ฟอยล์ดักแด้ กระดุ๊บๆ

เล็กจำได้ว่าตอนเด็กๆ เล็กเคยซื้อของเล่นหลอกเด็กที่มาขายอยู่หน้าโรงเรียน เป็นกล่องไม้ขีดที่ข้างในมีแคปซูลยาที่สามารถกลิ้ง ดุ๊บๆ กระโดดไปมาได้ (มีใครเคยเห็นไม๊คะ >.<) ด้วยความสงสัยว่าข้างในมีอะไรเล็กก็เลยซื้อมา เมื่อลองแกะเม็ดแคปซูลยาออกมาก็พบว่ามันมีลูกเหล็กเล็กๆ ใส่อยู่ จึงทำให้มันสามารถกลิ้งดุ๊บๆ ได้ เป็นของเล่นที่แปลกดีสำหรับเล็กตอนนั้น เคยคิดอยากจะทำให้ลูกเล่นเหมือนกันค่ะ แต่ไม่กล้าใช้แคปซูลยากลัวว่าเกิดเล่นๆ อยู่แล้วนึกแผลงเอามาใส่ปากมันจะยุ่ง >.<

พอดีว่าตอนนี้ที่บ้านมีลูกแก้วเยอะมากเพราะเราชอบทำรางลูกแก้วเล่นกัน เล็กเลยอยากจะลองเอาลูกแก้วมาทำตัวดุ๊บๆ ดูบ้าง จำได้ว่าเคยเห็นเว็บต่างประเทศเว็บนึง เขาทำเป็นโครงกระดาษแล้วใส่ลูกแก้วลงไป แต่เล็กจำไม่ได้ว่าชื่อเว็บอะไร ลองพยายาม search หาแพทเทิร์นของโครงกระดาษ แต่หาเท่าไหร่ ก็หาไม่เจอ สุดท้ายจับผลัดจับผลูไปเจอวิธีที่ง่ายกว่ามาก.ก..เลยค่ะ ^.^

อุปกรณ์
• กระดาษฟอยล์ แบบที่ใช้ทำอาหาร ขนาดประมาณ 6×6 ซ.ม.
• ลูกแก้วขนาด เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. (1 ลูก: 1 อัน)
• แก้วน้ำหรือโหลแก้ว เนื้อหนา ทรงกว้างๆ หน่อย

วิธีทำ
วางลูกแก้วลงบนกระดาษฟอยล์ แล้วม้วนเป็นทรงกระบอก (ภาพที่ 1-2)
• กดฟอยล์ปิดหัว-ท้าย (ภาพที่ 3-4)
• ใส่กระดาษฟอยล์ที่ม้วนลูกแก้วแล้วลงในแก้ว (ภาพที่ 5)
• เขย่าให้ทั่ว ประมาณ 2-3 นาที (ภาพที่ 6)

เสร็จแล้วเราก็จะได้เจ้าดักแด้ตัวกลมป่องจ๊ะ  ^__^

ลองทำซัก 2-3 ตัว เอาลงไปกลิ้ง ในกะละมังจะดูตลกมากๆ เลยค่ะ น้องภูมิบอกว่า มันกำลังเล่นวิ่งไล่จับกัน ลองดูนะคะ :D


* กระดาษฟอยล์ เล็กลองใช้กระดาษห่อช๊อคโกแลตมาทำก็ได้เหมือนกันนะคะ
** ของเล่นชิ้นนี้มีลูกแก้วเป็นส่วนประกอบ ไม่เหมาะกับเด็กเล็กๆ และการเล่นควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองนะคะ
*** วีดีโอวิธีทำที่เล็กไปเจอมาค่ะ

เรื่องราวในตัวหนังสือ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เล็กเห็นว่าน้องภูมิ 4 ขวบแล้ว น่าจะมีสมาธิพอจะฟังเรื่องเล่ายาวๆ จากหนังสือที่ไม่มีภาพได้ เล็กเลยเลือกหนังสือที่มีอยู่ในบ้าน (หนังสือผู้ใหญ่ ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์และเข้าใจง่าย) มาลองอ่านให้น้องภูมิฟังก่อนนอน มีทั้งหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก (เป็นตอนสั้นๆ) หนังสือเรื่องสั้นที่จบเป็นตอนๆ และหนังสือแปลที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องรอบตัว การได้อ่านหนังสือประเภทนี้ให้ลูกฟัง ก็ทำให้เล็กรู้ว่าลูกยังไม่รู้คำศัพท์ง่ายๆ หลายคำ เพราะยังไม่มีโอกาสใช้หรือได้ยิน เวลาฟังเล็กอ่านน้องภูมิก็จะถามเป็นระยะๆ ว่าคำนี้ คำนั้นแปลว่าอะไรเล็กดูแล้วน้องภูมิสามารถฟังได้นาน เลยหาซื้อวรรณกรรมสำหรับเด็กแบบเรื่องยาวมาอ่านให้ฟัง เล็กเลือก “โต๊ะโต๊ะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง” เป็นเล่มแรก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องที่เล็กชอบมากเรื่องหนึ่งแล้ว เนื้อหาของโต๊ะโต๊ะจังก็ยังสวยงาม จรรโลงใจ และเป็นบันทึกที่เกิดขึ้นในช่วงวัยที่ใกล้เคียงกับน้องภูมิ เด็กน้อยได้ฟังแล้วติดหนึบทีเดียวค่ะ เราอ่านต่อเนื่องจนจบเล่มในเวลาไม่ถึงเดือน ^^ (270 หน้า) น้องภูมิจะนอนหนุนตักแม่และฟังอย่างตั้งใจได้นาน ชนิดที่ว่าถ้าแม่ไม่เลิกอ่าน ก็คงจะนอนฟังไปเรื่อยๆ >.< เล็กแอบสังเกตดูเวลาที่เขาฟัง จะเห็นแววตาใสๆ จ้องเหม่อไปบนเพดานเหมือนกำลังจินตนาการตามไปอย่างสนุก และเศร้าไปตามเนื้อเรื่อง

หลังจากอ่านเล่มแรกจบเล็กก็เริ่มหาเล่มต่อไป ค้นหาจากหน้าเว็บนี่หล่ะค่ะ จนไปเจอเรื่อง “ลาแสนรู้” หรือ “Les  Mémoires  d’un  Âne” เล็กไม่รู้เลยว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไรเพราะยังไม่เคยอ่าน แต่จากเรื่องย่อและรายละเอียดของหนังสือที่ระบุว่าได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 วรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกของฝรั่งเศส ก็เพียงพอที่จะทำให้เล็กกดสั่งซื้อแล้วค่ะ ^^

วันที่ได้รับหนังสือถึงรู้ว่า เป็นวรรณกรรมแปลที่มีภาพประกอบด้วย >.< และเป็นภาพประกอบสีน้ำที่สวย สบายตา น่ารักมากๆ ทีเดียว มีทั้งที่เป็นภาพสีและภาพขาวดำ จังหวะและรายละเอียดของภาพก็พอเหมาะ พอเจาะ สำหรับหนังสืออ่านประเภทนี้ ดูแล้วคิดว่าน่าจะช่วยเป็นภาพนำทางให้จินตนาการของเด็กน้อยได้เป็นอย่างดีตอนแรกที่เปิดดู เล็กคิดว่าภาพประกอบในเล่มนี้เป็นภาพที่มาพร้อมกับต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส แต่เมื่อพลิกอ่านคร่าวๆ ก็พบว่าเป็นงานวาดของนักวาดประกอบชาวไทย >.< แถมเป็นคนที่เล็กและน้องภูมิรู้จักดี เพราะที่บ้านมีงานหนังสือเด็กของเธออยู่ 2-3 เล่ม และได้มีโอกาสรู้จักกันผ่านพี่ๆ น้องๆ ใน Facebook มาเกือบ 2 ปีแล้ว

ป้าอ้อย (ของน้องภูมิ) หรือ คุณวชิรวรรณ ทับเสือ นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กที่หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นผลงานภาพวาดน่ารักๆ แฝงอารมณ์สดใส อบอุ่น เป็นผู้วาดภาพประกอบให้ “ลาแสนรู้” ค่ะ ตอนที่ได้รู้ว่าเป็นผลงานของป้าอ้อย เล็กกับคุณก๊อกภูมิใจ ปลื้มใจอย่างกับเป็นงานของตัวเองเลยทีเดียว >.< (รูปสวยจริงๆ ค่ะป้าอ้อย น้องภูมิมักจะมาพลิกเปิดดูรูปอย่างละเอียดทุกครั้งที่อ่านจบตอน ^_^)

เราใช้เวลาอ่านเล่มนี้กันไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็จบค่ะ (180 หน้า) “ลาแสนรู้” เป็นเรื่องราวในบันทึกของเจ้าลาตัวหนึ่ง ซึ่งฉลาดมาก ชีวิตของมันต้องระหกระเหิน เปลี่ยนเจ้านายหลายครั้ง เพราะความอวดดีของมัน แต่มันก็ค่อยๆ ได้รับบทเรียนชีวิตไปทีละน้อย และเปลี่ยนแปลงเป็นลาที่ดีในทีี่่สุด ตัวละครในเรื่องนี้จะมีมิติทางอารมณ์ที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งดีและไม่ดี มีความเป็นจริงที่จับต้องได้มากขึ้นอีกนิดสำหรับน้องภูมิ อ่านไปแล้วก็มีเรื่องให้พูดคุยกันต่ออีกเยอะแยะ สำหรับเล็กเองการอ่านได้เรื่องราวอย่างนี้ให้ลูกฟังก็เป็นการอบรมสั่งสอนลูกในแบบที่เพลิดเพลินมากค่ะ

เวลาที่อ่านเรื่องยาวๆ อย่างนี้ เล็กจะอ่านและหยุดเป็นระยะเพื่อเช็คว่าน้องภูมิยังเข้าใจเนื้อเรื่องและตามทัน โดยใช้คำถามเช่น “ลูกรู้ไม๊ว่า ทำไมออกุสต์ถึงไม่อยากเข้าใกล้กาดิชง (เจ้าลาตัวเอกของเรื่อง) ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้โกรธหรือเกลียดมัน” บางครั้งน้องภูมิก็จะถามเองว่าคำนี้หมายถึงอะไร หรือถ้าฟังเพลินๆ แล้วน้องภูมิไม่ได้ถาม แต่เล็กรู้ว่าคำนี้ลูกน่าจะไม่รู้จัก เล็กก็จะหยุดถามเขาว่ารู้ไม๊คำนี้หมายถึงอะไร ถ้าเขาส่ายหน้าเราก็อธิบาย

และที่สำคัญที่สุด การได้อ่านกันอย่างนี้กันเป็นประจำก็ทำให้น้องภูมิรู้ว่า ข้างในหนังสือ และเจ้าตัวหนังสือที่เขายังอ่านไม่ได้นั้น มันมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากมาย และสนุกซะด้วยสิ :D

*ภาพประกอบหนังสือสวยๆ ในโพสนี้ เล็กหยิบยืมมาจากบล็อกของป้าอ้อย Littleblackoz Studio แวะเข้าไปทักทาย ให้กำลังใจ และอ่านแนวคิดเบื้องหลังภาพวาดน่ารักๆ กันได้นะคะ ^^

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 598 other followers

%d bloggers like this: