ตอนที่เล็กเขียนเรื่องสีชนิดต่างๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว (โน่น -”-) ก็ตั้งใจว่าจะหาเวลามาแบ่งปันความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสีเพิ่มเติมด้วย เผื่อเวลาคุณแม่ๆ จะไปซื้อสีประเภทต่างๆ ที่แบ่งขายเป็นสี จะได้ไม่ต้องซื้อหลายสี ซื้อแค่เพียงแม่สี สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน ก็พอ (สีที่ขายแยกเป็นสีๆ ก็ได้แก่ สีผสมอาหาร, สี Tempera, สีโปสเตอร์, สีอะครีลิค ฯลฯ)
*ภาคต่อเรื่องสีนี้ ทิ้งช่วงนานไปหน่อยนะคะ มัวแต่เล่นอย่างอื่นกันจนเพลิน :P
จากแม่สี 3 สี (สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน) นี้ หากเรานำมาผสมกันในสัดส่วน 50-50 เราก็จะได้สีเพิ่มขึ้นอีก 9 สี การผสมสีสามารถแบ่งชั้นวรรณกันเพื่อให้จำง่ายๆ ได้ดังนี้ค่ะ
สีขั้นที่ 1: แม่สีนั่นเอง
• สีแดง
• สีเหลือง
• สีน้ำเงิน
สีขั้นที่ 2 :เกิดจากแม่สีผสมกัน
• สีส้ม (สีแดง + สีเหลือง)
• สีเขียว (สีเหลือง + สีน้ำเงิน)
• สีม่วง (สีน้ำเงิน + สีแดง)
สีขั้นที่ 3 : เกิดจากการผสมแม่สี กับสีขั้นที่ 2
• สีส้มแดง (สีส้ม + สีแดง)
• สีส้มเหลือง (สีส้ม + สีเหลือง)
• สีเขียวเหลือง (สีเขียว + สีเหลือง)
• สีเขียวน้ำเงิน (สีเขียว + สีน้ำเงิน)
• สีม่วงน้ำเงิน(สีม่วง + สีน้ำเงิน)
• สีม่วงแดง (สีม่วง + สีแดง)
ตามวงจรสีที่เห็นในภาพ ตำแหน่งสีที่อยู่ตรงข้ามกันจะจัดเป็นสีตรงกันข้าม (สีตัดกัน) ถ้าเราเอาสีตรงกันข้ามมาผสมกัน สัดส่วน 50:50 ก็จะได้สีเทาเข้ม (บางคู่ก็จะได้เกือบดำเลยค่ะ) ส่วนสีที่แปลกๆ ไปกว่านี้เช่นสีน้ำตาล ก็สามารถใช้ สีแดง สีเหลือง และสีดำ ผสมกันได้ค่ะ
ถ้าต้องการสีมากเฉดขึ้นไปอีก ก็สามารถผสมสีตรงกันข้ามในสัดส่วน 75:25 จะได้สีใหม่อีก 12 สีค่ะ
เพราะฉะนั้น เวลาที่ต้องซื้อสีให้เด็กๆ ที่บ้านเล่น หากเป็นสีประเภทที่แบ่งขายเป็นสีๆ คุณพ่อ-คุณแม่ ซื้อเพียงแค่ แม่สี + สีขาว(ถ้าต้องการ) ก็เพียงพอค่ะ นอกจากจะประหยัดเงินและพื้นที่ในการเก็บแล้ว เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องทฤษฎีสีอย่างง่ายไปได้ด้วยเวลาระบายสี อย่างน้องภูมิเขาจะเห็นเล็กผสมสีบ่อย (ส่วนใหญ่ที่บ้านจะมีแต่แม่สี) เวลาที่เล็กผสมไปก็จะพูดไปด้วยว่ากำลังเอาสีอะไรผสมกับสีอะไร ตอนนี้ถ้าถามน้องภูมิว่าต้องเอาสีอะไรผสมกับอะไรถึงจะได้ สีส้ม สีเขียว สีม่วง น้องภูมิจะตอบได้ค่ะ
และอย่างวันนี้ที่เล็กทำภาพวงจรสี เล็กให้น้องภูมิชูนิ้ว 3 นิ้ว (พร้อมกับพูดไปด้วยว่า แม่สี มี 3 สีนะ) แล้วก็เอาแม่สี แต้มที่นิ้วเขาทีละนิ้ว (พร้อมกับพูดไปด้วยว่า มีสี….และ…และ…) ตกตอนเย็นเล็กพาไปอาบน้ำ ลองถามเช็คดูเขาก็จำได้นะคะ …แม่สีมี 3 สี มีสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน ^^
*วันนี้เล็กใช้สี Tempera นะคะ

อันแรกเป็นกล่องข้าวแบบใช้ครั้งเดียว เวลาที่เราไปซื้ออาหารจากร้านอาหารในห้าง หรืออาหารแบบส่งถึงที่ ส่วนใหญ่เขาก็จะใช้กล่องลักษณะนี้ เล็กก็จะเอาไว้ใส่โดว์ หรือดินน้ำมันของลูก ข้อดีของมันก็คือใส เห็นของที่อยู่ข้างในและสามารถวางซ้อนกันได้ เล็กใช้ลักษณะของกล่องเพื่อแยกประเภทของ กล่องก้นตื้นจะเก็บโดว์ กล่องก้นลึกจะเก็บดินน้ำมัน น้องภูมิจะรู้เองว่าถ้าจะเล่นดินน้ำมันต้องหยิบกล่องก้นลึก
อันต่อมาก็คล้ายๆ กัน อันนี้เล็กว่าหลายๆ บ้านก็คงทำอย่างนี้เหมือนกัน กล่องไอศครีมเล็กเอามาไว้ใส่สีแท่งของน้องภูมิ ข้อดีของกล่องแบบนี้ก็คือ หนา ใหญ่ ใส่ได้เยอะ วางเพื่อหยิบใช้บนโต๊ะได้เลยไม่ต้องกลัวสีกลิ้งหล่น
อันนี้เป็นขวดโหลใส่ขนมอะไรสักอย่างนึงจำไม่ได้ เล็กเอามาไว้ใช้ใส่สีเทียน สภาพอาจจะมอมแมมหน่อย เพราะใช้มาตั้งแต่น้องภูมิได้ขวบกว่าๆ
อันนี้ชอบๆ ^^ เป็นฝาของกล่องใส่ซีดี มีวงกว้าง และมีความสูงพอเหมาะกับของชิ้นเล็กๆ เล็กใช้ขวดน้ำพลาสติกขนาดเล็กตัดครึ่งแล้วซ้อนลงไปเพื่อใช้ใส่ พู่กัน/กรรไกร ช่วยให้หยิบใช้ง่ายค่ะ
ส่วนอันนี้เป็นกล่องใส่คอตตอนบัท เล็กเอามาใส่ Finger Puppet ที่เล็กทำให้ภูมิ มีหลายคนชอบถามว่าหุ่นนิ้วกระดาษที่ทำกันเองมันไม่พังง่ายเหรอ เล็กก็ไม่เห็นมันขาดนะคะ ลูกก็เอามาเล่นเรื่อยๆ ก็มียับบ้าง แบนบ้าง เล่นเสร็จเล็กก็จะเก็บไว้ในนี้ ตั้งแต่เล่นกันมาก็ทำให้เขาแค่ชุดเดียวนี่แหละค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังคงใช้เล่นได้ทุกตัว ใส่กล่องแบบนี้ เวลาน้องภูมิจะเอาไปเล่นข้างนอกก็พกง่ายค่ะ
อันนี้ชอบมากค่ะ เป็นกล่องลูกเกด ความที่น้องภูมิกับเล็กชอบกินลูกเกดกันมาก เราเลยมีกล่องลูกเกดมาเรื่อยๆ เล็กเอามาใช้เก็บของบนชั้นของภูมิ เล็กชอบที่กล่องมันขาวและทึบเก็บของแล้วดูไม่รกดีค่ะ และที่สำคัญเราสามารถทำ Label ง่ายๆ ให้ลูกรู้ว่าแต่ละกล่องมีอะไรได้ ตอนนี้ที่ชั้นน้องภูมิจะมี 3 กล่องนี้ หลังจากใช้กันอย่างนี้ซักพัก น้องภูมิก็จะรู้ว่าในแต่ละกล่องมีอะไรโดยดูจากรูปสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่เล็กทำไว้ (เวลาใช้ไปหยิบถ่านมาใส่ของเล่นยังหยิบถูกเลยค่ะ ทั้งที่อ่านไม่ออก ^^)
ที่บ้านเล็กจะมีสีหลายประเภทไว้ให้ลูกเล่น ตั้งแต่สีมาตรฐานของเด็กๆ เช่น สีไม้ สีเทียน สีเมจิก และสีแนวสร้างสรรค์ของ Crayola อีก 2-3 แบบ สี Tempera และสีที่เด็กโตใช้ อย่างสีโปสเตอร์ สีน้ำ สีถาด ไปจนถึงสีที่ผู้ใหญ่ใช้อย่างสีอะครีลิค (ที่คิดว่าสักปีหน้าจะให้น้องภูมิได้ใช้) หรือแม้แต่สีผสมอาหารเราก็ใช้ค่ะ ที่มีสีหลายประเภทที่บ้าน เพราะบางทีเล็กก็ใช้สีพวกนี้ทำงานอดิเรกของเล็กเองด้วย คุณแม่ๆ ที่อยากให้ลูกเล่น/ระบายสี ไม่ต้องมีทั้งหมดอย่างที่เล็กมีก็ได้นะคะ ลองอ่านแล้วเลือกใช้ดูค่ะ
สี Tempera – เป็นสีที่เล็กแนะนำให้มีติดบ้านไว้เลยค่ะ เพราะเป็นสีสำหรับเด็กๆ โดยเฉพาะ ใช้สะดวก, ทำความสะอาดง่าย, สร้างสรรค์งานได้หลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญปลอดภัยกับเด็กๆ เพราะ Non-Toxic ค่ะ แถมเมื่อเทียบเทียบราคา/ปริมาณ ก็จะถูกกว่าสีโปสเตอร์หรือสีน้ำอีกด้วย
สี Tempera จะมีลักษณะเหนียวข้น คุณสมบัติทั่วไปไม่ต่างจากสีโปสเตอร์ เวลาใช้งานใช้น้ำเป็นตัวเจือจางได้ค่ะถ้าต้องการ นอกจากจะใช้ระบายสีบนกระดาษแล้ว สี Tempera ยังเหมาะมากที่จะใช้ผสมเป็นสีเขียนหน้าเด็กๆ, ทำชอลค์สีแบบ Homemade, ผสมเป็นสี Finger paint และสารพัดงาน Crafts ของเด็กๆ
หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนใหญ่ๆ หรือพวกร้านที่อยู่ในห้างค่ะ มีขายหลายขนาด แนะนำให้ซื้อขนาดใหญ่ (500 ml.) จะประหยัดกว่าเยอะค่ะ ราคาขวดละประมาณ 200 บาท ถ้าชอบให้ลูกเล่นระบายสีรับรองว่าได้ใช้คุ้มจริงๆ ^.^
สีโปสเตอร์ – เป็นสีข้นทึบแสงคล้ายสี Tempera เหมาะสำหรับการระบายสีลงกระดาษ ขายเป็นขวดเล็กๆ หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ) แต่ถ้าต้องใช้เยอะๆ บ่อยๆ ซื้อสี Tempera คุ้มกว่านะคะ ^^
สีน้ำ - แม้ว่าเล็กเองจะเรียนมาทางด้านศิลปะ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะให้ลูกใช้สีน้ำระบายสีตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน เพราะคิดว่ามันเป็นสีของเด็กโตและผู้ใหญ่ จนกระทั่งได้มาอ่านหนังสือของครูมอส (อนุพันธ์ุ พฤกษ์พันธ์ขจี) เรื่อง “เด็กของเรากำลังจะระบายสีโลก” ถึงได้รู้ว่า สีน้ำกับเด็กเล็กๆ นี่แหละเหมาะมาก ไม่ใช่แค่เรื่องของศิลปะเท่านั้นแต่การฝึกให้เด็กเล็กๆ ได้ใช้สีน้ำยังช่วยเสริมสร้างทักษะในหลายๆ ด้านอีกด้วย รายละเอียดคงต้องหามาอ่านกันเองนะคะ เป็นหนังสือที่ดีมากๆ อีกเล่มนึงเลยค่ะ
สีอะครีลิค – เป็นสีที่มีส่วนผสมของสารพลาสติกโพลีเมอร์ (Polymer) จำพวก อะครีลิค (Acrylic) หรือ ไวนิล (Vinyl) มีคุณสมบัติ แห้งเร็ว ติดแน่นทนนาน และกันน้ำ ยึดติดกับพื้นผิวได้ดี เหมาะกับการใช้ทำงาน Crafts เล็กเองชอบใช้เวลาทำของให้ลูกเล่น เพราะสีอะครีลิค แห้งแล้ว แห้งเลย เวลาเอามาเล่นจะไม่หลุดติดมือ ติดเสื้อผ้าค่ะ
สีผสมอาหาร – สีผสมอาหารมีสีสด สวย ใช้ง่าย ปลอดภัย และราคาถูก ใช้งานได้หลากหลายมากๆ ซื้อติดบ้าน ไว้เป็นสีสามัญประจำบ้านได้เลยค่ะ ได้ใช้แน่ๆ ^^
เราได้เริ่มลองกับชั้นหนังสือก่อน ที่บ้านจะมีชั้นหนังสือพลาสติกเล็กๆ มีล้อเลื่อน ไว้ใส่หนังสือนิทานของน้องภูมิ ซึ่งเขาจะสามารถหยิบ รื้อ เอาเองได้อย่างสะดวก ในวัยคลานเขาก็จะหยิบ รื้อ ฉีกบ้าง (ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ) ถ้าขาดก็เก็บๆ ไว้แล้วก็เอามาปะต่อหน้าเขาโดยไม่ต้องดุ แค่พูดสอนเขาว่าหนังสือมีไว้ทำอะไร ใช้ยังไง (กว่าจะรู้เรื่องก็สภาพยับเยินกันไปทุกเล่ม -”-) พอน้องภูมิได้ประมาณ 8-9 เดือน เขาก็เริ่มพลิกเปิดหนังสือเป็น ซึ่งในช่วงนี้การทำหนังสือขาดโดยตั้งใจแทบไม่มีเลย ปัจจุบัน 2 ขวบกว่า เขาสามารถไปหยิบเลือกเรื่องที่เขาอยากให้เราอ่านให้ฟัง และเอาไปเก็บในชั้นได้เอง เขาจะรู้ว่าเล่มเล็กอยู่ตรงไหน เล่มใหญ่อยู่ตรงไหน
ต่อมาพอของเล่นลูกเริ่มเยอะขึ้น เล็กก็จัดเก็บแยกของเล่น(สำเร็จรูป) ออกจากของเล่นที่เป็นพวกอุปกรณ์สร้างสรรค์ โดยใช้แนวคิดแบบเดิมคือต้องอยู่ในที่ที่ลูกหยิบได้เองอย่างสะดวก และเล็กเองก็ต้องใช้ความพยายามเท่าที่จะทำได้ ที่จะเก็บของลูกไว้ในที่เดิมของมันทุกครั้ง ให้เขาเห็นจนชิน
เล็กเก็บอุปกรณ์ของน้องภูมิในชั้นพลาสติกล้อเลื่อนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แยกเก็บเป็นชั้นๆ ชั้นบนสุดจะเอาไว้เก็บของที่เขาต้องขออนุญาติแม่ก่อนที่จะหยิบเล่น เช่นพวกสีต่างๆ กรรไกร ที่เย็บกระดาษ กาว สก๊อตเทป(ตรงที่ตัดมันจะคม) ชั้นบนสุดนี้สูงแค่ระดับหัวน้องภูมิ ดังนั้นการที่เขาจะเอื้อมหยิบของบนนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย ตอนแรกๆ ที่เอาชั้นมาใช้ เขาก็เอาเก้าอี้มาปีนสำรวจ หยิิบโน่นจับนี่ (อย่างกับลิง) เล็กก็จะบอกเขาว่าของชั้นบนสุดนี้ต้องขอแม่ก่อน ถ้ามีแอบไปหยิบอีกเล็กก็จะพูดอย่างนี้ทุกครั้งไปเรื่อยๆ ความที่ของเหล่านี้ถูกแยกชั้นอย่างชัดเจนเราไม่ต้องมาคอยบอกเขาว่า กรรไกรหยิบเล่นไม่ได้นะ, กาวหยิบเล่นเองไม่ได้นะ ฯลฯ ถ้าเขาหยิบออกมาเล่น เล็กก็จะถามเขาว่า เอามาจากไหน? ขอแม่หรือยัง? ตกลงกันแล้วใช่ไม๊ ว่าของชั้นบนต้องขอแม่ก่อน – - พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องอย่างนี้อยู่พักนึงลูกก็เริ่มเข้าใจ
ชั้นอื่นๆ เล็กก็จะเก็บพวก ถาดสี สีเทียน สีไม้ ลูกปัด เม็ดถั่ว ฯลฯ พวกนี้ลูกจะหยิบไปเล่นเมื่อไหร่ก็ตามสบาย
*ขอเกี่ยวสีเหลือง-แดง(ภาพบน)เคยใช้แขวนของที่รถเข็นลูก สมัยยังเป็นเบบี้
ชั้นเก็บของของผม ห้อยโน่น เหน็บนี่ เต็มไปหมด แต่แม่บอกว่ามันเป็นความรุงรังที่ตั้งใจนะคับ ^__^

