คริสต์มาสเป็นเวลาแห่งความรัก

เล็กเคยเอาวิธีทำการ์ดง่ายๆ สำหรับช่วงคริสต์มาสมาฝากติดต่อกัน 2 ปีแล้ว ปีนี้ (ปีที่ 3) ก็เลยรู้สึกว่ายังไงก็น่าจะมี (ถึงแม้ว่าเดือนนี้งานจะยุ่งมากก็ตาม ^^’) เขียนกันให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบล็อกไปเลยดีไม๊คะ :)
211212_xmastree0ที่เล็กจะเอามาแบ่งปันวันนี้เป็นการทำต้นคริสต์มาสจากกระดาษเหลือใช้ค่ะ เอาไว้เป็นไอเดียให้เด็กๆ ใช้ทำเป็นการ์ดอวยพร, Ornament สำหรับตกแต่งต้นคริสต์มาส หรือจะเอามาทำเป็นป้ายของขวัญแนบไปกับกล่องของขวัญก็ได้นะคะ

อุปกรณ์
• กระดาษเหลือใช้ แผ่นพับ/โบรชัวร์ สีสันสวยๆ
• ดินสอ/กรรไกร/กาว
• อุปกรณ์สร้างวงกลม จะใช้เป็นวงเวียน หรือจาน/ชาม มาคว่ำทาบแล้ววาดวงกลมก็ได้นะคะ (เล็กทำหลายชิ้น ก็เลยวาดใส่กระดาษแข็งไว้เป็นแบบเลยค่ะ)
• อุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม ปากกาสี/กากเพชร ฯลฯ211212_xmastree1

วิธีทำ
เริ่มจากตัดกระดาษเป็นรูปครึ่งวงกลม ถ้าใครใช้วงเวียน หรือจาน/ชามมาคว่ำเป็นแบบ ก็ให้ลากเส้นแล้วตัดกระดาษเป็นวงกลม จากนั้นค่อยมาพับแล้วตัดเป็นครึ่งวงกลมอีกทีนะคะ211212_xmastree2211212_xmastree3นำกระดาษครึ่งวงกลมที่ได้มาบิดย้อนกลับไปมาประมาณ 4 ทบ
211212_xmastree4ให้เป็นลักษณะของต้นคริสต์มาส (ดูรูปที่1-4) จัดให้ได้ตำแหน่งสวยงามแล้วจึงใช้มือรีดให้เรียบ (ภาพที่ 5) ก็จะได้เป็นต้นคริสต์มาสค่ะ211212_xmastree5211212_xmastree6ตกแต่งต้นคริสต์มาสตามจินตนาการและอุปกรณ์ที่มี เล็กใช้ที่เจาะกระดาษรูปดาวมาสร้างเป็นดาวติดที่ยอด และตัดกระดาษแข็งเป็นเส้นตรงขนาดประมาณ 1.5 x 10 ซม. มาพับเป็นรูปสามเหลี่ยมเพื่อใช้ติดเป็นฐาน (รูปที่ 2-3)

211212_xmastree7211212_xmastree14ทากาวแล้วโรยกากเพชรอีกนิดหน่อย ก็เป็นอันเสร็จค่ะ
211212_xmastree8211212_xmastree9สำหรับต้นคริสต์มาสของเรา เราอยากจะมอบให้เด็กๆ และครู 26 คน ที่ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนประถม Sandy Hook, Newtown, Connecticut สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา เล็กให้น้องภูมิช่วยเขียนชื่อพวกเขาเหล่านั้น และนำมาติดลงบนต้นคริสต์มาสกระดาษของเรา น้องภูมิใช้เวลาอยู่นานและเขียนด้วยความตั้งใจมาก เล็กบอกเขาว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสอยู่เพื่อเฉลิมฉลองคริสต์มาสบนโลกใบนี้แล้ว แต่เราจะระลึกถึงพวกเขาและครอบครัวด้วย ในเวลาที่เราเฉลิมฉลองกัน
211212_xmastree10211212_xmastree11211212_xmastree13ขอบคุณพระเจ้าสำหรับของขวัญมากมายที่เราได้รับ และขอบคุณที่สุดสำหรับพระเยซูผู้เป็นของขวัญประเสริฐ และผู้เป็นเหตุให้เราได้เฉลิมฉลองกัน Merry Christmas นะคะ ^^

พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด
ส่วนบนแผ่นดินโลกสันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง
ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนั้น – ลูกา 2:14
– – – – – – – – – – – – – – – – – –

*ดูไอเดีย Handpaint การ์ดคริสต์มาส รูปกวางเรนเดียร์ (ปี 2011)
*ดูไอเดีย Handpaint การ์ดคริสต์มาส รูปต้นคริสต์มาส (ปี 2010)

Sandy Hook, Our thoughts are with you.

20121216-IMG_8445

We’ve just heard about this tragedy on Saturday
and have been praying for all families there at Sandy Hook elementary school
as it has deeply broken our hearts too.

On Sunday morning we told our 5 years old son about this
and asked him if he would like to do something for those unfortunate children
and families who lost their loved one forever – he said yes.
We sat down hand in hand and prayed – heartbroken.

To everyone involved at Sandy Hook elementary school tragedy,
please know that our family is praying for you from the other side of the world.

~
Let us stand in prayer with those at Sandy Hook elementary school
whose lives are forever changed by the events today.
Let us remember those who lost their lives in this tragedy.
And let us finally remember that God is a great comfort to all who hurt.
~

R.I.P  to

Charlotte Bacon, 6

Daniel Barden, 7

Rachel DaVino, 29

Olivia Engel, 6

Josephine Gay, 7

Ana M. Marquez-Greene, 6

Dylan Hockley, 6

Dawn Hochsprung, 47

Madeleine F. Hsu, 6

Catherine V. Hubbard, 6

Chase Kowalski, 7

Jesse Lewis, 6

James Mattioli, 6

Grace McDonnell, 7

Anne Marie Murphy, 52

Emilie Parker, 6

Jack Pinto, 6

Noah Pozner, 6

Caroline Previdi, 6

Jessica Rekos, 6

Avielle Richman, 6

Lauren Russeau, 30

Mary Sherlach, 56

Victoria Soto, 27

Benjamin Wheeler, 6

Allison N. Wyatt, 6

~

Please feel free to share your words of condolences with us.

ปั่นเป็นได้ ไม่ต้องล้มเลย : )

2 เดือนก่อนแม่เล็กมาเปรยๆ กับผมว่า น้องภูมิใกล้จะ 5 ขวบแล้ว คิดว่าน่าจะเริ่มหัดให้ขี่จักรยาน 2 ล้อได้ เพราะน่าจะเป็นช่วงวัยที่มีความกล้าและไม่กลัวมากจนเกินไป ผมนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นวิธีการสอนของฝรั่งที่น่าสนใจอยู่ เป็นวิธีที่เด็กเรียนรู้ได้เร็ว และไม่เจ็บตัวเหมือนสมัยที่เราหัดปั่นจักรยานตอนเด็กๆ ผมเลยเอาวิธีนั้นมาลองใช้กับน้องภูมิ และก็ได้ผลจริงๆ ครับ น้องภูมิสามารถขี่จักรยาน 2 ล้อได้โดยที่ไม่ต้องล้มเลย

คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ที่คิดว่ากำลังจะหัดลูกขี่จักรยานด้วย เลยอยากจะเขียนแบ่งปันไว้ครับ

เริ่มต้นเตรียมจักรยาน
1. ถอดล้อช่วยประคองเล็กๆ ทั้งสองข้าง และบันไดถีบออก
2. ปรับเบาะให้ต่ำ แบบที่เมื่อเด็กยืนขึ้น เท้าทั้งสองข้างสามารถยืนบนพื้นได้อย่างมั่นคง

แค่นี้จักรยานก็พร้อมแล้วครับ :D

วิธีฝึก

เราให้น้องภูมินั่งบนจักรยาน และใช้ขาสองข้างไถจักรยานไปเรื่อยๆ ซ้ายสลับขวา พอได้ความเร็วระดับนึง ก็ให้ยกขาขึ้น ปล่อยให้จักรยานไหลไปเรื่อยๆ ทรงตัวให้จักรยานวิ่งไปตรงๆ จนหยุด และเริ่มไถกันใหม่ครับ และเมื่อชำนาญมากขึ้น ก็บอกให้เค้า ไถต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรอให้จักรยานหยุดครับ

หัวใจของการฝึกแบบนี้ คือ การสอนให้เด็กๆ เรียนรู้ที่จะทรงตัวก่อนการฝึกควบคุมจักรยาน (ซึ่งสำหรับผมส่วนนี้สำคัญที่สุด และยากที่สุด) เมื่อเด็กสามารถทรงตัวได้อย่างมั่นใจแล้ว เรื่องการปั่นและควบคุมจักรยานก็จะง่ายขึ้นครับ เราฝึกกันน่าจะประมาณ 4-5 ครั้ง ครั้งละประมาณ 20-30 นาทีครับ จนน้องภูมิก็บอกว่าอยากปั่นเองแล้ว ขอให้ผมติดบันไดถีบจักรยานให้


วันแรกที่ติดบันไดให้ ช่วงเริ่มต้น ผมช่วยประคองนิดหน่อย คอยสังเกตน้ำหนักของจักรยานที่มือว่าเอียงมั๊ย ทรงตัวได้มั๊ย และคอยบอกน้องภูมิให้มองไปข้างหน้า พยายามทรงตัว และให้ปั่นช้าๆ แต่ไม่ให้หยุดปั่น เพื่อให้เค้ารักษาความต่อเนื่องครับ หลังจากปั่นไปได้ซัก 1-2 นาที ผมรู้สึกได้ว่าจักรยานเริ่มเขวน้อยลง และผมก็บอกว่าเค้าว่า “I’m going to let you ride now. Keep going like this okay!” ..และก็เรียบร้อยครับ น้องภูมิปั่นจักรยานออกจากมือผมไปแล้ว แต่ผมคงวิ่งประคองไปข้างๆ อยู่ เผื่อพลาดครับ : )


แม่เล็กกับผมตื่นเต้นกันมากครับ รู้สึกเหมือนตอนเห็นน้องภูมิเริ่มเดินเตาะแตะวันแรกเลย หลังจากนี้ไป ก็เป็นการฝึกฝนความชำนาญและการใช้เบรคครับ

ปล. เวลาปั่นจริง ผมจะต้องปรับเบาะจักรยานให้สูงขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการปั่นจริงๆ นะครับ เพราะถ้าเบาะต่ำแบบตอนฝึก จะทำให้ขี่ค่อนข้างยากนิดนึงครับ

เรื่องราวในตัวหนังสือ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เล็กเห็นว่าน้องภูมิ 4 ขวบแล้ว น่าจะมีสมาธิพอจะฟังเรื่องเล่ายาวๆ จากหนังสือที่ไม่มีภาพได้ เล็กเลยเลือกหนังสือที่มีอยู่ในบ้าน (หนังสือผู้ใหญ่ ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์และเข้าใจง่าย) มาลองอ่านให้น้องภูมิฟังก่อนนอน มีทั้งหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก (เป็นตอนสั้นๆ) หนังสือเรื่องสั้นที่จบเป็นตอนๆ และหนังสือแปลที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องรอบตัว การได้อ่านหนังสือประเภทนี้ให้ลูกฟัง ก็ทำให้เล็กรู้ว่าลูกยังไม่รู้คำศัพท์ง่ายๆ หลายคำ เพราะยังไม่มีโอกาสใช้หรือได้ยิน เวลาฟังเล็กอ่านน้องภูมิก็จะถามเป็นระยะๆ ว่าคำนี้ คำนั้นแปลว่าอะไรเล็กดูแล้วน้องภูมิสามารถฟังได้นาน เลยหาซื้อวรรณกรรมสำหรับเด็กแบบเรื่องยาวมาอ่านให้ฟัง เล็กเลือก “โต๊ะโต๊ะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง” เป็นเล่มแรก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องที่เล็กชอบมากเรื่องหนึ่งแล้ว เนื้อหาของโต๊ะโต๊ะจังก็ยังสวยงาม จรรโลงใจ และเป็นบันทึกที่เกิดขึ้นในช่วงวัยที่ใกล้เคียงกับน้องภูมิ เด็กน้อยได้ฟังแล้วติดหนึบทีเดียวค่ะ เราอ่านต่อเนื่องจนจบเล่มในเวลาไม่ถึงเดือน ^^ (270 หน้า) น้องภูมิจะนอนหนุนตักแม่และฟังอย่างตั้งใจได้นาน ชนิดที่ว่าถ้าแม่ไม่เลิกอ่าน ก็คงจะนอนฟังไปเรื่อยๆ >.< เล็กแอบสังเกตดูเวลาที่เขาฟัง จะเห็นแววตาใสๆ จ้องเหม่อไปบนเพดานเหมือนกำลังจินตนาการตามไปอย่างสนุก และเศร้าไปตามเนื้อเรื่อง

หลังจากอ่านเล่มแรกจบเล็กก็เริ่มหาเล่มต่อไป ค้นหาจากหน้าเว็บนี่หล่ะค่ะ จนไปเจอเรื่อง “ลาแสนรู้” หรือ “Les  Mémoires  d’un  Âne” เล็กไม่รู้เลยว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไรเพราะยังไม่เคยอ่าน แต่จากเรื่องย่อและรายละเอียดของหนังสือที่ระบุว่าได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 วรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกของฝรั่งเศส ก็เพียงพอที่จะทำให้เล็กกดสั่งซื้อแล้วค่ะ ^^

วันที่ได้รับหนังสือถึงรู้ว่า เป็นวรรณกรรมแปลที่มีภาพประกอบด้วย >.< และเป็นภาพประกอบสีน้ำที่สวย สบายตา น่ารักมากๆ ทีเดียว มีทั้งที่เป็นภาพสีและภาพขาวดำ จังหวะและรายละเอียดของภาพก็พอเหมาะ พอเจาะ สำหรับหนังสืออ่านประเภทนี้ ดูแล้วคิดว่าน่าจะช่วยเป็นภาพนำทางให้จินตนาการของเด็กน้อยได้เป็นอย่างดีตอนแรกที่เปิดดู เล็กคิดว่าภาพประกอบในเล่มนี้เป็นภาพที่มาพร้อมกับต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส แต่เมื่อพลิกอ่านคร่าวๆ ก็พบว่าเป็นงานวาดของนักวาดประกอบชาวไทย >.< แถมเป็นคนที่เล็กและน้องภูมิรู้จักดี เพราะที่บ้านมีงานหนังสือเด็กของเธออยู่ 2-3 เล่ม และได้มีโอกาสรู้จักกันผ่านพี่ๆ น้องๆ ใน Facebook มาเกือบ 2 ปีแล้ว

ป้าอ้อย (ของน้องภูมิ) หรือ คุณวชิรวรรณ ทับเสือ นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กที่หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นผลงานภาพวาดน่ารักๆ แฝงอารมณ์สดใส อบอุ่น เป็นผู้วาดภาพประกอบให้ “ลาแสนรู้” ค่ะ ตอนที่ได้รู้ว่าเป็นผลงานของป้าอ้อย เล็กกับคุณก๊อกภูมิใจ ปลื้มใจอย่างกับเป็นงานของตัวเองเลยทีเดียว >.< (รูปสวยจริงๆ ค่ะป้าอ้อย น้องภูมิมักจะมาพลิกเปิดดูรูปอย่างละเอียดทุกครั้งที่อ่านจบตอน ^_^)

เราใช้เวลาอ่านเล่มนี้กันไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็จบค่ะ (180 หน้า) “ลาแสนรู้” เป็นเรื่องราวในบันทึกของเจ้าลาตัวหนึ่ง ซึ่งฉลาดมาก ชีวิตของมันต้องระหกระเหิน เปลี่ยนเจ้านายหลายครั้ง เพราะความอวดดีของมัน แต่มันก็ค่อยๆ ได้รับบทเรียนชีวิตไปทีละน้อย และเปลี่ยนแปลงเป็นลาที่ดีในทีี่่สุด ตัวละครในเรื่องนี้จะมีมิติทางอารมณ์ที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งดีและไม่ดี มีความเป็นจริงที่จับต้องได้มากขึ้นอีกนิดสำหรับน้องภูมิ อ่านไปแล้วก็มีเรื่องให้พูดคุยกันต่ออีกเยอะแยะ สำหรับเล็กเองการอ่านได้เรื่องราวอย่างนี้ให้ลูกฟังก็เป็นการอบรมสั่งสอนลูกในแบบที่เพลิดเพลินมากค่ะ

เวลาที่อ่านเรื่องยาวๆ อย่างนี้ เล็กจะอ่านและหยุดเป็นระยะเพื่อเช็คว่าน้องภูมิยังเข้าใจเนื้อเรื่องและตามทัน โดยใช้คำถามเช่น “ลูกรู้ไม๊ว่า ทำไมออกุสต์ถึงไม่อยากเข้าใกล้กาดิชง (เจ้าลาตัวเอกของเรื่อง) ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้โกรธหรือเกลียดมัน” บางครั้งน้องภูมิก็จะถามเองว่าคำนี้หมายถึงอะไร หรือถ้าฟังเพลินๆ แล้วน้องภูมิไม่ได้ถาม แต่เล็กรู้ว่าคำนี้ลูกน่าจะไม่รู้จัก เล็กก็จะหยุดถามเขาว่ารู้ไม๊คำนี้หมายถึงอะไร ถ้าเขาส่ายหน้าเราก็อธิบาย

และที่สำคัญที่สุด การได้อ่านกันอย่างนี้กันเป็นประจำก็ทำให้น้องภูมิรู้ว่า ข้างในหนังสือ และเจ้าตัวหนังสือที่เขายังอ่านไม่ได้นั้น มันมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากมาย และสนุกซะด้วยสิ :D

*ภาพประกอบหนังสือสวยๆ ในโพสนี้ เล็กหยิบยืมมาจากบล็อกของป้าอ้อย Littleblackoz Studio แวะเข้าไปทักทาย ให้กำลังใจ และอ่านแนวคิดเบื้องหลังภาพวาดน่ารักๆ กันได้นะคะ ^^

วาดภาพคล้าย :D

เมื่อสัปดาห์ก่อนเล็กกับน้องภูมินั่งวาดรูปเล่นกัน (ปกติก็เราก็จะชวนกันคิดถึงเรื่องโน้น เรื่องนี้ ที่น้องภูมิสนใจแล้วลองให้เขาวาดออกมา เล็กก็จะนั่งวาดเป็นเพื่อนเขา แต่ก็ต่างคนต่างวาดกันไป) เล็กลองถามน้องภูมิว่า “ภูมิวาดหน้าแม่ได้ไม๊” น้องภูมิก็หยุดคิดนิดนึงแล้วก็บอกว่า “ได้คับ” จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาจะลงมือวาด (ตามความคิด)

เล็กบอกเขาว่า “ไม่ใช่ๆ … ต้องมองหน้าแม่ด้วย วาดแบบวาดภาพเหมือนอ่ะจ๊ะ” “ลองดูดีๆ สิว่า หน้าแม่เป็นอย่างไร ตา จมูก ปาก และทรงผมแม่เป็นอย่างไร” น้องภูมิยิ้มๆ ส่ายหน้า ทำท่าจะถอย เล็กเลยต้องให้กำลังใจว่า “เอาน่า ลองดูๆ นะ นะ นะ ^^”เล็กอยากให้น้องภูมิลองวาดภาพเหมือนดู เพราะเมื่อตอนที่เราไปงานตลาดนัดในสวน little tree มีพี่ๆ เด็กบ้านเรียนภูมิธรรม อายุประมาณ 8-9 ขวบ มานั่งรับวาด “ภาพ (ไม่) เหมือน” คิดค่าบริการแค่ภาพละ 5 บาท (น่ารักมากๆ ^^) ซึ่งภาพที่วาดออกมาแม้จะไม่ได้มีความเหมือนอย่างภาพเหมือนที่ผู้ใหญ่วาด แต่เด็กๆ ที่มาเป็นผู้วาดก็มีทักษะในการจับรายละเอียดของแบบ และวาดออกมาได้อย่างน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ เล็กอยากรู้ว่า ถ้าเป็นเด็กเล็กอย่างน้องภูมิ (4 ขวบครึ่ง) เขาจะเห็นรายละเอียดอะไรบ้าง และจะถ่ายทอดสิ่งที่เห็นออกมาได้แค่ไหน

น้องภูมิลงมือวาดภาพเหมือนให้แม่ วาดไป  ดูไป ได้ออกมาเป็นอย่างนี้ ^^

วันรุ่งขึ้น แม่ลองให้วาดปาป๊าดูมั่ง น้องภูมิถ่ายถอดรายละเอียดที่เขาเห็นได้พอสมควรเลยค่ะ :)

วันต่อมาลองวาดนางแบบผมยาว หน้าหวาน ดูบ้าง (ออกมาไม่ค่อยจะหวานเท่าไหร่ ^^”)

พอถึงวันหยุด อาม่า, โกกิ๊ก และเหล่าอี๊มาหา ก็เลยให้น้องภูมิลองวาดภาพเหมือนให้ด้วย ^^

วาดคนในบ้านหมดแล้วลองหอบกระดาษ-ดินสอ ไปหานางแบบนอกบ้านดูบ้าง เริ่มจากใกล้ๆ บ้านก่อน – พี่ปริม ^^

ต่อด้วย ‘เมโลดี้’ เพื่อนที่โรงเรียน  (น้องภูมิไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ ตอนที่วาดหน้าเมโลดี้ เพราะเพื่อนๆ ที่เหลือต่างมารุมล้อมด้วยความสนใจ ^^”)

คริส-เพื่อนซี้ :D

Uncle Mark (คุณพ่อของคริส) ปรากฏว่าภาพของ Uncle Mark ที่ออกมา มีความละม้ายคล้ายคุณแม่ของ Uncle Mark มากๆ (O_o)

วาดพี่หมี แก้มกลมป่อง เหมือนเด๊ะ  ^^”

ต่อไปหน้าอาเจ็กกั๊กบ้าง (เป็นภาพแรกที่เริ่มเห็นพัฒนาการรูปทรงของดวงตา จากที่เคยวาดเป็นทรงงกลมมาตลอด เริ่มเป็นทรงรีแล้ว :D)

วาดๆ ไป ก็รู้สึกว่าการชวนให้เด็กเล็กได้ทำอะไรอย่างนี้บ้างก็ดีเหมือนกันนะคะ เป็นการกระตุ้นให้เขาหัดสังเกตรายละเอียดต่างๆ และได้ลองถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองเห็นออกมาเป็นลายเส้น ยิ่งตอนนี้ พอเขียนได้หลายๆ หน้าแล้ว เวลาเล็กนั่งดูด้วยกันกับน้องภูมิ น้องภูมิจะมีความสุขที่ได้เห็นสิ่งที่เค้าได้ทำมากค่ะ

ลองชวนเด็กๆ เขียนดูนะคะ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นหน้าคนก็ได้ค่ะ ลองให้เค้าได้ใช้เวลากับสิ่งรอบตัว สังเกต และถ่ายทอดออกมาให้เราได้เห็น ได้ลองไปเดินเล่นในโลกของเด็กๆ บ้าง สนุกดีนะคะ ^^

*รูปที่น้้องภูมิวาดเพิ่มเติมจากนี้ เล็กเก็บไว้ที่ Facebook Page ของ Bhoomplay ค่ะ แวะไปดูได้นะคะ :)

Fairy ก้อนหิน

วันเสาร์ที่จะถึงนี้ ‘งานตลาดนัดในสวน Little Tree’ – งานน่ารักๆ ประจำปีที่เรารอคอยก็วนมาครบหนึ่งปีแล้วนะคะ ^^

ถ้าใครยังจำได้ เมื่อปีที่แล้วเล็กทำหุ่นนิ้วกระดาษให้น้องภูมิเอาไปขายสนุกๆ ในงานวันนั้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกสนานกันมาก ปีนี้เราก็เลยตั้งใจจะทำอะไรไปขายขำๆ กันอีก เล็กเห็นว่าน้องภูมิโตขึ้นอีกนิดแล้ว เลยว่าจะหางาน Handmade ที่น้องภูมิสามารถทำได้ด้วยมาทำขายกัน คิดไปคิดมาแล้วก็ได้ไอเดียเป็นงานเพนท์ก้อนหินค่ะ :D

ก้อนหินเพนท์ของเล็ก เล็กออกแบบให้เป็นหน้า Fairy น้อยๆ สำหรับไว้วางเคียงข้างต้นไม้กระถางเล็กๆ ไม่เกี่ยงแดด-ฝน (เหมือนเป็น Fairy ประจำต้นไม้ต้นนั้นค่ะ ^^)

คอลเลคชั่น Fairy ก้อนหินของเรา
มีขายขำๆ ที่งานตลาดนัดในสวน Little Tree เสาร์นี้เท่านั้นนะคะ :)

*รายละเอียดของงานดูที่เพจ ‘ตลาดนัดในสวน little tree‘ ได้เลยค่ะ

เบื้องหลังการทำ

เริ่มจากออกแบบหน้าตาของ Fairy ก้อนหินกันก่อน

นำหินมาล้างทำความสะอาด และเลือกหินก้อนพิเศษมาเป็น Fairy

จากนั้นก็ลงมือเพนท์ ;) *เล็กใช้สีอะครีลิคนะคะ

ภาพล่างเป็นผลงานของน้องภูมิ ซึ่งไม่ได้ไปวางขายด้วยนะคะ เพราะพอเพนท์เสร็จเจ้าตัวก็บอกว่า “แม่คับ ภูมิไม่อยากขายชินกันเซ็นกับรถ กับทุกๆ อย่างที่ภูมิวาดอ่ะคับ” “ทำไมล่ะลูก?” “ภูมิชอบมันอ่ะแม่ ภูมิไม่อยากขาย” (*.*’)?

ใครอยากได้ผลงานของน้องภูมิก็คงต้องรอไปก่อนนะคะ :P

คุณคือหมอคนแรกของลูก

วันนี้เล็กอยากจะหยิบยกเรื่องการดูแลลูกเมื่อยามป่วยไข้มาแบ่งปันกันอีกครั้งนะคะ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเล็กพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ ใน FB แล้ว เล็กขออีกซักครั้งในบล็อกนะคะ

จากกรณีที่คุณพ่อคนหนึ่งได้เขียนแบ่งปันเรื่องการเสียชีวิตของลูกชายชั้น ป.1 (รร.กรุงเทพคริสเตียน) ด้วยไวรัสที่น่าจะเกี่ยวข้องกับโรคมือเท้าปากไว้ในเว็บบอร์ด (หลายๆ คนอาจจะมีโอกาสได้อ่านแล้ว) คุณพ่อเล่าว่าช่วงหนึ่งของการรักษาที่เริ่มวิกฤติ คุณหมอแจ้งว่าหากเพาะเชื้อแล้วพบว่าเป็นไวรัสก็จะไม่สามารถใช้ยาฆ่าเชื้อได้ ต้องใช้ภูมิคุ้มกันของร่างกายของน้องเองเป็นตัวฆ่า ถ้าน้องแข็งแรงก็จะผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ไปได้ – – และก็พบว่ามีไวรัสในหัวใจจริงๆ เป็นตัวที่ร้ายที่สุด ซึ่งไม่มียาฆ่าเชื้อโรคตัวนี้ โอกาสรอดมีน้อยมาก จนคุณหมอต้องตัดสินใจใช่เซรุ่มของคนอื่นที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงมาฉีดให้น้อง แต่เมื่อฉีดเซรุ่มเข้าไปได้ 2 ชม. หัวใจของน้องก็หยุดเต้นและคุณหมอก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของน้องไว้ได้ — ครอบครัวเราขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของน้องเฟยด้วยนะคะ

หลังจากที่ได้อ่านเรื่องของน้องเฟยแล้วก็ทำให้เล็กคิดถึงบทความเรื่อง “คุณคือหมอคนแรกของลูก” เขียนโดย คุณฝน นภนีรา รักษาสุข เป็นบทความที่เล็กได้มีโอกาสอ่านตั้งแต่น้องภูมิยังเล็กๆ (ขอบคุณพระเจ้า) เล็กอ่านแล้วได้รับแรงบันดาลใจ และความมั่นใจอย่างมากที่จะดูแลลูกเมื่อลูกเจ็บไข้โดยไม่ใช้ยา เพื่อให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของลูกไม่ถูกรบกวน และเล็กก็ยึดตามแนวทางที่แม่ฝนแนะนำไว้ในบทความมาตลอดจนถึงทุกวันนี้

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าที่จริงแล้วความเจ็บป่วยเล็กน้อยของเด็ก เช่น ไข้ตัวร้อน หรือไข้หวัดนั้นไม่ต้องใช้ยารักษาเลยค่ะ

อาการมีไข้ตัวร้อนนั้นเกิดจากกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อได้รับเชื้อ (ซึ่งอาจจะมาจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย หรือเกิดขึ้นภายในร่างกายเอง) เราสามารถหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้ได้ด้วยการเช็ดตัวเพื่อช่วยระบายความร้อน และให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ การไม่ใช้ยาจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายเด็กได้ทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่ถูกรบกวน ผลที่ได้ระยะยาวคือภูมิคุ้มกันในร่างกายของเด็กจะแข็งแรงและทำงานได้ดีค่ะ

ส่วนอาการหวัดนั้น เล็กเคยคุยกับคุณหมอ คุณหมอว่าส่วนใหญ่แล้วหวัดเกิดจากไวรัส ไม่ต้องใช้ยารักษา (ไม่มียารักษาด้วย) หวัดที่เกิดจากไวรัสจะหายได้เอง เพียงแต่พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลไปตามอาการ อาการหลักทั่วๆ ไปของหวัดก็ไม่พ้นมีน้ำมูกและไอ สำหรับที่บ้านเล็ก เมื่อเป็นหวัดก็ให้ล้างจมูกบ่อยๆ หากระคายคอ/ไอ ก็ดื่มน้ำผึ้ง, อมมะแว้ง เราดูแลกันอย่างนี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็หายค่ะ ไม่ต้องทานยาแก้แพ้ใดๆ

เล็กอยากจะส่งต่อบทความของแม่ฝนให้คุณพ่อคุณแม่ เก็บไว้เป็นคู่มือการดูแลลูกแบบทางเลือก (เลือกที่จะไม่ใช้ยา) ดูนะคะ รายละเอียดและวิธีการปฏิบัติแม่ฝนได้เขียนไว้อย่างละเอียดแล้ว (กดที่รูปด้านล่างเพื่ออ่านได้เลยค่ะ) ทุกๆ ครั้งที่เล็กสามารถดูแลน้องภูมิให้ผ่านช่วงที่เจ็บไข้มาได้แบบไม่ต้องใช้ยา ก็จะคิดถึงและขอบคุณแม่ฝนเสมอสำหรับบทความนี้… ขอบคุณอีกครั้งนะฝน :D

ที่ผ่านมา ครอบครัวเราเลือกที่จะดูแลน้องภูมิเวลาป่วยแบบไม่ใช้ยาก่อนเสมอค่ะ แต่เราก็จะเฝ้าระวังและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดนะคะ หากมีอาการอื่นๆ นอกเหนือจากไข้ตัวร้อน เช่น อาเจียน, หอบ, ปวดหู, ซึม ฯลฯ ก็ปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องดูแลลูกที่ป่วย และขอให้เด็กๆ ของเราสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะคะ :)