Sleep Like a Tiger (story reading)


คลิปน้องภูมิอ่านนิทาน 2 ภาษาเรื่องที่ 4 ค่ะ

‘Sleep Like a Tiger’
พิมพ์ครั้งแรก 2012 สำนักพิมพ์ Houghton Mifflin Harcourt
หนังสือภาพเล่มนี้เหมาะที่จะเอาไว้อ่านก่อนนอนกับเด็กๆ มากเลยค่ะ เพราะเป็นเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยผู้ซึ่งไม่อยากจะเข้านอนเอาซะเลย (เหมือนเด็กที่บ้านเราเลยแฮะ ^^) เนื้อเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ และภาพประกอบชวนฝัน จะพาจินตนาการของเด็กๆ ล่องลอยออกไปไกลจากตัวของเขา ไกลจากห้องนอน แล้วก็จะพากลับมายังที่นอนด้วยความรู้สึกอบอุ่น สบาย

เล็กกับน้องภูมิชอบดูภาพประกอบของ Pamela Zagarenski มากค่ะ เพราะสวยงามและมีรายละเอียดชวนฝันจริงๆ เล่มนี้ได้รับรางวัล Caldecott Honor เหรียญเงิน ในปี 2013 ด้วยค่ะ

หวังว่าจะส่งเจ้าตัวเล็กเข้านอนกันได้ง่ายขึ้นบ้างนะคะ :D

Lost and Found (story reading)


คลิปน้องภูมิอ่านนิทาน 2 ภาษาเรื่องที่ 3 ค่ะ

Lost and Found เรื่องราวของมิตรภาพและการผจญภัยของเด็กชายคนหนึ่งกับเจ้าเพนกวิน นิทานเล่มนี้เป็นหนังสือภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากอีกเรื่องหนึ่งของนักวาดภาพประกอบคนดัง Oliver Jeffers พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2005 โดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์คอลลินส์ Lost and Found ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แอนนิเมชั่นในปี 2008 และได้รับรางวัลในระดับนานาชาติมากมาย

Harold and the Purple Crayon (story reading)


เรื่องที่ 2 มาแล้วนะคะ คราวนี้บอกน้องภูมิให้อ่านช้าลงแล้ว ตามคำแนะนำจากผู้ฟังในเรื่องแรกค่ะ ^^

“Harold and the Purple Crayon” เป็นเรื่องการผจญภัยของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ใช้สีเทียนสีม่วงแท่งโตของเขาสร้างสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างไปตามจินตนาการ เนื้อเรื่องสนุกๆ ประกอบกับลายเส้นที่วาดอย่างง่ายๆ ก็เลยทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ได้รับความนิยมมากว่า 50 ปีแล้วค่ะ

พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1955 และเป็นหนังสือเล่มที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Crockett Johnson

The Far Field (story reading)


สัปดาห์ก่อนครอบครัวเราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับงานบ้านเรียนของน้องภูมิที่เราจะทำกันในปีนี้ว่าน้องภูมิอยากจะเรียนรู้เรื่องอะไร อยากทำอะไรบ้าง ได้ออกมาหลายเรื่องเลยค่ะ หนึ่งในนั้นคือโครงการอ่านหนังสือเด็กที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนังสือดี มีคุณค่า ควรอ่าน

ซึ่งถ้าจะอ่านอยู่คนเดียวก็จะได้ประโยชน์อยู่คนเดียว เราก็เลยคุยๆ กันว่าเราจะสามารถแบ่งปันเด็กคนอื่นๆ ด้วยได้หรือไม่ อย่างไรดี

หลังจากคุยกันไปคุยกันมา เราเลยทดลองทำวีดีโอนี้ขึ้นมาเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเด็กๆ คนอื่นด้วย คุณพ่อคุณแม่ลองดูนะคะ ถ้าชอบก็ยกนิ้วโป้งบอกด้วยนะคะ ^^ หรือจะเขียนข้อความถึงเจ้าของเสียงก็ได้นะคะ เดี๋ยวให้เจ้าตัวเขามาอ่านเอง

เรื่องแรกนี้ชื่อว่า ‘The Far Field’ 1 ใน 4 เรื่องน่ารักจากหนังสือที่ชื่อว่า ‘Guess How Much I Love You Here, There and Everywhere’ เขียนโดย Sam McBratney พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2012 ค่ะ

‘The Far Field’

This story is one of four lovely stories from ‘Guess How Much I Love You Here, There and Everywhere’ book by Sam McBratney. It is first published in 2012.

Read in 2 languages (English & Thai) by Bhoom Tansirimas

NASA – A Human Adventure

เมื่อวานนี้เราไปนิทรรศการ NASA – A Human Adventure The Exhibition กับเด็กๆ บ้านเรียนและกลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรมกันมาครับ น่าตื่นตาตื่นใจมากจนรู้สึกว่าต้องรีบเขียนเล่า เพราะงานจะจัดแสดงเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น (1 ธ.ค. 2557 – 1 ก.พ. 2558) จัดแสดงที่ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ (Bangkok Convention Center) ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวนะครับ
สำหรับผมที่ไม่เคยชมนิทรรศการแบบนี้ NASA – A Human Adventure The Exhibition ถือว่าจัดได้อลังการเกินความคาดหมายมากครับ ด้วยความหลากหลายและขนาดของชิ้นส่วนที่นำมาจัดแสดง รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ ที่จำลองมาเหมือนของจริง สำหรับเด็กๆ นิทรรศการนี้คงจะพาจินตนาการของพวกเขาไปไกลถึงอวกาศเป็นแน่
ความสมจริงของยานอวกาศและชิ้นส่วนต่างๆ ในนิทรรศการนี้ทำน้องภูมิตื่นเต้นมาก (ผมก็ด้วย ^^) เพราะมันเหมือนกับในหนังที่เคยดู โดยเฉพาะจากเรื่อง Apollo 13 ที่สร้างจากโครงเรื่องจริง วันนี้เราได้เห็นแผงบังคับเจ้า Apollo Command Module ที่เหมือนกับฉากในหนังช่วงที่ James A. Lovell (Jim) และ John L. Swigert (Jack) นักบินอวกาศในยานอวกาศ Apollo 13 พยายามจะปรับองศาการบินให้เหมาะสมกับการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ช่วงที่ดูเจ้า Command Module นี้ เราคุยกันไม่หยุดเลยครับ 
ระหว่างเดินในงาน เราเห็นเจ้าหน้าที่จาก NASA ท่านหนึ่งเดินอยู่ (Todd Cannon) เลยชี้ให้น้องภูมิดู น้องภูมิรีบวิ่งเข้าไปคุยและขอถ่ายรูปและลายเซ็นด้วย ตอนขอลายเซ็น Todd บอกว่า “Really. I’m not someone important at NASA.” เรายืนยันด้วยรอยยิ้ม และตอบว่า “For his inspiration and good memory.” 
Todd เลยบอกน้องภูมิว่า วันนี้ (4 ธ.ค. 2557) จะมีการปล่อยยานอวกาศใหม่ “Orion” เพื่อทดสอบในโครงการล่าสุดของ NASA ที่ต้องการจะส่งนักบินอวกาศไปดาวอังคาร (Mars) และบอกให้น้องภูมิตามดูได้ที่ NASA TV ผ่านเว็บไซต์ http://www.nasa.gov ตื่นขึ้นมาเช้านี้ น้องภูมิรีบเตือนผมเรื่องนี้เลยครับ
แม่เล็กกับผมเดินเพลินมากจนมาถึงทางออกที่จะมีโซนเครื่องเล่นให้เล่น ในโซนนี้เราจะต้องเสียเงินเพิ่มถ้าต้องการเล่นเครื่องเล่น เรารู้สึกสะดุดเล็กน้อยที่กิจกรรมเปิดจินตนาการกลับมาปิดท้ายด้วยธุรกิจ สงสัยว่าเราจะเพลิดเพลินมากจนลืมไปว่านิทรรศการนี้เป็นงานเอกชน ^^
เราอยู่ในนิทรรศการกันเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ดูเหมือนจะไม่พอ ถ้าอยากจะค่อยๆ อ่านรายละเอียดต่างๆ ในงานให้ครบ พูดถึงตรงนี้แล้ว ผมรู้สึกเสียดายที่ป้ายแสดงรายละเอียดเล็กและอ่านยาก ไม่สะดวกสำหรับคนที่ต้องการอ่านข้อมูลจริงๆ ครับ ในงานอากาศค่อนข้างเย็น ติดเสื้อกันหนาวไปด้วยก็จะดีครับ
รายละเอียดนิทรรศการและการจองบัตรนะครับ

Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (3)

วันที่ 2 (ต่อ) นะคะ ^^

เราทานอาหารกลางวันกันที่ Plaza Inn ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง พวกติ่มซำ เป็ดย่าง หมูย่าง และอื่นๆอีกมากมาย ที่เล็กชอบมากที่สุดคือเมนูธรรมดาๆ อย่างข้าวผัด คือ.. มันอร่อยไม่ธรรมดาอ่ะค่ะ ^^ ในรูปที่เห็นอาหารเยอะๆ เต็มโต๊ะนี่คือทานกับชาวคณะที่ไปด้วยกันนะคะ ไม่ใช่แค่บ้านเรา >.< อาหารจานใหญ่มาก ทานกันตั้งหลายคนยังเหลือเลย >.< อิ่มแล้วก็ไปลุยต่อที่ Grizzly Gulch แค่เดินเข้าไปถึงก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วค่ะ เพราะนอกจากโซนนี้จะตกแต่งให้เป็นเหมือนเมืองในดินแดนตะวันตกที่ดูย้อนยุคแล้ว เรายังได้ยินเสียงกรี้ด..ด.. ดังแว่วอยู่เป็นระยะๆ เสียงกรี้ดที่ว่านี่มาจากเจ้าเครื่องเล่นที่เรียกว่า Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars ซึ่งจะคล้ายๆ กับรถไฟเหาะ แต่มีทั้งเดินหน้าและถอยหลัง มุดเข้าถ้ำ >.< ดูแล้วท่าทางจะเสียวกว่า Space Mountain เมื่อวาน เล็กก็เลยขอผ่าน (อยู่เฝ้าน้องภูริดีกั่ว ^^’) น้องภูมิกับปาป๊าเลยพาเล่นกันไปซะ 2 รอบ (น้องภูมิเป็นคนขอเล่นอีกรอบ >.<“)


โซนต่อไปเป็นโซนที่เรียกว่า Mystic Point เมื่อเดินเข้าไปเราก็จะเห็นปราสาทของท่าน Lord Henry ที่สวยงามสูงเด่น เป็นปราสาทที่มีดีไซน์คล้ายๆ โบสถ์รัสเซีย สวยงามเก๋ไก๋ทีเดียวค่ะ ภายในเขาว่ามีงานศิลปะและของสะสมมากมายที่ท่าน Lord Henry ได้สะสมไว้ และเรากำลังจะเข้าไปชมใน Mystic Manorเรื่องเล่ามีอยู่ว่าท่าน Lord Henry เป็นนักเดินทางและชอบสะสมงานศิลปะและของหายาก เมื่อสะสมไว้มากก็เลยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้พวกเราเข้าไปดู แต่ในของสะสมเหล่านี้มีกล่องเพลงวิเศษอยู่อันนึง ซึ่งท่าน Lord Henry กำชับเจ้าลิง Albert (ลิงของท่าน) ว่าห้ามไปแตะต้องกล่องเพลงนี้เด็ดขาด แต่… ขณะที่พวกเรากำลังจะเข้าไปชมของที่ท่าน Lord Henry สะสมไว้ เจ้าลิง Albert ดันไปเปิดกล่องซะนี่ >.< ผงวิเศษก็เลยปลิวกระจายไปทำให้ของสะสมทุกอย่างเกิดมีชีวิตขึ้นมา… อู้ว..ว.. ^^dnhk_34ต้องบอกว่า Mystic Manor เป็นประสบการณ์ที่สนุกมากๆ ค่ะ สมแล้วที่เป็นหนึ่งในของเล่นยอดนิยมของที่นี่ เทคนิคแสง สี เสียงต่างๆ นั้นให้ความรู้สึกที่แฟนตาซีมากๆ เล็กชอบมากแถมน้องภูริก็เข้าไปเล่นได้ด้วย ^^

หลังจากให้พี่ภูมิได้พักกินไอศครีมมิคกี้เมาส์และน้องภูริได้งีบหลับช่วงบ่ายแล้ว เราก็เอาใจเด็กน้อยด้วยการพาไปนั่งเรือชิลๆ รอบโลกใน It’s a Small World โลกใบเล็กที่แสนสวยงาม (ตุ๊กตา) ทุกชาติ ทุกภาษา มาร่วมแบ่งปันความสุขด้วยเสียงเพลงและการเต้นรำ ดูเพลิดเพลินและเหมาะกับเด็กเล็กๆ อย่างน้องภูริมากเลยค่ะ ถูกใจเด็กน้อยขนาดว่าลุกขึ้นยืนเต้นตามจังหวะเพลงไปด้วยตลอดทาง แถมตอนที่หมดรอบแล้วยังเกาะที่นั่งไม่ยอมลงอีกต่างหาก >.<ใกล้ๆ กับ It’s a small world คือ The Golden Mickeys การแสดงบนเวทีอลังการที่หลายคนแนะนำว่าควรไปดู

ใครๆ ก็พูดกันว่า ถ้ามาเที่ยว Disneyland สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือการดูโชว์ เพราะโชว์ที่นี่จะเป็นแบบจัดเต็มมากๆ และนี่ก็เป็น Stage Show โชว์แรกและโชว์เดียวที่เราได้ดูในทริปนี้เลยค่ะ The Golden Mickeys การแสดงชุดนี้จะพาเราย้อนกลับไปสัมผัสกับภาพยนตร์การ์ตูนของดีสนีย์หลายต่อหลายเรื่องที่เราเคยประทับใจ ทั้ง Tarzan, Mulan, Beauty and the Beast, Toy Story ฯลฯ ทั้งเสียงเพลง แสง สี เสียง และลีลาของนักแสดงก็ทำให้เล็กรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปตอนที่เราได้ดูการ์ตูนเรื่องนั้นๆ  เป็นโชว์ที่สวยงามและน่าประทับใจจริงๆ ค่ะ :)เย็นนี้พวกเราไปทานอาหารค่ำกันที่ Main Street Conner Cafe อาหารสไตล์อเมริกัน พวกสเต๊กต่างๆ เนื้อเสต็กนุ่มมาก ล๊อบสเตอร์ก็เนื้อแน่นหอมหวานทีเดียว อร่อยมากๆ ค่ะ เสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยเพราะกล้องเราแบตหมด >.< ภาพอาหารที่เห็นข้างล่างมาจากกล้องของลุงเด้งค่ะ (ขอบคุณมากๆ เลยนะคะลุงเด้ง ^^) นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว ที่ได้ใจเรามากที่สุดก็เห็นจะเป็นเจ้าเครื่องดื่มที่เรียกว่า Paint the Night ที่มีลูกเล่นเป็นไฟรูปน้ำแข็ง และรูปหัวมิคกี้เมาส์ โดยไฟนี้จะสว่างเมื่ออยู่ในน้ำเท่านั้น :D น้องภูมิเก็บเจ้าไฟนี้กลับมาด้วย (ตอนนี้เอาไว้เล่นกับน้องตอนอาบน้ำ ^^)

ทริปนี้เราได้ทานอาหารใน Disneyland หลายมื้อ หลายร้าน เล็กกับคุณก๊อกมีความเห็นเหมือนกันคือ อาหารที่นี่อร่อยมากทุกอย่าง ทุกร้านเลย (เอ… หรือเราใช้พลังงานไปเยอะก็ไม่รู้ ^^’)เรากระเตงลูกเดินเที่ยวกันจนแทบจะหมดแรง แต่น้องภูมิก็อยากจะอยู่ดูดอกไม้ไฟก่อนกลับ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ดอกไม้ไฟที่จุดตลอด 20 นาทีนั้นสวยงามและตระการตาจริงๆ ดูไปร้องอู้หูกันไปจนจบเลยค่ะ ถ้าไม่ได้รอดูคงจะเสียดายมาก >.< เราไม่ได้ถ่ายรูปดอกไม้ไฟไว้เลย เพราะนอกจากกล้องจะแบตหมดแล้วคนที่รอดูยังเยอะมาก คุณก๊อกต้องอุ้มน้องภูมิ เล็กอุ้มน้องภูริยืนดูจนจบเลยค่ะ ^^’

ตอนเดินกลับออกมาขึ้นรถบัส น้องภูมิหันมาถามเล็กด้วยน้ำเสียงแบบใจหายว่า “แม่ครับ พรุ่งนี้เราจะไม่ได้มาที่ดิสนีย์แลนด์อีกแล้วเหรอ” เล็กเข้าใจความรู้สึกเบื้องหลังประโยคนี้ดี ก็เลยต้องช่วยดึงความรู้สึกดีๆ ของเด็กน้อยกลับมาด้วยการตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว ก็พรุ่งนี้ เราจะไป Space Museum กันไง” ขอบคุณพระเจ้า น้องภูมิร้องตอบมาว่า “เย้!!” :D

เล็กกับคุณก๊อกเชื่อว่าประสบการณ์สองวันสองคืนที่ Hong Kong Disneyland ครั้งนี้คงจะอยู่ในใจของเด็กชายภูมิวัยใกล้ 7 ขวบคนนี้อีกนาน

ครอบครัวเราขอขอบคุณลุงเด้งและป้าไก่ hongkongfanclub มากๆ เลยค่ะที่ชวนครอบครัวเราไปเที่ยวด้วย และขอบคุณน้องๆ Blogger ทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ ให้กับครอบครัวของเราโดยเฉพาะเด็กๆ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ :Dหลังจากออกจาก Disneyland แล้ว ครอบครัวเรายังอยู่เที่ยวต่อที่ฮ่องกงอีก 2 วัน โพสต่อไปจะมาเล่าเกี่ยวกับการผจญภัยในฮ่องกงของครอบครัวเรานะคะ :)

อ่านตอนอื่นในทริปนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่างนะคะ

• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (1)
• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (2)

#hkdisneyland #100choicesoffun #thaiairasia #hongkongfanclub

Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (2)

วันที่สองเราเริ่มตอนเช้าด้วยการออกไปเดินเล่นสูดอากาศยามเช้าในบริเวณรอบๆ โรงแรม อากาศตอนเช้าเย็นสบายทีเดียวค่ะ ในโรงแรมมีสระว่ายน้ำด้วย ตอนแรกคิดว่าอากาศเย็นอย่างนี้จะมีคนว่ายน้ำเหรอ ปรากฏว่ามีค่ะ คุณก๊อกคุยกับเจ้าหน้าที่ดูแลสระเลยทราบว่า สระที่นี่เป็นสระว่ายน้ำแบบปรับอุณหภูมิ น้องภูมิลองเอามือจุ่มลงไปทดสอบแล้วบอกว่า ไม่หนาวนะแม่ ขอภูมิว่ายน้ำก่อนได้ไม๊คับ >.<เช้านี้ลุงเด้งพาพวกเราไปทานอาหารเช้ากันที่ห้องอาหาร Enchanted Garden ในโรงแรม Disneyland Hotel โรงแรมนี้การตกแต่งจะเป็นแนวเจ้าหญิง สวยงาม น่ารัก เจ้าหญิงมากๆ ใครที่ชอบถ่ายรูป โพสท่าสวยๆ ในโรงแรมนี้มีมุมสวยๆ เพียบเลยค่ะ อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ นะคะ ^^ ในห้องอาหารก็เช่นเดียวกัน ตกแต่งสวยเนี้ยบมากๆ พูดถึงเรื่องการตกแต่งและการดูแลสถานที่ของที่นี่ เล็กคะแนนเต็ม 10 เลยค่ะ ทุกที่ใน Disneyland ล้วนสะอาดสะอ้าน (ในห้องน้ำที่สวนสนุกอาจจะมีบางจุดที่เลอะเทอะบ้าง แต่ถ้าเทียบกับปริมาณคนที่มาใช้แล้ว ถือว่าดูแลได้ดีมากเลยค่ะ)อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ไม่ธรรมดาตรงที่จะมีตัวการ์ตูนดังๆ อย่าง มิคกี้เมาส์ มินนี่เมาส์ มาเดินให้เราถ่ายรูปด้วยอย่างใกล้ชิด ครั้งแรกที่มิคกี้เมาส์เข้ามาหยอกล้อกับน้องภูริ น้องภูริหน้าเบ้และเหมือนจะกลัวๆ แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ แต่พอเขามาเล่นด้วยบ่อยๆ ก็เริ่มชอบใจ จำพี่มิคกี้เมาส์ได้เลย ทีนี้เวลาเดินไปทางไหนเจอหูกลมๆ ดำๆ ก็จะชี้ให้แม่ดูและกำมือสองข้างไว้บนหัวเหมือนหูมิคกี้เม้าส์ตลอด ^^น้องภูมิเดินไปขอลายเซ็นพวกตัวการ์ตูน แต่ละคนก็เซ็นเป็นลายเซ็นของตัวการ์ตูนนั้นๆ ซะด้วย ทำเอาเด็กชายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว :D

เสร็จจากอาหารเช้าพวกเราออกมาเดินชมสวนด้านนอกของโรงแรมที่ตกแต่งเป็นเขาวงกต (สวยเนี้ยบมากๆ อีกแล้ว >.<) น้องภูมิวิ่งเข้าไปเล่นในเขาวงกตอย่างสนุกสนาน เด็กๆ จะสนุกมากค่ะ เพราะแนวกั้นจะสูงกว่าตัวพวกเขา ในขณะที่ผู้ใหญ่อย่างเราจะมองเห็นทางได้ไม่ยาก ^^อิ่มท้องแล้วเราก็นั่งรถบัสไปยัง Disneyland Resort น้องภูมิเปิดดูคู่มือและแผนที่ แล้วก็เลือกที่จะไปนั่งเรือ Jungle River Cruise ที่ Adventureland เป็นอย่างแรก เราทั้งหมดจะนั่งเรือล่องผจญภัยไปตามลำน้ำที่เต็มไปด้วยสิ่งลี้ลับและสัตว์ร้าย ต้องบอกว่ามันสนุกมากอ่ะค่ะ รายละเอียดต่างๆ ทำออกมาได้เหมือนมาก เหมือนเราได้เข้าไปผจญภัยในป่าลึกที่เต็มไปด้วยอันตรายจริงๆ แต่อุ้มลูก 1 ขวบไปด้วยได้ :D

เสร็จจาก Jungle River Cruise เราก็มุ่งหน้าสู่ Toy Story Land ซึ่งเป็นอีกโซนที่เราทึ่งกับการตกแต่งมากๆ เมื่อเราเดินเข้ามาสู่ Toy Story Land เราจะรู้สึกเหมือนว่าถูกย่อส่วนลงให้กลายของเล่นของ Andy ด้วยขนาดของเล่นรอบๆ ตัวที่ใหญ่กว่าเรามาก ^^ ถ้าค่อยๆ ให้เวลาเดินดูของเล่นยักษ์ต่างๆ ที่จัดตกแต่งไว้ ทั้งบล๊อกไม้ สีเทียน ตัวต่อ ฯลฯ แบบตั้งใจดูแล้วเทียบสัดส่วนกับตัวเรามันจะเป็นความรู้สึกที่แปลกแต่น่ารักมากๆ (เล็กมีเวลาเดินดูอย่างละเอียดเพราะเครื่องเล่นที่นี่ น้องภูริเล่นไม่ได้เลย ^^’)ยิ่งเดินดูก็ยิ่งทึ่งกับความเนี้ยบในการดูแลสถานที่ของที่นี่ โซน Toy Story Land เป็นโซนที่ตั้งอยู่กลางแจ้งแต่ของตกแต่งทุกชิ้นสะอาดสะอ้านราวกับวางอยู่ในอาคาร ไม่มีส่วนไหนที่มีคราบน้ำฝน ฝุ่น หรือสีถลอกเลย เล็กดูแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า… เขาทำได้ยังไงอ่ะ >.<น้องภูมิเลือกเล่น Toy Soldier Parachute Drop โดยไม่ลังเล (แม่แค่ยืนมองก็ยังเสียว >.<) เล่นเสร็จแล้วก็ยังอยากจะเล่น RC Racer ที่อยู่ติดๆ กันด้วย แต่ปรากฏว่าน้องภูมิเล่นไม่ได้เพราะส่วนสูงไม่ถึง (ขาดไปแค่ 3 ซ.ม. >.<) น้องภูมิเดินไปอ้อนวอนพี่ Staff ที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าเพื่อขอเล่นเพราะอยากเล่นมาก.ก..ก… แต่ขอยังไงพี่ Staff ก็ยิ้มและบอก No อย่างเดียว เด็กน้อยถึงกับเดินคอตกออกมายืนเกาะรั้วประตูรอดูปาป๊าเล่น ^^’

ปาป๊าบอกว่าเห็นน้องภูมิทำหน้าเศร้ามากตอนส่งปาป๊าไปเล่นคนเดียว พอเล่นเสร็จลงมา ปาป๊าเลยนั่งลงบอกน้องภูมิว่า “If we ever come back to Disneyland again, we will play this together – you and me.” น้องภูมิเลยยิ้มออกได้อีกครั้ง :)

จริงๆ แล้วเล็กกับคุณก๊อกรู้สึกดีมากๆ ที่เจ้าหน้าที่ที่นี่ไม่มีการอะลุ่มอล่วยในเรื่องของคุณสมบัติของผู้เล่น เพราะนั่นทำให้เรารู้สึกว่าเราได้รับการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างดีมาก แอบคิดในใจว่าไม่ได้เล่นก็ดีแล้วหล่ะตัวเล็กๆ อย่างนี้ แม่กลัวเหวี่ยงๆ เดี๋ยวหนูจะหลุดออกมา :P (เจ้าเครื่องเล่น RC Racer นี่จะมีลักษณะคล้ายเครื่องเล่นเรือไวกิ้งค่ะ เล็กแค่ยืนดูอยู่ข้างล่างยังอยากจะกรี้ดด้วยเลย @_@’)

ระหว่างรอปาป๊าไปเล่น เล็กชวนน้องภูมิเดินเข้าไปดูของเล่นในร้าน Andy’s Toy Box ที่อยู่ติดกัน ทริปนี้น้องภูมิมีเงินติดกระเป๋าอยู่ 280 HK$ เพื่อใช้ซื้อของที่ตัวเองอยากได้ (แม่กับปาป๊าให้ 100 น้องภูมิทำงานสะสมก่อนมาได้อีก 180) น้องภูมิเดินผ่านของเล่นเจ๋งๆ มากมายเมื่อวาน มีหลายชิ้นที่เขาสนใจและอยากจะซื้อทันที แต่เล็กกับคุณก๊อกบอกให้น้องภูมิค่อยๆ ดูไป ชอบชิ้นไหนก็จำเอาไว้ เรายังมีเวลาอีกหนึ่งวัน ดูให้ทั่วๆ ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรีบ


และแล้วน้องภูมิก็เจอของที่ใช่ในร้าน Andy’s Toy Box หมวกอวกาศ Buzz Lightyear น้องภูมิชอบมากๆ และตัดสินใจซื้อ ซื้อแล้วก็ใส่เล่นไปจนถึงวันกลับเลย ใส่เดินไปไหนใครเห็นใครก็ทักทายและเล่นด้วย แม่แอบดูแล้วคิดว่าน้องภูมิคงจะฟินไม่แพ้เด็กผู้หญิงที่ได้ชุดเจ้าหญิงเลยนะนี่ ^^’ตอนแรกคิดว่าเขียนเล่าเรื่องที่ Disneyland ซัก 2 ตอนก็น่าจะหมด แต่เอาเข้าจริงยังมีเครื่องเล่นสนุกๆ ที่ยังไม่ได้เล่าอีกหลายอย่างเลยค่ะ แต่โพสนี้มันชักจะย๊าว..ว.. ยาวแล้ว ขอติดไว้เล่าต่อตอนที่สามแล้วกันนะคะ ^^ โพสหน้าเป็นตอนจบแน่นอนละ อย่าลืมติดตามนะคะ :D

dash

อ่านตอนอื่นในทริปนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่างนะคะ

• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (1)
• Fun Fun ฝันๆ ที่ Hong Kong Disneyland (3)

#hkdisneyland #100choicesoffun #thaiairasia #hongkongfanclub