Photo Diary : Week 29/2011

แม่เล็กกำลังเขียนโพสเรื่อง “ฝักบัวหัวแม่โป้ง” ช่วงบ่ายวันเสาร์ครับ
หลังจากไม่ได้เขียนมาเกือบเดือน

น้องภูมิกำลังใช้แว่นขยายส่องเพื่ออ่านชื่อเจ้ารถคันนี้ครับ

เล่นสนุกกันระหว่างรออาหารครับ

ไปส่งอาม่าไปเที่ยวต่างประเทศที่ Airport Link
(อาม่ามีความสุข อาตี๋สนุก ^ ^)

แม่เล็กติดใจของเล่นใหม่ของน้องภูมิมากก.ก.ก..
หลังจากน้องภูมินอนแล้วต้องรีบหยิบมาเล่นครับ :D

แม่เล็กแอบยิ้มให้บนโต๊ะอาหารครับ ^ ^

นั่งรถไฟ ไปอยุธยา (เอ๊ย..บางปะอิน)

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเราแทบไม่ได้ไปเที่ยวไหนกันเลย ผมเลยเปรยๆ กับแม่เล็กว่า เดี๋ยวพอสุขภาพแม่เล็กแข็งแรงแล้วเราไปเที่ยวกันนะ วันหนึ่งแม่เล็กนั่งหาข้อมูลว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ก็ไปเจอทริปเที่ยวทางรถไฟ ดูแล้วน่าสนใจเพราะน้องภูมิยังไม่เคยเดินทางด้วยรถไฟเลย แต่ทัวร์รถไฟสายยาวๆ ที่น่าสนใจก็ไม่มีเลยในเดือนนี้ แม่เล็กเลยชวนผมกับน้องภูมิไปนั่งสายสั้นๆ วันเดียวจบ กรุงเทพ-บางปะอิน :)ตลอดสัปดาห์..ฝนตกทุกวัน จนคืนก่อนไปน้องภูมิอธิษฐานขอพระเจ้าว่า “ขออย่าให้ฝนตกเลยนะคับ” พระเจ้ารักน้องภูมิมาก เช้าวันเดินทางแม้จะเริ่มต้นวันด้วยฝนพรำๆ แต่ตลอดวันอากาศสดใส แดดจัดเลยทีเดียวเราออกเดินทางจากสถานีหัวลำโพงตอนแปดโมงยี่สิบนาทีครับ ขึ้นรถไฟชั้น 3 (ค่าตั๋วคนละ 20 บาทครับ) ถ้าจะไปต้องเช็คเรื่องขบวนรถไฟดีๆ นะครับ เพราะถ้าเป็นขบวนที่มีตู้แอร์ ค่าตั่วจะเป็นคนละ 300 กว่าบาทครับ วันนี้เราไปกันทั้งหมด 7 คนครับ ผู้ใหญ่ 4 หนุ่มน้อย 3 ค่าเดินทางทั้งหมด 140 บาทครับ ตอนแรกที่รถไฟออก เด็กๆ ก็ดูตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่ แต่พอนั่งไปซักพัก ก็เริ่มเนือยๆ อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน เลยต้องชวนดูโน่นดูนี่ข้างทาง และงัดเกมจราจรที่เตรียมมาเล่นกันระหว่างที่อยู่บนรถไฟ : Dหลังจากดูนาฬิกา เราเริ่มสงสัยว่าทำไมนานจัง ตามกำหนดการน่าจะถึงแล้ว ก็เลยถามเจ้าหน้าที่ดู ปรากฏว่า ...เราเลยสถานีบางปะอินมาแล้วครับ.. เราขึ้นรถผิด ขบวนนี้ไม่จอด เพราะแม่เล็กเข้าใจผิดว่าบางปะอินก็คืออยุธยา ตอนไปซื้อตั๋วก็บอกพนักงานว่าซื้อตั๋วไปอยุธยา -“- (ใครจะไปบางปะอิน ต้องซื้อตั๋วระบุไปบางปะอินนะครับ)ก็เลยต้องนั่งรถสองแถวจิ๋วจากสถานีอยุธยาย้อนกลับไปที่บางปะอิน ขอบคุณพระเจ้าที่อากาศดีมากๆ นั่งโต้ลม คุยกัน ดูทุ่งนาเขียวขจี ระหว่างทางก็ตัดสินใจว่าขอทานข้าวเที่ยง (ตอน 11 โมง) กันก่อนเลยดีกว่าเพราะเริ่มหิวกันแล้วเราทานอาหารที่ร้านยางเดี่ยวร้านดังที่ใครต่อใคร (ในอินเตอร์เน็ท) ก็แนะนำ ร้านอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศสบายๆ อาหารรสชาดโอเคเลยครับ แต่ราคาอาหารผมว่าสูงไปนิดครับ เด็กๆ สนใจลูกยางที่ตกลงมาจากต้นยางหน้าร้าน (ที่มาของชื่อร้าน) คุณยายที่อยู่ในร้านเลยเก็บเอามาให้โยนเล่นกันเป็นที่สนุกสนาน ไม่รู้ไปนัวเนียกับคุณยายอีท่าไหน ได้เจลลี่ติดมือกลับมาคนละ 2 อัน :)พออิ่มกันแล้วเราก็เดินทางต่อ เป้าหมายหลักของเราวันนี้คือ ชมพระราชวังบางปะอิน สอบถามคนในร้านเค้าบอกว่าสามารถเดินไปจากร้านได้ เราทั้งหมดก็ออกเดินครับ ไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงกำแพงพระราชวังฯ (ตามที่เค้าบอกมา) แต่ประตูทางเข้าอยู่อีกฝั่งนึงเลยครับ สรุปว่าสามารถเดินได้แต่เหนื่อยพอดูครับ ได้อรรถรส day trip จริงๆ 5555+พระราชวังบางปะอินคิดค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็กที่สูงไม่ถึง 120 ซ.ม. ไม่เสียครับ แต่ใครจะไปเที่ยวต้องแต่งกายสุภาพนะครับ งดเสื้อแขนกุด/กางเกงขาสั้นสูงกว่าเข่า แต่ถ้าบังเอิญใส่ชุดสบายๆ มาพอดี เขาก็จะมีผ้าถุง/เสื้อ ไว้บริการครับการเที่ยวชมภายในบริเวณพระราชวัง ถ้าเราไม่อยากเดิน เขามีรถกอล์ฟให้เช่าขับครับ สะดวก และสนุกมากสำหรับเด็กๆ อยากขับกันทุกคน David บอกว่าขอช่วยกดสวิทช์เดินหน้า ถอยหลังก็ยังดีครับ ค่าเช่ารถชั่วโมงละ 300 บาท ชั่วโมงต่อไป 100 บาทครับเราใช้เวลาที่พระราชวังบางปะอินประมาณ 1 ชั่งโมงนิดๆ ก็ตัดสินใจกลับครับ เพราะเที่ยวรถไฟจะมีตอนบ่าย 2 โมง 20 นาที และอีกเที่ยวก็จะเป็นตอนประมาณ 4 โมงเลยครับ จากหน้าพระราชวังฯ เรานั่งรถตุ๊กๆ กลับมาที่สถานีรถไฟบางปะอินทันเวลาพอดิบพอดี ระหว่างทางกลับ เด็กๆ 3 คนแบตหมด.. หลับป๊อกเกือบตลอดทาง : )การเดินทางบนรถไฟจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งนะครับ เรากลับมาถึงกรุงเทพฯ เกือบๆ 4 โมงเย็น หลังจากผ่านอากาศร้อนๆ มา คิดถึงน้ำผลไม้ปั่น ไอศครีม และที่นั่งเย็นๆ เป็นที่สุดดด.ด.. 5555+ ว่าแล้วเราก็นั่ง taxi จากสถานีหัวลำโพงไปจามจุรี แสควร์ ทานไอศครีมปั่น และ Smoothie ผลไม้จนหนำใจ แล้วก็พาเด็กๆ ไปเล่นต่อเป็นของแถมวันนี้ ที่ NSM Science Square ที่ชั้น 4 กันจนเย็น ถึงแม้ว่าน้องภูมิจะมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่น้องภูมิก็สนุกสุดๆ ทุกครั้งที่ได้มาเล่นที่นี่ แถมวันนี้มีเพื่อนมาอีก 2 คน ยิ่งสนุกใหญ่เราทานข้าวเย็นกันที่นี่ และนั่งรถผ่าฝนกระหน่ำกลับบ้าน  ถึงบ้านน้องภูมิอาบน้ำเสร็จ เข้านอนไม่ถึง 10 นาที หลับปุ๋ยถึงเช้าเลยครับ แถมเช้าวันอาทิตย์ตื่นมาบอกว่า อยากไปนั่งรถไฟอีก..​ แม่เล็กกับผมนึกว่าน้องภูมิจะไม่อยากไปอีกแล้วนะครับเนี่ย :D

BhoomPlay in Thailand Blog Awardsขอกำลังใจเป็นคะแนนโหวตให้กับบล็อก BhoomPlay ที่ Thailand Blog Awards 2011 ด้วยนะครับ : )

วิธีร่วมสนุกง่ายๆ นะครับ
• สมัครได้ที่นี่
• สมัครแล้วรออีเมลยืนยัน – Confirm แล้วกลับมา Login
• กดเข้ามาที่หน้า BhoomPlay ที่นี่ครับ
• กด Vote ที่ช่องรูปหัวใจ ♥
กำลังใจเล็กๆ ก็จะเปลี่ยนเป็นคะแนนให้ Bhoomplay ทันทีครับ :)

ขอบคุณทุกคะแนนโหวตจากใจนะครับ

ขอแจม Thailand Blog Awards 2011 : )

เล็กจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วตอนเริ่มเขียนบล็อก BhoomPlay ใหม่ๆ ก็ได้เห็นโครงการนี้ผ่านตาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะตอนนั้นเราก็ยังเพิ่งเริ่ม คิดแค่ว่าเขียนให้มันออกมาเป็นบล็อกที่อ่านง่ายๆ ให้ได้ก็พอแล้ว

เวลาผ่านไปเร็วมาก 2-3 วันก่อน เล็กเห็นแบนเนอร์ Thailand Blog Awards 2011 ใน Pantip.com คิดในใจว่า 1 ปีผ่านไปแล้วเหรอเนี่ย เร็วจัง เอ…หรือว่าปีนี้เราควรจะส่ง BhoomPlay ลงไปแจมกับเขาบ้างดี

คิดไปอ่านไป อ้าว…หมดเขตส่งแล้วนี่นา… แต่เอ๊ะ! มีการขยายเวลาส่งจากเดิมออกไปอีก 2 อาทิตย์ (สงสัยขยายเวลารอเรา :P) งั้นขอส่งด้วยละกันจ้า…า.า…. ^.^

ส่งไปแล้วก็ต้องไปรอลุ้นคะแนนโหวต ก็เลยว่าจะมาขอคะแนนจากแฟนๆ บล็อกอ่ะจ๊ะ กติกาของเขาก็คือคนที่โหวตต้องสมัครสมาชิกที่เว็บก่อน จากนั้นทุกคนก็จะมีคะแนนในมือ 15 คะแนน เพื่อเอาไว้ใช้โหวตให้กับบล็อกที่ชื่นชอบ โดยจะใช้ได้วันละ 1 คะแนน

** ต้อง log-in ก่อนถึงจะโหวตได้นะคะ **

และ Blog ที่ได้รับคะแนนมากที่สุด 10 อันดับแรกของแต่ละสาขาจากการโหวตจะได้รับสิทธิ์เข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อให้ คณะกรรมการตัดสินต่อไปค่ะ

เริ่มโหวตได้ วันที่ 25 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2554
ฝากโหวตให้ BhoomPlay ด้วยนะคะ ^_^

เพิ่มเติมค่ะ : รู้สึกว่าจะมีเพื่อนๆ หลายคนงงๆ เรื่องการสมัครเพื่อโหวตครั้งแรก บอกเล็กว่าคะแนนโหวตไม่ขึ้น ^_^ เล็กขออธิบายอย่างละเอียดตรงนี้อีกทีนะคะ

1.  หลังจากสมัคร โดยการกดที่ Sign Up ตรงนี้แล้ว
2. ทางเว็บไซต์จะส่งอีเมลไปให้ที่อีเมลที่ใช้สมัครนะคะ
3. เราจะต้องกด Link ในอีเมล เพื่อยืนยันการสมัครค่ะ
4. เข้ามาที่เว็บ www.thailandblogawards.com และ Log-in (ที่ด้านขวา) อีกครั้ง
5. ไปที่หน้าของ BhoomPlay และกด Vote ที่รูปหัวใจนะคะ

✿·.¸¸.·´`· สมัครแล้วจะมีคะแนน 15 คะแนน กดได้วันละ 1 คะแนน
ต้องใช้พลังนิดนึงนะคะ แต่ละคะแนนที่ได้มานี่ต้องรักกันจริงๆ เท่านั้นนะเนี่ย ^_^  ·´`·.¸¸.·✿

Photo Diary : Week 28/2011

น้องภูมิตามติดเจ้าเหมียวในร้านอาหารอย่างใกล้ชิด :D
I love seeing him being fascinated by things around him.

น้องภูมิบอกว่าล้มไป 2 ครั้ง ไม่ร้องไห้ และโชว์แผลให้ผมดู
(แม่เล็กแอบกระซิบว่า จริงๆ ร้องใหญ่เลย ^ ^)

ลูกโป่งกับเด็ก.. เสร็จทุกราย ได้ผลเสมอ : )

เจอตั๊กแตนตำข้าวในห้อง แม่เล็กเลยจับมาให้น้องภูมิส่องแว่นขยายดู
พร้อมเปิดหนังสือแมลงเปรียบเทียบกันครับ

สอนน้องภูมิให้ใช้มือสัมผัสไอร้อน : )

กำลังเบอร์ห้ากับของเล่นชิ้นใหม่ ไถได้ทุกที่
ภาพนี้ถ่ายตอนกำลังขึ้นบันไดเลื่อนครับ  ^_^

ไปดูนิทรรศการปล่อยแสงที่ TCDC กันครับ
น้องภูมิหยิบหูฟังมาฟังแทบทุกอันที่มี :D

ฝักบัวหัวแม่โป้ง

เล็กไม่ได้เขียนโพสอะไรเลยมาเกือบ 1 เดือน (เป็นการหยุดเขียนนานที่สุดตั้งแต่เริ่มเขียนบล๊อกเลยค่ะ) เพราะสุขภาพไม่เอื้ออำนวย ช่วงที่ผ่านมาต้องพักผ่อนมากๆ เลยทำให้มีเวลาทำงานได้น้อยลง เมื่อมีเวลาไหนที่พอจะทำงานได้ ก็ต้องรีบปั่นงานให้ทันกับงานที่มารอก่อน ทั้งๆ ที่คันมืออยากจะเขียนบล๊อกจะแย่ :P

ตอนนี้สุขภาพร่างกายกลับมาแข็งแรงเป็นปกติแล้ว (เล็กต้องขอบคุณมากๆ เลยนะคะ สำหรับทุกกำลังใจและทุกข้อความที่ฝากไว้ให้) ประกอบกับงานที่ดองไว้ก็เริ่มสะสางได้หมดแล้ว ก็เลยสามารถเขียนบล๊อกต่อได้…เย้… ^_^

เข้าเรื่องของเล่นใหม่วันนี้เลยนะคะ เมื่อสัปดาห์ก่อนเล็กหาข้อมูลในเน็ทเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ แล้วข้อมูลในโลกออนไลน์ก็พาเล็กไหลเรื่อยไปพบกับที่รดน้ำต้นไม้โบราณ หน้าตาประหลาด ผลงานภูมิปัญญาเกษตรกรชาวอังกฤษ John Worlidge (1640–1700) โดยตัวฝักบัวรดน้ำจะทำมาจากดินเผา เติมน้ำจากทางก้น แล้วก็ควบคุมการไหล-การหยุดได้ด้วยหัวแม่มือ เป็นหลักการง่ายๆ ที่น่าทึ่ง (และน่าสนุก) มาก

หาข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอคุณแม่บ้านหัวใสคนหนึ่ง เธอประยุกต์หลักการของที่รดน้ำต้นไม้โบราณที่ว่า ให้กลายมาเป็น Children’s crafts แบบง่ายๆ จากขวดพลาสติกเหลือใช้ เห็นแล้วก็คันไม้คันมืออยากจะทำให้น้องภูมิเล่นบ้างอ่ะค่ะ

แต่งานอย่างนี้จะทำเองก็ยังไงๆ อยู่ ใช้สามีดีกว่า :Pอุปกรณ์ที่ต้องใช้
• ขวดนมพลาสติก ขนาดย่อมๆ (ถ้าใหญ่มาก เวลาใส่น้ำแล้วอาจจะหนักเกินไปสำหรับเด็กๆ)
• สว่านเพื่อใช้เจาะรูที่ขวด พร้อมดอกสว่าน 2 ขนาด (ใหญ่ กับ เล็ก)
*แผ่นไม้ที่รองข้างล่างไม่เกี่ยวนะคะ งงตัวเองเหมือนกัน…เอามาวางทำไม -_-‘

วิธีทำก็ง่ายๆ ตามนี้นะคะ
• เจาะรูตรงกลางฝาขวด 1 รู (ขนาดรูประมาณ 0.5 ซ.ม.)
• เจาะรูที่ก้นขวด กระจายให้ทั่วคล้ายรูของฝักบัว (ขนาดรูประมาณ 0.3 ซ.ม.)วิธีใช้ (เล่น)
• ใส่น้ำในถัง หรือกะละมังใบเล็กๆ ให้น้ำมีความสูงเกือบเท่าขวด
• ค่อยๆ กดขวดน้ำลงในถัง (เอาก้นลงในแนวดิ่ง) น้ำจะค่อยๆ ไหลเข้าขวด ผ่านรูที่ก้นขวด
• รอจนน้ำในขวดเสมอน้ำนอกขวด
• ใช้นิ้วโป้งปิดรูที่ฝาขวด แล้วยกขึ้น น้ำในขวดจะไม่ไหลออก
• เมื่อต้องการให้น้ำไหลออก ให้ยกนิ้วโป้งเปิดรูที่ฝาขวดทำเสร็จก็ต้องสอนให้น้องภูมิเข้าใจวิธีการใช้งานก่อน พอใช้เป็นก็สนุกใหญ่เลยค่ะ ^.^*เล่นกันไปคุยกันไป ชวนลูกสังเกตดูสิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วยก็จะช่วยให้เขาเข้าใจหลักการทางฟิสิกส์ อย่างง่ายๆ ไปได้ด้วยนะคะ
**ต้นไม้ที่เห็นน้องภูมิกำลังรดอยู่ คือต้นอัญชันที่เราปลูกกันไปเมื่อ 2 เดือนก่อนนั่นแหละค่ะ :)

For you, who we’ve never met.

The first day we knew you.

And everyday, we prayed for you.

The day we started recording how you grow.

Here came the day we learned that there was something wrong with you.

But we were still hoping that the doctor was wrong.

The day we saw you but didn’t hear your heartbeat.

And then the day our hope was high again
(after the other doctor told us to wait for one more week).

Mommy took a very good care of herself just for you.

There was nothing I can do but always be there.

The day we went for the final examination.
I couldn’t get your brother down because he wanted to stay close to mommy.

The evening that only your brother and I were at the dining table.

Your brother just couldn’t wait to see if it was mommy who was coming out from the room.

Mommy had to stay a night at the hospital
and this was before we say good night.

The next morning, your brother and I came with flowers.
I told him to give them to mommy and say “Welcome home mommy..”

After all, we learned that the reason that God kept us waiting
for another 3 weeks is not to have you
but to make sure that we are strong enough to let you go.

And we thank God for that.

For you, who we’ve never met.
14 May – 2 July, 2011
We love you.