดใจและคาใจจากคราวที่แล้วและหมายมั่นมากๆ ว่าจะต้องมาเล่นให้ได้ ^^ ตอนท้ายเรื่องมีรีวิวส่วนตัวของน้องภูมิที่ให้คะแนนเครื่องเล่นและการแสดงแต่ละชุดด้วยนะคะ เผื่อใครจะตามรอยจะได้มีข้อมูลประกอบการวางแผนเที่ยว :D

20160921-_mg_1704

มาเริ่มกันที่เจ้า ‘RC Racer’ ที่คราวที่แล้วน้องภูมิอยากเล่นมาก.ก.ก… แต่ติดที่ส่วนสูงไม่ถึง (ขาดไป 5 ซ.ม.) ซึ่งถ้ายังไม่ถึงที่กำหนดไว้ยังไงเจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้เล่นค่ะ คราวนี้น้องภูมิมาพร้อมกับความสูงที่ผ่านเกณฑ์แล้วก็เล่นได้ละ เล่นเสร็จลงมาภูมิบอกให้คะแนนความหวาดเสียวสูงสุด ไม่กล้าลืมตาเลย เล็กถามว่าจะเล่นอีกไม๊ น้องภูมิหัวเราะแล้วก็ส่ายหน้า (ฮา) เครื่องเล่นตัวนี้จะเหมือนกับไวกิ้งสมัยก่อนหน่ะค่ะ เล็กยืนดูอยู่ข้างล่างยังเสียวเลยค่ะเจ้า ‘RC Racer’ มันเหวี่ยงสูงมาก.ก..ก…ก… อันนี้ยังไงแม่ก็ไม่ยอมเล่นเด็ดขาด ^^’

ต่อด้วย ‘Hyperspace Mountain’ เจ้าตัวนี้เป็นเครื่องเล่นที่คราวที่แล้วน้องภูมิชอบมาก เล่นกับป๊ารอบนึงแล้วก็มาชวนแม่ไปเล่นอีก เล็กเห็นน้องภูมิเล่นได้ก็คิดว่าคงจ ะไม่หวาดเสียวเท่าไหร่ ที่ไหนได้ลงมาขาสั่นเลย ^^’ มาครั้งนี้พิเศษกว่าเดิมอีกตรงที่เขาเปลี่ยนโฉมใหม่หมดเป็นธีม Star Wars มีแสงสีเสียงที่ตื่นเต้นเร้าใจ และทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังบินอยู่ใน X-Wing ท่ามกลางสงครามอวกาศสุดล้ำ ภูมิเล่นรอบแรกบอกว่าตื่นเต้นมาก ตะลึงอึ้งไปเลย แต่ก็ขอกลับไปเล่นอีก และเล่นอีก เบ็ดเสร็จเล่นไป 4 รอบ ^^

20160922-_mg_2161ทั้งภูมิและป๊าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุกมาก.ก..ก..ก.. อยากให้แม่ไปลอง เอิ่ม.ม..คราวที่แล้วขนาดไม่เร็ว ไม่หวือหวาเท่านี้แม่ยังจะแย่เลย ไม่เอาด้วยหรอก ^^’

ไหนๆ ก็พูดถึงเครื่องเล่นแรงๆ แล้วเรามาต่อด้วย ‘Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars’ เลยดีกว่า เจ้าตัวนี้ภูมิก็ชอบมากคราวที่แล้วก็เล่นไป 2 รอบ แต่เล็กยังไม่เคยเล่นและก็ไม่ได้คิดอยากจะเล่น (เล็กเป็นพวกไม่ค่อยกล้าเล่นเครื่องเล่นที่มันหวาดเสียวอยู่แล้ว ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งไม่กล้าเล่น ^^’) คราวนี้ 2 พ่อลูกทั้งฉุดทั้งดันบอกให้ลองดู สนุกมาก ภูมิบอกว่าอันนี้ภูมิให้คะแนนความหวาดเสียวน้อยกว่า ‘Hyperspace Mountain’ นะ แม่ต้องลอง – อ่ะลองก็ลอง ^^ ลองแล้วปรากฏว่า…สนุกดีค่ะ! ชอบๆ ^^ มันจะมีช่วงพีคที่หวาดเสียวมากๆ อยู่ประมาณซัก 1 – 2 นาทีเท่านั้น ใครที่ไม่ค่อยชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวแต่อยากเล่นอะไรที่สนุกๆ ตื่นเต้นบ้าง ‘Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars’ เป็นคำตอบได้นะคะ ^^

เครื่องเล่นอีกตัวที่เล็กยังไม่กล้าลอง แต่สองพ่อลูกชอบมากก็คือ ‘Toy Soldier Parachute Drop’ เครื่องเล่นจะพาผู้เล่นขึ้นไปสูงราวๆ 80 ฟุต แล้วก็ทิ้งดิ่งลงมาราวกับว่าเราจะตกกระแทกพื้น >.< ภูมิบอกขึ้นไปแล้วรู้สึกเหมือนตัวลอยได้ เสียวแต่สนุกดี อันนี้เล็กก็ขอบายค่ะไม่กล้าลองจริงๆ ^^

20160922-_mg_2131

มาที่เครื่องเล่นแบบสนุกๆ ที่น้องภูริ (3 ขวบ) เล่นได้กันบ้างนะคะ ที่ดีสนีย์แลนด์มีเครื่องเล่นที่เหมาะสำหรับเด็กเล็กๆ อยู่หลายอย่างเหมือนกันค่ะ ซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่เด็กเล็กเล่นได้และเด็กโตอย่างน้องภูมิ (8 ขวบ) ก็ยังเล่นสนุกอยู่ค่ะ เริ่มจาก ‘Dumbo the Flying Elephant’ กับ ‘Orbitron’ สองอันนี้จะคล้ายๆ กันค่ะ เป็นที่นั่งที่หมุนไปรอบๆ และให้ผู้เล่นบังคับที่นั่งขึ้น-ลงได้ นั่งตากลมสบายๆ เป็นเครื่องเล่นที่เล่นไปถ่ายรูปไปได้ค่ะ ^^

หรือจะให้สนุกตื่นเต้นขึ้นมาอีกนิดก็เป็นถ้วยหมุน ‘Mad Hatter Tea Cups’ เด็กๆ สนุกมากค่ะ หมุนกันมึน ^^

20160921-_mg_0946

‘Slinky Dog Spin’ ก็เป็นเครื่องเล่นที่น้องภูริเล่นได้นะคะ ตอนแรกยืนดูอยู่ข้างนอกก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่เพราะเล็กเองก็ยังไม่เคยเล่น เล็กถามเจ้าหน้าที่ว่าเด็กเล็กอย่างน้องภูริเล่นได้ไม๊ เจ้าหน้าที่พยักหน้า เราเลยลุย! ^^ เครื่องเล่นนี้ไม่มีอะไรหวือหวาค่ะ จะมีก็แค่เวียนหัวสำหรับผู้ใหญ่อย่างเรา เด็กๆ ชอบค่ะ ^^

20160922-_mg_2151

ถ้าไปเที่ยวในวันที่แดดจัด (เหมือนคราวนี้ที่เราไป) หลบร้อนพาเด็กๆ ไปเครื่องเล่นในห้องแอร์ก็ได้นะคะ มีเครื่องเล่นหลายอย่างเลยค่ะที่เป็นเครื่องเล่นสบายๆ เด็กเล็กเด็กโตก็สามารถเพลิดเพลินด้วยกันได้ เช่น ไปเยี่ยมชมคฤหาสน์และของสะสมโบราณที่ต้องมนต์ของลอร์ดเฮนรี่ มิสติก ใน ‘Mystic Manor’  อันนี้แฟนตาซี สวยงามและสนุกมากค่ะ (น้องภูริชอบ ออกมาเลยได้ตุ๊กตาลิงอัลเบิร์ตติดมือกลับบ้านมาด้วย ^^)

เครื่องเล่นต่อไปเด็กผู้ช่ายน่าจะชอบมากๆ เลยค่ะ ‘Buzz Lightyear Astro Blasters’ ขับเคลื่อนยานรบ XP-38 สเปซครูเซอร์ที่หมุนได้ 360 องศา เข้าไปต่อสู้กับเซิร์ก ด้วยอาวุธปืนเลเซอร์ สำหรับเด็กโตอย่างน้องภูมิเขาจะเล่นอย่างสนุกสนานเพื่อเก็บคะแนนอย่างจริงจัง ส่วนเด็กเล็กอย่างน้องภูริก็ยิงมั่วๆ ไป แค่มีไฟวื้บว้าบกับเสียงตี้ดๆ ต้าดๆ ก็สนุกมากแล้วค่ะ (ขอเล่นซ้ำด้วย ^^)

20160927-buzz02-2

สำหรับเด็กผู้หญิงหรือเด็กที่เล็กกว่าน้องภูริ ก็ไปนั่งโหลน้ำผึ้งเข้าไปผจญภัยในโลกแสนสนุกของหมีพูห์ ใน ‘The Many Adventures of Winnie the Pooh’ ได้นะคะ สนุกสนานแบบเบาๆ ค่ะ เสร็จแล้วเดินต่ออีกนิดไปล่องเรือชมตุ๊กตาเด็กๆ จากทั่วโลกขับขานบทเพลง “It’s a Small World (after all)” ที่ “It’s a Small World” ล่องเรือเพลินๆ เพลงเพราะๆ แอร์เย็นๆ คุณพ่อคุณแม่อย่าเผลอหลับนะคะ ^^

เด็กๆ ที่ชอบแนวผจญภัยสนุกๆ อย่าลืมไปล่องเรือ ‘Jungle River Cruise’ นะคะ เข้าไปผจญภัยในป่าลี้ลับที่เต็มไปด้วยอันตรายทั้ง จระเข้, งู, แมงมุมพิษและสัตว์ป่ามากมาย ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมานั้นไม่ใช่ของจริงนะคะ แต่เหมือนจริงจนรู้สึกตื่นเต้นทีเดียว อันนี้เล่นได้ทุกวัยค่ะทั้งภูมิและภูริชอบมาก

20160922-_mg_2111

มาดูเรื่องของโชว์กันบ้างนะคะ โชว์ที่เป็นสุดยอดห้ามพลาดเลยก็คือ โชว์ของ Disney Storybook Theater ซึ่งตอนนี้จะเป็นโชว์ชุด “Mickey and the Wonderous Book” การแสดงที่จะพาเราเข้าไปในโลกของหนังสือนิทานคลาสสิคของดีสนีย์ บอกได้เลยค่ะว่าสุดอลังการ ตระการตาจริงๆ ดูแล้วมีความสุขมาก.ก..ก…ค่ะ ใครไปเที่ยวห้ามพลาดเลยนะคะ เล็กชอบอันนี้มากที่สุด ^^ <3

20160921-_mg_1744

ส่วนอันนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชว์ได้หรือเปล่านะคะ เราเข้าไปนั่งชมเฉยๆ แต่สนุกดีค่ะ ‘Mickey’s PhilharMagic’ การผจญภัยไปกับโลกมายาของมิคกี้แบบ 3 มิติ ใส่แว่นตากันคนละอันดูสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยค่ะ เด็กเล็กๆ อย่างน้องภูริดูไปก็เอามือออกมาไขว่ขว้าภาพ 3 มิติ ที่เขาเห็นลอยอยู่ตรงหน้าไปด้วย สนุกมากๆ ค่ะ ^^

และก็มาถึงไฮไลท์ความสุขของน้องภูมิในทริปนี้ การได้ร่วมฝึกเป็นเจได! ใน Jedi Training: Trials of the Temple ภูมิได้ใช้ ไลต์เซเบอร์ฟาดฟันกับดาร์ธ เวเดอร์ จริงๆ สำหรับน้องภูมิ มันเจ๋งสุดๆ อะค่ะ ^^ น้องภูมิเป็นแฟนสตาร์ วอร์สมาอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ 4-5 ขวบ (รู้เรื่องราวของมหากาพย์นี้ดีกว่าแม่เยอะเลยค่ะ)

ช่วงนี้โซน Tomorrow Land ของดีสนีย์ จัดเป็นธีมสตาร์ วอร์ส น้องภูมิเดินเข้ามาในโซนนี้แล้วทุกอย่างมันใช่ไปหมดอะค่ะ ได้เห็นยาน X-Wing ใกล้ๆ ได้กระทบใหล่ ได้ใกล้ชิดกับชิวบาคก้าคู่หูของฮานโซโล และ R2D2 แถมๆ เดินๆ อยู่ก็เจอผู้กองฟาสม่าพร้อมกองทัพสตอร์มทรูเปอร์อีก ดีนะวันนั้นน้องภูมิใส่เสื้อ Stormtrooper พอดี เลยปลอดภัย ^^’ น้องภูมิสนุกมากอยู่แถวนี้ได้ทั้งวันอ่ะค่ะ ^^

20160921-_mg_1558

น้องๆ ที่มีอายุ 4-12 ปีสามารถเข้าร่วมได้ฝึกเป็นเจไดจิ๋วได้นะคะ เขาจะจัดเป็นรอบๆ รอบละประมาณ 20 คน ให้เช็ครอบและแจ้งกับเจ้าหน้าที่ก่อนเลยตั้งแต่มาถึงค่ะ เจ้าหน้าที่จะให้บัตรลงทะเบียนที่ระบุรอบที่เราจะได้ฝึก (และร่วมแสดง) แล้วพอใกล้ๆ ถึงเวลาเราก็มารับไลต์เซเบอร์และสวมเสื้อคลุมเจไดเพื่อเตรียมฝึกและต่อสู้กับพวก Dark Side ^^ เล็กนั่งดูเด็กๆ แล้วมีความสุขมากค่ะ คือหน้าตาเด็กๆ นี่อินกันมาก ภูมิเล่นเสร็จแล้วเล็กถามภูมิว่า “ตอนที่สู้กับดาร์ธ เวเดอร์ นี่ลูกคิดว่าลูกเป็นเจไดจริงๆ รึป่าว” น้องภูมิพยักหน้าแล้วยิ้มเขินๆ ชูสติ๊กเกอร์ที่ได้หลังจากผ่านการฝึกเป็นเจไดให้แม่ดูอย่างภาคภูมิใจ ^^

20160921-_mg_1668

ถ้ายังพอมีเวลาเหลือ อาจจะพาเด็กๆ นั่งรถไฟ ‘Hong Kong Disneyland Railroad’ เล่นได้นะคะ รถไฟของเมืองในฝันที่สวยงาม นั่งชิวๆ ชมวิวรอบสวนสนุก แถมแอบมีเซอร์ไพรส์น่ารักๆ ระหว่างทางด้วย ยังไงเตรียมกล้องถ่ายรูปไว้ให้พร้อมนะคะ ^^

นี่เป็นบันทึกการให้คะแนนเครื่องเล่นและการแสดงต่างๆ ที่น้องภูมิ (8 ขวบ) ทำไว้ค่ะ ^^

ใครมาเที่ยวที่ดีสนีย์แลนด์แล้วอยากมีเวลาพาเด็กๆ เล่นเครื่องเล่นอย่างเต็มที่ แนะนำว่าพักในโรงแรมของดีสนีย์แลนด์เลยก็จะสะดวกมากๆ ค่ะเขาจะมีแพ๊กเกจแบบรวมที่พักและตั๋วเข้าสวนสนุกด้วยนะคะ ลองเช็คดูค่ะ โพสหน้าจะเขียนเล่าให้ฟังเกี่ยวกับที่พักบ้าง ติดตามนะคะ :)

*** อ่านบล๊อกแล้วตามไปเจอกันได้บ่อยๆ ได้ที่ Facebook.com/bhoomplay นะคะ ***


ตอนนี้ ดิสนีย์แลนด์มีโปรโมชั่นห้องพักกับส่วนลดสูงสุดถึง 35% และสามารถอัพเกรดห้องพักได้ฟรี! ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2560 นะคะ ดูรายละเอียดและจองผ่านลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ

https://www.hongkongdisneyland.com/th/offers-discounts/limited-time-room-offer/?CMP=BAC-CoopXmas17BlPlThThHtlLtdRmOfr