สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 3)

..ตอนนี้พ่อเล่านะครับ : )

Gardens by the bay

เมื่อครั้งที่แล้วที่เรามาสิงคโปร์ บริเวณ Gardens by the bay นี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง และไกด์บน Duck Tour บอกว่าที่นี่จะเป็น landmark แห่งใหม่ของสิงคโปร์20140910-IMG_1861

วันนี้ Gardens by the bay สวนกลางเมืองขนาด 625 ไร่ (ใหญ่กว่าสวนลุมพินีในกรุงเทพฯ ประมาณ 70%) กลายเป็นส่วนสำคัญของคุณภาพชีวิตของชาวสิงคโปร์ และเป็นที่จุดท่องเที่ยวของผู้คนที่มาเยี่ยมเยียนสิงค์โปร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้น (สำหรับผม) คือแนวคิดและลงมือสร้างโครงการนี้ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การเดินทางไป Garden by the bay ไม่ยุ่งยากครับ สามารถขึ้น MRT ลงที่สถานี Bayfront และเดินไปได้เลย พอถึงที่สวน จะเดินเล่นชมสวนไปเรื่อยๆ หรือจะนั่ง Shuttle bus (คนละ 2 S$) ตรงไปตามจุดท่องเที่ยวเลยก็ได้ วันนี้เราเดินชมส่วนต่างๆ ใน Gardens by the bay ทั้งหมด 3 จุดครับ คือ Flower Dome, Cloud Forrest และ OCBC Skyway & Supertrees Grove ใช้เวลากันไปประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ

Flower Dome20140910-IMG_1846
Flower Dome คือสวนต้นไม้และดอกไม้ในโดมกระจกขนาดใหญ่ประมาณ 2 สนามฟุตบอลที่มีการควบคุมสภาพอากาศแบบเมดิเตอเรเนียน เช่น บริเวณแอฟริการใต้ ในโดมจะแบ่งเป็น 9 สวนใหญ่ๆ มีต้นไม้จากทุกทวีปของโลก สำหรับคนที่ชอบดูสวนต้นไม้และดอกไม้ น่าจะมีความสุขไม่น้อยครับ เพราะสีสัน ความหลากหลาย และความสมบูรณ์ของต้นไม้และดอกไม้ที่นี่สุดยอดจริงๆ เดินๆ ไปก็เห็นหลายๆ คนกรี๊ดกราด ชี้ไม้ชี้มือตื่นเต้นกัน 20140919-Singapore_p3-120140910-IMG_1819

ถึงแม้ว่าครอบครัวเราจะชอบพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติมาก แต่ก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องพันธุ์ไม้สักเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับเด็กๆ อย่างน้องภูมิแล้ว เหมือนจะเป็นที่วิ่งเล่นสวยๆ เย็นๆ มากกว่า :D เราเลยให้งานง่ายๆ กับน้องภูมิ โดยให้วาดรูปและจดชื่อต้นไม้ที่ชอบ 5 ชนิด เพื่อให้เค้าได้หยุดมองความสวยงามของต้นไม้บ้าง และให้บันทึกชื่อสวนต่างๆ เพื่อให้มีโอกาสได้สังเกตความแตกต่างของต้นไม้ในแต่ละสวนที่เดินดูกัน (น่าเสียดายมาที่เราไม่สามารถเก็บสิ่งนี้น้องภูมิบันทึกไว้ได้ เพราะสมุดโน๊ตเล่มน้อยนี้หายไปที่ Singapore River Safari ที่แม่เล็กเล่าให้ฟังเมื่อตอนที่แล้ว20140910-IMG_1852

Cloud Forrest
ที่ชื่อ Cloud Forrest ก็เพราะว่าที่นี่มีเต็มไปด้วยต้นไม้ที่จะพบได้พื้นที่สูงระดับยอดเขาเท่านั้นครับ โดมกระจกใหญ่มหึมานี้ต้อนรับเราด้วยน้ำตกในร่มสูง 35 เมตร กับเสียงสายน้ำและละอองน้ำที่กระจายไปทั่ว ทำเอาหนาวสะท้านจนเกือบต้องถอยออกมา ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำตกสร้างขึ้น แต่มันก็ให้ความรู้สึกดีทีเดียวครับ เด็กๆ หลายคนวิ่งเข้าไปเล่นกับละอองน้ำกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งน้องภูมิด้วย ^^20140910-IMG_1906

ภายในโดม Cloud Forrest นี้ มีอาคารขนาด 6 ชั้น ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ รูปทรงเหมือนภูเขาใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้า การเดินเที่ยวบนเจ้าภูเขาจำลองนี้เริ่มจากขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนสุดแล้วค่อยๆ เดินลงมาตามทางเดิน treetop walk ที่ซอกแซก ทะลุไปมาครับ แต่ละชั้นจะพูดถึงแต่ละเรื่อง น้องภูมิสนุกกับการเดินบน treetop walk มากจนเราตามไม่ทัน ชั้นล่างสุดก่อนเดินออก จะมีวิดีโอสั้นๆ เรื่อง “+5 degrees” ที่พูดถึงว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ถ้าอุณหภูมิของโลกสูงเพิ่มขึ้นอีก 5 องศาเซลเซียส 20140910-IMG_188620140919-Singapore_p3-220140910-IMG_1913 20140910-IMG_1912

*ค่าเข้าชม Flower Dome และ Cloud Forrest อยู่ที่ 28 S$ สำหรับผู้ใหญ่ และ 15 S$ สำหรับเด็กนะครับ

OCBC Skyway & Supertrees Grove
Supertrees เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากมาเห็นมาก เพราะชอบเอกลักษณ์ของเจ้าต้นไม้เหล็กสูงตระหง่าน 11 ต้นท่ามกลางสวนเขียวกลางเมืองตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นจากภาพ จำได้ว่าตอนที่ได้อ่านเรื่องราวและเห็นภาพถ่าย ก็อดชื่นชมความสวยงามและแนวคิดการออกแบบของเจ้า Supertrees นี้ไม่ได้20140910-IMG_1964

เจ้า Supertrees เหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากต้น Karri ในประเทศออสเตรเลีย และไม่ได้สวยแต่ภายนอกนะครับ มันถูกสร้างให้มีระบบต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น มีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ (photovoltaic cells) เพื่อมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าในยามค่ำคืน มีระบบดูดและระบายอากาศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระบบทำความเย็น และอีกหลายส่วนที่ทำให้เจ้า Supertrees เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนกับต้นไม้ใหญ่จริงๆ20140919-Singapore_p3-320140910-IMG_1968

และถ้าเดินมาถึง Supertrees Grove แล้ว ก็อย่าพลาดขึ้นไปเดินบน OCBC Skyway นะครับ เป็นทางเดินสูง 22 เมตรจากพื้น เชื่อมระหว่าง Supertree สองต้น (ถ้าลมแรงหน่อยสะพานจะแกว่งนิดๆ ในเสียวเล่นๆ ด้วยครับ ^^) ยืนชมวิวและแสงสีในเมืองตรงนี้เพลินดีไม่น้อยเลย ถ้าไม่มีลูกมาด้วย จะยืนรับลมชมวิวคุยกับภรรยาตรงนี้นานๆ เลยครับ ^^ แนะนำว่ามาเดินช่วงหัวค่ำจะสวยกว่าและไม่ร้อนมากครับ

*ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใหญ่ 5 S$ และเด็ก 3 S$ ครับ20140910-IMG_1988

ส่วนที่เป็นสวนทั้งหมดของ Gardens by the bay นั้น ทุกคนสามารถเข้าใช้ได้ฟรี แถมยังมีสวนน้ำ (Far East Organization Children’s Garden) ทันสมัย เก๋ไก๋กลางสวนสำหรับชาวสิงคโปร์ที่สามารถเข้าใช้ได้ฟรีเช่นกัน ระหว่างที่เราเดินรอบๆ ก็เห็นคนทั่วไปเข้ามาออกกำลังกาย พักผ่อนกันแล้วอยากมีแบบนี้กลางกรุงเทพฯ บ้าง

การได้มาเดินที่ Gardens by the bay สำหรับผมให้ความรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่สิงคโปร์ตั้งใจสร้างขึ้นในประเทศที่มีพื้นที่เล็กกว่ากรุงเทพมหานครถึงครึ่งหนึ่ง*

จากมุมของนักท่องเที่ยว สวนสร้างแห่งนี้ก็มีความน่าสนใจสำหรับคนที่หลงไหลในต้นไม้ไม่น้อย และจากมุมของคนชอบไปสวนสาธารณะอย่างครอบครัวเรา ผมอิจฉาคนสิงคโปร์ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ดีๆ แบบนี้ได้แสนง่าย ถ้าอยากรู้ว่าสิงคโปร์จริงจังกับเรื่องสวนสาธารณะนี้แค่ไหน ลองดูเวลาเปิด-ปิดครับ ที่ Gardens by the bay นี้ให้บริการตั้งแต่ ตีห้าถึงตีสอง ทุกวันครับ20140910-IMG_2013

เสร็จจากที่ OCBC Skyway เราก็นั่ง MRT ไป 1 สถานีเพื่อไปขึ้น Singapore Flyer กันครับ ก่อนมา ผมขอร้อง(แกมบังคับ)แม่เล็กว่า ต้องมาขึ้น Singapore Flyer วันแรกที่มาถึงนะ เพราะสำหรับผม การได้มองเมืองจากที่สูงๆให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ถอยตัวเองออกมาจากชีวิตประจำวัน และถือเป็นการทักทายประเทศสิงคโปร์ และเริ่มต้นการเดินทางอย่างเป็นทางการ (รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะครับ ^^)20140910-IMG_2025

ตอนต่อไปจะมาเล่าสิ่งที่เราประทับใจที่ Singapore City Gallery นะครับ

- – – -

•  พื้นที่ประเทศสิงค์โปร์คือ 716.1 km² และพื้นที่กรุงเทพมหานครคือ 1,569 km²

สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 1)

ตอนที่ 1 : ก่อนออกเดินทาง

ครั้งนี้เป็นการพาลูกเดินทางไปสิงค์โปร์เป็นครั้งที่สองของครอบครัวเรา (อ่านบันทึกของทริปแรกได้ที่นี่นะครับ) สิ่งที่เราวางแผนและมองหาจากการเดินทางจึงแตกต่างจากครั้งแรก ตามวัยที่เติบโตขึ้นของน้องภูมิ นอกเหนือจากการไปเที่ยวสนุกแล้ว เราตั้งใจและอยากให้ทริปนี้เป็นห้องเรียนวิชา “โลกใบนี้มีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ” ไปพร้อมๆ กับเป็นก้าวแรกของการเป็นนักเดินทางจริงๆ เพราะแม้ว่าน้องภูมิจะมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับพ่อแม่มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการวางแผนการเดินทางเลย
20140805-IMG_0356

สิงคโปร์ คือประเทศที่เราชอบที่จะพาลูกไป เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นาน มีความปลอดภัยสูง การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะสะดวก บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อย ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร มีสถานที่ที่เราสามารถเรียนรู้และสนุกไปพร้อมๆ กันได้ทั้งครอบครัว และมีความสมดุลของความเจริญและพื้นที่สีเขียว (ข้อสุดท้าย พ่อกับแม่ชอบเป็นพิเศษ ^^) เป็นประเทศที่เรารู้สึกว่าสิ่งที่ได้มาค่อนข้างคุ้มกับเงินในกระเป๋าที่เสียไป20140917-Singapore-1-3

และครั้งนี้จะพิเศษกว่าที่เคย เพราะเราจะมีน้องภูริตัวน้อยติดตามพวกเราไปเรียนรู้โลกกว้างด้วย เพื่อให้การเดินทางของเราราบรื่นและเจ้าหนูมีความสุขตลอดการเดินทาง กระเป๋าเป้ใบใหญ่ของผมเลยมีของภูริสารพัด (มากกว่าของคนอื่นๆ) ทั้งอาหารแห้ง ขนม ของเล่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ฯลฯ
20140909-IMG_1606

บทเรียนแรกของการเป็นนักเดินทางของน้องภูมิคือ การวางแผนการเดินทาง

เราเตรียมตัวก่อนออกเดินทางประมาณ 2-3 สัปดาห์ เริ่มจากการหาข้อมูลเรื่องสถานที่เราทุกคนสนใจจากอินเทอร์เน็ตและขอแผนที่พร้อมข้อมูลอื่นๆ ที่สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ประจำประเทศไทย (อาคารสาทรสแควร์) ผมกับน้องภูมิช่วยกันดูตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ วางแผนเวลาแต่ละวันจากข้อมูลเรื่องเวลาเปิด-ปิดของแต่ละที่ คิดเรื่องรูปแบบการเดินทาง เช็คสภาพอากาศ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง20140820-IMG_0832-2

น้องภูมิได้เรียนรู้เรื่องการดูแผนที่ ดูทิศ การประมาณระยะทาง ทำความคุ้นเคยกับข้อมูลถนนหนทาง (มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างเดินทางกลับโรงแรม น้องภูมิได้พยายามบอกทางคนขับแท๊กซี่ และบอกถูกเสียด้วย ^^)

ป้อนข้อมูล ปูทางสู่ความเข้าใจ

นอกเหนือจากการวางแผนการเดินทางแล้ว เนื้อหาของบทเรียนที่บ้านเรียนของเราก็ถูกปรับให้สอดคล้องกับการเดินทางที่จะมาถึงด้วย เช่น การทำความรู้จักประเทศสิงคโปร์กันทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ ภูมิประเทศ ภาษา ประชากร เวลา สกุลเงิน กฏหมายพื้นฐานที่น่าสนใจ ฯลฯ รวมทั้งความรู้รอบตัวที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เค้ามองเห็นความแตกต่างและเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เค้าจะได้เห็นจริงๆ เวลาเดินทาง20140917-Singapore-1-8

บทเรียนประจำวันที่แม่เล็กสอนน้องภูมิก็ปรับไปตามสถานที่ที่จะไปด้วย เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ในลุ่มน้ำอะมเซอนที่เราอาจจะได้ไปเจอที่ River Safari และเรื่องอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เพื่อเตรียมตัวไปดูนิทรรศการ Human Body Experience ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ (Science Center) ของสิงคโปร์ เป็นต้น
20140907-IMG_157920140905-IMG_1530-2

ถึงเวลาจัดกระเป๋า..

ครั้งนี้น้องภูมิจะมีเป้สะพายหลังของตัวเองที่ต้องดูแล มีของทั้งหมดที่เค้าจะต้องใช้ ต้องทำ check list และตัดสินใจเองว่าจะเอาอะไรไปหรือไม่เอาอะไร จากข้อมูลที่เราอ่านเจอ เด็กอายุประมาณน้องภูมิไม่ควรแบกเป้ที่มีน้ำหนักเกิน 10% ของน้ำหนักตัว วันสุดท้ายก่อนไป น้ำหนักเป้น้องภูมิอยู่ 1.1 กก. (ประมาณ 5%)

20140908-IMG_1594

ช่วง 3-4 วันก่อนวันเดินทาง เรารู้สึกได้เลยว่าน้องภูมิตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก นั่งนับวันถอยหลังวันละหลายๆ ครั้ง ^^ เราเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกในห้องเรียนห้องใหญ่นี้ไม่แพ้กัน

20140917-Singapore-1-5

ด้านล่างคือสถานที่ที่เราไปกันในทริป 5 วันนี้นะครับ

วันที่ 1 (ช่วงบ่าย)
• ไปชื่นชม Gardens by the bay โครงการใหญ่ยักษ์ที่ต้องการจะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนเมือง
• นั่ง Singapore Flyer ดูวิวกลางคืนของเมือง

วันที่ 2
• ตามหา Tintin ที่ Tintin shop
• ไปดูเค้าวางแผนพัฒนาเมืองที่ Singapore City Gallery
River Safari Singapore

วันที่ 3
Cable car
Skyline Luge Sentosa ที่สนุกสมสโลแกนของเค้าที่ว่า “Once is never enough.”
• ไปเล่นน้ำที่สวนน้ำ Adventure Cove Waterpark

วันที่ 4
Science Centre Singapore  ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยมีเวลาพอ
Snow City ที่อุณหภูมิ -10 ℃
• ไปดูหนังสือที่ Kinokuniya สาขา Takashimaya Shopping Centre ที่เคยครองอันดับร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดใน South East Asia นานถึง 10 ปี

วันที่ 5
Singapore Botanic Gardens
• เดินเล่นที่ถนน Orchard

แล้วจะรีบหาเวลามาเขียนถึงรายละเอียดของที่ต่างๆ ให้อ่านกันต่อนะครับ :)

The Art of Architecture

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรามีโอกาสแวะไปดูนิทรรศการ The Art of Architecture ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)กันมาครับ น่าตื่นตาตื่นใจมากจนอยากมาชวนให้ไปดูกัน

นิทรรศการนี้จัดแสดงถึงวันที่ 29 มิถุนายน นี้นะครับ140425_art-architecture-01140425_art-architecture-02140425_art-architecture-03

นิทรรศการ The Art of Architecture (ฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์: ศิลปะแห่งสถาปัตยกรรม) นี้ เป็นการแสดงผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมหลากหลายประเภทของบริษัทฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์ (Foster + Partners) ครับ ตั้งแต่สนามบิน ตึกระฟ้า เมือง สะพาน สถานีรถไฟใต้ดิน รวมไปถึง ‘ท่าอวกาศยาน’ แห่งแรกของโลก

เชื่อว่าหลายโครงการในงานน่าจะเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ 140425_art-architecture-05140425_art-architecture-06140425_art-architecture-08140425_art-architecture-07

สำหรับใครที่ชอบดูโมเดลสวยๆ เก็บรายละเอียดเนี๊ยบกริ๊บ ดูเพลินแน่ๆ ครับ ถ้ามีเวลาละเลียดอ่านข้อมูล ค่อยๆ ดูรายละเอียดไปเรื่อยๆ เวลาหลายชั่วโมงสามารถหายไปได้อย่างรวดเร็วเลยครับ

สำหรับครอบครัวเรา การไปเดินนิทรรศการแบบนี้กับเด็ก 2 คน ต้องทำเวลาน่าดู ไม่สามารถอ่านและดูทุกอย่างได้อย่างที่อยากทำ ตั้งใจว่าจะหาโอกาสกลับไปเดินเก็บรายละเอียดอีกแน่นอนครับ :)

ระหว่างเดินดู จะมีแต่คนถ่ายรูปโมเดลสวยๆ เหล่านี้เต็มไปหมด20140426-IMG_5798140425_art-architecture-1120140426-IMG_585320140426-IMG_5850 20140426-IMG_5866140425_art-architecture-09

ในงานจะมีเจ้าหน้าที่พาชมและอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการที่น่าสนใจเป็นรอบๆ นะครับ ถ้าไปได้ในช่วงนั้น ก็จะได้ฟังแนวคิด รายละเอียดสำคัญๆ ได้รู้ที่มาที่ไปของสิ่งที่เห็น ฟังเพลินเลยครับ รายละเอียดการนำชมนิทรรศการอยู่ด้านล่างนี้นะครับ

ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 16.00 น.
ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 11.00 น. และ 14.00 น.

140425_art-architecture-10

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.artofarchitecture.org นะครับ

สัตหีบ ทะเลน้ำใส ใกล้กรุงเทพฯ

หลังจากสิ้นสุดหน้าหนาวที่หนาวนาน (กว่าทุกที) เราก็เข้าสู่หน้าร้อน (ที่ก็เหมือนจะร้อนกว่าทุกที) ทำให้แม่เล็กบ่นคิดถึงทะเลและชายหาด อยากนั่งตากลม นอนแช่น้ำทะเลสีฟ้าใสๆ ผมนึกๆ ดูก็ไม่รู้จะไปไหนที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก เพราะน้องภูริยังเล็ก ยังไม่อยากเดินทางไกลๆ  แถมเดินทางไกลแต่ละทีตอนนี้ ต้องขนของกันเหมือนกับย้ายบ้าน :D

ทะเลใกล้ๆ ที่เราเคยไป ไม่ว่าชะอำ หัวหิน พัทยา ก็น้ำไม่สวยใสอย่างที่อยากไปกระโดดเล่นกัน

140328_Sattaheeb-01

ผมลองหาข้อมูลเกี่ยวกับทะเลสวยๆ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก แล้วก็พบว่ามีหลายคนแนะนำทะเลสัตหีบ ด้วยระยะทางเพียงร้อยกว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพและใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ได้ ประกอบกับบ้านเราเองก็ยังไม่เคยไปสัตหีบมาก่อน เราเลยตัดสินใจปักหมุดเป้าหมายเที่ยวทะเลของเราที่นี่ และค่อยๆ หาข้อมูลท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพิ่มเติมกัน

140328_Sattaheeb-02

สัตหีบมีที่ที่น่าสนใจสำหรับเด็กอยู่เหมือนกันครับ ทำให้นอกเหนือจากไปเอกเขนกและเล่นน้ำทะเลแล้ว จะต้องวางแผนเรื่องเวลาไปดูเรือหลวงจักรีนฤเบศร, เที่ยวชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และPercula Farm (ฟาร์มปลาการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) กันอีกด้วย กิจกรรมเยอะ สัมภาระเลยแยะไปด้วย ต้องขนกันไปเต็มคันรถ (แค่ของใช้เจ้าตัวเล็กและของเล่นชายหาดของตัวโตก็ปาเข้าไปกว่าครึ่งของสิ่งที่ต้องขนแล้ว) :D 

140328_Sattaheeb-03

เราออกจากกรุงเทพฯ กันวันศุกร์ตอนบ่ายๆ ครับ เพื่อจะได้ได้เอนหลังพักผ่อนสบายๆ ก่อนซัก 1 คืน และมีเวลาเที่ยวเล่นเต็มวันในวันเสาร์ (..และผมจะได้ไปปั่นจักรยานตอนเช้าตรู่เป็นของแถม ^^)

140328_Sattaheeb-06

เช้าวันเสาร์เราเริ่มต้นกันที่เรือหลวงจักรีนฤเบศร เมื่อไปถึง ก็ขอบคุณพระเจ้าที่เรามาแต่เช้า เพราะท้องฟ้าใสและแดดแรงมาก แต่ความที่ยังเป็นช่วงเช้า ทำให้ลานบนดาดฟ้าเรือยังมีด้านที่เป็นร่มเงาอยู่ แม่เล็กกับน้องภูริก็เลยได้นั่งรอสบายๆ ในร่มระหว่างที่น้องภูมิกับผมเดินเล่นดูรอบๆ 

140328_Sattaheeb-05

ความใหญ่โตของเรือหลวงจักรีนฤเบศรทำให้เราทั้งหมดตื่นเต้นที่ได้เห็น ถึงแม้ว่าน้องภูมิพอจะรู้จักเรือแบบนี้จากหนังสือที่เคยอ่านกันบ้างแล้วว่าไว้ทำอะไร แต่การได้ไปเห็นของจริงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้จินตนาการสมบูรณ์มากขึ้น(โดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นกัน ^^) เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นเรือธงและเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกและลำเดียวของราชนาวีไทย ซึ่งมีภารกิจทั้งทางทหารยามรบและใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลยามเกิดปัญหา (สามารถเข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

140328_Sattaheeb-04140328_Sattaheeb-07

ไม่ไกลจากท่าเรือจุกเสม็ดที่เรือหลวงจักรีนฤเบศรจอดเทียบอยู่ เราแวะดูเต่าทะเลกันต่อที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ไฮไลท์ที่สนุกสำหรับน้องภูมิคือ การป้อนอาหารให้เต่าทะเลตัวใหญ่ และการเดินดูบ่ออนุบาลลูกเต่าทะเลน่ารักๆ หลายร้อยตัว จริงๆ เราน่าจะมีเวลาได้นั่งคุยกันเกี่ยวกับเต่าทะเลและการอนุรักษ์มากกว่านี้ แต่ครั้งนี้เรามีน้องภูริตัวเล็กๆ ไปด้วย คงต้องรอให้น้องภูริโตกว่านี้อีกซักหน่อยค่อยมาเดินเก็บรายละเอียดกันอีกที (สามารถเข้าชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

140328_Sattaheeb-08140328_Sattaheeb-09

หลังจากดูเต่าทะเลก็ได้เวลาไปเป็นเต่าทะเลกัน ^^ 

เราแวะเล่นน้ำทะเลกันที่หาดเตยงาม น้องภูมิ พี่เตี้ย (เพื่อนใหม่ที่เจอที่หาด) กับผมเล่นกันตลอดบ่ายจนหมดแรง เล่นไปก็คุยกันไป

“เตี้ย” เป็นเด็กบางสเหร่ กำลังจะขึ้น ป.4 เล่นกับน้องภูมิน่ารัก ใจเย็น และจะคอยหันมามองผมตลอดเวลาที่น้องภูมิเดินออกไปไกลเกินไป เมื่อเช้า​ เตี้ยก็เล่นน้ำทะเลอยู่ที่บ้านตัวเอง แต่ตามปู่มาซ่อมรถแถวนี้ ก็เลยขอเล่นน้ำที่นี่ต่อ ตอนนี้ เตี้ยกำลังเก็บเงินซื้อเรือบังคับทรงจระเข้อยู่ ผมถามว่าทำไมต้องเอาแบบจระเข้ เตี้ยตอบด้วยความภูมิใจว่า เวลาเล่นในน้ำ คนจะได้กลัวเพราะนึกว่าจระเข้มาจริงๆ :D  

140328_Sattaheeb-10

หาดเตยงามเป็นชายหาดที่ไม่มีร่มชายหาด แต่เต็มไปด้วยต้นเตยงามยืนเรียงรายตลอดแนวชายหาด (ซึ่งคงเป็นที่มาของชื่อหาด) เตยงามเป็นต้นไม้หน้าตาแปลกๆ ใบเป็นเส้นมีหนามแหลมเล็กๆ ดูแล้วไม่น่าจะร่มรื่น แต่เมื่อได้นั่งหลบแดดที่ใต้ต้นเตยงามก็พบว่ามันช่วยให้ร่มเงากับเราได้เป็นอย่างดี บ่ายวันเสาร์ที่แดดจัดอย่างนี้ พื้นที่ร่มใต้ต้นเตยงามจึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเรียกได้ว่าแทบจะเสื่อติดเสื่อเลยครับ ^^’

140328_Sattaheeb-11140328_Sattaheeb-12

เช้าตรู่วันอาทิตย์ ผมพาน้องภูมิออกมาปั่นจักรยานลงเนินกันสั้นๆ หลังจากที่ผมได้ปั่นไปสำรวจมาเมื่อเช้าวันเสาร์ น้องภูมิสนุกมาก จะมีบ่นเมื่อยนิดหน่อยช่วงที่ต้องปั่นขึ้นเนิน แต่พอถึงช่วงลงเนิน ก็สนุกจนลืมเหนื่อย

140328_Sattaheeb-13140328_Sattaheeb-14140328_Sattaheeb-26

จากนั้นเราก็ไปเล่นน้ำทะเลที่อ่าวดงตาลกัน ที่อ่าวดงตาลในยามสายมีร่มเงาของแนวต้นสนทอดยาวลงไปที่ชายหาดเป็นร่มเงา ให้ได้นั่งเล่น นอนเล่นริมทะเลได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องง้อร่มชายหาด หลายหาดที่สัตหีบอยู่ในพื้นที่ของทหาร ทำให้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ชายหาดสะอาดสะอ้าน และไม่มีร่มชายหาดปักบดบังวิวสวยๆ ของทะเลเลยครับ

140328_Sattaheeb-17140328_Sattaheeb-18

น้องภูมิเห็นทะเลก็เปลี่ยนชุดพร้อมลงน้ำ ไม่สนอาหารเช้าเลย จนต้องไปเรียกให้ขึ้นมากินเป็นระยะๆ อาหารเช้าง่ายๆ ของเราวันนี้เป็น ไก่ย่าง ข้าวเหนียว และน้ำแอปเปิ้ลใส่น้ำแข็งเต็มกระติก น้องภูมิง่วนอยู่กับการจับปูเสฉวนตลอดทั้งเช้า ได้มาหลายสิบตัว และก็เอาไปปล่อยหลังจากอวดแม่เสร็จ

ลมทะเลพัดเย็นสบายจริงๆ น้องภูริกินนมแม่เสร็จก็หลับปุ๋ย แม่เล็กก็เลยได้เอนตัวพักสบายๆ บ้าง

140328_Sattaheeb-19140328_Sattaheeb-20

เราออกจากสัตหีบช่วงเที่ยงๆ เพื่อแวะไปทานข้าวที่ร้านฟาร์มหอยหวาน (ร้านที่เราเจอโดยบังเอิญเมื่อคืนวันศุกร์ แต่ถูกใจมากจนต้องกลับมาทานอีกมื้อ ^^) ร้านฟาร์มหอยหวานนี้อยู่ในซอยนาจอมเทียน 22 บรรยากาศดี เงียบสงบ บริการดี และที่สำคัญอาหารอร่อย ที่ร้านจะมีการจัดพื้นที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับหอยและการเลี้ยงหอยหวานด้วยครับ ถ้าจังหวะดี จะได้ดูเจ้าหน้าที่ให้อาหารหอยด้วยครับ ดูแล้วนึกถึงหนังพวกเอเลี่ยน :)

140328_Sattaheeb-16140328_Sattaheeb-21140328_Sattaheeb-22

เราตั้งใจว่าทานอาหารกลางวันเสร็จก็จะกลับ แต่คุณอาของน้องภูมิชวนน้องภูมิไปเล่นนำ้ต่อที่สวนน้ำในโรงแรมที่คุณอาพักอยู่ น้องภูมิตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล เด็กๆ ก็เลยได้เล่นน้ำกันต่อไปถึงเย็น กว่าเราจะได้ออกจากพัทยากันก็ประมาณ 2 ทุ่มครับ เด็กน้อย 2 คนหลังรถ หลับยาวตั้งแต่ออกรถจนถึงเช้าวันจันทร์เลยครับ :D

140328_Sattaheeb-23140328_Sattaheeb-24140328_Sattaheeb-25

~
ขอขอบคุณบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับรถนิสสัน ลิวิน่า ที่เราใช้เดินทางในทริปครอบครัวครั้งนี้ครับ

~

 

Previous Older Entries

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 594 other followers

%d bloggers like this: