สัตหีบ ทะเลน้ำใส ใกล้กรุงเทพฯ

หลังจากสิ้นสุดหน้าหนาวที่หนาวนาน (กว่าทุกที) เราก็เข้าสู่หน้าร้อน (ที่ก็เหมือนจะร้อนกว่าทุกที) ทำให้แม่เล็กบ่นคิดถึงทะเลและชายหาด อยากนั่งตากลม นอนแช่น้ำทะเลสีฟ้าใสๆ ผมนึกๆ ดูก็ไม่รู้จะไปไหนที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก เพราะน้องภูริยังเล็ก ยังไม่อยากเดินทางไกลๆ  แถมเดินทางไกลแต่ละทีตอนนี้ ต้องขนของกันเหมือนกับย้ายบ้าน :D

ทะเลใกล้ๆ ที่เราเคยไป ไม่ว่าชะอำ หัวหิน พัทยา ก็น้ำไม่สวยใสอย่างที่อยากไปกระโดดเล่นกัน

140328_Sattaheeb-01

ผมลองหาข้อมูลเกี่ยวกับทะเลสวยๆ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก แล้วก็พบว่ามีหลายคนแนะนำทะเลสัตหีบ ด้วยระยะทางเพียงร้อยกว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพและใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ได้ ประกอบกับบ้านเราเองก็ยังไม่เคยไปสัตหีบมาก่อน เราเลยตัดสินใจปักหมุดเป้าหมายเที่ยวทะเลของเราที่นี่ และค่อยๆ หาข้อมูลท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพิ่มเติมกัน

140328_Sattaheeb-02

สัตหีบมีที่ที่น่าสนใจสำหรับเด็กอยู่เหมือนกันครับ ทำให้นอกเหนือจากไปเอกเขนกและเล่นน้ำทะเลแล้ว จะต้องวางแผนเรื่องเวลาไปดูเรือหลวงจักรีนฤเบศร, เที่ยวชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และPercula Farm (ฟาร์มปลาการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) กันอีกด้วย กิจกรรมเยอะ สัมภาระเลยแยะไปด้วย ต้องขนกันไปเต็มคันรถ (แค่ของใช้เจ้าตัวเล็กและของเล่นชายหาดของตัวโตก็ปาเข้าไปกว่าครึ่งของสิ่งที่ต้องขนแล้ว) :D 

140328_Sattaheeb-03

เราออกจากกรุงเทพฯ กันวันศุกร์ตอนบ่ายๆ ครับ เพื่อจะได้ได้เอนหลังพักผ่อนสบายๆ ก่อนซัก 1 คืน และมีเวลาเที่ยวเล่นเต็มวันในวันเสาร์ (..และผมจะได้ไปปั่นจักรยานตอนเช้าตรู่เป็นของแถม ^^)

140328_Sattaheeb-06

เช้าวันเสาร์เราเริ่มต้นกันที่เรือหลวงจักรีนฤเบศร เมื่อไปถึง ก็ขอบคุณพระเจ้าที่เรามาแต่เช้า เพราะท้องฟ้าใสและแดดแรงมาก แต่ความที่ยังเป็นช่วงเช้า ทำให้ลานบนดาดฟ้าเรือยังมีด้านที่เป็นร่มเงาอยู่ แม่เล็กกับน้องภูริก็เลยได้นั่งรอสบายๆ ในร่มระหว่างที่น้องภูมิกับผมเดินเล่นดูรอบๆ 

140328_Sattaheeb-05

ความใหญ่โตของเรือหลวงจักรีนฤเบศรทำให้เราทั้งหมดตื่นเต้นที่ได้เห็น ถึงแม้ว่าน้องภูมิพอจะรู้จักเรือแบบนี้จากหนังสือที่เคยอ่านกันบ้างแล้วว่าไว้ทำอะไร แต่การได้ไปเห็นของจริงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้จินตนาการสมบูรณ์มากขึ้น(โดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นกัน ^^) เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นเรือธงและเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกและลำเดียวของราชนาวีไทย ซึ่งมีภารกิจทั้งทางทหารยามรบและใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลยามเกิดปัญหา (สามารถเข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

140328_Sattaheeb-04140328_Sattaheeb-07

ไม่ไกลจากท่าเรือจุกเสม็ดที่เรือหลวงจักรีนฤเบศรจอดเทียบอยู่ เราแวะดูเต่าทะเลกันต่อที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ไฮไลท์ที่สนุกสำหรับน้องภูมิคือ การป้อนอาหารให้เต่าทะเลตัวใหญ่ และการเดินดูบ่ออนุบาลลูกเต่าทะเลน่ารักๆ หลายร้อยตัว จริงๆ เราน่าจะมีเวลาได้นั่งคุยกันเกี่ยวกับเต่าทะเลและการอนุรักษ์มากกว่านี้ แต่ครั้งนี้เรามีน้องภูริตัวเล็กๆ ไปด้วย คงต้องรอให้น้องภูริโตกว่านี้อีกซักหน่อยค่อยมาเดินเก็บรายละเอียดกันอีกที (สามารถเข้าชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

140328_Sattaheeb-08140328_Sattaheeb-09

หลังจากดูเต่าทะเลก็ได้เวลาไปเป็นเต่าทะเลกัน ^^ 

เราแวะเล่นน้ำทะเลกันที่หาดเตยงาม น้องภูมิ พี่เตี้ย (เพื่อนใหม่ที่เจอที่หาด) กับผมเล่นกันตลอดบ่ายจนหมดแรง เล่นไปก็คุยกันไป

“เตี้ย” เป็นเด็กบางสเหร่ กำลังจะขึ้น ป.4 เล่นกับน้องภูมิน่ารัก ใจเย็น และจะคอยหันมามองผมตลอดเวลาที่น้องภูมิเดินออกไปไกลเกินไป เมื่อเช้า​ เตี้ยก็เล่นน้ำทะเลอยู่ที่บ้านตัวเอง แต่ตามปู่มาซ่อมรถแถวนี้ ก็เลยขอเล่นน้ำที่นี่ต่อ ตอนนี้ เตี้ยกำลังเก็บเงินซื้อเรือบังคับทรงจระเข้อยู่ ผมถามว่าทำไมต้องเอาแบบจระเข้ เตี้ยตอบด้วยความภูมิใจว่า เวลาเล่นในน้ำ คนจะได้กลัวเพราะนึกว่าจระเข้มาจริงๆ :D  

140328_Sattaheeb-10

หาดเตยงามเป็นชายหาดที่ไม่มีร่มชายหาด แต่เต็มไปด้วยต้นเตยงามยืนเรียงรายตลอดแนวชายหาด (ซึ่งคงเป็นที่มาของชื่อหาด) เตยงามเป็นต้นไม้หน้าตาแปลกๆ ใบเป็นเส้นมีหนามแหลมเล็กๆ ดูแล้วไม่น่าจะร่มรื่น แต่เมื่อได้นั่งหลบแดดที่ใต้ต้นเตยงามก็พบว่ามันช่วยให้ร่มเงากับเราได้เป็นอย่างดี บ่ายวันเสาร์ที่แดดจัดอย่างนี้ พื้นที่ร่มใต้ต้นเตยงามจึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเรียกได้ว่าแทบจะเสื่อติดเสื่อเลยครับ ^^’

140328_Sattaheeb-11140328_Sattaheeb-12

เช้าตรู่วันอาทิตย์ ผมพาน้องภูมิออกมาปั่นจักรยานลงเนินกันสั้นๆ หลังจากที่ผมได้ปั่นไปสำรวจมาเมื่อเช้าวันเสาร์ น้องภูมิสนุกมาก จะมีบ่นเมื่อยนิดหน่อยช่วงที่ต้องปั่นขึ้นเนิน แต่พอถึงช่วงลงเนิน ก็สนุกจนลืมเหนื่อย

140328_Sattaheeb-13140328_Sattaheeb-14140328_Sattaheeb-26

จากนั้นเราก็ไปเล่นน้ำทะเลที่อ่าวดงตาลกัน ที่อ่าวดงตาลในยามสายมีร่มเงาของแนวต้นสนทอดยาวลงไปที่ชายหาดเป็นร่มเงา ให้ได้นั่งเล่น นอนเล่นริมทะเลได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องง้อร่มชายหาด หลายหาดที่สัตหีบอยู่ในพื้นที่ของทหาร ทำให้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ชายหาดสะอาดสะอ้าน และไม่มีร่มชายหาดปักบดบังวิวสวยๆ ของทะเลเลยครับ

140328_Sattaheeb-17140328_Sattaheeb-18

น้องภูมิเห็นทะเลก็เปลี่ยนชุดพร้อมลงน้ำ ไม่สนอาหารเช้าเลย จนต้องไปเรียกให้ขึ้นมากินเป็นระยะๆ อาหารเช้าง่ายๆ ของเราวันนี้เป็น ไก่ย่าง ข้าวเหนียว และน้ำแอปเปิ้ลใส่น้ำแข็งเต็มกระติก น้องภูมิง่วนอยู่กับการจับปูเสฉวนตลอดทั้งเช้า ได้มาหลายสิบตัว และก็เอาไปปล่อยหลังจากอวดแม่เสร็จ

ลมทะเลพัดเย็นสบายจริงๆ น้องภูริกินนมแม่เสร็จก็หลับปุ๋ย แม่เล็กก็เลยได้เอนตัวพักสบายๆ บ้าง

140328_Sattaheeb-19140328_Sattaheeb-20

เราออกจากสัตหีบช่วงเที่ยงๆ เพื่อแวะไปทานข้าวที่ร้านฟาร์มหอยหวาน (ร้านที่เราเจอโดยบังเอิญเมื่อคืนวันศุกร์ แต่ถูกใจมากจนต้องกลับมาทานอีกมื้อ ^^) ร้านฟาร์มหอยหวานนี้อยู่ในซอยนาจอมเทียน 22 บรรยากาศดี เงียบสงบ บริการดี และที่สำคัญอาหารอร่อย ที่ร้านจะมีการจัดพื้นที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับหอยและการเลี้ยงหอยหวานด้วยครับ ถ้าจังหวะดี จะได้ดูเจ้าหน้าที่ให้อาหารหอยด้วยครับ ดูแล้วนึกถึงหนังพวกเอเลี่ยน :)

140328_Sattaheeb-16140328_Sattaheeb-21140328_Sattaheeb-22

เราตั้งใจว่าทานอาหารกลางวันเสร็จก็จะกลับ แต่คุณอาของน้องภูมิชวนน้องภูมิไปเล่นนำ้ต่อที่สวนน้ำในโรงแรมที่คุณอาพักอยู่ น้องภูมิตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล เด็กๆ ก็เลยได้เล่นน้ำกันต่อไปถึงเย็น กว่าเราจะได้ออกจากพัทยากันก็ประมาณ 2 ทุ่มครับ เด็กน้อย 2 คนหลังรถ หลับยาวตั้งแต่ออกรถจนถึงเช้าวันจันทร์เลยครับ :D

140328_Sattaheeb-23140328_Sattaheeb-24140328_Sattaheeb-25

~
ขอขอบคุณบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับรถนิสสัน ลิวิน่า ที่เราใช้เดินทางในทริปครอบครัวครั้งนี้ครับ

~

 

จากขีด ไปเขียน

หลายวันก่อนระหว่างที่น้องภูมินั่งขีดๆ เขียนๆ เล่นอยู่ข้างผม เค้าก็พับกระดาษแผ่นนั้น แล้วยื่นมาให้ บอกว่าเค้าเป็นบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายจากลูกชายมาส่งให้ ผมก็รับและเล่นต่อจากเค้า ทำท่าดีใจที่ได้รับจดหมาย และเปิดอ่าน

DCIM100GOPRO

ในจดหมายมีแต่ลายเส้นขีดๆ เฉยๆ (ภาพหมายเลข 1) ผมเลยหันไปมองน้องภูมิและถามเค้าว่า “What’s in the letter?” น้องภูมิก็ตอบยิ้มๆ ว่า “Dear papa, I have work to do. I’m busy. I can’t go anywhere with you.”

20140308-IMG_3033_jr

ผมนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านจากผู้เขียนชื่อ John Holt ขึ้นมาทันที มีใจความตอนหนึ่ง(ประมาณ)ว่า ‘เด็กๆ ควรเรียนรู้การเขียนผ่านความต้องการที่จะสื่อสารสิ่งที่ตัวเองคิดกับผู้อื่น ไม่ใช่จากการฝึกเขียนเพื่อให้เขียนได้’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผมเห็นด้วยมาก ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่น้องภูมิจะได้ทำสิ่งนั้นผ่านสิ่งที่เราพ่อลูกจะได้เขียนตอบโต้กัน

ผมหยิบปากกาขึ้นมาเขียนตอบทันทีว่า “I do understand you. May be next time. Love. Papa” (ภาพหมายเลข 2) และพับกระดาษ แล้วเล่นเป็นบุรุษไปรษณีย์เอาจดหมายไปส่งให้น้องภูมิ

น้องภูมิตาเป็นประกาย และหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ น้องภูมิเขียนเป็นข้อความจริงๆ ว่า “I’m sorry. OK. I’ll have to go. Love you. Bhoom” (ภาพหมายเลข 3) ระหว่างที่เขียน น้องภูมิจะคอยถามตัวสะกดที่เค้าไม่แน่ใจ

20140308-IMG_3034_jr

หลังจากได้รับจดหมายที่ 2 ผมเขียนตอบต่อไปว่า “We’ll go camping when you’re free. Love. Dad” (ภาพหมายเลข 4) เพราะอยากจะรู้ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง

หลังจากน้องภูมิอ่านเสร็จ น้องภูมิหยิบกระดาษแผ่นใหม่ และเขียนตอบกลับมาว่า “I’m ready. Let’s go. Love you. Bhoom” (ภาพหมายเลข 5)

20140308-IMG_3036_jr

ผมรีบตอบกลับไปทันทีว่า “Yes! I’ll go pack my stuffs. Love. Papa” (ภาพหมายเลข 6)

หลังจากตอนนี้ น้องภูมิทำเหมือนว่าเราจะไปกันจริงๆ และตอบกลับมาว่า “Good I’ll go immediately.” (ภาพหมายเลข 7)

ถึงตอนนี้ ผมไม่มีทางเลือกแล้ว นอกจากต้องหยุดทำสิ่งที่ทำอยู่และเตรียมตัวไปเล่น camping กับน้องภูมิ ผมตอบจดหมายน้องภูมิกลับไปว่า “Great!! Love ya. papa.” (ภาพหมายเลข 8)

20140308-IMG_3035_jr

หมายเหตุ : ผมเลือกที่จะไม่ถ่ายภาพขณะที่เราสองคนเขียนเล่นกันมากเกินไป เพราะไม่อยากรบกวนช่วงเวลาที่เราใช้เวลาด้วยกันเกินพอดี (ผมเคยเขียนบันทึกเรื่องนี้ไว้ที่นี่ครับ)

ร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Logos-hope-01

ครอบครัวเรามีโอกาสมาที่เรือลำนี้ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ได้เขียนบันทึกไว้ เนื่องจากเราไปกันวันสุดสัปดาห์สุดท้ายที่เรืออยู่ที่ประเทศไทย ผู้คนล้นหลาม เหนื่อยมาก และไม่ค่อยมีโอกาสถ่ายรูป ลำพังช่วงเวลาต่อแถวรอคิวก็ยืนกันนานกว่า 1 ชั่วโมง แม่เล็ก (ซึ่งมีน้องภูริอยู่ในท้อง ^^’) กับน้องภูมิได้ไปนั่งพักบ้าง และให้ผมยืนต่อคิว

Logos-hope-02Logos-hope-03

ปีนี้ตั้งใจว่าจะไปวันธรรมดา และไปตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้มีโอกาสกลับมาเขียนเล่า ชักชวนให้หาโอกาสไปร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกกัน แต่สุดท้ายก็ปาเข้าไปสัปดาห์สุดท้ายอยู่ดี :)

Logos-hope-04Logos-hope-05

เจ้าร้านหนังสือลอยน้ำนี้ชื่อว่า Logos Hope เป็นเรือลำที่ 4 ของโครงการ GBA Ships e.V. (ลำก่อนหน้านี้คือ Logos, Doulos และ Logos II ตามลำดับ) หนังสือบนเรือจะถูกขายในราคาถูก มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเด็ก นิทาน นวนิยาย กีฬา ทำอาหาร บริหารจัดการ การตลาด ภาษา ลับสมอง ฯลฯ เท่าที่ฟังจากประกาศบนเรือ เห็นว่ามีมากกว่า 5,000 รายการในร้านหนังสือลอยน้ำแห่งนี้

Logos-hope-07Logos-hope-06

ดีที่เรามากันในวันธรรมดา (น้องภูมิลาหยุดครึ่งวันบ่าย) เพราะคนน้อย ทำให้เรามีเวลาดูและเลือกหนังสือ น้องภูมิเองก็สามารถนั่งอ่านหนังสือบนพื้นได้โดยไม่เกะกะมาก แถมมีรถเข็นน้องภูริอีก :D

ครั้งนี้เราได้หนังสือเต็มตระกร้ากลับบ้าน

Logos-hope-08

แต่ช่วงที่ดีที่สุดของวันนี้ไม่ใช่การมาซื้อหนังสือ แต่เป็นการเดินดูส่วนต่างๆ ของเรือ Logos Hope กับอาสาสมัครชื่อ Deborah จากประเทศปารากวัย เธออายุ 18 ปีและเพิ่งเริ่มต้นการเดินทางของเธอบนเรือ Logos Hope เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง เราพูดคุยกันเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของเรือลำนี้ สิ่งที่พวกเขาทำเวลาเดินทางไปประเทศต่างๆ ชีวิตบนเรือ ความรู้สึกของเธอกับการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครบนเรือลำนี้ ฯลฯ

Logos-hope-09

แม่เล็กและผมเพลิดเพลินกับเรื่องเล่าของเธอมาก ถึงแม้ว่าเธอจะยังใหม่กับที่นี่ แต่เธอก็เล่าได้เยอะและมีชีวิตชีวา สำหรับน้องภูมิ การที่ได้เดินขึ้นลง มุดประตูโน้น ออกประตูนี้ในเรือลำมหึมานั้นเป็นความสนุกสุดๆ แถมด้วยความพิเศษกับการได้เข้าไปในห้องบังคับเรือพร้อมใส่หมวกกัปตัน Tom Dyer ที่วางอยู่ตรงนั้น

Logos-hope-10 Logos-hope-11

ก่อนจากกัน เราล่ำราด้วยรอยยิ้มและอวยพรให้พระเจ้าดูแล Deborah ตลอดการใช้ชีวิตบนเรือลำนี้ ให้สิ่งที่เธอทำเป็นพระพรต่อไปให้กับทุกคนและทุกที่ที่เธอจะเดินทางไป

วันนี้เราก็กลับบ้านกันพร้อมกับมิตรภาพที่ดีและความรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวมากกว่าไปซื้อหนังสือ

Logos-hope-12

ปีนี้ เรือ Logos Hope จะอยู่ถึงวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมนี้นะครับ สำหรับคนที่สนใจ สามารถติดตามข่าวของร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ที่นี่เลยครับ
https://www.facebook.com/LogosHopeVisitBangkok

Designing a Happy Journey

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^

ปีที่แล้วเราสวัสดีปีใหม่บนหน้าบล็อกตอนปลายๆ เดือนมกราคม แต่ปีนี้เราทำลายสถิติปีที่แล้ว มาสวัสดีปีใหม่ (ไทย) กันเอาตอนเดือนเมษายนเลยนะคะ ^^”

เล็กไม่ได้เขียนบล็อกเลยตั้งแต่ต้นปีเพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องทำ อีกทั้งเพิ่งจะมีเวลาและได้แบบสำหรับการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านชั้น 1 ที่เสียหายจากน้ำท่วมเมื่อปีก่อนโน้น ก็เลยค่อนข้างยุ่ง ส่วนใหญ่เราก็เลยได้แต่พูดคุยกันสั้นๆ ผ่าน Facebook Page ของ BhoomPlay ใครที่แวะเวียนไปที่เพจก็จะยังรู้ว่าครอบครัวเราไม่ได้หายไปไหน ยังสบายดีจ๊ะ ^^

130331happytrain1

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครอบครัวเรามีโอกาสพาน้องภูมิไปดูนิทรรศการงานออกแบบรถไฟสายความสุข KYUSHU JR ที่ TCDC มาค่ะ เป็นงานนิทรรศการที่น่าสนใจ เหมาะกับผู้สนใจทุกเพศทุกวัย เลยอยากจะแนะนำและชักชวนให้ครอบครัว BhoomPlay หาเวลาไปดูกันนะคะ

130331happytrain2130331happytrain4

ชื่องานเต็มๆ ของงานนี้ก็คือ “รถไฟสายความสุข… เศรษฐกิจใหม่จากรางสู่เมือง Designing a Happy Journey: Reviving Kyushu Through Creativity” เป็นงานที่นำเสนอแนวความคิด ความเป็นมาของงานออกแบบรถไฟที่มุ่งสร้างความสุขให้กับผู้ใช้บริการรถไฟทุกวัย ผลงานของคุณเอย์จิ มิโตโอกะ นักออกแบบและนักวาดภาพประกอบ ผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย

130331happytrain3130331happytrain9

คุณเอย์จิ เริ่มงานออกแบบรถไฟให้กับบริษัทคิวชู เรลเวย์ คอมปานี (เจอาร์ คิวชู) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 กว่า 25 ปีในการทำงานออกแบบรถไฟ คุณเอย์จิได้ทำการปรับปรุงรถไฟ ทั้งภายนอกและภายในทั้งหมดถึง 30 ขบวน ซึ่งแต่ละขบวนล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง การผสมผสานความงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบของคุณเอย์อิจิ ประกอบกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของทีมบริหารของเจอาร์ คิวชู ได้สร้างจุดขายใหม่ของการเดินทางด้วยรถไฟ และทำให้เจอาร์ คิวชู ขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง ทั้งที่มารับช่วงต่อจากการรถไฟญี่ปุ่นในช่วงที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน

130331happytrain8

นอกเหนือจากการเดินชมแบบร่างรถไฟ ภาพการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังได้รับการออกแบบแล้ว เล็กอยากจะแนะนำให้คนที่มีโอกาสได้ไปดู ให้้ใช้เวลานั่งชมวีดีโอเรื่องราวการทำงานของคุณเอย์จิไปด้วยนะคะ เพราะจะเห็นภาพความตั้งใจ ความคิดที่ละเมียดละไม และใส่ใจในทุกรายละเอียดของเขา ซึ่งบริเวณที่นั่งชมวีดีโอก็ไม่ธรรมดาค่ะ ผู้จัดได้ใช้เก้าอี้รถไฟผลงานของคุณเอย์จิบางส่วนมาจัดไว้เป็นที่สำหรับนั่งชมด้วยค่ะ นั่งดูเพลินสบายกว่าเบาะนั่งในโรงหนังอีกนะคะ ^^ เก้าอี้ทุกแบบก็จะมีรายละเอียดให้ได้ดู ได้ค้นหา และที่ดึงดูความสนใจของน้องภูมิได้มากๆ คือถาดรองอาหารบนรถไฟ ที่ซ่อนอยู่อย่างน่าทึ่งบริเวณเท้าแขนของเก้าอี้ กลไกในการดึงออกมาใช้นอกจากจะทำให้เราทึ่งแล้ว มันยังน่าสนใจและน่าค้นหามากๆ สำหรับเด็กชายภูมิ น้องภูมิง่วนอยู่ตรงนี้นานเลยค่ะ เมื่อค้นหาวิธีและเข้าใจแล้วก็ยังคอยทำหน้าที่นำเสนอวิธีให้กับคนที่เพิ่งเข้ามาด้วยค่ะ :D

130331happytrain7

และที่ประทับใจคนเป็นเป็น พ่อ-แม่อย่างเรามากๆ ก็คือ รถไฟสายความสุขของคุณเอย์จิ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ มากค่ะ ตั้งแต่มีมุมหนังสือเล็กๆ สำหรับเด็ก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ดึงดูดความสนใจระดับสายตาของเด็กๆ สนามเด็กเล่นบนรถไฟ จุดชมวิว เก้าอี้และหน้าต่างที่มีขนาดพอเหมาะกับผู้โดยสารตัวน้อย ซึ่งทุกสิ่งอย่างที่คุณเอย์จิพยายามปรับปรุงนั้นมาจากพื้นฐานที่ว่า อยากให้มีสิ่งที่ผู้โดยสารคิดว่า “ถ้ามีอย่างนี้ก็คงดีสินะ” :)

130331happytrain5

งานนิทรรศการครั้งนี้มีรายละเอียดสำหรับการเดินชมและเดินเก็บความรู้ค่อนข้างมาก แต่เล็กกับคุณก๊อกก็มีเวลาได้เดินเก็บรายละเอียดได้อย่างเต็มที่ เพราะผู้จัดได้ยกเอาสนามเด็กเล่นบนรถไฟที่คุณเอย์จิออกแบบไว้ มาให้เด็กๆ ได้เล่นกันด้วย น้องภูมิไปเล่นแล้วก็ได้เจอเพื่อนใหม่ เล่นกันเพลินลืมป๊ากับแม่ไปเลยค่ะ :D

130331happytrain6

ภายในส่วนจัดแสดงนิทรรศการจะมีภาพผลงานการออกแบบของคุณเอย์จิ ให้ดูอย่างจุใจ ไม่มีกั๊ก และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้นิทรรศการในครั้งนี้จำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงดถ่ายภาพในห้องจัดแสดงทั้งหมด เพราะทุกอย่างมีลิขสิทธิ์ แต่ที่เราสามารถเก็บภาพมาฝากแฟนบล็อกได้ เพราะคุณก๊อกติดต่อทาง TCDC เพื่อขออนุญาตแล้ว (หากใครต้องการเก็บภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ สามารถติดต่อไปที่ทาง TCDC ก่อนได้นะคะ)

130331happytrain12130331happytrain10130331happytrain11

งานนี้จะมีจัดแสดงที่ TCDC ตั้งแต่ 16 มี.ค. ถึงวันที่ 28 พ.ค.  2556 นะคะ เล็กอยากให้หาเวลาพาเด็กๆ ไปดูกัน นิทรรศการดีๆ มาตรฐานญี่ปุ่น แถมให้ชมฟรีอย่างนี้ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ค่ะ :)

*TCDC ปิดทำการทุกวันจันทร์ และวันหยุดสงกรานต์นะคะ

Previous Older Entries

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 583 other followers

%d bloggers like this: