เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เล็กเห็นว่าน้องภูมิ 4 ขวบแล้ว น่าจะมีสมาธิพอจะฟังเรื่องเล่ายาวๆ จากหนังสือที่ไม่มีภาพได้ เล็กเลยเลือกหนังสือที่มีอยู่ในบ้าน (หนังสือผู้ใหญ่ ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์และเข้าใจง่าย) มาลองอ่านให้น้องภูมิฟังก่อนนอน มีทั้งหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก (เป็นตอนสั้นๆ) หนังสือเรื่องสั้นที่จบเป็นตอนๆ และหนังสือแปลที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องรอบตัว การได้อ่านหนังสือประเภทนี้ให้ลูกฟัง ก็ทำให้เล็กรู้ว่าลูกยังไม่รู้คำศัพท์ง่ายๆ หลายคำ เพราะยังไม่มีโอกาสใช้หรือได้ยิน เวลาฟังเล็กอ่านน้องภูมิก็จะถามเป็นระยะๆ ว่าคำนี้ คำนั้นแปลว่าอะไร
เล็กดูแล้วน้องภูมิสามารถฟังได้นาน เลยหาซื้อวรรณกรรมสำหรับเด็กแบบเรื่องยาวมาอ่านให้ฟัง เล็กเลือก “โต๊ะโต๊ะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง” เป็นเล่มแรก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องที่เล็กชอบมากเรื่องหนึ่งแล้ว เนื้อหาของโต๊ะโต๊ะจังก็ยังสวยงาม จรรโลงใจ และเป็นบันทึกที่เกิดขึ้นในช่วงวัยที่ใกล้เคียงกับน้องภูมิ เด็กน้อยได้ฟังแล้วติดหนึบทีเดียวค่ะ เราอ่านต่อเนื่องจนจบเล่มในเวลาไม่ถึงเดือน ^^ (270 หน้า) น้องภูมิจะนอนหนุนตักแม่และฟังอย่างตั้งใจได้นาน ชนิดที่ว่าถ้าแม่ไม่เลิกอ่าน ก็คงจะนอนฟังไปเรื่อยๆ >.< เล็กแอบสังเกตดูเวลาที่เขาฟัง จะเห็นแววตาใสๆ จ้องเหม่อไปบนเพดานเหมือนกำลังจินตนาการตามไปอย่างสนุก และเศร้าไปตามเนื้อเรื่อง
หลังจากอ่านเล่มแรกจบเล็กก็เริ่มหาเล่มต่อไป ค้นหาจากหน้าเว็บนี่หล่ะค่ะ จนไปเจอเรื่อง “ลาแสนรู้” หรือ “Les Mémoires d’un Âne” เล็กไม่รู้เลยว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไรเพราะยังไม่เคยอ่าน แต่จากเรื่องย่อและรายละเอียดของหนังสือที่ระบุว่าได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 วรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกของฝรั่งเศส ก็เพียงพอที่จะทำให้เล็กกดสั่งซื้อแล้วค่ะ ^^
วันที่ได้รับหนังสือถึงรู้ว่า เป็นวรรณกรรมแปลที่มีภาพประกอบด้วย >.< และเป็นภาพประกอบสีน้ำที่สวย สบายตา น่ารักมากๆ ทีเดียว มีทั้งที่เป็นภาพสีและภาพขาวดำ จังหวะและรายละเอียดของภาพก็พอเหมาะ พอเจาะ สำหรับหนังสืออ่านประเภทนี้ ดูแล้วคิดว่าน่าจะช่วยเป็นภาพนำทางให้จินตนาการของเด็กน้อยได้เป็นอย่างดี
ตอนแรกที่เปิดดู เล็กคิดว่าภาพประกอบในเล่มนี้เป็นภาพที่มาพร้อมกับต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส แต่เมื่อพลิกอ่านคร่าวๆ ก็พบว่าเป็นงานวาดของนักวาดประกอบชาวไทย >.< แถมเป็นคนที่เล็กและน้องภูมิรู้จักดี เพราะที่บ้านมีงานหนังสือเด็กของเธออยู่ 2-3 เล่ม และได้มีโอกาสรู้จักกันผ่านพี่ๆ น้องๆ ใน Facebook มาเกือบ 2 ปีแล้ว
ป้าอ้อย (ของน้องภูมิ) หรือ คุณวชิรวรรณ ทับเสือ นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กที่หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นผลงานภาพวาดน่ารักๆ แฝงอารมณ์สดใส อบอุ่น เป็นผู้วาดภาพประกอบให้ “ลาแสนรู้” ค่ะ ตอนที่ได้รู้ว่าเป็นผลงานของป้าอ้อย เล็กกับคุณก๊อกภูมิใจ ปลื้มใจอย่างกับเป็นงานของตัวเองเลยทีเดียว >.< (รูปสวยจริงๆ ค่ะป้าอ้อย น้องภูมิมักจะมาพลิกเปิดดูรูปอย่างละเอียดทุกครั้งที่อ่านจบตอน ^_^)

เราใช้เวลาอ่านเล่มนี้กันไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็จบค่ะ (180 หน้า) “ลาแสนรู้” เป็นเรื่องราวในบันทึกของเจ้าลาตัวหนึ่ง ซึ่งฉลาดมาก ชีวิตของมันต้องระหกระเหิน เปลี่ยนเจ้านายหลายครั้ง เพราะความอวดดีของมัน แต่มันก็ค่อยๆ ได้รับบทเรียนชีวิตไปทีละน้อย และเปลี่ยนแปลงเป็นลาที่ดีในทีี่่สุด ตัวละครในเรื่องนี้จะมีมิติทางอารมณ์ที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งดีและไม่ดี มีความเป็นจริงที่จับต้องได้มากขึ้นอีกนิดสำหรับน้องภูมิ อ่านไปแล้วก็มีเรื่องให้พูดคุยกันต่ออีกเยอะแยะ สำหรับเล็กเองการอ่านได้เรื่องราวอย่างนี้ให้ลูกฟังก็เป็นการอบรมสั่งสอนลูกในแบบที่เพลิดเพลินมากค่ะ
เวลาที่อ่านเรื่องยาวๆ อย่างนี้ เล็กจะอ่านและหยุดเป็นระยะเพื่อเช็คว่าน้องภูมิยังเข้าใจเนื้อเรื่องและตามทัน โดยใช้คำถามเช่น “ลูกรู้ไม๊ว่า ทำไมออกุสต์ถึงไม่อยากเข้าใกล้กาดิชง (เจ้าลาตัวเอกของเรื่อง) ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้โกรธหรือเกลียดมัน” บางครั้งน้องภูมิก็จะถามเองว่าคำนี้หมายถึงอะไร หรือถ้าฟังเพลินๆ แล้วน้องภูมิไม่ได้ถาม แต่เล็กรู้ว่าคำนี้ลูกน่าจะไม่รู้จัก เล็กก็จะหยุดถามเขาว่ารู้ไม๊คำนี้หมายถึงอะไร ถ้าเขาส่ายหน้าเราก็อธิบาย
และที่สำคัญที่สุด การได้อ่านกันอย่างนี้กันเป็นประจำก็ทำให้น้องภูมิรู้ว่า ข้างในหนังสือ และเจ้าตัวหนังสือที่เขายังอ่านไม่ได้นั้น มันมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากมาย และสนุกซะด้วยสิ :D
*ภาพประกอบหนังสือสวยๆ ในโพสนี้ เล็กหยิบยืมมาจากบล็อกของป้าอ้อย Littleblackoz Studio แวะเข้าไปทักทาย ให้กำลังใจ และอ่านแนวคิดเบื้องหลังภาพวาดน่ารักๆ กันได้นะคะ ^^

เนื้อหาของงานเสวนาในวันนี้ หลักๆ จะเป็นการพูดคุยและแบ่งปันเกี่ยวกับคุณค่าและความหมายของของเล่น จากมุมมองของเล็กและคุณวีรวัฒน์ กังวานนวกุล จาก
เล็กพอมีเวลานิดหน่อยก่อนเริ่มงานเสวนา จึงมีโอกาสได้เดินชมของเล่นพื้นบ้านที่ถูกนำมาจัดแสดงที่บริเวณระเบียงชั้น 3 ของมิวเซียม ของเล่นมากมายถูกจัดวางเรียงรายอยู่ 2 ข้างทางเดิน มีเยอะจนหยิบไม่ถูกเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นของเล่นที่มีเล่นกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า หลายชิ้นเล็กก็เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกค่ะ ของเล่นบางชิ้นหน้าตาดูธรรมดาๆ แต่พอได้รู้วิธีเล่นเท่านั้นแหละค่ะอดไม่ได้ที่จะต้องร้องโอ้โหออกมา น้องภูมิเองก็สนุกมากๆ ค่ะเพราะของเล่นที่จัดแสดงนั้นสามารถหยิบเล่นได้ทุกอย่างเลยค่ะ แต่ที่ชอบที่สุดก็เห็นจะเป็นของเล่นชิ้นใหญ่ๆ อย่าง รถเข็นไม้, รถสามล้อ, ลังไม้ติดล้อ ที่เล่นสนุกกับพี่ภู (ลูกชายแม่จิ๋ว) อยู่นานทีเดียว






โดยของเล่นแต่ละแบบ จะมีคุณแม่ที่เป็นเจ้าของแนวความคิดขึ้นมาเล่าถึงที่มาที่ไป และอธิบายว่าของเล่นแบบนั้นๆ ดีอย่างไร ตอบโจทย์และช่วยพัฒนาเด็กๆ ที่มีความต้องการพิเศษแต่ละกลุ่มอย่างไร ฟังแล้วรู้สึกได้เลยค่ะว่าของเล่นทั้ง 3 แบบที่สำเร็จออกมานั้น เป็นของเล่นที่ได้รับการออกแบบมาด้วยความรักและความใส่ใจจริงๆ (สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของของเล่นแต่ละชิ้นได้ที่เพจ 
เล็กเชื่อเหลือเกินว่า ของเล่นทุกชิ้นจากโครงการนี้ที่กำลังจะถูกแจกออกไป จะนำพาความรัก ความหวัง ความปราถนาดี และเรื่องราวดีๆ (ที่ยังพอมีอยู่ในสังคมเรา) ให้กระจายออกไป เป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้คุณแม่ที่มีหัวใจพิเศษ และเป็นความสุขเล็กๆ ของลูกที่เกิดมาพิเศษ
ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้เล็กได้มีโอกาสได้มาอยู่ท่ามกลางความรักของแม่ๆ กลุ่มนี้อีกครั้ง แม่ๆ ที่ี่มีความรักที่เรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ แม่ที่ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า การเห็นลูกมีลมหายใจ, ขยับเนื้อขยับตัว, มีความสุข, รับรู้และตอบสนองความรักของแม่ได้บ้าง และได้รับความเคารพในฐานะของคนอีกคนหนึ่งในสังคม เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อยและทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายสักเท่าใดก็ตาม
เล็กขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับแม่นก, แม่อ้อน, แม่พิม, แม่น้อย และคุณแม่ที่มีหัวใจพิเศษทุกๆ คนด้วยนะคะ รวมถึงทีมงานทั้งหมดที่ทำงานนี้ด้วยใจ จากศูนย์จนสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง เป็นความสุขและความหวังกับครอบครัวของเด็กๆ ที่มีความต้องการพิเศษอีกหลายพันครอบครัว



