The Art of Architecture

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรามีโอกาสแวะไปดูนิทรรศการ The Art of Architecture ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)กันมาครับ น่าตื่นตาตื่นใจมากจนอยากมาชวนให้ไปดูกัน

นิทรรศการนี้จัดแสดงถึงวันที่ 29 มิถุนายน นี้นะครับ140425_art-architecture-01140425_art-architecture-02140425_art-architecture-03

นิทรรศการ The Art of Architecture (ฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์: ศิลปะแห่งสถาปัตยกรรม) นี้ เป็นการแสดงผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมหลากหลายประเภทของบริษัทฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์ (Foster + Partners) ครับ ตั้งแต่สนามบิน ตึกระฟ้า เมือง สะพาน สถานีรถไฟใต้ดิน รวมไปถึง ‘ท่าอวกาศยาน’ แห่งแรกของโลก

เชื่อว่าหลายโครงการในงานน่าจะเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ 140425_art-architecture-05140425_art-architecture-06140425_art-architecture-08140425_art-architecture-07

สำหรับใครที่ชอบดูโมเดลสวยๆ เก็บรายละเอียดเนี๊ยบกริ๊บ ดูเพลินแน่ๆ ครับ ถ้ามีเวลาละเลียดอ่านข้อมูล ค่อยๆ ดูรายละเอียดไปเรื่อยๆ เวลาหลายชั่วโมงสามารถหายไปได้อย่างรวดเร็วเลยครับ

สำหรับครอบครัวเรา การไปเดินนิทรรศการแบบนี้กับเด็ก 2 คน ต้องทำเวลาน่าดู ไม่สามารถอ่านและดูทุกอย่างได้อย่างที่อยากทำ ตั้งใจว่าจะหาโอกาสกลับไปเดินเก็บรายละเอียดอีกแน่นอนครับ :)

ระหว่างเดินดู จะมีแต่คนถ่ายรูปโมเดลสวยๆ เหล่านี้เต็มไปหมด20140426-IMG_5798140425_art-architecture-1120140426-IMG_585320140426-IMG_5850 20140426-IMG_5866140425_art-architecture-09

ในงานจะมีเจ้าหน้าที่พาชมและอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการที่น่าสนใจเป็นรอบๆ นะครับ ถ้าไปได้ในช่วงนั้น ก็จะได้ฟังแนวคิด รายละเอียดสำคัญๆ ได้รู้ที่มาที่ไปของสิ่งที่เห็น ฟังเพลินเลยครับ รายละเอียดการนำชมนิทรรศการอยู่ด้านล่างนี้นะครับ

ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 16.00 น.
ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 11.00 น. และ 14.00 น.

140425_art-architecture-10

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.artofarchitecture.org นะครับ

จากขีด ไปเขียน

หลายวันก่อนระหว่างที่น้องภูมินั่งขีดๆ เขียนๆ เล่นอยู่ข้างผม เค้าก็พับกระดาษแผ่นนั้น แล้วยื่นมาให้ บอกว่าเค้าเป็นบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายจากลูกชายมาส่งให้ ผมก็รับและเล่นต่อจากเค้า ทำท่าดีใจที่ได้รับจดหมาย และเปิดอ่าน

DCIM100GOPRO

ในจดหมายมีแต่ลายเส้นขีดๆ เฉยๆ (ภาพหมายเลข 1) ผมเลยหันไปมองน้องภูมิและถามเค้าว่า “What’s in the letter?” น้องภูมิก็ตอบยิ้มๆ ว่า “Dear papa, I have work to do. I’m busy. I can’t go anywhere with you.”

20140308-IMG_3033_jr

ผมนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านจากผู้เขียนชื่อ John Holt ขึ้นมาทันที มีใจความตอนหนึ่ง(ประมาณ)ว่า ‘เด็กๆ ควรเรียนรู้การเขียนผ่านความต้องการที่จะสื่อสารสิ่งที่ตัวเองคิดกับผู้อื่น ไม่ใช่จากการฝึกเขียนเพื่อให้เขียนได้’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผมเห็นด้วยมาก ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่น้องภูมิจะได้ทำสิ่งนั้นผ่านสิ่งที่เราพ่อลูกจะได้เขียนตอบโต้กัน

ผมหยิบปากกาขึ้นมาเขียนตอบทันทีว่า “I do understand you. May be next time. Love. Papa” (ภาพหมายเลข 2) และพับกระดาษ แล้วเล่นเป็นบุรุษไปรษณีย์เอาจดหมายไปส่งให้น้องภูมิ

น้องภูมิตาเป็นประกาย และหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ น้องภูมิเขียนเป็นข้อความจริงๆ ว่า “I’m sorry. OK. I’ll have to go. Love you. Bhoom” (ภาพหมายเลข 3) ระหว่างที่เขียน น้องภูมิจะคอยถามตัวสะกดที่เค้าไม่แน่ใจ

20140308-IMG_3034_jr

หลังจากได้รับจดหมายที่ 2 ผมเขียนตอบต่อไปว่า “We’ll go camping when you’re free. Love. Dad” (ภาพหมายเลข 4) เพราะอยากจะรู้ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง

หลังจากน้องภูมิอ่านเสร็จ น้องภูมิหยิบกระดาษแผ่นใหม่ และเขียนตอบกลับมาว่า “I’m ready. Let’s go. Love you. Bhoom” (ภาพหมายเลข 5)

20140308-IMG_3036_jr

ผมรีบตอบกลับไปทันทีว่า “Yes! I’ll go pack my stuffs. Love. Papa” (ภาพหมายเลข 6)

หลังจากตอนนี้ น้องภูมิทำเหมือนว่าเราจะไปกันจริงๆ และตอบกลับมาว่า “Good I’ll go immediately.” (ภาพหมายเลข 7)

ถึงตอนนี้ ผมไม่มีทางเลือกแล้ว นอกจากต้องหยุดทำสิ่งที่ทำอยู่และเตรียมตัวไปเล่น camping กับน้องภูมิ ผมตอบจดหมายน้องภูมิกลับไปว่า “Great!! Love ya. papa.” (ภาพหมายเลข 8)

20140308-IMG_3035_jr

หมายเหตุ : ผมเลือกที่จะไม่ถ่ายภาพขณะที่เราสองคนเขียนเล่นกันมากเกินไป เพราะไม่อยากรบกวนช่วงเวลาที่เราใช้เวลาด้วยกันเกินพอดี (ผมเคยเขียนบันทึกเรื่องนี้ไว้ที่นี่ครับ)

ร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Logos-hope-01

ครอบครัวเรามีโอกาสมาที่เรือลำนี้ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ได้เขียนบันทึกไว้ เนื่องจากเราไปกันวันสุดสัปดาห์สุดท้ายที่เรืออยู่ที่ประเทศไทย ผู้คนล้นหลาม เหนื่อยมาก และไม่ค่อยมีโอกาสถ่ายรูป ลำพังช่วงเวลาต่อแถวรอคิวก็ยืนกันนานกว่า 1 ชั่วโมง แม่เล็ก (ซึ่งมีน้องภูริอยู่ในท้อง ^^’) กับน้องภูมิได้ไปนั่งพักบ้าง และให้ผมยืนต่อคิว

Logos-hope-02Logos-hope-03

ปีนี้ตั้งใจว่าจะไปวันธรรมดา และไปตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้มีโอกาสกลับมาเขียนเล่า ชักชวนให้หาโอกาสไปร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกกัน แต่สุดท้ายก็ปาเข้าไปสัปดาห์สุดท้ายอยู่ดี :)

Logos-hope-04Logos-hope-05

เจ้าร้านหนังสือลอยน้ำนี้ชื่อว่า Logos Hope เป็นเรือลำที่ 4 ของโครงการ GBA Ships e.V. (ลำก่อนหน้านี้คือ Logos, Doulos และ Logos II ตามลำดับ) หนังสือบนเรือจะถูกขายในราคาถูก มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเด็ก นิทาน นวนิยาย กีฬา ทำอาหาร บริหารจัดการ การตลาด ภาษา ลับสมอง ฯลฯ เท่าที่ฟังจากประกาศบนเรือ เห็นว่ามีมากกว่า 5,000 รายการในร้านหนังสือลอยน้ำแห่งนี้

Logos-hope-07Logos-hope-06

ดีที่เรามากันในวันธรรมดา (น้องภูมิลาหยุดครึ่งวันบ่าย) เพราะคนน้อย ทำให้เรามีเวลาดูและเลือกหนังสือ น้องภูมิเองก็สามารถนั่งอ่านหนังสือบนพื้นได้โดยไม่เกะกะมาก แถมมีรถเข็นน้องภูริอีก :D

ครั้งนี้เราได้หนังสือเต็มตระกร้ากลับบ้าน

Logos-hope-08

แต่ช่วงที่ดีที่สุดของวันนี้ไม่ใช่การมาซื้อหนังสือ แต่เป็นการเดินดูส่วนต่างๆ ของเรือ Logos Hope กับอาสาสมัครชื่อ Deborah จากประเทศปารากวัย เธออายุ 18 ปีและเพิ่งเริ่มต้นการเดินทางของเธอบนเรือ Logos Hope เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง เราพูดคุยกันเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของเรือลำนี้ สิ่งที่พวกเขาทำเวลาเดินทางไปประเทศต่างๆ ชีวิตบนเรือ ความรู้สึกของเธอกับการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครบนเรือลำนี้ ฯลฯ

Logos-hope-09

แม่เล็กและผมเพลิดเพลินกับเรื่องเล่าของเธอมาก ถึงแม้ว่าเธอจะยังใหม่กับที่นี่ แต่เธอก็เล่าได้เยอะและมีชีวิตชีวา สำหรับน้องภูมิ การที่ได้เดินขึ้นลง มุดประตูโน้น ออกประตูนี้ในเรือลำมหึมานั้นเป็นความสนุกสุดๆ แถมด้วยความพิเศษกับการได้เข้าไปในห้องบังคับเรือพร้อมใส่หมวกกัปตัน Tom Dyer ที่วางอยู่ตรงนั้น

Logos-hope-10 Logos-hope-11

ก่อนจากกัน เราล่ำราด้วยรอยยิ้มและอวยพรให้พระเจ้าดูแล Deborah ตลอดการใช้ชีวิตบนเรือลำนี้ ให้สิ่งที่เธอทำเป็นพระพรต่อไปให้กับทุกคนและทุกที่ที่เธอจะเดินทางไป

วันนี้เราก็กลับบ้านกันพร้อมกับมิตรภาพที่ดีและความรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวมากกว่าไปซื้อหนังสือ

Logos-hope-12

ปีนี้ เรือ Logos Hope จะอยู่ถึงวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมนี้นะครับ สำหรับคนที่สนใจ สามารถติดตามข่าวของร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ที่นี่เลยครับ
https://www.facebook.com/LogosHopeVisitBangkok

Designing a Happy Journey

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^

ปีที่แล้วเราสวัสดีปีใหม่บนหน้าบล็อกตอนปลายๆ เดือนมกราคม แต่ปีนี้เราทำลายสถิติปีที่แล้ว มาสวัสดีปีใหม่ (ไทย) กันเอาตอนเดือนเมษายนเลยนะคะ ^^”

เล็กไม่ได้เขียนบล็อกเลยตั้งแต่ต้นปีเพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องทำ อีกทั้งเพิ่งจะมีเวลาและได้แบบสำหรับการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านชั้น 1 ที่เสียหายจากน้ำท่วมเมื่อปีก่อนโน้น ก็เลยค่อนข้างยุ่ง ส่วนใหญ่เราก็เลยได้แต่พูดคุยกันสั้นๆ ผ่าน Facebook Page ของ BhoomPlay ใครที่แวะเวียนไปที่เพจก็จะยังรู้ว่าครอบครัวเราไม่ได้หายไปไหน ยังสบายดีจ๊ะ ^^

130331happytrain1

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครอบครัวเรามีโอกาสพาน้องภูมิไปดูนิทรรศการงานออกแบบรถไฟสายความสุข KYUSHU JR ที่ TCDC มาค่ะ เป็นงานนิทรรศการที่น่าสนใจ เหมาะกับผู้สนใจทุกเพศทุกวัย เลยอยากจะแนะนำและชักชวนให้ครอบครัว BhoomPlay หาเวลาไปดูกันนะคะ

130331happytrain2130331happytrain4

ชื่องานเต็มๆ ของงานนี้ก็คือ “รถไฟสายความสุข… เศรษฐกิจใหม่จากรางสู่เมือง Designing a Happy Journey: Reviving Kyushu Through Creativity” เป็นงานที่นำเสนอแนวความคิด ความเป็นมาของงานออกแบบรถไฟที่มุ่งสร้างความสุขให้กับผู้ใช้บริการรถไฟทุกวัย ผลงานของคุณเอย์จิ มิโตโอกะ นักออกแบบและนักวาดภาพประกอบ ผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย

130331happytrain3130331happytrain9

คุณเอย์จิ เริ่มงานออกแบบรถไฟให้กับบริษัทคิวชู เรลเวย์ คอมปานี (เจอาร์ คิวชู) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 กว่า 25 ปีในการทำงานออกแบบรถไฟ คุณเอย์จิได้ทำการปรับปรุงรถไฟ ทั้งภายนอกและภายในทั้งหมดถึง 30 ขบวน ซึ่งแต่ละขบวนล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง การผสมผสานความงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบของคุณเอย์อิจิ ประกอบกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของทีมบริหารของเจอาร์ คิวชู ได้สร้างจุดขายใหม่ของการเดินทางด้วยรถไฟ และทำให้เจอาร์ คิวชู ขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง ทั้งที่มารับช่วงต่อจากการรถไฟญี่ปุ่นในช่วงที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน

130331happytrain8

นอกเหนือจากการเดินชมแบบร่างรถไฟ ภาพการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังได้รับการออกแบบแล้ว เล็กอยากจะแนะนำให้คนที่มีโอกาสได้ไปดู ให้้ใช้เวลานั่งชมวีดีโอเรื่องราวการทำงานของคุณเอย์จิไปด้วยนะคะ เพราะจะเห็นภาพความตั้งใจ ความคิดที่ละเมียดละไม และใส่ใจในทุกรายละเอียดของเขา ซึ่งบริเวณที่นั่งชมวีดีโอก็ไม่ธรรมดาค่ะ ผู้จัดได้ใช้เก้าอี้รถไฟผลงานของคุณเอย์จิบางส่วนมาจัดไว้เป็นที่สำหรับนั่งชมด้วยค่ะ นั่งดูเพลินสบายกว่าเบาะนั่งในโรงหนังอีกนะคะ ^^ เก้าอี้ทุกแบบก็จะมีรายละเอียดให้ได้ดู ได้ค้นหา และที่ดึงดูความสนใจของน้องภูมิได้มากๆ คือถาดรองอาหารบนรถไฟ ที่ซ่อนอยู่อย่างน่าทึ่งบริเวณเท้าแขนของเก้าอี้ กลไกในการดึงออกมาใช้นอกจากจะทำให้เราทึ่งแล้ว มันยังน่าสนใจและน่าค้นหามากๆ สำหรับเด็กชายภูมิ น้องภูมิง่วนอยู่ตรงนี้นานเลยค่ะ เมื่อค้นหาวิธีและเข้าใจแล้วก็ยังคอยทำหน้าที่นำเสนอวิธีให้กับคนที่เพิ่งเข้ามาด้วยค่ะ :D

130331happytrain7

และที่ประทับใจคนเป็นเป็น พ่อ-แม่อย่างเรามากๆ ก็คือ รถไฟสายความสุขของคุณเอย์จิ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ มากค่ะ ตั้งแต่มีมุมหนังสือเล็กๆ สำหรับเด็ก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ดึงดูดความสนใจระดับสายตาของเด็กๆ สนามเด็กเล่นบนรถไฟ จุดชมวิว เก้าอี้และหน้าต่างที่มีขนาดพอเหมาะกับผู้โดยสารตัวน้อย ซึ่งทุกสิ่งอย่างที่คุณเอย์จิพยายามปรับปรุงนั้นมาจากพื้นฐานที่ว่า อยากให้มีสิ่งที่ผู้โดยสารคิดว่า “ถ้ามีอย่างนี้ก็คงดีสินะ” :)

130331happytrain5

งานนิทรรศการครั้งนี้มีรายละเอียดสำหรับการเดินชมและเดินเก็บความรู้ค่อนข้างมาก แต่เล็กกับคุณก๊อกก็มีเวลาได้เดินเก็บรายละเอียดได้อย่างเต็มที่ เพราะผู้จัดได้ยกเอาสนามเด็กเล่นบนรถไฟที่คุณเอย์จิออกแบบไว้ มาให้เด็กๆ ได้เล่นกันด้วย น้องภูมิไปเล่นแล้วก็ได้เจอเพื่อนใหม่ เล่นกันเพลินลืมป๊ากับแม่ไปเลยค่ะ :D

130331happytrain6

ภายในส่วนจัดแสดงนิทรรศการจะมีภาพผลงานการออกแบบของคุณเอย์จิ ให้ดูอย่างจุใจ ไม่มีกั๊ก และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้นิทรรศการในครั้งนี้จำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงดถ่ายภาพในห้องจัดแสดงทั้งหมด เพราะทุกอย่างมีลิขสิทธิ์ แต่ที่เราสามารถเก็บภาพมาฝากแฟนบล็อกได้ เพราะคุณก๊อกติดต่อทาง TCDC เพื่อขออนุญาตแล้ว (หากใครต้องการเก็บภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ สามารถติดต่อไปที่ทาง TCDC ก่อนได้นะคะ)

130331happytrain12130331happytrain10130331happytrain11

งานนี้จะมีจัดแสดงที่ TCDC ตั้งแต่ 16 มี.ค. ถึงวันที่ 28 พ.ค.  2556 นะคะ เล็กอยากให้หาเวลาพาเด็กๆ ไปดูกัน นิทรรศการดีๆ มาตรฐานญี่ปุ่น แถมให้ชมฟรีอย่างนี้ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ค่ะ :)

*TCDC ปิดทำการทุกวันจันทร์ และวันหยุดสงกรานต์นะคะ

Previous Older Entries

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 596 other followers

%d bloggers like this: