สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 2)

..แม่เล็กเล่านะคะ ^^

Tintin Shop
น้องภูมิเป็นแฟนตัวจริงของ Tintin มาตั้งแต่ยังไม่ห้าขวบ ในตอนนั้นเขายังต้องให้ปาป๊าอ่านให้ฟัง แต่เมื่อไหร่ที่ป๊าไม่ว่างอ่านให้ฟัง น้องภูมิก็สามารถนั่งเปิดดูรูปไปเงียบๆ คนเดียวได้จนจบเล่ม ซึ่งบางครั้งก็นานนับชั่วโมง (และรู้เรื่องหมดด้วย >.<) จนเมื่อย่างเข้า 6 ขวบ น้องภูมิเริ่มอ่านเองได้ และเริ่มหลงใหลการผจญภัยของ Tintin ตั้งแต่นั้น น้องภูมิทยอยยืมหนังสือ Tintin จากห้องสมุดมาอ่านครบทุกเล่มที่ห้องสมุดมีเลย (ยกเว้นตอน Tintin in the Land of the Soviets) เรียกว่าตอนที่ชอบๆ นี่ถึงขนาดจำบทพูดของตัวละครบางซีนได้เลยค่ะ ^^’20140911-IMG_2144

ชอบกันขนาดนี้ Tintin Shop จึงเป็นสถานที่หนึ่งที่เราหมายมั่นกันก่อนมาว่ายังไงก็ต้องหาเวลาแวะไปให้ได้ เพราะร้านแบบนี้มีเพียง 5 แห่งในโลกเท่านั้น แม้ว่าจะตั้งใจกันมากแต่เราก็ยังไม่ได้วางแผนว่าจะไปกันตอนไหน แต่แล้วเช้าวันที่เราเดินทางไป Singapore City Gallery เราออกจาก MRT ที่สถานี China Town เพื่อเดินมุ่งหน้าไปที่ถนน South Bridge จู่ๆ เราก็ได้เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้าน Tintin Shop โดยไม่ได้ตั้งใจ ^^20140911-IMG_2125

ร้านเล็กๆ ขนาด 1 คูหา ที่ที่เก็บเรื่องราวการผจญภัยของหนุ่มน้อย Tintin ไว้จนล้นปรี่ ภายในมีทั้งหนังสือ โปสเตอร์ เส้ื้อยืด ของที่ระลึกชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปจนถึงขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่เราตั้งใจจะมาดูมากที่สุดคือโมเดลจำลองรูปตัวละคร ที่มีตั้งแต่แยกเป็นตัวเดี่ยวๆ ไปจนถึงตัวละครและฉากที่อยู่ในแต่ละซีนที่น่าประทับใจ (ใครที่เคยอ่าน เห็นปุ๊บก็จะรู้เลยว่าเป็นตอนไหน) รวมถึงรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง โมเดลสวยๆ บางชิ้นเป็นชิ้นที่ทำขึ้นแบบจำกัดจำนวน เพื่อให้เก็บเป็นของสะสม บอกได้คำเดียวว่า สวยงามมากจริงๆ แต่เรื่องราคาคงไม่ต้องพูดถึงนะคะ ^^’ เรียกว่าคนรัก Tintin เข้ามาร้านนี้ถ้าไม่หักห้ามใจไว้บ้างกระเป๋าฉีกแน่นอน20140917-Singapore-2-1

ในตู้โขว์โมเดลจะมีป้ายห้ามถ่ายรูปติดอยู่แทบทุกตู้ คุณก๊อกถามเจ้าหน้าที่ด้วยความเสียดายว่าถ่ายไม่ได้เลยเหรอ เจ้าหน้าที่ในร้านยิ้มให้แล้วตอบว่า ถ้าเป็นคนชอบ Tintin จริงๆ เขาจะแกล้งหลับตาให้ข้างนึง ^^20140911-IMG_2147

ในการเดินทางครั้งนี้น้องภูมิมีเงินติดตัวมาด้วย 45 เหรียญ (ได้มาจากการเอาดาวเด็กดีที่เขาสะสมได้มาแลก 1 ดวงต่อ 1 $S) ซึ่งเป็นเงินที่เขาจะสามารถใช้ซื้อของต่างๆ ที่อยากได้ระหว่างการเดินทาง เราบอกกับน้องภูมิว่า เขามีเงินติดตัวเองแล้วห้ามมาขอหรือรบเร้าให้แม่กับปาป๊าซื้อของให้ ต้องใช้เงินเท่าที่ตัวเองมีอยู่เท่านั้น หมดแล้วหมดเลย เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นของที่แม่กับปาป๊าจะซื้อให้เอง เพราะฉะนั้นลูกต้องคิดให้ดีก่อนที่จะจับจ่าย เพื่อลูกจะได้ของที่คุ้มค่ากับเงินที่ลูกต้องเสียไป ขอบคุณพระเจ้า ด้วยข้อตกลงง่ายๆ ในเรื่องนี้ เราได้เห็นลูกเติบโตขึ้นมากมายระหว่างการเดินทาง :D (ตามอ่านตอนที่ไป Science Centre นะคะ)20140911-IMG_2155

น้องภูมิใช้เงินที่มีติดตัวอยู่ 45 เหรียญซื้อของครั้งแรกที่ร้านนี้ เขาเดินเลือกซื้อของที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ที่ชอบจริงๆ 2-3 ชิ้น เพื่อจะเหลือเงินเก็บไว้ซื้อของในวันอื่นๆ ต่อไป

น้องภูมิแวะเซ็นชื่อไว้เป็นที่ระลึกก่อนเดินออกจาก Tintin Shop ในมือถือจรวดสีแดงลำเล็กๆ ที่ซื้อมาด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข (และก็เอามาถือเล่นอยู่ตลอด) เล็กคิดว่ามีแต่น้องภูมิเท่านั้นที่รู้ว่า เจ้าจรวดลำนี้มันพิเศษสำหรับเขาอย่างไร :)

*จรวดสีแดงลำนี้ปรากฏอยู่ในตอน TINTIN – Destination Moon และ Explorers on the Moon
20140911-IMG_213620140917-Singapore-2-2

dash

River Safari
ช่วงบ่ายเราเดินทางออกนอกเมืองด้วยแท๊กซี่เพื่อตรงไปยัง River Safari ทริปนี้เรามีโอกาสได้ใช้รถแท๊กซี่อยู่หลายครั้ง ซึ่งก็ทำให้เราได้เห็นบ้านเรือนที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบและถนนหนทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะเส้นทางที่ออกนอกเมือง ชื่นชมกันเพลินเลยค่ะ

ออกนอกเมืองได้ซักพัก ท้องฟ้าก็เริ่มครึ้ม ไม่นานฝนก็พรำลงมา ในใจแอบคิดว่า เอาล่ะเที่ยวสวนสัตว์วันฝนตก >.<“20140911-IMG_2450

แต่ปรากฏว่า ฝนที่ตกลงมาไม่ได้สร้างปัญหาให้เราในการเดินเที่ยวชมสัตว์ใน River Safari แม้แต่น้อย สัตว์น้ำส่วนใหญ่ที่จัดแสดงจะอยู่ในอาคารที่เปิดโล่ง มีทางเดินที่มีหลังคาโปร่งคลุมตลอดทางให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่กลางแจ้งแต่ไม่เปียกฝน ^^ ที่นี่มีสัตว์น้ำจืดมากมายให้ชม ทั้ง ปลา เต่า นาก จระเข้ ไปจนถึงอะนาคอนดา และแพนด้าโน่นเลย20140911-IMG_234820140917-Singapore-2-5

ขอบคุณพระเจ้าที่เราไปถึงตรงกับช่วงที่มีเจ้าหน้าที่กำลังเริ่มการนำชมอยู่พอดี ใครจะมาเที่ยวที่นี่ลองเช็คเวลาที่มีคนนำชมด้วยนะคะ เพราะเราจะได้ฟังข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสัตว์แต่ละชนิด ประกอบกับการให้อาหารสัตว์ไปตลอดทาง เด็กๆ จะสนุกมากค่ะ น้องภูมิไปกับกลุ่มเด็กๆ สิงคโปร์ที่เดินชมกันอยู่ในช่วงเดียวกัน เลยได้เพื่อนใหม่ 2-3 คนเดินไปเล่นไปด้วยกันตลอดทาง :)20140911-IMG_234720140917-Singapore-2-7

20140911-IMG_2529

เล็กกับคุณก๊อกตื่นเต้นมากๆ กับเจ้าจระเข้ตัวเขื่อง… ความที่มันมันมีขนาดลำตัวใหญ่มาก (จะเรียกว่าอ้วนด้วยก็ได้นะคะ ^^’) ประกอบกับได้เห็นมันในระยะใกล้ เพียงแค่กระจกใสๆ กั้นเท่านั้น เห็นแล้วขนลุกเลยค่ะ20140911-IMG_240520140911-IMG_2430

มีหลายจุดใน River Safari ที่เราประทับใจ แต่ส่วนที่ทำให้เราตื่นตา ตื่นใจมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นส่วนที่เรียกว่า Amazon Flooded Forest ที่จะจำลองบรรยากาศของป่าอะเมซอนในช่วงฤดูฝน ที่ผืนป่าจะจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 10 เมตร ทำให้สัตว์น้ำน้อยใหญ่มีโอกาสเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นผืนป่าในช่วงน้ำแห้ง20140911-IMG_2544

ในห้องจัดแสดงจะมีตู้ปลาขนาดใหญ่ (มาก) จำลองบรรยากาศผืนป่าที่จมน้ำ ปลาน้อยใหญ่รวมทั้งเจ้านากยักษ์ (Giant River Otter) ที่แหวกว่ายอยู่ภายในตู้ สะกดเราทุกคนให้ยืนดู อยู่นิ่งนาน คือมันช่าง… สวยงามจริงๆ บรรยากาศในห้องที่เราชมก็มีเงาน้ำเต้นพริ้วไหวอยู่เหนือหัวให้ความรู้สึกเหมือนเราก็จมอยู่ใต้น้ำกับพวกมันด้วย เส้นทางที่เดินชมนั้นออกแบบให้เราสามารถชมเหล่าสัตว์น้ำได้แตั้งแต่ใต้น้ำจนขึ้นมาถึงผิวน้ำเลยค่ะ20140911-IMG_258020140917-Singapore-2-3

น้องภูมิอยากนั่ง Amazon River Quest ซึ่งเป็นเหมือนล่องแก่งน้อยๆ แต่เขาไม่อนุญาตให้เด็กเล็กๆ อย่างน้องภูรินั่ง เล็กกับน้องภูริก็เลยไปล่องเรือ River Safari Cruise กันระหว่างรอสองพ่อลูก ทำให้ได้เห็นบรรยากาศภายนอกของที่นี่ ต้องบอกว่าเขียวชอุ่มและเป็นธรรมชาติมากๆ ค่ะ ประกอบกับมีฝนพรำๆ ก็เลยทำให้รู้สึกสดชื่นมากๆ เห็นแล้วก็ยิ่งทึ่งที่ประเทศเล็กๆ ที่แทบจะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่กลับมีอะควาเรี่ยมน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติได้อย่างนี้

*ค่าเข้าชม River Safari ผู้ใหญ่ 25$S เด็ก 16$S ค่ะ
20140911-IMG_2617

เพราะความสนุกสนานของเด็กน้อยที่ได้เพื่อนใหม่ในวันนี้ ทำให้น้องภูมิทำสมุดจดบันทึกของตัวเองหายที่นี่ (เรามารู้กันอีกทีตอนที่กลับโรงแรมแล้ว) เล็กกับคุณก๊อกเสียดายสมุดบันทึกเล่มนี้มาก.ก…ก…ก.. เพราะมันเป็นสมุดบันทึกที่น้องภูมิใช้ขีดเขียนสิ่งที่เขาวางแผนก่อนที่เราจะเดินทางมา และเป็นสมุดที่ใช้จดบันทึกสิ่งที่เขาได้เจอะเจอในการเดินทาง ซึ่งเราเห็นลูกเขียนแต่ยังไม่โอกาสอ่านทั้งหมด ยังไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย T_T; แต่แม้ว่าเราจะเสียดายมากแค่ไหน เราก็ไม่ได้แสดงออกต่อหน้าลูก เพราะรู้ดีว่าตัวเขาเองก็ใจสลายอยู่แล้วที่รู้ว่าตัวเองทำของหาย เล็กบอกลูกว่า “ตอนเด็กๆ แม่ก็ทำของหายอยู่บ่อยๆ” น้องภูมิได้ยินอย่างนี้จากสีหน้าบู่ๆ ก็ดูจะสดชื่นขึ้น ถามกลับมาว่า “จริงเหรอแม่” เล็กบอกเขาว่า “จริงสิ มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่พระเจ้าใช้สอนให้เราเติบโตขึ้น ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้ได้เองว่าต่อไปลูกควรจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ของหาย และถ้ามันหายเราจะตามหามันอย่างไรได้บ้าง” แล้วเล็กก็ชวนลูกอธิษฐานกัน20140917-Singapore-2-6

คืนนั้นเราลองเปิดดูรูปถ่ายเพื่อค้นหาว่าน้องภูมิน่าจะลืมสมุดบันทึกไว้ที่บริเวณไหนใน River Safari รุ่งเช้าเราโทรไปที่ River Safari เพื่อสอบถามที่ Lost and Found ก็ปรากฏว่าเขายังไม่ได้รับแจ้ง แต่จะช่วยตรวจสอบดูให้ ได้เรื่องยังไงจะติดต่อกลับ ถึงตอนนี้เล็กบอกลูกว่า ลูกได้ทำดีที่สุดแล้วในการตามหามัน และถ้าเราจะไม่ได้มันกลับมา พระเจ้ามีเหตุผลที่อนุญาตให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และเราเชื่อเสมอว่าเป็นเหตุผลที่ดี :D

*เมื่อกลับถึงกรุงเทพแล้ว คุณก๊อกได้อีเมลไปสอบถามที่ River Safari อีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คำตอบก็ยังคงเหมือนเดิม

…….

ตอนต่อไปคุณก๊อกจะมาเล่าเรื่อง Garden by the bay ให้ฟังนะคะ :)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s