จากขีด ไปเขียน

หลายวันก่อนระหว่างที่น้องภูมินั่งขีดๆ เขียนๆ เล่นอยู่ข้างผม เค้าก็พับกระดาษแผ่นนั้น แล้วยื่นมาให้ บอกว่าเค้าเป็นบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายจากลูกชายมาส่งให้ ผมก็รับและเล่นต่อจากเค้า ทำท่าดีใจที่ได้รับจดหมาย และเปิดอ่าน

DCIM100GOPRO

ในจดหมายมีแต่ลายเส้นขีดๆ เฉยๆ (ภาพหมายเลข 1) ผมเลยหันไปมองน้องภูมิและถามเค้าว่า “What’s in the letter?” น้องภูมิก็ตอบยิ้มๆ ว่า “Dear papa, I have work to do. I’m busy. I can’t go anywhere with you.”

20140308-IMG_3033_jr

ผมนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านจากผู้เขียนชื่อ John Holt ขึ้นมาทันที มีใจความตอนหนึ่ง(ประมาณ)ว่า ‘เด็กๆ ควรเรียนรู้การเขียนผ่านความต้องการที่จะสื่อสารสิ่งที่ตัวเองคิดกับผู้อื่น ไม่ใช่จากการฝึกเขียนเพื่อให้เขียนได้’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผมเห็นด้วยมาก ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่น้องภูมิจะได้ทำสิ่งนั้นผ่านสิ่งที่เราพ่อลูกจะได้เขียนตอบโต้กัน

ผมหยิบปากกาขึ้นมาเขียนตอบทันทีว่า “I do understand you. May be next time. Love. Papa” (ภาพหมายเลข 2) และพับกระดาษ แล้วเล่นเป็นบุรุษไปรษณีย์เอาจดหมายไปส่งให้น้องภูมิ

น้องภูมิตาเป็นประกาย และหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ น้องภูมิเขียนเป็นข้อความจริงๆ ว่า “I’m sorry. OK. I’ll have to go. Love you. Bhoom” (ภาพหมายเลข 3) ระหว่างที่เขียน น้องภูมิจะคอยถามตัวสะกดที่เค้าไม่แน่ใจ

20140308-IMG_3034_jr

หลังจากได้รับจดหมายที่ 2 ผมเขียนตอบต่อไปว่า “We’ll go camping when you’re free. Love. Dad” (ภาพหมายเลข 4) เพราะอยากจะรู้ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง

หลังจากน้องภูมิอ่านเสร็จ น้องภูมิหยิบกระดาษแผ่นใหม่ และเขียนตอบกลับมาว่า “I’m ready. Let’s go. Love you. Bhoom” (ภาพหมายเลข 5)

20140308-IMG_3036_jr

ผมรีบตอบกลับไปทันทีว่า “Yes! I’ll go pack my stuffs. Love. Papa” (ภาพหมายเลข 6)

หลังจากตอนนี้ น้องภูมิทำเหมือนว่าเราจะไปกันจริงๆ และตอบกลับมาว่า “Good I’ll go immediately.” (ภาพหมายเลข 7)

ถึงตอนนี้ ผมไม่มีทางเลือกแล้ว นอกจากต้องหยุดทำสิ่งที่ทำอยู่และเตรียมตัวไปเล่น camping กับน้องภูมิ ผมตอบจดหมายน้องภูมิกลับไปว่า “Great!! Love ya. papa.” (ภาพหมายเลข 8)

20140308-IMG_3035_jr

หมายเหตุ : ผมเลือกที่จะไม่ถ่ายภาพขณะที่เราสองคนเขียนเล่นกันมากเกินไป เพราะไม่อยากรบกวนช่วงเวลาที่เราใช้เวลาด้วยกันเกินพอดี (ผมเคยเขียนบันทึกเรื่องนี้ไว้ที่นี่ครับ)

ดูน้ำดอกอัญชันเปลี่ยนสี

เล็กว่าจะทำน้ำดอกอัญชันให้น้องภูมิเล่นนานแล้ว แต่ยังหาดอกอัญชันที่ดูสะอาดๆ ไม่ได้เลย ในละแวกบ้านก็มีแต่ที่ขึ้นอยู่ข้างทาง พี่ชายคนหนึ่งแนะนำว่าถ้าจะเก็บดอกอัญชันข้างทางให้เก็บดอกที่อยู่สูงๆ เพราะไอ้ที่อยู่เตี้ยๆ นี่อาจจะรองรับทั้งฉี่คน ฉี่หมามาแล้ว -”-

วันก่อนเล็กพาน้องภูมิไปขี่จักรยานเล่น ผ่านบ้านหลังหนึ่งปลูกต้นอัญชันในบ้านแต่ต้นเลี้อยขึ้นไปตามด้านบนของรั้ว ต้นงาม ดอกใหญ่ ออกดอกเต็มต้น แถมดอกอยู่สูงซะด้วย ปลอดภัย ไร้กังวล เล็กเลยจัดการกดกรึ่งขอเจ้าของบ้านแล้วก็เก็บกลับมาเต็ม 2 กำมือ :)
วิธีทำน้ำดอกอัญชันนั้นง่ายแสนง่ายค่ะ
• ล้างดอกอัญชันให้สะอาด (เล็กใช้ดอกอัญชันประมาณ 15 ดอก)
• ใส่น้ำลงไปในหม้อประมาณ 5-6 ถ้วย (อันนี้เล็กกะเอาเองนะคะ)
• ตั้งน้ำให้เดือด
• พอน้ำเดือดปิดเตา ใส่ดอกอัญชันลงไป แล้วปิดฝาหม้อไว้สัก 2-3 นาที
• ช้อนดอกอัญชันขึ้น แล้วใส่น้ำตาล กะความหวานตามใจชอบ

น้ำดอกอัญชันที่ได้จะมีสีน้ำเงินเข้ม จะใส่น้ำแข็งให้ลูกดื่มเลยก็ได้ค่ะ หรือจะเพิ่มความสนุกเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ก็ได้นะคะเทน้ำดอกอัญชันใส่แก้วใสหลายๆ ใบ (เพื่อให้เด็กน้อยสามารถสังเกตการเปลี่ยนสีได้ง่ายๆ) จากนั้นให้ลูกบีบมะนาวลงไปในแต่ละแก้ว กรดของมะนาวจะทำปฏิกริยากับน้ำดอกอัญชัน ทำให้น้ำดอกอัญชันเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงสดใส และน้ำดอกอัญชันก็จะออกเปรี้ยวนิดๆ อร่อยชื่นใจ ^_^บางตำราว่าถ้าใช้ของที่เป็นด่างใส่ลงไป น้ำดอกอัญชันจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว – อันนี้เล็กไม่ได้ลองนะคะ
**ขอบคุณพี่น้ำ พี่ชายที่แสนดีที่แนะนำเรื่องสนุกๆ เรื่องนี้ให้เล็กกับน้องภูมิ น้องภูมิชอบมากค่ะพี่ ^^

ดูสีเต้นระบำ

วันนี้เล็กมีกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ สำหรับเด็กเล็กมาฝากนะคะ สนุก และง่ายมากๆ ขอบอกว่าขนาดผู้ใหญ่อย่างเรายังตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่ออกมาเลยค่ะ

สิ่งที่ต้องใช้
– นมสด
– สีผสมอาหาร 2-3 สี
– น้ำยาล้างจาน
– จานก้นลึก
– eye dropper หรือ cotton budวิธีทำ
– เทนมลงในจาน วางทิ้งไว้ให้น้ำนมนิ่งๆ
– หยดสีผสมอาหารลงไปตรงกลางจาน สีละ 1 หยด
– หยดน้ำยาล้างจานลงไปบนสีผสมอาหาร ไม่ต้องมากนะคะ ทีละ 1 หยด หรือจะใช้ cotton bud ชุบน้ำยาล้างจานจุ่มลงไปตรงกลางสีที่เราหยดไว้ก็ได้ค่ะ

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเราจะเห็นสีวิ่งวนไปมา เคลื่อนไหวไปทั่วจาน จากปฏิกริยาของน้ำยาล้างจานกับไขมันในน้ำนม เมื่อสีหยุดวิ่งแล้ว เราสามารถหยดน้ำยาล้างจานลงไปซ้ำได้เรื่อยๆ ค่ะ จนกว่าน้ำสีจะผสมกันจนกลายเป็นสีหม่นๆ รับรองว่าเจ้าตัวเล็กจะต้องบอก เอาอีก เอาอีก และเอาอีก ^.^

เกิดอะไรขึ้น : ในน้ำนมประกอบไปด้วย น้ำ โปรตีน แร่ธาตุ และไขมัน น้ำยาล้างจานจะไปทำให้โมเลกุลของโปรตีนและไขมันเกิดการเปลี่ยนแปลง และแตกกระจาย โค้ง บิดเบี้ยว ม้วน (ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เราสามารถล้างจานมันๆ ได้อย่างสะอาดหมดจดนั่นเอง) และสีผสมอาหารที่หยดลงไปในนมจะช่วยให้เราสามารถสังเกตุการเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นนั้นได้อย่างง่ายดาย


*ถ้า video ข้างบนไม่โชว์ กดที่นี่เพืื่อดู video นะคะ
** ใครอยากดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดลองนี้ลอง google ดูด้วยคำว่า “Color Changing Milk” นะคะ

ดูเหมือนมันจะไม่มีสีชมพูจริงๆ ด้วย!!

สืบเนื่องมาจากที่เราเล่นแปะกระดาษสีเป็นสีรุ้งเมื่อวันก่อน มีเพื่อนทักท้วงมาว่าตอนเด็กๆ ที่เราท่องกันสีรุ้งมันคือ ม่วง น้ำเงิน คราม เขียว เหลือง แสด แดง นี่นา…. ทำไมรุ้งของเรามันดันมีสีชมพูด้วย? เอ่อ… ความจริงคือว่า ที่ท่องตอนเด็กๆ นั้นลืมไปโม๊ด..ด.ด…แหล่ว -”-  ตอนที่เอามาเล่นกับลูก ก็เรียงไปตามเพลง I can sing a rainbow ที่ลูกร้อง เนื้อเพลงเป็นอย่างนี้

Red and yellow and pink and green,
Purple and orange and blue,
I can sing a rainbow,
sing a rainbow,
sing a rainbow too…

วันนี้เห็นแดดจัดดี ก็เลยว่าจะชวนลูกสร้างรุ้งกินน้ำกันดู จะชวนลูกลองสังเกตดูว่าจริงๆ เราเห็นสีอะไรบ้างในรุ้งกินน้ำ แล้วจะได้สอนไปด้วยว่ารุ้งกินน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมเราจึงไม่สามารถเห็นรุ้งกินน้ำบนท้องฟ้าได้ทุกวันเหมือนภาพในหนังสือนิทานเด็กๆ (ส่วนใหญ่ท้องฟ้าจะมีรุ้งกินน้ำพาดผ่าน)

การสร้างรุ้งกินน้ำขนาดจิ๋วไว้สอนลูก ก็ต้องใช้ลักษณะแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ ใน Wikipedia บอกว่า “Rainbows can be observed whenever there are water drops in the air and sunlight shining from behind at a low altitude angle. The most spectacular rainbow displays happen when half of the sky is still dark with raining clouds and the observer is at a spot with clear sky in the direction of the Sun. The result is a luminous rainbow that contrasts with the darkened background.” เพราะฉะนั้นแดดเช้าประมาณนี้กับพื้นปาร์เก้เข้มๆ ในห้องเราก็จะช่วยให้ลูกเห็นรุ้งได้ชัดเจนดีทีเดียว

น้องภูมิตื่นเต้นมากที่เห็นรุ้งและพยายามจะเอามือไล่จับ คงสนุกมากอ่ะนะ (วันนี้แม่มาแปลกให้เล่นฉีดน้ำในบ้านได้ด้วย) หลังจากที่เราได้ลองสร้างรุ้งกินน้ำเองแล้วช่วยกันสังเกตดู ปรากฏว่า…ดูเหมือนมันจะไม่มีสีชมพูจริงๆ ด้วย!! เล็กเลยย้อนกลับไปหาข้อมูลเรื่องเพลง I can sing a rainbow ดู ที่ Wikipedia อีกที ได้ข้อมูลว่าเพลงนี้แต่งโดย Arthur Hamilton ตั้งแต่ปี 1969 และแม้ว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมระดับคลาสสิกสำหรับเด็กๆ แต่ไม่ใช่ทุกสีที่เอ่ยถึงในเพลงเป็นสีรุ้งจริง… -*-

.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.

Whenever I bring clouds over the earth and the rainbow appears in the clouds, I will remember my covenant between me and you and all living creatures of every kind. Never again will the waters become a flood to destroy all life. – Genesis 9:14-15

Previous Older Entries

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 597 other followers

%d bloggers like this: