สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^
ปีที่แล้วเราสวัสดีปีใหม่บนหน้าบล็อกตอนปลายๆ เดือนมกราคม แต่ปีนี้เราทำลายสถิติปีที่แล้ว มาสวัสดีปีใหม่ (ไทย) กันเอาตอนเดือนเมษายนเลยนะคะ ^^”
เล็กไม่ได้เขียนบล็อกเลยตั้งแต่ต้นปีเพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องทำ อีกทั้งเพิ่งจะมีเวลาและได้แบบสำหรับการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านชั้น 1 ที่เสียหายจากน้ำท่วมเมื่อปีก่อนโน้น ก็เลยค่อนข้างยุ่ง ส่วนใหญ่เราก็เลยได้แต่พูดคุยกันสั้นๆ ผ่าน Facebook Page ของ BhoomPlay ใครที่แวะเวียนไปที่เพจก็จะยังรู้ว่าครอบครัวเราไม่ได้หายไปไหน ยังสบายดีจ๊ะ ^^

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครอบครัวเรามีโอกาสพาน้องภูมิไปดูนิทรรศการงานออกแบบรถไฟสายความสุข KYUSHU JR ที่ TCDC มาค่ะ เป็นงานนิทรรศการที่น่าสนใจ เหมาะกับผู้สนใจทุกเพศทุกวัย เลยอยากจะแนะนำและชักชวนให้ครอบครัว BhoomPlay หาเวลาไปดูกันนะคะ


ชื่องานเต็มๆ ของงานนี้ก็คือ “รถไฟสายความสุข… เศรษฐกิจใหม่จากรางสู่เมือง Designing a Happy Journey: Reviving Kyushu Through Creativity” เป็นงานที่นำเสนอแนวความคิด ความเป็นมาของงานออกแบบรถไฟที่มุ่งสร้างความสุขให้กับผู้ใช้บริการรถไฟทุกวัย ผลงานของคุณเอย์จิ มิโตโอกะ นักออกแบบและนักวาดภาพประกอบ ผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย


คุณเอย์จิ เริ่มงานออกแบบรถไฟให้กับบริษัทคิวชู เรลเวย์ คอมปานี (เจอาร์ คิวชู) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 กว่า 25 ปีในการทำงานออกแบบรถไฟ คุณเอย์จิได้ทำการปรับปรุงรถไฟ ทั้งภายนอกและภายในทั้งหมดถึง 30 ขบวน ซึ่งแต่ละขบวนล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง การผสมผสานความงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบของคุณเอย์อิจิ ประกอบกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของทีมบริหารของเจอาร์ คิวชู ได้สร้างจุดขายใหม่ของการเดินทางด้วยรถไฟ และทำให้เจอาร์ คิวชู ขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง ทั้งที่มารับช่วงต่อจากการรถไฟญี่ปุ่นในช่วงที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน

นอกเหนือจากการเดินชมแบบร่างรถไฟ ภาพการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังได้รับการออกแบบแล้ว เล็กอยากจะแนะนำให้คนที่มีโอกาสได้ไปดู ให้้ใช้เวลานั่งชมวีดีโอเรื่องราวการทำงานของคุณเอย์จิไปด้วยนะคะ เพราะจะเห็นภาพความตั้งใจ ความคิดที่ละเมียดละไม และใส่ใจในทุกรายละเอียดของเขา ซึ่งบริเวณที่นั่งชมวีดีโอก็ไม่ธรรมดาค่ะ ผู้จัดได้ใช้เก้าอี้รถไฟผลงานของคุณเอย์จิบางส่วนมาจัดไว้เป็นที่สำหรับนั่งชมด้วยค่ะ นั่งดูเพลินสบายกว่าเบาะนั่งในโรงหนังอีกนะคะ ^^ เก้าอี้ทุกแบบก็จะมีรายละเอียดให้ได้ดู ได้ค้นหา และที่ดึงดูความสนใจของน้องภูมิได้มากๆ คือถาดรองอาหารบนรถไฟ ที่ซ่อนอยู่อย่างน่าทึ่งบริเวณเท้าแขนของเก้าอี้ กลไกในการดึงออกมาใช้นอกจากจะทำให้เราทึ่งแล้ว มันยังน่าสนใจและน่าค้นหามากๆ สำหรับเด็กชายภูมิ น้องภูมิง่วนอยู่ตรงนี้นานเลยค่ะ เมื่อค้นหาวิธีและเข้าใจแล้วก็ยังคอยทำหน้าที่นำเสนอวิธีให้กับคนที่เพิ่งเข้ามาด้วยค่ะ :D

และที่ประทับใจคนเป็นเป็น พ่อ-แม่อย่างเรามากๆ ก็คือ รถไฟสายความสุขของคุณเอย์จิ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ มากค่ะ ตั้งแต่มีมุมหนังสือเล็กๆ สำหรับเด็ก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ดึงดูดความสนใจระดับสายตาของเด็กๆ สนามเด็กเล่นบนรถไฟ จุดชมวิว เก้าอี้และหน้าต่างที่มีขนาดพอเหมาะกับผู้โดยสารตัวน้อย ซึ่งทุกสิ่งอย่างที่คุณเอย์จิพยายามปรับปรุงนั้นมาจากพื้นฐานที่ว่า อยากให้มีสิ่งที่ผู้โดยสารคิดว่า “ถ้ามีอย่างนี้ก็คงดีสินะ” :)

งานนิทรรศการครั้งนี้มีรายละเอียดสำหรับการเดินชมและเดินเก็บความรู้ค่อนข้างมาก แต่เล็กกับคุณก๊อกก็มีเวลาได้เดินเก็บรายละเอียดได้อย่างเต็มที่ เพราะผู้จัดได้ยกเอาสนามเด็กเล่นบนรถไฟที่คุณเอย์จิออกแบบไว้ มาให้เด็กๆ ได้เล่นกันด้วย น้องภูมิไปเล่นแล้วก็ได้เจอเพื่อนใหม่ เล่นกันเพลินลืมป๊ากับแม่ไปเลยค่ะ :D

ภายในส่วนจัดแสดงนิทรรศการจะมีภาพผลงานการออกแบบของคุณเอย์จิ ให้ดูอย่างจุใจ ไม่มีกั๊ก และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้นิทรรศการในครั้งนี้จำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงดถ่ายภาพในห้องจัดแสดงทั้งหมด เพราะทุกอย่างมีลิขสิทธิ์ แต่ที่เราสามารถเก็บภาพมาฝากแฟนบล็อกได้ เพราะคุณก๊อกติดต่อทาง TCDC เพื่อขออนุญาตแล้ว (หากใครต้องการเก็บภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ สามารถติดต่อไปที่ทาง TCDC ก่อนได้นะคะ)
งานนี้จะมีจัดแสดงที่ TCDC ตั้งแต่ 16 มี.ค. ถึงวันที่ 28 พ.ค. 2556 นะคะ เล็กอยากให้หาเวลาพาเด็กๆ ไปดูกัน นิทรรศการดีๆ มาตรฐานญี่ปุ่น แถมให้ชมฟรีอย่างนี้ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ค่ะ :)
*TCDC ปิดทำการทุกวันจันทร์ และวันหยุดสงกรานต์นะคะ








คอนเสิร์ตกล่องดนตรี ก็คือการแสดงความสามารถของกล่องดนตรีที่อลังการงานสร้างมากๆ หน่ะค่ะ บางตัวใหญ่เท่าตู้เสื้อผ้า ภายในบรรจุไวโอลิน 4-5 ตัว พร้อมบรรเลงบทเพลงคลาสสิคเมื่อไขลาน บางตัวไม่ใหญ่มากแต่มีความสามารถที่ซับซ้อน น่าทึ่ง แต่ละกล่องล้วนน่าตื่นตาตื่นใจ แม้แต่น้องภูมิยังตั้งใจดูจนจบการแสดงเลยค่ะ ทั้งๆ ที่เราฟังเจ้าหน้าที่บรรยายไม่รู้เรื่องเลยซักคำ (ระหว่างแสดงคอนเสิร์ตไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ หรือวีดีโอ เลยไม่มีภาพการแสดงมาฝากนะคะ)













นอกเหนือจากสารพัดสายรถไฟในโตเกียว และ Shinkansen ที่เราได้ใช้บริการแล้ว ก็ยังมี Hankyo line (Hankyu Railway) ระบบรถไฟเอกชนที่เก่าแก่ แต่ยังยอดเยี่ยม สุดคลาสสิค ที่เปิดให้บริการการวิ่งระหว่างเมืองในแถบตอนบนของคันไซมากว่า 100 ปีแล้ว โดยในทุกๆ วัน จะมีคนญี่ปุ่นใช้บริการเจ้า Hankyo line นี้เกือบ 2 ล้านคนเลยครับ ในทริปนี้ เราใช้รถไฟสาย Hankyo ในการเดินทางระหว่าง โอซาก้า เกียวโต และโกเบ น้องภูมิชอบไปยืนดูห้องคนขับมากครับ เพราะมีเพียงบานกระจกใสกั้นอยู่ เราสามารถเห็นที่บังคับ ปุ่มโน่น นี่ นั่นได้หมด และน้องภูมิจะสนุกมากเวลาคนขับรถไฟโยกคันบังคับ หรือกดกระดิ่งตอนออกจากสถานี




