หนังสือเล่มแรก : เรื่องและภาพ โดย ภูมิ

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เล็กได้ซื้อหนังสือชุดหนูน้อยนักสำรวจ ของสำนักพิมพ์ Happy kids มาเล่มนึง เป็นหนังสือที่สร้างสรรค์มากๆ ค่ะ ในเล่มจะมีไฟฉายกระดาษเอาไว้ให้เด็กๆ ส่องสำรวจเนื้อหารูปภาพในเล่มด้วยค่ะ ไว้ถ้าไม่ลืมจะถ่ายรูปให้ดูใน Facebook Page ของ BhoomPlay นะคะ

ประเด็นที่เล็กจะเล่าวันนี้ไม่ได้อยู่ที่หนังสือเล่มที่ซื้อมานะคะ แต่อยู่ที่สมุดที่คนขายแถมมาให้! (เล่มใหญ่กว่าหนังสือที่ซื้ออีกค่ะ ^^)

สมุดที่ว่านี่เป็นเหมือนสมุดโน๊ตเล่มหนาๆ ขนาดประมาณครึ่ง A4 ความหนาประมาณ 100 แผ่นได้ค่ะ เป็นกระดาษเนื้อนวล ไม่มีเส้น ดูแล้วน่าจะเหมาะกับเอาไว้ขีดเขียน วาดรูปอ่ะค่ะ

ตอนที่ได้มาใหม่ๆ น้องภูมิก็ไม่ได้ใช้มันซักเท่าไหร่ จนกระทั่งเล็กให้ดูแอนนิเมชั่นเรื่องสั้นๆ เรื่อง The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore ที่คุณก๊อกเคยมาโพสแชร์ไว้หน่ะค่ะ น้องภูมิชอบเรื่องนี้มาก หลังจากที่ได้ดูก็มักจะเอาสมุดเล่มนี้มาใช้ขีดเขียนเป็นประจำ (ประมาณว่าเขาเป็น Mr. Morris ^^)

เล็กก็ปล่อยให้เขาขีดเขียนเล่นไปตามที่อยากจะเขียน จริงๆ แล้วตั้งใจว่าจะให้เขาไว้ใช้วาดรูปเท่านั้น แต่น้องภูมิช่วงนี้คงจะเริ่มรู้สึกอยากเขียนตัวหนังสือบ้างแล้ว บางครั้งน้องภูมิก็จะมาถามเองว่าคำนี้เขียนยังไง เล็กก็จะบอกเขาไป บางครั้งเขาก็นั่งเขียนเป็นภาษาของเขาเอง เราอ่านไม่ออกนะคะ ต้องให้น้องภูมิอ่านให้ฟัง >.< ก่อนนอนบางคืนเขาก็จะเอามาเปิดเล่าให้ป๊ากับแม่ฟัง (เป็นตุ เป็นตะ ทีเดียว)

น้องภูมิชอบเจ้าสมุดเล่มนี้มาก.ก..ก.ก…และมันก็ได้กลายเป็นสมุดที่มีคุณค่ามากๆ สำหรับเล็กกับคุณก๊อกด้วยเช่นกัน ขอบคุณพระเจ้า เหมือนกับว่าพระเจ้าประทานมาให้เรา เพราะก่อนหน้านี้เล็กไม่เคยคิดจะซื้อสมุดอย่างนี้ให้ลูกวาดเลยค่ะ (ปกติที่บ้านใช้แต่กระดาษแผ่นโตๆ)

สมุดเล่มเล็กๆ (ที่ได้มาฟรี) กับหนังแอนนิเมชั่นดีๆ ได้สร้างแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้กับเด็กน้อยวัย 4 ขวบ  และตอนนี้เขาคิดว่าเขาเป็นนักเขียนอยู่ค่ะ >.<

ความที่น้องภูมิชอบมาก เขาก็จะถือสมุดเล่มนี้ไปไหนมาไหนด้วย เล็กก็กลัวว่าปก (ซึ่งเป็นกระดาษไม่หนามาก) จะขาดซะก่อนที่จะเขียนหมดเล่ม เล็กเลยวานให้คุณก๊อกซื้อกระดาษสีแดงมาให้หน่อย เล็กจะเอามาหุ้มเป็นปก (น้องภูมิเจาะจงสีแดงเลยค่ะ เพราะหนังสือของ Mr. Morris สีแดง) แต่คุณก๊อกได้เจ้าสติ๊กเกอร์กำมะหยี่แบบนี้มาแทน ^^

แปะลงไปปุ๊บสวยเลยค่ะ เล็กแนะนำไว้เป็นไอเดียสำหรับทำปกสวยๆ แบบง่ายๆ นะคะ

เทศกาลละครกรุงเทพ ครั้งที่ 10

ผลจากภาวะน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้เราพลาดงานกิจกรรมดีๆ อย่าง “International Street Show” ที่ตั้งตารอมาตลอดปี ไปอย่างน่าเสียดาย (ทางผู้จัดได้ขอเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเลยค่ะ Y.Y)

แต่ก็ยังมีงานกิจกรรมดีๆ ที่น่าสนใจอีกหนึ่งงานนะคะ ซึ่งแม้ว่าจะได้รับผลการทบจากน้ำท่วมจนทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการจัดงานด้วยเช่นกัน แต่ก็สามารถกลับมาจัดงานได้ในที่สุด งานที่ว่านี้ก็คือ “เทศกาลละครกรุงเทพ ครั้งที่ 10” เล็กมีโอกาสได้ไปชมมา เลยเก็บบรรยากาศในงานมาฝากนะคะ ถ้าใครสนใจอยากมาเที่ยวบ้าง งานยังมีถึง 4 มีนาคม 2555 ค่ะ ^^
สถานที่จัดงาน “เทศกาลละครกรุงเทพ ครั้งที่ 10” แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ สวนสันติชัยปราการ (เวทีกลางแจ้ง ชมฟรี มีเปิดหมวกค่ะ) ร้านอาหารบนถนนพระอาทิตย์ และโรงละครเล็กทั่วกรุงเทพ (ซื้อตั๋วเข้าชม) รายละเอียดของโปรแกรมการแสดงดูได้ที่นี่นะคะ http://www.bangkoktheatrenetwork.com/site/

ครอบครัวเราเลือกไปชมการแสดงที่เวทีกลางแจ้ง สวนสันติชัยปราการ เพราะน่าจะเหมาะกับน้องภูมิมากที่สุด  จะได้นั่งชมสบายๆ บนสนามหญ้า เบื่อๆ ก็วิ่งเล่นได้ ^^

พื้นที่เล็กๆ ในสวนสันติชัยปราการ ถูกจัดแบ่งออกเป็น 5 เวที โดยแต่ละเวทีจะมีการแสดงอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 4 โมงเย็น โดยมีทั้งการแสดงของคณะละครอาชีพ, กลุ่มละครนักศึกษา, นักแสดงเด็กๆ ฯลฯ สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปจนถึง 3 ทุ่ม

น้องภูมิยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูละคร หรือการแสดงที่แต่งตัวแฟนตาซีมากๆ เท่าไหร่ เวทีแรกที่เรานั่งดูกัน เป็นการแสดง “เพลงพื้นบ้าน” เรื่องพระอภัยมณี การแสดงรวมๆ ดูเพลินสำหรับผู้ใหญ่เลยค่ะ แต่พอนางยักษ์ออกมาเล็กสังเกตเห็นน้องภูมินิ่งๆ ไป เลยถามเขาว่าไม่ชอบเหรอ น้องภูมิบอกไม่ชอบ เราก็เลยย้ายเวทีไปชมการแสดงอื่น และอธิบายลูกไปว่าพี่ๆ พวกนี้เขาก็เหมือนกับเรานี่แหละ แต่เขาแต่งหน้า แต่งตัวเพื่อการแสดง

ระหว่างรอการแสดง น้องภูมิก็เดินไปเล่นกับคนที่มาฝึก juggling เนียนๆ เข้าไปคลุกวงในได้ทุกวง ^^ (ที่สวนสันติชัยปราการ จะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาฝึกซ้อมกันทุกวันค่ะ ทุกครั้งที่มาที่สวนนี้ก็จะได้ดู juggling ฟรี ^^)

เราดูๆ ย้ายๆ ไปอีก 2-3 เวที  ส่วนใหญ่เวทีที่ดูไม่จบคือเวทีที่มีนักแสดงแต่งตัวแฟนตาซีมากหน่อย ถึงแม้จะเป็นเรื่องสำหรับเด็ก แต่มีตัวเอกเป็นมังกร (คนใส่ชุดมังกร ซึ่งก็ดูน่ารักนะคะ) น้องภูมิก็จูงมือเล็กให้ลุกออกอยู่ดี

ที่ชอบกันทั้งแม่ทั้งลูกก็เป็นการแสดง “ฉ่อยน้ำแตก” (ชื่ออย่างนี้จริงๆ ค่ะ :P) ของคณะละครมรดกใหม่ ร้องฉ่อยสดได้สนุกมากๆ ค่ะ น้องภูมิยังเพลินเลย :Dช่วงที่เดินกลับ เราผ่านคณะละครอีกกลุ่มซึ่งกำลังพักเติมสีสันเพื่อแสดงรอบต่อไปกันอยู่ (กลุ่มนี้เป็นนักแสดงมาเลเซีย สีสันจัดเต็มกันทุกคน เสียดายมากเลยค่ะที่ไม่ได้อยู่ดูเพราะเริ่มจะมืดแล้ว) เล็กเลยถือโอกาสพาน้องภูมิเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ให้เขาดูว่าที่พี่ๆ นักแสดงมีหน้าตาไม่เหมือนคนปกติ ก็เพราะเขาเอาสีทาตกแต่งใบหน้า และสวมชุดแฟนซี น้องภูมิแม้จะยังดูกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็พอจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ :)

เสาร์-อาทิตย์ หน้าใครมีเวลาลองแวะไปเป็นกำลังใจให้คนทำงานศิลปะการละครกันนะคะ :)

The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore

วันนี้ผมหยิบหนังสั้นเอนิเมชั่นดีๆ มาแบ่งปันกันชื่นชมนะครับ

สำหรับคุณเล็กและผม… The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore เป็นหนังเอนิเมชั่นที่ดูแล้วรู้สึกดี สั้นแต่เต็มอิ่มในความรู้สึก

เอนิเมชั่นเรื่องนี้ไม่มีบทพูดครับ แต่ก็เพราะความเงียบ (มีแต่เสียงดนตรี) นี่แหละครับที่เป็นเสน่ห์ที่ทำให้จินตนาการของเรา 3 คน พ่อ แม่ ลูก ไปได้ไกล มีเรื่องคุย ถาม และเดากันได้อย่างเพลิดเพลิน

ขอไม่เล่าเรื่องนะครับ อยากให้ได้ดูกันและเผื่อว่าจะมาแบ่งปันสิ่งที่ได้รับจากเอนิเมชั่นเรื่องนี้กันนะครับ ^ ^

น้องภูมิชอบมากครับ ตั้งแต่แม่เล็กเปิดให้ดู จะต้องมาเกาะแกะขอดูแทบทุกคืนเลยครับ : )

สำหรับบ้านไหนที่มี iPad สามารถซื้อและดาวน์โหลด The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore ในรูปแบบ Interactive book ได้ที่นี่นะครับ

- – - -

The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore
Inspired in equal measures, by Hurricane Katrina, Buster Keaton, The Wizard of Oz, and a love for books, “Morris Lessmore” is a story of people who devote their lives to books and books who return the favor.

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 596 other followers

%d bloggers like this: