The Art of Architecture

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรามีโอกาสแวะไปดูนิทรรศการ The Art of Architecture ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)กันมาครับ น่าตื่นตาตื่นใจมากจนอยากมาชวนให้ไปดูกัน

นิทรรศการนี้จัดแสดงถึงวันที่ 29 มิถุนายน นี้นะครับ140425_art-architecture-01140425_art-architecture-02140425_art-architecture-03

นิทรรศการ The Art of Architecture (ฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์: ศิลปะแห่งสถาปัตยกรรม) นี้ เป็นการแสดงผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมหลากหลายประเภทของบริษัทฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์ (Foster + Partners) ครับ ตั้งแต่สนามบิน ตึกระฟ้า เมือง สะพาน สถานีรถไฟใต้ดิน รวมไปถึง ‘ท่าอวกาศยาน’ แห่งแรกของโลก

เชื่อว่าหลายโครงการในงานน่าจะเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ 140425_art-architecture-05140425_art-architecture-06140425_art-architecture-08140425_art-architecture-07

สำหรับใครที่ชอบดูโมเดลสวยๆ เก็บรายละเอียดเนี๊ยบกริ๊บ ดูเพลินแน่ๆ ครับ ถ้ามีเวลาละเลียดอ่านข้อมูล ค่อยๆ ดูรายละเอียดไปเรื่อยๆ เวลาหลายชั่วโมงสามารถหายไปได้อย่างรวดเร็วเลยครับ

สำหรับครอบครัวเรา การไปเดินนิทรรศการแบบนี้กับเด็ก 2 คน ต้องทำเวลาน่าดู ไม่สามารถอ่านและดูทุกอย่างได้อย่างที่อยากทำ ตั้งใจว่าจะหาโอกาสกลับไปเดินเก็บรายละเอียดอีกแน่นอนครับ :)

ระหว่างเดินดู จะมีแต่คนถ่ายรูปโมเดลสวยๆ เหล่านี้เต็มไปหมด20140426-IMG_5798140425_art-architecture-1120140426-IMG_585320140426-IMG_5850 20140426-IMG_5866140425_art-architecture-09

ในงานจะมีเจ้าหน้าที่พาชมและอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการที่น่าสนใจเป็นรอบๆ นะครับ ถ้าไปได้ในช่วงนั้น ก็จะได้ฟังแนวคิด รายละเอียดสำคัญๆ ได้รู้ที่มาที่ไปของสิ่งที่เห็น ฟังเพลินเลยครับ รายละเอียดการนำชมนิทรรศการอยู่ด้านล่างนี้นะครับ

ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 16.00 น.
ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 11.00 น. และ 14.00 น.

140425_art-architecture-10

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.artofarchitecture.org นะครับ

สัตหีบ ทะเลน้ำใส ใกล้กรุงเทพฯ

หลังจากสิ้นสุดหน้าหนาวที่หนาวนาน (กว่าทุกที) เราก็เข้าสู่หน้าร้อน (ที่ก็เหมือนจะร้อนกว่าทุกที) ทำให้แม่เล็กบ่นคิดถึงทะเลและชายหาด อยากนั่งตากลม นอนแช่น้ำทะเลสีฟ้าใสๆ ผมนึกๆ ดูก็ไม่รู้จะไปไหนที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก เพราะน้องภูริยังเล็ก ยังไม่อยากเดินทางไกลๆ  แถมเดินทางไกลแต่ละทีตอนนี้ ต้องขนของกันเหมือนกับย้ายบ้าน :D

ทะเลใกล้ๆ ที่เราเคยไป ไม่ว่าชะอำ หัวหิน พัทยา ก็น้ำไม่สวยใสอย่างที่อยากไปกระโดดเล่นกัน

140328_Sattaheeb-01

ผมลองหาข้อมูลเกี่ยวกับทะเลสวยๆ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก แล้วก็พบว่ามีหลายคนแนะนำทะเลสัตหีบ ด้วยระยะทางเพียงร้อยกว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพและใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ได้ ประกอบกับบ้านเราเองก็ยังไม่เคยไปสัตหีบมาก่อน เราเลยตัดสินใจปักหมุดเป้าหมายเที่ยวทะเลของเราที่นี่ และค่อยๆ หาข้อมูลท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพิ่มเติมกัน

140328_Sattaheeb-02

สัตหีบมีที่ที่น่าสนใจสำหรับเด็กอยู่เหมือนกันครับ ทำให้นอกเหนือจากไปเอกเขนกและเล่นน้ำทะเลแล้ว จะต้องวางแผนเรื่องเวลาไปดูเรือหลวงจักรีนฤเบศร, เที่ยวชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และPercula Farm (ฟาร์มปลาการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) กันอีกด้วย กิจกรรมเยอะ สัมภาระเลยแยะไปด้วย ต้องขนกันไปเต็มคันรถ (แค่ของใช้เจ้าตัวเล็กและของเล่นชายหาดของตัวโตก็ปาเข้าไปกว่าครึ่งของสิ่งที่ต้องขนแล้ว) :D 

140328_Sattaheeb-03

เราออกจากกรุงเทพฯ กันวันศุกร์ตอนบ่ายๆ ครับ เพื่อจะได้ได้เอนหลังพักผ่อนสบายๆ ก่อนซัก 1 คืน และมีเวลาเที่ยวเล่นเต็มวันในวันเสาร์ (..และผมจะได้ไปปั่นจักรยานตอนเช้าตรู่เป็นของแถม ^^)

140328_Sattaheeb-06

เช้าวันเสาร์เราเริ่มต้นกันที่เรือหลวงจักรีนฤเบศร เมื่อไปถึง ก็ขอบคุณพระเจ้าที่เรามาแต่เช้า เพราะท้องฟ้าใสและแดดแรงมาก แต่ความที่ยังเป็นช่วงเช้า ทำให้ลานบนดาดฟ้าเรือยังมีด้านที่เป็นร่มเงาอยู่ แม่เล็กกับน้องภูริก็เลยได้นั่งรอสบายๆ ในร่มระหว่างที่น้องภูมิกับผมเดินเล่นดูรอบๆ 

140328_Sattaheeb-05

ความใหญ่โตของเรือหลวงจักรีนฤเบศรทำให้เราทั้งหมดตื่นเต้นที่ได้เห็น ถึงแม้ว่าน้องภูมิพอจะรู้จักเรือแบบนี้จากหนังสือที่เคยอ่านกันบ้างแล้วว่าไว้ทำอะไร แต่การได้ไปเห็นของจริงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้จินตนาการสมบูรณ์มากขึ้น(โดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นกัน ^^) เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นเรือธงและเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกและลำเดียวของราชนาวีไทย ซึ่งมีภารกิจทั้งทางทหารยามรบและใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลยามเกิดปัญหา (สามารถเข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

140328_Sattaheeb-04140328_Sattaheeb-07

ไม่ไกลจากท่าเรือจุกเสม็ดที่เรือหลวงจักรีนฤเบศรจอดเทียบอยู่ เราแวะดูเต่าทะเลกันต่อที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ไฮไลท์ที่สนุกสำหรับน้องภูมิคือ การป้อนอาหารให้เต่าทะเลตัวใหญ่ และการเดินดูบ่ออนุบาลลูกเต่าทะเลน่ารักๆ หลายร้อยตัว จริงๆ เราน่าจะมีเวลาได้นั่งคุยกันเกี่ยวกับเต่าทะเลและการอนุรักษ์มากกว่านี้ แต่ครั้งนี้เรามีน้องภูริตัวเล็กๆ ไปด้วย คงต้องรอให้น้องภูริโตกว่านี้อีกซักหน่อยค่อยมาเดินเก็บรายละเอียดกันอีกที (สามารถเข้าชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

140328_Sattaheeb-08140328_Sattaheeb-09

หลังจากดูเต่าทะเลก็ได้เวลาไปเป็นเต่าทะเลกัน ^^ 

เราแวะเล่นน้ำทะเลกันที่หาดเตยงาม น้องภูมิ พี่เตี้ย (เพื่อนใหม่ที่เจอที่หาด) กับผมเล่นกันตลอดบ่ายจนหมดแรง เล่นไปก็คุยกันไป

“เตี้ย” เป็นเด็กบางสเหร่ กำลังจะขึ้น ป.4 เล่นกับน้องภูมิน่ารัก ใจเย็น และจะคอยหันมามองผมตลอดเวลาที่น้องภูมิเดินออกไปไกลเกินไป เมื่อเช้า​ เตี้ยก็เล่นน้ำทะเลอยู่ที่บ้านตัวเอง แต่ตามปู่มาซ่อมรถแถวนี้ ก็เลยขอเล่นน้ำที่นี่ต่อ ตอนนี้ เตี้ยกำลังเก็บเงินซื้อเรือบังคับทรงจระเข้อยู่ ผมถามว่าทำไมต้องเอาแบบจระเข้ เตี้ยตอบด้วยความภูมิใจว่า เวลาเล่นในน้ำ คนจะได้กลัวเพราะนึกว่าจระเข้มาจริงๆ :D  

140328_Sattaheeb-10

หาดเตยงามเป็นชายหาดที่ไม่มีร่มชายหาด แต่เต็มไปด้วยต้นเตยงามยืนเรียงรายตลอดแนวชายหาด (ซึ่งคงเป็นที่มาของชื่อหาด) เตยงามเป็นต้นไม้หน้าตาแปลกๆ ใบเป็นเส้นมีหนามแหลมเล็กๆ ดูแล้วไม่น่าจะร่มรื่น แต่เมื่อได้นั่งหลบแดดที่ใต้ต้นเตยงามก็พบว่ามันช่วยให้ร่มเงากับเราได้เป็นอย่างดี บ่ายวันเสาร์ที่แดดจัดอย่างนี้ พื้นที่ร่มใต้ต้นเตยงามจึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเรียกได้ว่าแทบจะเสื่อติดเสื่อเลยครับ ^^’

140328_Sattaheeb-11140328_Sattaheeb-12

เช้าตรู่วันอาทิตย์ ผมพาน้องภูมิออกมาปั่นจักรยานลงเนินกันสั้นๆ หลังจากที่ผมได้ปั่นไปสำรวจมาเมื่อเช้าวันเสาร์ น้องภูมิสนุกมาก จะมีบ่นเมื่อยนิดหน่อยช่วงที่ต้องปั่นขึ้นเนิน แต่พอถึงช่วงลงเนิน ก็สนุกจนลืมเหนื่อย

140328_Sattaheeb-13140328_Sattaheeb-14140328_Sattaheeb-26

จากนั้นเราก็ไปเล่นน้ำทะเลที่อ่าวดงตาลกัน ที่อ่าวดงตาลในยามสายมีร่มเงาของแนวต้นสนทอดยาวลงไปที่ชายหาดเป็นร่มเงา ให้ได้นั่งเล่น นอนเล่นริมทะเลได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องง้อร่มชายหาด หลายหาดที่สัตหีบอยู่ในพื้นที่ของทหาร ทำให้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ชายหาดสะอาดสะอ้าน และไม่มีร่มชายหาดปักบดบังวิวสวยๆ ของทะเลเลยครับ

140328_Sattaheeb-17140328_Sattaheeb-18

น้องภูมิเห็นทะเลก็เปลี่ยนชุดพร้อมลงน้ำ ไม่สนอาหารเช้าเลย จนต้องไปเรียกให้ขึ้นมากินเป็นระยะๆ อาหารเช้าง่ายๆ ของเราวันนี้เป็น ไก่ย่าง ข้าวเหนียว และน้ำแอปเปิ้ลใส่น้ำแข็งเต็มกระติก น้องภูมิง่วนอยู่กับการจับปูเสฉวนตลอดทั้งเช้า ได้มาหลายสิบตัว และก็เอาไปปล่อยหลังจากอวดแม่เสร็จ

ลมทะเลพัดเย็นสบายจริงๆ น้องภูริกินนมแม่เสร็จก็หลับปุ๋ย แม่เล็กก็เลยได้เอนตัวพักสบายๆ บ้าง

140328_Sattaheeb-19140328_Sattaheeb-20

เราออกจากสัตหีบช่วงเที่ยงๆ เพื่อแวะไปทานข้าวที่ร้านฟาร์มหอยหวาน (ร้านที่เราเจอโดยบังเอิญเมื่อคืนวันศุกร์ แต่ถูกใจมากจนต้องกลับมาทานอีกมื้อ ^^) ร้านฟาร์มหอยหวานนี้อยู่ในซอยนาจอมเทียน 22 บรรยากาศดี เงียบสงบ บริการดี และที่สำคัญอาหารอร่อย ที่ร้านจะมีการจัดพื้นที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับหอยและการเลี้ยงหอยหวานด้วยครับ ถ้าจังหวะดี จะได้ดูเจ้าหน้าที่ให้อาหารหอยด้วยครับ ดูแล้วนึกถึงหนังพวกเอเลี่ยน :)

140328_Sattaheeb-16140328_Sattaheeb-21140328_Sattaheeb-22

เราตั้งใจว่าทานอาหารกลางวันเสร็จก็จะกลับ แต่คุณอาของน้องภูมิชวนน้องภูมิไปเล่นนำ้ต่อที่สวนน้ำในโรงแรมที่คุณอาพักอยู่ น้องภูมิตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล เด็กๆ ก็เลยได้เล่นน้ำกันต่อไปถึงเย็น กว่าเราจะได้ออกจากพัทยากันก็ประมาณ 2 ทุ่มครับ เด็กน้อย 2 คนหลังรถ หลับยาวตั้งแต่ออกรถจนถึงเช้าวันจันทร์เลยครับ :D

140328_Sattaheeb-23140328_Sattaheeb-24140328_Sattaheeb-25

~
ขอขอบคุณบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับรถนิสสัน ลิวิน่า ที่เราใช้เดินทางในทริปครอบครัวครั้งนี้ครับ

~

 

ร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Logos-hope-01

ครอบครัวเรามีโอกาสมาที่เรือลำนี้ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ได้เขียนบันทึกไว้ เนื่องจากเราไปกันวันสุดสัปดาห์สุดท้ายที่เรืออยู่ที่ประเทศไทย ผู้คนล้นหลาม เหนื่อยมาก และไม่ค่อยมีโอกาสถ่ายรูป ลำพังช่วงเวลาต่อแถวรอคิวก็ยืนกันนานกว่า 1 ชั่วโมง แม่เล็ก (ซึ่งมีน้องภูริอยู่ในท้อง ^^’) กับน้องภูมิได้ไปนั่งพักบ้าง และให้ผมยืนต่อคิว

Logos-hope-02Logos-hope-03

ปีนี้ตั้งใจว่าจะไปวันธรรมดา และไปตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้มีโอกาสกลับมาเขียนเล่า ชักชวนให้หาโอกาสไปร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกกัน แต่สุดท้ายก็ปาเข้าไปสัปดาห์สุดท้ายอยู่ดี :)

Logos-hope-04Logos-hope-05

เจ้าร้านหนังสือลอยน้ำนี้ชื่อว่า Logos Hope เป็นเรือลำที่ 4 ของโครงการ GBA Ships e.V. (ลำก่อนหน้านี้คือ Logos, Doulos และ Logos II ตามลำดับ) หนังสือบนเรือจะถูกขายในราคาถูก มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเด็ก นิทาน นวนิยาย กีฬา ทำอาหาร บริหารจัดการ การตลาด ภาษา ลับสมอง ฯลฯ เท่าที่ฟังจากประกาศบนเรือ เห็นว่ามีมากกว่า 5,000 รายการในร้านหนังสือลอยน้ำแห่งนี้

Logos-hope-07Logos-hope-06

ดีที่เรามากันในวันธรรมดา (น้องภูมิลาหยุดครึ่งวันบ่าย) เพราะคนน้อย ทำให้เรามีเวลาดูและเลือกหนังสือ น้องภูมิเองก็สามารถนั่งอ่านหนังสือบนพื้นได้โดยไม่เกะกะมาก แถมมีรถเข็นน้องภูริอีก :D

ครั้งนี้เราได้หนังสือเต็มตระกร้ากลับบ้าน

Logos-hope-08

แต่ช่วงที่ดีที่สุดของวันนี้ไม่ใช่การมาซื้อหนังสือ แต่เป็นการเดินดูส่วนต่างๆ ของเรือ Logos Hope กับอาสาสมัครชื่อ Deborah จากประเทศปารากวัย เธออายุ 18 ปีและเพิ่งเริ่มต้นการเดินทางของเธอบนเรือ Logos Hope เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง เราพูดคุยกันเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของเรือลำนี้ สิ่งที่พวกเขาทำเวลาเดินทางไปประเทศต่างๆ ชีวิตบนเรือ ความรู้สึกของเธอกับการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครบนเรือลำนี้ ฯลฯ

Logos-hope-09

แม่เล็กและผมเพลิดเพลินกับเรื่องเล่าของเธอมาก ถึงแม้ว่าเธอจะยังใหม่กับที่นี่ แต่เธอก็เล่าได้เยอะและมีชีวิตชีวา สำหรับน้องภูมิ การที่ได้เดินขึ้นลง มุดประตูโน้น ออกประตูนี้ในเรือลำมหึมานั้นเป็นความสนุกสุดๆ แถมด้วยความพิเศษกับการได้เข้าไปในห้องบังคับเรือพร้อมใส่หมวกกัปตัน Tom Dyer ที่วางอยู่ตรงนั้น

Logos-hope-10 Logos-hope-11

ก่อนจากกัน เราล่ำราด้วยรอยยิ้มและอวยพรให้พระเจ้าดูแล Deborah ตลอดการใช้ชีวิตบนเรือลำนี้ ให้สิ่งที่เธอทำเป็นพระพรต่อไปให้กับทุกคนและทุกที่ที่เธอจะเดินทางไป

วันนี้เราก็กลับบ้านกันพร้อมกับมิตรภาพที่ดีและความรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวมากกว่าไปซื้อหนังสือ

Logos-hope-12

ปีนี้ เรือ Logos Hope จะอยู่ถึงวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมนี้นะครับ สำหรับคนที่สนใจ สามารถติดตามข่าวของร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ที่นี่เลยครับ
https://www.facebook.com/LogosHopeVisitBangkok

Designing a Happy Journey

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^

ปีที่แล้วเราสวัสดีปีใหม่บนหน้าบล็อกตอนปลายๆ เดือนมกราคม แต่ปีนี้เราทำลายสถิติปีที่แล้ว มาสวัสดีปีใหม่ (ไทย) กันเอาตอนเดือนเมษายนเลยนะคะ ^^”

เล็กไม่ได้เขียนบล็อกเลยตั้งแต่ต้นปีเพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องทำ อีกทั้งเพิ่งจะมีเวลาและได้แบบสำหรับการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านชั้น 1 ที่เสียหายจากน้ำท่วมเมื่อปีก่อนโน้น ก็เลยค่อนข้างยุ่ง ส่วนใหญ่เราก็เลยได้แต่พูดคุยกันสั้นๆ ผ่าน Facebook Page ของ BhoomPlay ใครที่แวะเวียนไปที่เพจก็จะยังรู้ว่าครอบครัวเราไม่ได้หายไปไหน ยังสบายดีจ๊ะ ^^

130331happytrain1

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครอบครัวเรามีโอกาสพาน้องภูมิไปดูนิทรรศการงานออกแบบรถไฟสายความสุข KYUSHU JR ที่ TCDC มาค่ะ เป็นงานนิทรรศการที่น่าสนใจ เหมาะกับผู้สนใจทุกเพศทุกวัย เลยอยากจะแนะนำและชักชวนให้ครอบครัว BhoomPlay หาเวลาไปดูกันนะคะ

130331happytrain2130331happytrain4

ชื่องานเต็มๆ ของงานนี้ก็คือ “รถไฟสายความสุข… เศรษฐกิจใหม่จากรางสู่เมือง Designing a Happy Journey: Reviving Kyushu Through Creativity” เป็นงานที่นำเสนอแนวความคิด ความเป็นมาของงานออกแบบรถไฟที่มุ่งสร้างความสุขให้กับผู้ใช้บริการรถไฟทุกวัย ผลงานของคุณเอย์จิ มิโตโอกะ นักออกแบบและนักวาดภาพประกอบ ผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย

130331happytrain3130331happytrain9

คุณเอย์จิ เริ่มงานออกแบบรถไฟให้กับบริษัทคิวชู เรลเวย์ คอมปานี (เจอาร์ คิวชู) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 กว่า 25 ปีในการทำงานออกแบบรถไฟ คุณเอย์จิได้ทำการปรับปรุงรถไฟ ทั้งภายนอกและภายในทั้งหมดถึง 30 ขบวน ซึ่งแต่ละขบวนล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง การผสมผสานความงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบของคุณเอย์อิจิ ประกอบกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของทีมบริหารของเจอาร์ คิวชู ได้สร้างจุดขายใหม่ของการเดินทางด้วยรถไฟ และทำให้เจอาร์ คิวชู ขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง ทั้งที่มารับช่วงต่อจากการรถไฟญี่ปุ่นในช่วงที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน

130331happytrain8

นอกเหนือจากการเดินชมแบบร่างรถไฟ ภาพการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังได้รับการออกแบบแล้ว เล็กอยากจะแนะนำให้คนที่มีโอกาสได้ไปดู ให้้ใช้เวลานั่งชมวีดีโอเรื่องราวการทำงานของคุณเอย์จิไปด้วยนะคะ เพราะจะเห็นภาพความตั้งใจ ความคิดที่ละเมียดละไม และใส่ใจในทุกรายละเอียดของเขา ซึ่งบริเวณที่นั่งชมวีดีโอก็ไม่ธรรมดาค่ะ ผู้จัดได้ใช้เก้าอี้รถไฟผลงานของคุณเอย์จิบางส่วนมาจัดไว้เป็นที่สำหรับนั่งชมด้วยค่ะ นั่งดูเพลินสบายกว่าเบาะนั่งในโรงหนังอีกนะคะ ^^ เก้าอี้ทุกแบบก็จะมีรายละเอียดให้ได้ดู ได้ค้นหา และที่ดึงดูความสนใจของน้องภูมิได้มากๆ คือถาดรองอาหารบนรถไฟ ที่ซ่อนอยู่อย่างน่าทึ่งบริเวณเท้าแขนของเก้าอี้ กลไกในการดึงออกมาใช้นอกจากจะทำให้เราทึ่งแล้ว มันยังน่าสนใจและน่าค้นหามากๆ สำหรับเด็กชายภูมิ น้องภูมิง่วนอยู่ตรงนี้นานเลยค่ะ เมื่อค้นหาวิธีและเข้าใจแล้วก็ยังคอยทำหน้าที่นำเสนอวิธีให้กับคนที่เพิ่งเข้ามาด้วยค่ะ :D

130331happytrain7

และที่ประทับใจคนเป็นเป็น พ่อ-แม่อย่างเรามากๆ ก็คือ รถไฟสายความสุขของคุณเอย์จิ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ มากค่ะ ตั้งแต่มีมุมหนังสือเล็กๆ สำหรับเด็ก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ดึงดูดความสนใจระดับสายตาของเด็กๆ สนามเด็กเล่นบนรถไฟ จุดชมวิว เก้าอี้และหน้าต่างที่มีขนาดพอเหมาะกับผู้โดยสารตัวน้อย ซึ่งทุกสิ่งอย่างที่คุณเอย์จิพยายามปรับปรุงนั้นมาจากพื้นฐานที่ว่า อยากให้มีสิ่งที่ผู้โดยสารคิดว่า “ถ้ามีอย่างนี้ก็คงดีสินะ” :)

130331happytrain5

งานนิทรรศการครั้งนี้มีรายละเอียดสำหรับการเดินชมและเดินเก็บความรู้ค่อนข้างมาก แต่เล็กกับคุณก๊อกก็มีเวลาได้เดินเก็บรายละเอียดได้อย่างเต็มที่ เพราะผู้จัดได้ยกเอาสนามเด็กเล่นบนรถไฟที่คุณเอย์จิออกแบบไว้ มาให้เด็กๆ ได้เล่นกันด้วย น้องภูมิไปเล่นแล้วก็ได้เจอเพื่อนใหม่ เล่นกันเพลินลืมป๊ากับแม่ไปเลยค่ะ :D

130331happytrain6

ภายในส่วนจัดแสดงนิทรรศการจะมีภาพผลงานการออกแบบของคุณเอย์จิ ให้ดูอย่างจุใจ ไม่มีกั๊ก และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้นิทรรศการในครั้งนี้จำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงดถ่ายภาพในห้องจัดแสดงทั้งหมด เพราะทุกอย่างมีลิขสิทธิ์ แต่ที่เราสามารถเก็บภาพมาฝากแฟนบล็อกได้ เพราะคุณก๊อกติดต่อทาง TCDC เพื่อขออนุญาตแล้ว (หากใครต้องการเก็บภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ สามารถติดต่อไปที่ทาง TCDC ก่อนได้นะคะ)

130331happytrain12130331happytrain10130331happytrain11

งานนี้จะมีจัดแสดงที่ TCDC ตั้งแต่ 16 มี.ค. ถึงวันที่ 28 พ.ค.  2556 นะคะ เล็กอยากให้หาเวลาพาเด็กๆ ไปดูกัน นิทรรศการดีๆ มาตรฐานญี่ปุ่น แถมให้ชมฟรีอย่างนี้ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ค่ะ :)

*TCDC ปิดทำการทุกวันจันทร์ และวันหยุดสงกรานต์นะคะ

Previous Older Entries

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 598 other followers

%d bloggers like this: