ดูเหมือนมันจะไม่มีสีชมพูจริงๆ ด้วย!!

สืบเนื่องมาจากที่เราเล่นแปะกระดาษสีเป็นสีรุ้งเมื่อวันก่อน มีเพื่อนทักท้วงมาว่าตอนเด็กๆ ที่เราท่องกันสีรุ้งมันคือ ม่วง น้ำเงิน คราม เขียว เหลือง แสด แดง นี่นา…. ทำไมรุ้งของเรามันดันมีสีชมพูด้วย? เอ่อ… ความจริงคือว่า ที่ท่องตอนเด็กๆ นั้นลืมไปโม๊ด..ด.ด…แหล่ว -”-  ตอนที่เอามาเล่นกับลูก ก็เรียงไปตามเพลง I can sing a rainbow ที่ลูกร้อง เนื้อเพลงเป็นอย่างนี้

Red and yellow and pink and green,
Purple and orange and blue,
I can sing a rainbow,
sing a rainbow,
sing a rainbow too…

วันนี้เห็นแดดจัดดี ก็เลยว่าจะชวนลูกสร้างรุ้งกินน้ำกันดู จะชวนลูกลองสังเกตดูว่าจริงๆ เราเห็นสีอะไรบ้างในรุ้งกินน้ำ แล้วจะได้สอนไปด้วยว่ารุ้งกินน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมเราจึงไม่สามารถเห็นรุ้งกินน้ำบนท้องฟ้าได้ทุกวันเหมือนภาพในหนังสือนิทานเด็กๆ (ส่วนใหญ่ท้องฟ้าจะมีรุ้งกินน้ำพาดผ่าน)

การสร้างรุ้งกินน้ำขนาดจิ๋วไว้สอนลูก ก็ต้องใช้ลักษณะแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ ใน Wikipedia บอกว่า “Rainbows can be observed whenever there are water drops in the air and sunlight shining from behind at a low altitude angle. The most spectacular rainbow displays happen when half of the sky is still dark with raining clouds and the observer is at a spot with clear sky in the direction of the Sun. The result is a luminous rainbow that contrasts with the darkened background.” เพราะฉะนั้นแดดเช้าประมาณนี้กับพื้นปาร์เก้เข้มๆ ในห้องเราก็จะช่วยให้ลูกเห็นรุ้งได้ชัดเจนดีทีเดียว

น้องภูมิตื่นเต้นมากที่เห็นรุ้งและพยายามจะเอามือไล่จับ คงสนุกมากอ่ะนะ (วันนี้แม่มาแปลกให้เล่นฉีดน้ำในบ้านได้ด้วย) หลังจากที่เราได้ลองสร้างรุ้งกินน้ำเองแล้วช่วยกันสังเกตดู ปรากฏว่า…ดูเหมือนมันจะไม่มีสีชมพูจริงๆ ด้วย!! เล็กเลยย้อนกลับไปหาข้อมูลเรื่องเพลง I can sing a rainbow ดู ที่ Wikipedia อีกที ได้ข้อมูลว่าเพลงนี้แต่งโดย Arthur Hamilton ตั้งแต่ปี 1969 และแม้ว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมระดับคลาสสิกสำหรับเด็กๆ แต่ไม่ใช่ทุกสีที่เอ่ยถึงในเพลงเป็นสีรุ้งจริง… -*-

.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.

Whenever I bring clouds over the earth and the rainbow appears in the clouds, I will remember my covenant between me and you and all living creatures of every kind. Never again will the waters become a flood to destroy all life. – Genesis 9:14-15

Ice Cream Sundae แบบขำๆ

เมื่อวานเล็กไปเจอขวดบีบซอสใบย่อมๆ ใบละ 10 บาท เลยสอยมา 3 ใบ กะว่าจะเอามาเก็บไว้ให้ลูกเล่น น้องภูมิตื่นมาเจอตอนเช้าชอบใจใหญ่ เอามาถือบีบเล่น เล็กบอกเขาว่ามันเป็นขวดซอสแม่ซื้อมาไว้ให้ภูมิบีบสีเล่น พอพูดจบปุ๊บ ก็เอาเลยครับ “ภูมิจะบีบสีอ่ะแม่…ภูมิจะบีบสี” เลยล่อให้ไปให้กินข้าวเช้าเสร็จก่อนแล้วจะให้เล่น กินข้าวเสร็จนึกว่าจะลืม… ไม่ลืม -”-

อ่ะเล่นก็เล่น.. ใช้สูตรเจลสี finger paint ที่เพิ่งเจอมาละกัน เอามาทำเป็น Topping Ice-Cream ก็น่าจะหนุกดีส่วนผสม Topping
• แป้งข้าวโพด 1/2 ถ้วย
• น้ำเปล่า 2 1/4 ถ้วย
• สีผสมอาหาร ตามใจชอบ
• กลิ่น จะใส่ก็ได้นะถ้ามี
วิธีเตรียม
• ผสมแป้งกับน้ำให้เข้ากัน คนๆ
• เทลงหม้อ ไฟปานกลาง คนๆ
• พอเริ่มหนืด ดับเตา กวนๆ
• แบ่งออกใส่ถ้วย ขวดแก้ว หรือภาชนะที่ทนร้อนนิดนึง เพื่อเตรียมผสมสี (เพราะแป้งจะยังร้อนอยู่)
*พอดีแม่อยากให้ภูมิกวนเองเลยใส่ขวดให้ เพราะถ้าใช้่ถ้วย ผสมสีเสร็จอาจจะกระจายหมดเหลือแต่ถ้วยเปล่า
• เทใส่ขวดบีบ
จัดแต่งเตรียมเสิร์ฟ
• ตกแต่งจานราด Topping สารพัดสีให้ทั่ว สาดเข้าไปให้เต็มที่
• ตักไอศครีม(ลูกปิงปอง หรือลูกบอลพลาสติก) ลงไปซัก 2 scoop
• เพิ่ม Topping อื่นๆ (เศษกระดาษฉีกๆ หรือะเป็นของเล่นชิ้นเล็กๆ สีสวยๆ แต่ต้องเป็นของที่ล้างง่ายๆ หน่อยนะคะ)
• ใส่ๆ เข้าไปจนหนำใจ แล้วราด Topping ปิดท้ายอีกซักที เป็นอันพร้อมเสิร์ฟจ้า ^.^
*สำหรับกิจกรรมนี้ ถ้าเป็นเด็ก 4-5 ขวบขึ้นไปน่าจะทำได้เองทุกขั้นตอนโดยมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย เพราะมันง่ายมากๆ และเด็กๆ น่าจะอยากทำเอง
** จะให้ดีควรจะเล่นก่อนอาบน้ำ เพราะพอเล่นเสร็จจะได้เอาอุปกรณ์ทุกอย่างให้ลูกไปหัดล้าง (น้องภูมิล้างทีเปียกทั้งตัว -*-)

เช้าวันเสาร์ ที่ห้องสมุด Neilson Hays

โปรแกรมพิเศษสำหรับภูมิที่เราเตรียมไว้สำหรับเช้าวันเสาร์นี้ คือ ไปนั่งฟังนิทานที่ Neilson Hays Library ทุกๆ ครั้งก่อนที่จะพาน้องภูมิไปที่ใหม่ๆ ผมก็จะคุย เล่า อธิบายสิ่งที่เค้าจะต้องไปทำ ไปเจอในวันนั้นก่อนเสมอ สะกิดความอยากรู้อยากเห็นให้กับ Explorer ตัวน้อย แล้วก็เหมือนกับทุกครั้งครับ.. ตื่นเข้ามาก็ทวงผมเลย “Papa.. We’ll go to the library today.”พอไปถึงที่ห้องสมุด เราก็เห็นรถดับเพลิงสีแดงสด สะอาดเอี่ยม จอดอยู่ที่ลานด้านหน้าห้องสมุด พร้อมกับนักดับเพลิง 2-3 คนอยู่ในบริเวณ น้องภูมิไม่รอช้า รีบเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ผมกับคุณเล็กก็แอบแปลกใจ และปรากฏว่า เราโชคดีมาก เพราะวันนี้หลังช่วงเวลาเล่านิทาน ที่นี่จะมีกิจกรรมพิเศษสำหรับเด็กๆ เกี่ยวกับนักดับเพลิง “Firefighters’ Day” วันนี้ เด็กๆ ทุกคนจะได้หมวกแผ่นโฟมอ่อนๆ ทรงหมวกของนักดับเพลิงไว้ใส่คนละใบเพื่อเพิ่มสีสันและความสนุกสนาน เห็นเด็กๆ ใส่กันแล้วดูน่ารักสุดๆ ไปเลยครับ..พอถึงเวลา 10 โมงครึ่ง เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ ก็รวมกันในห้องสมุดโซนเด็ก เพื่อเตรียมตัวฟังนิทานจากอาสาสมัคร จอแจ ยั้วเยี้ยตามประสากิจกรรมครอบครัว และแน่นอนที่สุด.. นิทานวันนี้จะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้ นอกจากนักดับเพลิงและรถดับเพลิงสีแดง หว๋อ..ออ..อ…หลังล้อมวงเล่านิทานจบ ก็มาถึงเวลาที่เด็กๆ จะได้สัมผัสกับเจ้ารถสีแดงคันใหญ่ด้านหน้า เด็กๆ ทุกคนตื่นเต้น ไม่รอช้า รีบใส่รองเท้าและวิ่งตรงไปที่เจ้ารถดับเพลิงเงาวับคันนั้น เด็กๆ สนุกสนานกับการปีนป่ายขึ้นไปบนรถ ขยับพวงมาลัย และใส่ชุดนักดับเพลิง พร้อมหมวกกันน๊อคของจริง แต่ที่เห็นจะคิวเยอะที่สุด ก็คือ บันไดพาดขึ้นสู่หลังคารถดับเพลิง ที่เจ้าหน้าที่ให้เด็กๆ ได้ปีนขึ้นไปยืนบนรถดับเพลิง ดูบรรยากาศจากมุมสูง ทุกคนดูจะชอบมาก ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายสำหรับเด็กน้อย 2.8 ปีอย่างน้องภูมิ การปีนขึ้นไปบนหลังคารถดับเพลิงคงจะสูงเอาการ คุณเล็กซักซ้อมใกล้ชิดก่อนถึงคิวเพื่อให้เค้ามั่นใจ ครั้งแรก น้องภูมิปีนขึ้นไปได้ค่อนทาง และก็หันมาบอกผมว่า “Papa, I’m too little. I can’t do this.” และเราก็ให้เค้าลงมา ซักพัก พอคนเริ่มน้อย.. ผมปีนขึ้นไปก่อน และลองถามเค้าอีกทีว่า “You want to try again? I’ll catch you.” และครั้งนี้ น้องภูมิก็ขึ้นมาได้สำเร็จครับ หน้าเค้ามีความสุขมากเมื่ออยู่บนนั้น สำหรับเค้า.. คงจะเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ อีกเรื่องนึงบรรยากาศจอแจจนใกล้ๆ เที่ยง.. แดดเริ่มแรงขึ้น แต่เด็กๆ ดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเล่น ผลัดกันขับ ผลัดกันปีน พร้อมกับเสียงหว๋อ.. ที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใจดี เปิดให้เด็กๆ ได้ฟังกัน 2-3 ครั้ง ได้บรรยากาศดีแท้ สนุกสานกันถ้วนหน้าหลังจากเราได้เหงื่อกันทุกคนแล้ว คุณเล็กก็พาน้องภูมิไปซื้อไอติมแท่งมานั่งหม่ำสบายๆ ที่สนามหน้าห้องสมุด เพิ่มความสดชื่นให้กับ Firefighter จิ๋ว ก่อนจะออกจากที่นี่ และไปหาข้าวเที่ยงทานเติมพลังกัน

รุ้งตัวอ้วน…

จำฉันจำ  วันฉันเยาว์  จำฉันจำได้ดี
เด็กมีโลกเพียงใบเล็กๆ  และมีที่สวยงามจับใจยามไปเห็น…

ใครจำเพลงนี้ได้แสดงว่ารุ่นเดียวกัน 555+

วันนี้เราจะเล่นไปเรียนไปด้วยกระดาษกันหล่ะ เล็กลองตั้งโจทย์ง่ายๆ ว่าให้ลูก รู้จักสี รู้จักแยกสี… รู้จักสีรุ้ง
เริ่มจากเล็กตีเส้นแบ่งช่องในกระดาษให้ได้ 7 ช่อง ตามจำนวนสีรุ้ง ถ้าใครจำไม่ได้ว่ามีสีอะไรบ้างก็ตามนี้เลยค่ะ ชมพู แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน ม่วง จากนั้นเราก็ระบายสีรุ้งลงไปในแต่ละช่อง ระบายแค่บริเวณหัว-ท้าย เว้นตรงกลางไว้ให้ลูกแปะกระดาษสี
กระดาษสีก็ไม่ต้องไปซื้อที่ไหน ไปเลือกๆ เอาพวกแผ่นพับใบปลิวรอทิ้งทั้งหลาย กระดาษพวกนี้มีเฉดสีให้เลือกมากมายทีเดียว เล็กว่ามันดีกว่ากระดาษสีธรรมดาเสียด้วยซ้ำ ด้วยความที่สีมันมีหลากหลาย ลูกก็จะมีโอกาสทำความรู้จักสีที่เป็นกลุ่มสีเดียวกัน ต่างเฉด ต่างน้ำหนัก สำหรับน้องภูมิเขายังไม่สามารถตัดกระดาษให้เป็นรูปร่างได้ (ถ้าให้ตัดเองส่วนใหญ่จะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ซึ่งมันเล็กเกิน) เล็กก็จะตัดไว้ให้เขา เลือกเตรียมไว้ให้ครบทุกสี

วิธีเล่นก็คือ เล็กจะสุ่มหยิบกระดาษขึ้นมาทีละหนึ่งชิ้นทากาว ให้เขาดูถามเขาว่านี่สีอะไร แล้วส่งให้เขาเอาไปแปะในช่องสีที่ตรงกัน สุ่มหยิบสีโน้นบ้างสีนี้บ้างไปเรื่อยๆ เท่าที่สังเกตดูลูกจะมีสมาธิอยู่กับการเล่นได้ประมาณ 10 นาที ผลงานสำเร็จแม้จะได้เท่าที่เห็น แต่ก็เพียงพอที่จะรู้ว่าลูกทำได้ตามโจทย์ที่เราตั้งไว้ ^^

*หลังจากที่มีเพื่อนท้วงมาว่ารุ้งมันมีสีชมพูด้วยเหรอ เราเลยทดลองทำการสังเกตรุ้งดู ปรากฏว่า…ดูเหมือนมันจะไม่มีสีชมพูจริงๆ ด้วย ^^

นั่ง Airport Link ไปดูเครื่องบินกัน


อ่านหนังสือ “Going on a plane” ให้น้องภูมิมานาน วันนี้ได้ฤกษ์พาน้องภูมิไปดูเครื่องบินลำใหญ่ใกล้ๆ ที่สนามบินซักที

หลังจากนัดแนะหาเพื่อนร่วมทริปให้น้องภูมิได้แล้ว ผมก็บอกภูมิว่า “This Saturday, we’ll go to the airport.” เขาตื่นเต้นมาก คอยถามผมเรื่อยๆ ว่า “When are we going to the airport?” เลยถือโอกาสชวนนับวันในหนึ่งสัปดาห์ไปด้วยเลย สอนแล้วนับแล้วก็ยังไม่รู้หรอกครับว่าเหลืออีกกี่วัน เขารู้แค่ว่าเราจะไปกันวันเสาร์
จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่ลูกที่เท่านั้นที่อยากไป ผมเองกับแม่น้องภูมิก็อยากไป เพราะตั้งแต่มีลูกเราก็ยังไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนไกลๆ ไม่เคยไปรับ-ส่งใคร ยังไม่ได้ไปเยือนสนามบินแห่งใหม่กันเลยว่างั้น แถมคราวนี้จะได้ไปกับครอบครัวรุ่นน้องของผมที่ไม่ได้เจอตัวมาเกือบสิบปี (มีแต่ทักทาย พูดคุยกันบน facebook)

เช้าวันเสาร์น้องภูมิเข้ามาบอกผมเป็นระยะๆ ‘I want to go to the airport.. I want to go to the airport..’ ถึงจะบอกไปแล้วว่า ‘We’ll go to the airport in the afternoon.’ เขาก็ยังเวียนมาถามผมทุกๆ ทีที่นึกขึ้นมาได้ “Papa, When are we going to the airport?”
พวกเราใช้บริการ City Line เส้นทาง Airport Link ที่คุณพ่อ-คุณแม่ของน้องเจอร์นี่พาขึ้นเป็นว่าเล่นเกือบทุกอาทิตย์ เพราะความที่เขาชอบรถไฟ น้องเจอร์นี่ก็เลยดูจะเป็นพี่ใหญ่ทั้งอายุและประสบการณ์ คอยชี้ชวน บอกโน่นเล่านี่ ให้น้องภูมิเกี่ยวกับรถไฟพอไปถึงสนามบิน น้องเจอร์นี่ก็จูงมือน้องภูมิ (แกมลาก 555+) สวมบทบาทไกด์พาน้องภูมิวิ่งตั้งแต่ ชั้นล่างสุดจนถึงชั้นบนสุด เห็นแล้วน่ารักและขำดี ผมบอกน้องภูมิว่า “Here we are… at the airport.” น่าเสียดายมากที่เราไม่สามารถมองเห็นเครื่องบินได้เลยจากภายในอาคารสนามบิน ผมแอบเซ็งเล็กน้อยกลัวลูกจะจ๋อย เลยแวะไปกินไอศครีมแทน โชคดีที่ขากลับระหว่างที่อยู่บนรถไฟฟ้า เด็กๆ ได้เห็นเครื่องบินกำลังจะลงจอดแบบใกล้ๆ (ก็ยังดี)

แม้ว่าจะเป็นทริปที่สั้นแสนสั้น (ประมาณ 2 ชั่วโมง) แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับลูก วันนี้เขาได้รู้จักเพื่อนใหม่ รู้จักรถไฟฟ้าที่วิ่งเร็วปรู้ด ประตูปิดเสียงดังปัง! รู้ว่ารถไฟฟ้าจอดใต้อุโมงค์ และผมรู้ว่า…ที่สนามบิน(สุวรรณภูมิ)เราไม่สามารถมองเห็นเครื่องบินได้ -”-

ลานจอดรถจิ๋ว โลกใบเล็กของภูมิ

น้องภูมิชอบเอารถของเล่นที่มีอยู่ เล่นขับไปที่ต่างๆ ในห้อง เช่นหน้าตู้เสื้อผ้าเป็นร้านหนังสือ รอบๆ เก้าอี้เป็นอนุเสาวรีย์ฯ ข้างตะกร้าผ้าเป็นเซ็นทรัล(อนาคตลูกค้ารุ่นต่อไป ชัวร์ -”-) ช่วงหลังๆ เวลาที่น้องภูมิเล่นเล็กมักจะได้ยินเขาพูดกับตัวเอง ว่า “เดี๋ยวหาที่จอดก่อนนะ” แถมมีทำท่าทำทีขับวนๆ หาที่จอด (เลียนแบบผู้ใหญ่) ส่วนใหญ่ที่จอดประจำจะอยู่ที่ใต้เปียโนกับหน้าตู้เสื้อผ้า เลยถามเขาว่าแม่ทำที่จอดรถให้เอาไม๊ น้องภูมิทำหน้างงๆ แต่พยักหน้า เอาๆๆ

นึกขึ้นได้ว่าเรามีกล่องของเล่นที่ยังไม่ได้ทิ้งอยู่ใบนึงขนาดไม่ใหญ่มาก ลองเอามาตัดๆ กะๆ ดู ก็น่าจะพอทำได้ เอาแบบไม่วุ่นวายมากขอแค่ให้มีส่วนที่เป็นทางลาดขึ้น-ลง และมีลานจอดก็พอ ได้แบบคร่าวๆ ในหัวแล้วก็ตัดประกอบได้เลย ส่่วนเสาเล็กใช้แกนทิชชู ฐานล่างใช้กระดาษลังอีกใบที่มีขนาดใหญ่หน่อย การประกอบก็ใช้แค่กาวลาเท็กซ์กับสก๊อตเทปเท่านั้น เบ็ดเสร็จใช้เวลารวมๆ ไปประมาณ 4 ชั่วโมง งบประมาณ 0 บาทปกติเวลาที่เล็กทำอะไรให้ลูกเล่น ก็จะพยายามให้เขาเห็นตอนที่เราทำด้วย เพราะธรรมชาติของเด็กๆ มักจะชอบเข้ามาช่วย(ยุ่ง) และเล็กเชื่อว่าถ้าเขาได้เห็นบ่อยๆ วันหนึ่งที่เขาหยิบจับโน่นนี่เองได้แล้ว เขาอาจจะมีจินตนาการและประยุกต์สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวมาเป็นของเล่น หรือสิ่งใหม่ๆ ได้ แต่สำหรับคราวนี้ต้องยกเว้นเพราะใช้เวลาทำค่อนข้างนาน ต้องแบ่งบางส่วนเช่นพวกโครงสร้างชิ้นหลักๆ ทำตอนที่ลูกนอนแล้ว แล้วค่อยเหลือพวกส่วนที่เป็นส่วนตกแต่งเอาไว้ทำกับลูก

คืนนั้นพอจัดการเอาลูกเข้านอนเสร็จ เล็กก็เริ่มลงมือ ให้คุณก๊อกเป็นที่ปรึกษา(+ลูกมือ+ช่างภาพ) นั่งทำกันไปเพลินๆ ก็ทำให้ลืมความเครียดเรื่องงานไปได้ชั่วขณะเหมือนกันนะวิธีการติดเสา(แบบบ้านๆ ที่เล็กคิดเอาเอง) ก็คือทากาวด้านในของแกนทิชชู แล้วใช้กระดาษ A4 ที่ใช้แล้ว ปั้นเป็นก้อนกลมๆ อัดเข้าไปหัว-ท้าย ไม่ต้องกดให้จมขอบนะคะเหลือไว้ให้มันนูนออกมาเล็กน้อย ทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิท จากนั้นก็ทากาวกระดาษส่วนที่นูนออกมาติดกับชั้นบนและส่วนฐาน กดทับไว้ด้วยหนังสือหนักๆ ทิ้งไว้ 1 คืน ติดแน่นทนเชียวล่ะค่ะ*เคล็ด(ไม่)ลับ กาวลาเท็กซ์จะสามารถยึดติดกับกระดาษผิวด้านได้ดีมากๆ เพราะฉะนั้น ถ้าส่วนที่เราจะติดกาวเป็นบริเวณที่มีลายเคลือบมันของกล่อง ให้กรีดลอกเอาผิวหน้าออกเสียก่อนแล้วค่อยติดลงไปค่ะ และหลังจากทากาวแล้วควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งสนิทเล็กตกแต่งเส้นถนน ด้วยเทคนิค Stencil เพราะจะได้เส้น/ลูกศรที่เท่ากันทุกอัน แถมยังได้อารมณ์เหมือนสีที่ตีบนถนนจริงๆ แค่ใช้กระดาษที่หนานิดนึง เจาะเป็นรูปทรงที่ต้องการ เช่น ลูกศร เส้นประ แล้วใช้พู่กันจุ่มสีแค่พอติดปลายขน ประพรมลงไปในช่อง (ทำมุมพู่กัน กับกระดาษให้ได้ 90 องศา) พอทั่วแล้วยกกระดาษที่เป็นแบบออกเป็นอันเสร็จ เช้ามาน้องภูมิก็เอาแต่ถามถึงที่จอดรถ ด้วยความที่อยากเล่นมาก..ก.ก…. แม่บอกให้กินข้าวให้เสร็จก่อนก็ยอมกินแต่โดยดี บอกให้แปรงฟันก็ไม่มีอิดออด พอเห็นปุ๊บก็จัดแจงเอารถมาทดลองจอด ประมาณว่าภูมิช่วยทดลองก่อนเปิดใช้จริง 555+ จริงๆ แล้วมันก็เล่นได้แล้ว เพียงแต่เล็กอยากเพิ่มเติมรายละเอียดของการตกแต่งอีกเล็กน้อย (อันนี้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว ^^)ส่วนตกแต่งอื่นๆ (Download ลายเสา+สัญลักษณ์)
เสา เล็กทำลายเสาขึ้นมา แล้วก็ print มาพันรอบแกนทิชชู
ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ ก็ทำแบบเดียวกัน แปะลงกระดาษกล่องส่วนที่เหลือๆ ตัดแล้วเอาไปติดกับไม้ด้วยกาวลาเท๊กซ์
ไม้เสาป้าย ทำจากตะเกียบแบบใช้ครั้งเดียวที่ได้มาตอนสั่งอาหารมากินที่บ้าน (ยังไม่ได้ใช้ ใหม่ซิงๆ)
ที่ตั้งเสาป้าย ทำจากฝาขวดน้ำพลาสติก เจาะรูตรงกลางด้วยคัทเตอร์ให้พอดีกับไม้ แล้วใช้ไม้เสียบลงไปก็ใช้ตั้งได้เลยไม่ต้องมีอะไรยึด perfect สุดๆ
ที่กั้นรถตรงป้อมยาม ก็ใช้ลวดหนีบกระดาษมาดัดเอาเพื่อใช้เป็นตัวยึด จะทำให้ยกขึ้น-ลงได้
• เพื่อเพิ่มสีสันของลานจอดรถ เราก็สามารถเอารูปหรือโลโก้จากกล่องของอื่นๆ มาตัดแปะลงไปเพิ่มเติมได้ อย่างป้าย NERF ที่เห็นนั้นได้มาจากกล่องปืนกระสุนโฟมของน้องภูมิ (เป็นโลโก้ยี่ห้อ) ติดแล้วดูเฟี้ยวฟ้าวขึ้นเยอะเลย ^^

หลังจากเปิดใช้งานจริงอย่างเต็มรูปแบบได้สักพัก ก็เห็นว่าเราต้องเสริมเสาอีกต้นที่ใต้ทางลาดขึ้น-ลง ถ้าใครจะทำบ้างก็อย่าลืมตรงจุดนี้นะคะ ไม่อย่างนั้นมันอาจจะเป็นส่วนแรกที่พังค่ะ ^^

*ใครอยากได้ไฟล์ลายเสา และป้ายสัญลักษณ์ Download ได้ที่นี่จ๊ะ

บางวันผมก็ไม่อยากเป็น ด.ช.ภูมิ

นานๆ ทีเราก็เล่นแต่งตัวแปลงร่างกันบ้างแก้เบื่อ หมวกหัวเป็ดอันนี้ได้มาจากร้าน Daiso สีสดใสน่ารักมาก บางวันลูกเอามาใส่แล้วบอกว่าเป็น Ming Ming ตัวละครในการ์ตูน Wonder Pets เล็กเลยเพิ่มผ้าคลุมให้ด้วยจะได้เหมือนๆ ^_^

บางวันก็อยากจะเป็น Robot Bhoom
*ชุด Robot ที่แม่ทำให้นี้ใส่แล้วจะเดินตัวแข็งเหมือน Robot จริงๆ เลยนะจะบอกให้ 555+

บางวันก็อยากจะเป็น Bhoom – The Builder

ช่วงนี้อ่าน’หนอนจอมหิว’ บางวันก็เลยอยากจะเป็นหนอนอ้วนดูบ้างคับ