ทิ้งไม่ลง.. จงกลายเป็นของเล่น! ^^

แม่เล็กเป็นคนช่างเก็บและช่างทิ้งในเวลาเดียวกันครับ คือถ้าของเหลือใช้อะไรที่ดูแล้วน่าจะมีประโยชน์ได้อีกแม่เล็กก็จะเก็บ แต่ถ้าคิดดูแล้วว่าเก็บไปก็คงไม่ได้ใช่แน่ๆ แม่เล็กก็จะทิ้งทันที สัปดาห์ที่แล้วเราแกะกล่องที่ห่อชิ้นส่วนของตู้เสื้อผ้าออกมา มีกล่องกระดาษเล็กๆ อยู่ 2-3 ใบที่อยู่ในสภาพดี แม่เล็กเลยแยกออกไปวางไว้ที่มุมห้อง… ขอเวลาคิดก่อนว่าจะเก็บหรือจะทิ้งดี

วันก่อนน้องภูมิหยิบเจ้ากล่องชิ้นยาวมาเดินส่องเล่น เป็นกล้องส่องดูดาว โฉบไปโฉบมา แม่เล็กเลยคิดออกว่าจะเอามาทำอะไรดี ^^

แม่เล็กหยิบเจ้ากล่องนั้นขึ้นมาตัดปลายเป็นมุมเฉียง แล้วใช้แกนทิชชู่มาทากาวติดเป็นฐานยก และบอกน้องภูมิว่านี่เป็นอุโมงค์ปล่อยรถนะ ทีแรกน้องภูมิก็งงๆ ครับ แต่พอแม่เล็กเล่นให้ดู…การแข่งขันรถทางยาวชิงแชมป์เปี้ยนของเราก็เริ่มขึ้น :D

ระหว่างการเล่น เราก็จะเดากันว่า รถคันไหนจะไปได้ไกลที่สุด โดยดูจากสมรรถนะ (รูปทรงและน้ำหนัก) และคอยลุ้นกันว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน

หลังจากลองปล่อยให้รถวิ่งออกจากอุโมงค์ส่งรถของเราได้ 2-3 คัน น้องภูมิก็บอกว่าต้องมีเส้นชัยด้วย เพื่อให้สมจริง 5555+ ธงที่เส้นชัยของเราก็ถูกทำขึ้นมาจากปากกาและกระดาษที่อยู่ข้างๆ ตัว พร้อมเปิดการแข่งขันใหม่ได้ใน 1 นาที :D

เราเอารถเล็กๆ ทุกคันที่มีอยู่ในบ้านมาลงสนาม ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถดับเพลิง หรือแม้แต่ฟอร์คลิฟท์ ^^” คันไหนวิ่งไม่ดี ไม่มีแววก็จะถูกคัดออก คัดจนเหลือ 5 คันสุดท้ายที่จะได้เข้าชิงชนะเลิศ และผู้ชนะของเราในวันนี้ก็คือ Big Engine (คันสีเหลืองทองที่มีเครื่องเกินออกมาจากด้านหน้ากระโปรงรถหน่ะครับ) เอาชนะรถแข่งสีเหลืองคันใหม่ของภูมิ – Speedy 20 (ที่ก็ว่าวิ่งแจ๋วแล้ว) ไปได้อย่างขาดลอย

หากที่บ้านมีกล่องกระดาษเหลือใช้อย่างนี้ และยังไม่อยากจะทิ้งลองเอามาทำเล่นกันดูนะครับ :D

⥼ ใครแวะมาอ่านแล้วอย่าลืมกดปุ่ม Like ข้างล่างเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ ^ ^ ⥽

ภูมิ..เหรียญหายไปแล้วว.ว..

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมบังเอิญไปเจอวิดีโอเกี่ยวกับกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่ออกแนวมายากลนิดๆ มาครับ น่าสนุก แถมสุดแสนจะง่าย ดูเสร็จปุ๊บ เปิดการแสดงให้น้องภูมิดูปั๊บเลยครับ ^___^

ตอนเล่นกับน้องภูมิ ก็บอกเค้าว่าจะเล่นมายากลทำเหรียญให้หายไปนะ ให้จ้องดีๆ คอยดูว่าเหรียญหายไปทางไหน น้องภูมิชอบมากครับ และขอแสดงเองเลยทันที (เหมือนพ่อเลยแฮะ)

ลองเล่นดูนะครับ เรื่องมายากลเนี่ย ไม่มีเด็กคนไหนยอมพลาดแน่ครับ : )

เกิดอะไรขึ้น.. เหรียญหายไปได้ยังไง? : )
มายากลนี้จริงๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โดยตรงเลยครับ เป็นการเล่นกับการมองเห็นของเรา

การที่เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ เป็นเพราะมีแสงที่ไปกระทบวัตถุและสะท้อนเข้ามาที่ตาของเรา และสมองก็ประมวลเป็นภาพที่เรารู้จักครับ

ก่อนเทน้ำ ภาพของเหรียญเกิดจากการสะท้อนแสงผ่านอากาศมาที่ตาของเราแบบปกติทั่วไปที่เราเห็น เราจึงเห็นเหรียญอยู่ใต้แก้ว แต่เมื่อเราเทน้ำลงไปแล้ว แสงที่กระทบเหรียญ และสะท้อนผ่านน้ำเกิดการหักเห (เพราะน้ำมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศ) ทำให้ภาพของเหรียญไม่สามารถผ่านแก้วมาถึงตาเราครับ แต่ถ้ามองจากด้านบน เราจะเห็นภาพเหรียญได้ เพราะภาพเหรียญสะท้อนมาอยู่ที่ผิวน้ำครับ

ลองค้นหาใน Youtube ด้วยคำว่า “disappearing coin refraction” ดูนะครับ มีคนเล่นกันเยอะเลย

⥼ ใครแวะมาอ่านแล้วอย่าลืมกดปุ่ม Like ข้างล่างเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ : ) ⥽

จรวดหลอด Saturn V..4..3..2..1.. ฟูวิ้ว.ว..ว์..

สวัสดีค่า.า.า.า.า… ^^  หลังจากที่เล็กหลุดโค้งไปกับเรื่องยุ่งๆ ซะนาน.น.น.น…. ในที่สุดวันนี้ก็ได้มานั่งเขียนเรื่องเล่นๆ กันบ้างแล้วนะคะ :D

ช่วงหลังๆ เล็กไม่ค่อยได้ทำของเล่นบ่อยนัก เพราะน้องภูมิเข้าโรงเรียนแล้ว วันธรรมดาเราก็จะมีเวลาเล่นกันช่วงเย็นๆ ไปจนถึงก่อนเข้านอน และช่วงเวลานั้นก็ดูเหมือนจะมีหลายอย่างเหลือเกินที่น้องภูมิอยากเล่น ให้เวลาเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอเลยค่ะ ^^’

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาน้องภูมิยืมหนังสือเด็กเรื่อง “On the  Moon” มาจากห้องสมุด (ไม่ใช่เล่มที่เห็นในรูปนะคะ เล่มนั้นเป็นของที่บ้านชื่อหนังสือ “Little Book of Our World” ค่ะ) ในหนังสือเด็กเรื่อง On the  Moon จะเป็นเรื่องปฏิบัติการของนาซ่าบนดวงจันทร์ ด้วยจรวด SATURN V (อ่านว่า Saturn five นะคะ) เนื่องเรื่องง่ายๆ อ่านสนุกค่ะ น้องภูมิให้อ่านให้ฟังเกือบทุกคืน อาจจะเพราะมี SATURN V จรวดที่น้องภูมิรู้จักดี เป็นตัวเอกด้วยเลยชอบมากเป็นพิเศษ ^^

*SATURN V เป็นจรวดที่ยาวและมีน้ำหนักมากที่สุดที่นาซ่าเคยส่งไปใช้ปฏิบัติการระหว่าง ค.ศ.1967-1973 ตลอดปฏิบ้ติการ Apollo และ Skylab นาซ่าได้ส่ง Saturn V ขึ้นไปอวกาศทั้งหมดถึง13 ลำ

ตอนที่เราอ่าน “On the  Moon” กัน เล็กก็นึกถึง “จรวดหลอดกาแฟ” ของเล่นง่ายๆ ที่เคยเห็นผ่านตาเมื่อนานมาแล้ว คิดว่าเหมาะมากๆ เลยค่ะที่เราจะเอามาจำลอง SATURN V เล่นกัน ^^

อุปกรณ์
1. กระดาษ A4 ตัดให้ได้ขนาด 15 x 6 cm. 1 แผ่น
2. Post-it (ขนาด 1” x 3” หรือขนาดอื่นมาประยุกต์ใช้)  3 แผ่น
3. ไม้จิ้มฟัน 1 อัน
4. ดินน้ำมันปั้นน้อยๆ 1 ก้อน (เล็กใช้ดินโพลีเมอร์นะคะ พอดีที่บ้านมีอยู่แล้วค่ะ)
5. หลอดกาแฟ 2 อัน (หลอดงอได้เอาไว้ใช้ตอนเล่นค่ะ)
6. กาว
7. ดินสอไม้ หรือวัสดุแท่งกลมๆ ขนาดใกล้เคียงดินสอ
8. ปากกาสำหรับเขียนตกแต่ง

วิธีทำส่วนลำตัวจรวด
• นำกระดาษ A4 มาพันม้วนรอบดินสอเป็นแนวเฉียงจนสุดกระดาษ จากนั้นทากาวปิดปลาย
• ดึงดินสอออก จะได้แท่งกระดาษทรงกระบอกค่ะ (รูปที่ 3)
• ตัดปลายหัว-ท้ายออก ให้เหลือความยาวประมาณ 9 cm. จะได้ตัวจรวดค่ะ (รูปที่ 6)
*ขั้นตอนนี้ใครจะใช้หลอดกาแฟแท่งใหญ่ๆ มาใช้แทนเลยก็ได้เหมือนกันค่ะ

• ตัดหลอดกาแฟให้ได้ความยาวประมาณ 2.5 cm.
• ใช้ดินน้ำมันเป็นตัวยึดหลอดกาแฟเข้ากับจรวดที่เป็นแท่งกระดาษ (รูปที่ 8) ใช้นิ้วแต่งดินน้ำมัน
• หักยอดแหลมของไม้จิ้มฟันมาติดที่ส่วนปลายสุดของจรวด โดยใช้ดินนำ้มันยึด (รูปที่ 10-11) ถ้าทำให้น้องเล็กๆ เล่น อาจจะไม่ต้องติดไม้จิ้มฟันก็ได้นะคะ
• ใช้นิ้วปั้นแต่งดินน้ำมันจะได้ออกมาเป็นรูปที่ 12 ค่ะ

ต่อไปก็ตกแต่งส่วนปีกด้านล่างของจรวด
• นำกระดาษ Post-it (ทั้ง 3 แผ่นติดกันเลยนะคะ) มาตัดข้างที่เป็นกาวออกประมาณ 0.5 cm. (รูปที่ 13)
• จากนั้นตัดเป็นแนวเฉียงตามรูปที่ 14 (ในรูปข้างที่เป็นกาว อยู่ทางซ้ายนะคะ)
• พับตามภาพที่ 15 แล้วดึงออกมาติดที่รอบฐานล่างของจรวด เป็นอันเสร็จค่ะ

เล็กเขียนตกแต่งลวดลายอีกเล็กน้อย และลองทำอีกลำโดยใช้ดินโพลีเมอร์สีดำมาทำเป็นปีกฐานล่าง จำลองแบบจรวด SATURN V ให้เหมือนมากยิ่งขึ้น (เอาใจน้องภูมิ ^^) คงไม่ต้องบอกนะคะว่าแม่จะได้คะแนนจากภูมิอีกมากแค่ไหน :D

วิธีเล่นก็แค่สวมจรวดลงที่ปลายของหลอดกาแฟ นับ 5..4..3..2..1….. แล้วเป่าให้สุดแรง :D
(ของเล่นชิ้นนี้มีปลายแหลม ต้องระวังไม่ให้เด็กๆ เป่าใส่หน้ากันนะคะ)

เจ้าจรวดหลอดกาแฟนี้สามารถประยุกต์ได้อีกตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์นะคะ ลอง google คำว่า “Straw Rocket” ดู ก็จะเจอรูปแบบและวิธีสร้างสรรค์อื่นๆ อีกเยอะเลยค่ะ

ภาพข้างบนเป็นจรวดฝีมือของน้องภูมิล้วนๆ เลยค่ะ :D

ระหว่างที่เล็กนั่งทำจรวดให้เขาอยู่ น้องภูมิก็มาง่วนๆ ป้วนๆ เปี้ยนๆ หยิบใช้อุปกรณ์ด้วย เห็นเล็กทำอะไรก็ทำมั่ง ปากก็พูดไป “ภูมิทำจรวดของภูมิ แม่ทำจรวดของแม่” เล็กก็ปล่อยให้เขาทำไป ไม่ได้สนใจอะไร (เพราะตั้งใจทำอันที่จะให้ลูกเล่นอยู่)

ซักพักก็ได้ยินน้องภูมิพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “ของภูมิไม่ดีเลย.. มันไม่ดี” เล็กหันมาดูก็เห็นจรวดของเขา (อย่างในรูปเลยค่ะ) มันอาจจะไม่ได้สวยเนี้ยบเหมือนที่ผู้ใหญ่ทำ แต่ก็มีรายละเอียดครบเลยค่ะ แถมมีกระดาษระบายสีต่อเป็นไอพ่นด้วย >.<)b เล็กบอกลูกว่า “มันอาจจะไม่ง่ายสำหรับมือเล็กๆ ของภูมิที่จะทำของอย่างนี้ แต่ดูสิ…ลูกก็ทำได้…แม่ยังนึกไม่ถึงเลยตรงไอพ่นอ่ะ!!”

เล็กชื่นชมและให้กำลังใจลูกสำหรับผลงานที่เขาทำ ชี้ชวนให้ดูถึงรายละเอียดที่เขาควรจะภูมิใจ น่้องภูมิจากที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดก็เลยยิ้มออก จากที่จะขยำทิ้งก็เลยเก็บเอามาถือเล่นอย่างภาคภูมิใจ

ขอบคุณพระเจ้า… เมล็ดที่เราหว่านเริ่มผลิแล้วค่ะ ^^

*ใครแวะมาอ่านแล้วอย่าลืมกดปุ่ม Like ข้างล่างเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ^^ 

ปั้นฟองเล่น เป่าฟองฟอด

เกือบจะปลายเดือนมกราคมแล้ว หวังว่าคงไม่ช้าเกินไปนะคะที่จะบอก “สวัสดีปีใหม่ค่ะ” ^_^
เล็กและครอบครัวขออวยพรให้แฟนบล็อกทุกๆ บ้านเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความอิ่มเอมใจ และมีรอยยิ้มทุกๆ วันนะคะ

ช่วงนี้งานซ่อมแซมและต่อเติมที่บ้านเล็กเริ่มซาลงบ้างแล้วค่ะ เลยแวะเอาเรื่องเล่นๆ มาฝากกันนะคะน้องภูมิชอบเล่นน้ำ… (เด็กๆ บ้านไหนก็ชอบใช่ไม๊คะ ^^) ถ้าวันไหนอากาศดีและกลับมาจากโรงเรียนไม่เย็นมาก เล็กก็จะอนุญาตให้น้องภูมิเอากะละมังอาบน้ำเข้าไปเล่นได้ตอนอาบน้ำ โยนของเล่นให้ซัก 2-3 ชิ้น เขาก็จะเล่นอยู่ได้นานทีเดียว (แบบแม่ไม่เรียกก็ไม่เลิก) เล็กก็จะถือโอกาสใช้เวลาช่วงที่น้องภูมิหายไปในห้องน้ำ ไปเก็บบ้านและเตรียมอาหารเย็น

เล็กปล่อยให้เล่นเองอยู่อย่างนี้ได้ไม่กี่วัน ก็พบว่าสบู่อาบน้ำของน้องภูมิลดฮวบๆ เพราะพ่อคุณเล่นกดเอาๆ (สอบถามได้ความว่า…ภูมิอยากเล่นฟอง…ภูมิอยากให้มีฟองเยอะๆๆๆๆๆๆๆ =_=’)

เล็กเคยเห็นของเล่นเป่าฟองทำ Bubble Snake คิดว่าน่าจะเอามาเป่าให้มันฟอดๆ ฟ่องๆ ในกะละมังได้เหมือนกัน ของเล่นชิ้นนี้ทำง่ายมากค่ะ สิ่งที่ต้องการมีแค่ ขวดน้ำพลาสติก / ผ้า / หนังยาง / สบู่เหลว …วิธีทำง่ายๆ ค่ะ ตัดก้นขวดพลาสติกออกให้เหลือแค่ส่วนคอและปากขวดไว้เป็นที่เป่า ใช้ผ้าหุ้มปลายขวดด้านที่ถูกตัดออกแล้วรัดด้วยหนังยาง ก็จะได้ที่เป่าเหมือนในภาพอ่ะค่ะ

วิธีเล่น เทสบู่เหลวใส่ถ้วย เจือจางกับน้ำเล็กน้อย ใช้ปลายขวดด้านที่มีผ้าหุ้มจุ่มสบู่เหลวในถ้วย แล้วเป่าได้เลยค่ะฟองจะฟอดๆ ออกมาเป็นเส้นยาวเหมือนงู เป่าซ้อนไปซ้อนมาเป็นรูปสัตว์ เป็นสายไหม หรือภูเขาก็ได้นะคะ มันฟอดดีจริงๆ เวลาน้องภูมิเล่นเจ้าฟองฟอดๆ นี่ก็เป็นได้สารพัดเลยค่ะ เอามาพอกตัวเป็นชุดนักบินอวกาศก็ได้ด้วย สนุกอย่าบอกใครเชียวค่ะ 555+ที่สำคัญ…ให้เป่าเองอย่างนี้ เล่นได้นานและเปลืองสบู่น้อยกว่าปล่อยให้กดจากขวดเองเป็นไหนๆ ค่ะ ^_^

Rudolph, the (hand painted) red-nosed reindeer.

ครอบครัว BhoomPlay กลับมาแล้วจ้าา.าา.า.า… ^_^

หลังจากที่เราห่างหายจากหน้าบล็อกไปนานมาก.ก.ก.ก.ก.ก… นานที่สุดตั้งแต่เริ่มเขียนบล็อกกันมาเลยค่ะ เพราะมวลน้ำก้อนใหญ่ได้พัดพาเราออกจากบ้านไปนานนับเดือน ขอบคุณพระเจ้า…วันนี้น้ำเหล่านั้นได้ผ่านเราไปหมดแล้ว การเก็บกู้และทำความสะอาดบ้านที่สุดโหดก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว ครอบครัวเราสามารถกลับเข้าสู่สภาพ (ใกล้เคียง) ปกติเหมือนอย่างที่เคยเป็นเล็กวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยจนแทบลืมไปแล้วว่านี่เป็นเดือนแห่งความสุข จนกระทั่ง 2-3 วันนี้ ลมหนาวๆ เริ่มมาสะกิดเตือน วันนี้เล็กเลยชวนน้องภูมิมาเพนท์กวางเรนเดียร์น่ารักๆ ไว้ตกแต่งบ้านและแจกญาติๆ เพื่อนๆ ตอนคริสตมาส วิธีเพนท์นั้นง่ายมากๆ ค่ะ ไม่ต้องใช้ฝีมือ ใช้เพียงแค่ฝ่ามือและฝ่าเท้าของน้องภูมิเท่านั้น ใครสนใจก็ตามนี้เลยค่ะ ^^อุปกรณ์
• สีแดง – สีเหลือง – สีดำ – สีขาว
• จานสี หรือกล่องพลาสติกใส่อาหาร (ถ้ามี)
• กระดาษ
• ดินสอแท่ง หรือตะเกียบ
• ผ้าฟองน้ำ สำหรับเช็ดมือ
*สีที่ใช้จะเป็น สีน้ำ สีโปสเตอร์ สี Tempera หรือสีที่ใช้เล่น Finger Paint ก็ได้นะคะ

วันนี้เราต้องใช้สีน้ำตาลสำหรับส่วนใบหน้าของเรนเดียร์ ที่บ้านเล็กจะมีแต่แม่สีเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็ต้องเอาแม่สีมาผสมกันให้ได้สีน้ำตาลก่อน สัดส่วนผสม (โดยประมาณ) มีดังนี้ค่ะ สีเหลือง 70% สีแดง 25% สีดำ 5% (อาจจะใส่สีขาว เพื่อเพิ่มความเข้ม-อ่อนได้ค่ะ) เล็กผสมสีในกล่องพลาสติกใส่อาหารที่ใช้แล้ว กล่องพวกนี้จะมีขนาดพอเหมาะพอดีให้เด็กๆ เอามือ (เท้า) ลงไปจุ่มสีได้ค่ะน้องภูมิดูจะสนุกที่สุดก็ตอนผสมสีนี่แหละค่ะ สีที่จะได้คล้ายช็อคโกแลตมาก ดูน่ากินทีเดียว :P
ถ้าต้องการทำหน้ากวางตัวใหญ่ ให้ผสมสีน้ำตาลไว้ 2 เฉดนะคะ (อ่อน-แก่)• วิธีเพนท์ก็เริ่มจากใช้ฝ่าเท้าน้อยๆ จุ่มสีแล้วปั๊มลงกระดาษ จะได้เป็นส่วนใบหน้าของเจ้ากวาง (ภาพที่ 1-2)
• ตามด้วยฝ่ามือน้อยๆ ซ้าย-ขวา เป็นส่วนเขากวางทั้ง 2 ข้าง (ภาพที่ 3-4)
• นิ้วโป้งจุ่มสีแดง กดลงตรงบนใบหน้าเป็นจมูก (ภาพที่ 6)ส่วนลูกตาสีดำ เล็กใช้ยางลบติดปลายดินสอ จุ่มสีแล้วนำมากดลงตรงบริเวณลูกตา (หรือจะใช้ตะเกียบก็ได้นะคะ) สุดท้ายใส่ Highlight วิ้งๆ ให้จมูกเจ้ากวาง ด้วยสีขาว เป็นอันเสร็จค่ะ ;)

* เคล็ดไม่ลับนะคะ อย่าจิ้มสีขาวตรงกลางจมูกเป๊ะ เพราะนอกจากจะไม่ดูเป็น highlight แล้ว อาจทำให้จมูกแดงกลายเป็นโดนัทได้ค่ะ จิ้มเอียงๆ นิดนึงนะคะHand Paint อันนี้ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีเก๋ๆ ที่จะเก็บบันทึกขนาดมือและเท้าของเจ้าตัวเล็กเอาไว้ดูได้ด้วยนะคะแต่ถ้าคุณแม่ๆ ไม่อยากให้เลอะมาก ก็สามารถให้เด็กๆ ใช้แค่ฝ่ามือ ทำเป็นหน้ากวางตามภาพข้างล่างก็ได้ค่ะเสร็จแล้ว…. ฝูงกวางเรนเดียร์ :)
*ใครอยากทำ Hand Paint เป็นรูปต้นคริสตมาส ลองดูไอเดียของเมื่อปีที่แล้วได้นะคะ

ฝักบัวหัวแม่โป้ง

เล็กไม่ได้เขียนโพสอะไรเลยมาเกือบ 1 เดือน (เป็นการหยุดเขียนนานที่สุดตั้งแต่เริ่มเขียนบล๊อกเลยค่ะ) เพราะสุขภาพไม่เอื้ออำนวย ช่วงที่ผ่านมาต้องพักผ่อนมากๆ เลยทำให้มีเวลาทำงานได้น้อยลง เมื่อมีเวลาไหนที่พอจะทำงานได้ ก็ต้องรีบปั่นงานให้ทันกับงานที่มารอก่อน ทั้งๆ ที่คันมืออยากจะเขียนบล๊อกจะแย่ :P

ตอนนี้สุขภาพร่างกายกลับมาแข็งแรงเป็นปกติแล้ว (เล็กต้องขอบคุณมากๆ เลยนะคะ สำหรับทุกกำลังใจและทุกข้อความที่ฝากไว้ให้) ประกอบกับงานที่ดองไว้ก็เริ่มสะสางได้หมดแล้ว ก็เลยสามารถเขียนบล๊อกต่อได้…เย้… ^_^

เข้าเรื่องของเล่นใหม่วันนี้เลยนะคะ เมื่อสัปดาห์ก่อนเล็กหาข้อมูลในเน็ทเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ แล้วข้อมูลในโลกออนไลน์ก็พาเล็กไหลเรื่อยไปพบกับที่รดน้ำต้นไม้โบราณ หน้าตาประหลาด ผลงานภูมิปัญญาเกษตรกรชาวอังกฤษ John Worlidge (1640–1700) โดยตัวฝักบัวรดน้ำจะทำมาจากดินเผา เติมน้ำจากทางก้น แล้วก็ควบคุมการไหล-การหยุดได้ด้วยหัวแม่มือ เป็นหลักการง่ายๆ ที่น่าทึ่ง (และน่าสนุก) มาก

หาข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอคุณแม่บ้านหัวใสคนหนึ่ง เธอประยุกต์หลักการของที่รดน้ำต้นไม้โบราณที่ว่า ให้กลายมาเป็น Children’s crafts แบบง่ายๆ จากขวดพลาสติกเหลือใช้ เห็นแล้วก็คันไม้คันมืออยากจะทำให้น้องภูมิเล่นบ้างอ่ะค่ะ

แต่งานอย่างนี้จะทำเองก็ยังไงๆ อยู่ ใช้สามีดีกว่า :Pอุปกรณ์ที่ต้องใช้
• ขวดนมพลาสติก ขนาดย่อมๆ (ถ้าใหญ่มาก เวลาใส่น้ำแล้วอาจจะหนักเกินไปสำหรับเด็กๆ)
• สว่านเพื่อใช้เจาะรูที่ขวด พร้อมดอกสว่าน 2 ขนาด (ใหญ่ กับ เล็ก)
*แผ่นไม้ที่รองข้างล่างไม่เกี่ยวนะคะ งงตัวเองเหมือนกัน…เอามาวางทำไม -_-‘

วิธีทำก็ง่ายๆ ตามนี้นะคะ
• เจาะรูตรงกลางฝาขวด 1 รู (ขนาดรูประมาณ 0.5 ซ.ม.)
• เจาะรูที่ก้นขวด กระจายให้ทั่วคล้ายรูของฝักบัว (ขนาดรูประมาณ 0.3 ซ.ม.)วิธีใช้ (เล่น)
• ใส่น้ำในถัง หรือกะละมังใบเล็กๆ ให้น้ำมีความสูงเกือบเท่าขวด
• ค่อยๆ กดขวดน้ำลงในถัง (เอาก้นลงในแนวดิ่ง) น้ำจะค่อยๆ ไหลเข้าขวด ผ่านรูที่ก้นขวด
• รอจนน้ำในขวดเสมอน้ำนอกขวด
• ใช้นิ้วโป้งปิดรูที่ฝาขวด แล้วยกขึ้น น้ำในขวดจะไม่ไหลออก
• เมื่อต้องการให้น้ำไหลออก ให้ยกนิ้วโป้งเปิดรูที่ฝาขวดทำเสร็จก็ต้องสอนให้น้องภูมิเข้าใจวิธีการใช้งานก่อน พอใช้เป็นก็สนุกใหญ่เลยค่ะ ^.^*เล่นกันไปคุยกันไป ชวนลูกสังเกตดูสิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วยก็จะช่วยให้เขาเข้าใจหลักการทางฟิสิกส์ อย่างง่ายๆ ไปได้ด้วยนะคะ
**ต้นไม้ที่เห็นน้องภูมิกำลังรดอยู่ คือต้นอัญชันที่เราปลูกกันไปเมื่อ 2 เดือนก่อนนั่นแหละค่ะ :)

แม่สี…ออกลูกเป็นสี

ตอนที่เล็กเขียนเรื่องสีชนิดต่างๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว (โน่น -”-) ก็ตั้งใจว่าจะหาเวลามาแบ่งปันความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสีเพิ่มเติมด้วย เผื่อเวลาคุณแม่ๆ จะไปซื้อสีประเภทต่างๆ ที่แบ่งขายเป็นสี จะได้ไม่ต้องซื้อหลายสี ซื้อแค่เพียงแม่สี สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน ก็พอ (สีที่ขายแยกเป็นสีๆ ก็ได้แก่ สีผสมอาหาร, สี Tempera, สีโปสเตอร์, สีอะครีลิค ฯลฯ)

*ภาคต่อเรื่องสีนี้ ทิ้งช่วงนานไปหน่อยนะคะ มัวแต่เล่นอย่างอื่นกันจนเพลิน :P

จากแม่สี 3 สี (สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน) นี้ หากเรานำมาผสมกันในสัดส่วน 50-50 เราก็จะได้สีเพิ่มขึ้นอีก 9 สี การผสมสีสามารถแบ่งชั้นวรรณกันเพื่อให้จำง่ายๆ ได้ดังนี้ค่ะ

สีขั้นที่ 1
: แม่สีนั่นเอง
• สีแดง
• สีเหลือง
• สีน้ำเงิน

สีขั้นที่ 2 :เกิดจากแม่สีผสมกัน
• สีส้ม (สีแดง + สีเหลือง)
• สีเขียว (สีเหลือง + สีน้ำเงิน)
• สีม่วง (สีน้ำเงิน + สีแดง)

สีขั้นที่ 3 : เกิดจากการผสมแม่สี กับสีขั้นที่ 2
• สีส้มแดง (สีส้ม + สีแดง)
• สีส้มเหลือง (สีส้ม + สีเหลือง)
• สีเขียวเหลือง (สีเขียว + สีเหลือง)
• สีเขียวน้ำเงิน (สีเขียว + สีน้ำเงิน)
• สีม่วงน้ำเงิน(สีม่วง + สีน้ำเงิน)
• สีม่วงแดง (สีม่วง + สีแดง)

ตามวงจรสีที่เห็นในภาพ ตำแหน่งสีที่อยู่ตรงข้ามกันจะจัดเป็นสีตรงกันข้าม (สีตัดกัน) ถ้าเราเอาสีตรงกันข้ามมาผสมกัน สัดส่วน 50:50 ก็จะได้สีเทาเข้ม (บางคู่ก็จะได้เกือบดำเลยค่ะ) ส่วนสีที่แปลกๆ ไปกว่านี้เช่นสีน้ำตาล ก็สามารถใช้ สีแดง สีเหลือง และสีดำ ผสมกันได้ค่ะ

ถ้าต้องการสีมากเฉดขึ้นไปอีก ก็สามารถผสมสีตรงกันข้ามในสัดส่วน 75:25 จะได้สีใหม่อีก 12 สีค่ะ
เพราะฉะนั้น เวลาที่ต้องซื้อสีให้เด็กๆ ที่บ้านเล่น  หากเป็นสีประเภทที่แบ่งขายเป็นสีๆ คุณพ่อ-คุณแม่ ซื้อเพียงแค่ แม่สี + สีขาว(ถ้าต้องการ) ก็เพียงพอค่ะ นอกจากจะประหยัดเงินและพื้นที่ในการเก็บแล้ว เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องทฤษฎีสีอย่างง่ายไปได้ด้วยเวลาระบายสี อย่างน้องภูมิเขาจะเห็นเล็กผสมสีบ่อย (ส่วนใหญ่ที่บ้านจะมีแต่แม่สี) เวลาที่เล็กผสมไปก็จะพูดไปด้วยว่ากำลังเอาสีอะไรผสมกับสีอะไร ตอนนี้ถ้าถามน้องภูมิว่าต้องเอาสีอะไรผสมกับอะไรถึงจะได้ สีส้ม สีเขียว สีม่วง น้องภูมิจะตอบได้ค่ะ
และอย่างวันนี้ที่เล็กทำภาพวงจรสี เล็กให้น้องภูมิชูนิ้ว 3 นิ้ว (พร้อมกับพูดไปด้วยว่า แม่สี มี 3 สีนะ) แล้วก็เอาแม่สี แต้มที่นิ้วเขาทีละนิ้ว (พร้อมกับพูดไปด้วยว่า มีสี….และ…และ…) ตกตอนเย็นเล็กพาไปอาบน้ำ ลองถามเช็คดูเขาก็จำได้นะคะ …แม่สีมี 3 สี มีสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน ^^

*วันนี้เล็กใช้สี Tempera นะคะ