ไปญี่ปุ่นกันมั๊ย.ย.. はい! (ตอนที่ 5)

ไปโน่น มานี่กันยังไงในญี่ปุ่น

ตลอด 10 วันของเราในญี่ปุ่น แม่เล็กกับผมลองมานั่งคิดๆ นับๆ การเดินทางของเราครั้งนี้ดู เราน่าจะได้เดินกันเฉลี่ยวันละประมาณ 3 ก.ม. และขึ้น-ลงทั้งรถไฟ รถบัส และรถเมล์ในญี่ปุ่นทั้งหมดน่าจะเกือบๆ 100 ครั้งได้มั้งครับ บอกได้เลยว่าการเดินทางท่องเที่ยวแบบ backpacking ที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่สนุกและสะดวกสบายมากๆ ครับ

เริ่มต้นด้วยการเดินทางโดยรถไฟ..

ก่อนไปเคยได้ยินมาว่า การเดินทางโดยรถไฟใต้ดินในญี่ปุ่นทำเอาหลายคนบ่นเมื่อย (เพราะหลงทาง ^^) เนื่องจากว่าโครงข่ายรถไฟในญี่ปุ่นใหญ่มาก ทั้งบนดินและใต้ดิน เฉพาะในโตเกียวอย่างเดียวก็มีประมาณ 15 สาย ไขว้กันไป ไขว้กันมา สำหรับเรา.. ความยากอย่างแรกไม่ใช่เรื่องเส้นทางเดินรถไฟครับ แต่เป็นการซื้อตั๋ว -“- เพราะข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น ตู้ขายตั๋วบางเครื่องมีภาษาอังกฤษ แต่บางเครื่องไม่มีเลยครับ แต่วิธีแก้ง่ายๆ หลังจากยืนงงอยู่นาน คือ มองหาคนญี่ปุ่นแถวนั้น แล้วถามครับ ไม่ต้องกังวลถ้าใช้ภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แค่ใช้ภาษาอังกฤษบวกภาษามือก็พอจะสื่อสารกันรู้เรื่องครับ : )

ประสบการณ์ที่ได้เห็น ได้ใช้บริการโครงข่ายรถไฟที่ญี่ปุ่นถือเป็นกำไรครับ เปรียบเสมือนได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวอีกทีหนึ่ง และเอาเข้าจริง แม่เล็กกับผมมึนอยู่แค่ประมาณ 2 วันครับ แล้วก็พอจะเริ่มจับทิศทาง สายรถไฟ และการเดินไปตามชานชลาต่างๆ ในสถานีได้ ถ้างงตรงไหน ก็สะกิดถามคนญี่ปุ่นใกล้ๆ ได้เลย ผมกับแม่เล็ก 2 คน พูดไม่ได้ อ่านไม่ออก แต่ไม่มีหลงทางเลย ^^

สถานีต่างๆ ของรถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่นจะอยู่ลึกลงไปจากพื้นดินถึง 3-4 ชั้นเลยครับ และแต่ละชั้นก็มีชานชลาด้วย ยิ่งถ้าเป็นสถานีใหญ่ๆ เวลาอยู่ข้างในจะรู้สึกเหมือนอยู่ในห้างสรรพสินค้ามากกว่าครับ เพราะมีร้านค้า ร้านอาหารเก๋ๆ ตลอดทาง สำหรับสถานีที่สามารถเชื่อมต่อไปยังรถไฟสายอื่นๆ ก็สามารถเดินจากทางเดินใต้ดินต่อไปได้เลยครับ เรียกได้ว่า ใต้ดินของประเทศญี่ปุ่นนี่พรุนจริงๆ ซึ่งน่าทึ่งมากสำหรับประเทศที่มีแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่ก็ยังสามารถสร้างระบบอาคารและการเดินทางใต้ดินได้อย่างแข็งแรงปลอดภัยขนาดนี้

พูดถึงรถไฟที่ญี่ปุ่น ก็ต้องไม่พลาด Shinkansen ครับ เราได้ใช้บริการเจ้า Shinkansen ตอนเดินทางจากโตเกียวสู่โอซาก้า รถไฟหัวกระสุน Shinkansen เป็นรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกครับ (ความเร็วสูงสุดประมาณ 300 ก.ม./ชั่วโมง) เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดหน่อย ผ่านระยะทางประมาณ 500 กว่ากิโลเมตร สำหรับคนที่จะเดินทางด้วย Shinkansen ต้องไปถึงก่อนเวลานะครับ เพราะรถออกตรงเวลาระดับวินาทีเลยครับ

ภายในห้องโดยสารและการบริการของเจ้ารถไฟ Shinkansen นี้ สะอาด สบายและหรูหรามาก เหมือนนั่งเครื่องบินเลยครับ มีตู้แยกชั้นคล้ายๆ กับชั้นธรรมดา และชั้นพิเศษ (ผมสังเกตุจากลักษณะความกว้างของที่นั่ง) และที่น่าทึ่งมากๆ คือ วิ่งได้เร็วขนาดนี้แต่นิ่งมากครับ เราสามารถตั้งแก้วน้ำได้โดยไม่ต้องกลัวกระฉอกเลย :D

ระหว่างการเดินทางแม่เล็กกับผมเดินสำรวจดู ภายใน Shinkansen เป็นเห็นว่าเจ้ารถไฟหัวกระสุนนี้มีอุปกรณ์ให้บริการครบครันครับ ห้องน้ำเป็นแบบใช้ลมดูดเหมือนห้องน้ำบนเครื่องบิน มีห้องเฉพาะสำหรับคนพิการ ห้องสำหรับแม่และเด็ก มีโทรศัพท์ ตู้ขายน้ำแบบหยอดเหรียญ ระหว่างการเดินทางก็จะมีเจ้าหน้าที่เข็นรถขายอาหารและเครื่องดื่มมาคอยให้บริการผู้โดยสาร ข้างๆ เบาะนั่งของเรายังมีปลั๊กไฟให้ใช้ด้วยครับ ตอนแม่เล็กหันไปเจอนี่ดีใจกันมาก เพราะแบตเตอร์รี่กล้องของผมใกล้จะหมดแล้ว ^^

นอกเหนือจากสารพัดสายรถไฟในโตเกียว และ Shinkansen ที่เราได้ใช้บริการแล้ว ก็ยังมี Hankyo line (Hankyu Railway) ระบบรถไฟเอกชนที่เก่าแก่ แต่ยังยอดเยี่ยม สุดคลาสสิค ที่เปิดให้บริการการวิ่งระหว่างเมืองในแถบตอนบนของคันไซมากว่า 100 ปีแล้ว โดยในทุกๆ วัน จะมีคนญี่ปุ่นใช้บริการเจ้า Hankyo line นี้เกือบ 2 ล้านคนเลยครับ ในทริปนี้ เราใช้รถไฟสาย Hankyo ในการเดินทางระหว่าง โอซาก้า เกียวโต และโกเบ น้องภูมิชอบไปยืนดูห้องคนขับมากครับ เพราะมีเพียงบานกระจกใสกั้นอยู่ เราสามารถเห็นที่บังคับ ปุ่มโน่น นี่ นั่นได้หมด และน้องภูมิจะสนุกมากเวลาคนขับรถไฟโยกคันบังคับ หรือกดกระดิ่งตอนออกจากสถานี

รถบัส/รถเมล์

รถบัสวิ่งออกนอกเมืองที่เราได้ใช้บริการเป็นรถบัสที่ชื่อว่า Highwaybus วิ่งจากจากสถานีรถไฟใต้ดินชินจูกุ ไปสิ้นสุดที่สถานี Mt.Fuji 5th Station, Kawaguchiko เรื่องรถไม่มีอะไรตื่นตาตื่นใจมาก เหมือนรถทัวร์บ้านเรา ที่ไม่เหมือนก็คือ เราจะต้องยกสัมภาระของเราเข้าใต้ท้องรถเองครับ (ตอนแรกมีแอบเหวอเล็กน้อย) เค้าไม่มีเจ้าหน้าที่บริการให้เหมือนบ้านเรา และยกลงกันเองเมื่อถึงปลายทางครับ : )

ส่วนรถเมล์ เรามีโอกาสได้ใช้บริการไม่มากนัก นับครั้งได้ครับ มีที่ชานเมืองโตเกียว, ในเกียวโตและโกเบ ทุกครั้งที่ขึ้นก็จะเด๋อๆ ด๋าๆ หน่อย :P เพราะการขึ้นรถเมล์ที่นี่ จะขึ้นที่ประตูตรงกลางรถเท่านั้น และลงที่ด้านหน้า พร้อมกับการจ่ายเงิน หรือแปะบัตรเติมเงินครับ ในรถจะมีการจัดที่นั่งสำหรับผู้สูงอายุ และมีพื้นที่ตรงกลางกว้างใหญ่สำหรับผู้ที่ใช้รถเข็น รถเมล์บางคันจะสามารถย่อได้ (เอียงด้านประตูไปทางฟุตบาต) เพื่อให้รถเข็นสามารถขึ้นลงได้สะดวก และถ้าไม่ถึง เค้าจะมีไม้กระดานเสียบอยู่แถวคนขับ เพื่อนำมาวางพาดให้สามารถเข็นรถลงได้ครับ

..และซิตี้บัส

หลายๆ เมืองในญี่ปุ่น จะมีรถซิตี้บัสคอยวิ่งรอบเมือง ซึ่งเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวมากๆ เพราะส่วนใหญ่จะมีขายบัตรประเภท One day pass คือ สามารถซื้อครั้งเดียว แล้วสามารถใช้ขึ้นลงที่ไหน กี่ครั้งก็ได้ในวันนั้นๆ ครับ เรามีโอกาสได้ซื้อบัตร One day pass ครั้งหนึ่ง ก็คือวันที่เราเดินทางไปที่คาวากูจิโกะ (ภูเขาไฟฟูจิ) บัตรราคา 1,000 เยน ใช้เดินทางไปที่พัก และเที่ยวรอบๆ บริเวณ ได้นั่งรถซิตี้บัส Fujikyu แนวเรโทร หน้าตาเก๋ไก๋ ได้อารมณ์เมืองท่องเที่ยวเป็นที่สุดครับ

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางแบบไหน สิ่งที่น่าทึ่งมากในประเทศญี่ปุ่น คือ แผ่นปูพื้นเหลืองที่เป็นนูนๆ สำหรับคนตาบอดครับ เจ้าแผ่นนี้มีทุกที่ ทุกสถานี ทุกเมือง (น้องภูมิชอบวิ่งตามแนวเส้นนี้มาก บอกว่าเป็นรางรถไฟ ^ ^) เจ้าแผ่นนี้ช่วยให้คนตาบอดสามารถเดินทางได้เองสบายๆ นอกจากเจ้าแผ่นนำทางนี้แล้ว อุปกรณ์แทบทุกอย่างจะมีอักษรเบรลล์กำกับด้วยครับ เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริงจัง น่าชื่นชมจริงๆ ครับ

สิ่งที่เราได้เห็นอีกอย่างในรถไฟและรถเมล์คือป้ายสัญลักษณ์ห้ามใช้โทรศัพท์ สอบถามน้องอันแล้วได้ความว่า เขาห้ามเพราะเป็นการรบกวนผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนแก่ที่ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง คลื่นโทรศัพท์จะไปรบกวนเครื่องช่วยฟัง อาจจะทำให้ได้ยินชื่อสถานีที่เจ้าหน้าที่ประกาศได้ไม่ชัด เชื่อไม๊ครับว่าตลอดเวลาที่เราเดินทางที่นั่น เราก็ไม่เคยเห็นคนญี่ปุ่น(แอบ)คุยโทรศัพท์ในรถไฟหรือรถเมล์เลย แม้แต่คนเดียว!

สำหรับผม.. ประสบการณ์การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ญี่ปุ่นนี่น่าประทับใจมากครับ ทำให้เห็นภาพว่า คุณภาพชีวิตและความเจริญพื้นฐานที่จับต้องได้เป็นอย่างไร ..กลับมายังแอบบอกแม่เล็กอยู่ว่า “ดีใจที่มีภรรยาชอบเดินทางแบบ backpacking เหมือนกัน” (ไม่อย่างนั้น คงไม่มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์แบบนี้เป็นแน่)

เดินทางในโตเกียว : เราซื้อบัตรเติมเงินที่เรียกว่า Pasmo ครับ บัตรนี้ไม่ได้มีอะไรประหยัดพิเศษนะครับ แต่ได้ความสะดวกในการเดินทางมากๆ ไม่ต้องรอคิดซื้อบัตรแต่ละครั้ง และสามารถใช้ได้กับรูปแบบการเดินทางเกือบทั้งหมดในโตเกียวครับ ทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟ JR และรถประจำทางครับ สำหรับการซื้อบัตร Pasmo จะเริ่มต้นที่ 1,000 เยน + ค่าบัตร 500 เยน (ค่าบัตรสามารถคืนได้หลังจากเอาบัตรไปคืน) และก็สามารถเติมเงินไปได้เรื่อยๆ เท่าที่ต้องการใช้ครับ โดยมีขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 เยนต่อครั้งครับ

เดินทางในแถบคันไซ (โอซาก้า, เกียวโต และโกเบ) : เราซื้อบัตรสำหรับนักท่องเที่ยวที่เรียกว่า Kansai Thru Pass ครับ ด้านในจะมีคูปองส่วนลดเล็กๆ น้อยๆ ในเมืองต่างๆ แถบคันไซให้ด้วยครับ

ดูภาพบรรยากาศการเดินทางของเราทั้งหมด ได้ที่ Facebook Page ของ BhoomPlay นะครับ

About these ads

4 Comments (+add yours?)

  1. ck&cm
    May 09, 2012 @ 14:09:04

    ว๊าว อ่านทั้ง5ตอนแล้ว อยากไปแบบนี้มากๆเลยค่ะ ไม่เคยเที่ยวหรือเดินทางแบบนี้ค่ะ ส่วนใหญ่ห้อยไปกับทัวร์ ถ้าน้องสองน้ำโตกว่านี้อยากพาไปแบบครอบครัวคุณก๊อกแบบนี้ค่ะ ประทับใจกับการใช้ชีวิต หรือการเลี้ยงน้องภูมิแบบนี้ค่ะ จะติดตามไปเรื่อยๆนะคะ ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดีๆ ประสบการ์ณดีๆ ที่มาบอกเล่ากันนะคะ ชอบม๊ากค่ะ

    Reply

  2. Trackback: ไปญี่ปุ่นกันมั๊ย.ย.. はい! (ตอนที่ 1) « BhoomPlay
  3. Pat
    Nov 05, 2012 @ 21:58:06

    เข้ามาอ่านเก็บข้อมูล เพราะจะไปเที่ยวกันเองพ่อ แม่ กับลูกชาย 4ขวบค่ะ จะไปสุดสัปดาห์นี้แล้วค่ะ ตอนนี้กำลังตัดสินใจว่าจะเอารถเข็นไปดีไม๊ เพราะคงต้องเดินไกลมาก แต่รถเข็นที่มีอยู่ก็หนักประมาณ 6-7 โล พับสะดวกแต่ก็ใหญ่คะ น้องภูมิเอารถเข็นไปด้วยไม๊คะ ถ้าเอาไปใช้รุ่นไหนเอ่ย

    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    Reply

    • bhoomplay
      Nov 06, 2012 @ 09:25:43

      แนะนำให้เอาไปนะคะ เล็กเอาไปได้ใช้ตลอดเลยค่ะ เพราะน้องยังเล็กเกินกว่าจะเดินเที่ยวกับเราไหวแต่ก็โตเกินกว่าที่เราจะแบกไหวด้วยเช่นกัน ^^” แต่คุณแม่ควรจะใช้เป็นรถเข็นแบบที่เรียกว่ารถร่มอ่ะค่ะ น้ำหนักเบา พับแล้วไม่เกะกะ ของเล็กหน้าตาแบบในรูปแรกที่ถ่ายหน้าโรงแรมอ่ะค่ะ

      http://bhoomplay.wordpress.com/2012/05/01/bhoomplay-loves-japan-03/

      Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 594 other followers

%d bloggers like this: