แถ่น..แทน..แท้นน.. Thailand Blog Awards 2011

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว Thailand Blog Awards 2011 ได้มีการประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายกันแล้วนะคะ พอดีว่าช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้วเล็กกับคุณก๊อกยุ่งมากๆ เลยเพิ่งจะได้มีเวลาแวะมา Update ให้แฟนๆ ทราบกัน (ช้าไปหน่อย ไม่ว่ากันนะคะ :P)

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และแฟนบล็อกทุกคน ที่ช่วยกันกดโหวตและส่งกำลังใจเชียร์กันอย่างต่อเนื่อง ยาวนานนับเดือน คะแนนของเราในวันปิดโหวตอยู่ที่ 2453 คะแนน เป็นคะแนนโหวตสูงสุดอันดับที่ 4 ของทุกประเภท และทำให้เราได้รับรางวัล Popular Vote ในหมวด Health Sports & Family Blog ด้วยค่ะ ครอบครัวเราภูมิใจและดีใจมากกับรางวัลนี้ เพราะรู้ดีว่าทุกคะแนนที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากความรักและความตั้งใจจริงๆ ของแฟนๆ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ :)

สรุปผลที่ประกาศในรอบแรกนี้
BhoomPlay ได้รับรางวัล Popular Vote ในหมวด Health Sports & Family Blog
และได้ติด 1 ใน 3 ในหมวดเดียวกันนี้ที่จะเข้าชิงในรอบสุดท้าย
ผู้เข้าชิง:
Blog Med-Health-Info
• Bhoomplay
หมอหมู

และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ… BhoomPlay ติด 1 ใน 3 ที่ได้เข้าชิงรางวัล Best of The Best Thailang Blog Awards 2011 ด้วยค่ะ ~\(^.^\)
ผู้เข้าชิง:
Appreview
กระต่ายลอยคอ
• Bhoomplay

ผลรอบสุดท้ายต้องไปรอลุ้นกันในงานประกาศรางวัล Thailand Blog Awards 2011 วันที่ 6 ตุลาคม 2554 – Central World ค่ะ ใครว่างหรืออยู่แถวนั้นจะไปช่วยลุ้นติดขอบในวันงานด้วยก็ได้นะคะ ^-^

ผลทั้งหมดดูได้ที่นี่ค่ะ ประกาศผลรอบแรก Thailand Blog Awards 2011

สรวลเสกับละครหุ่นสาย (เสมา)

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ครอบครัวเราได้มีโอกาสได้ไปชม “ละครหุ่นสาย” กันมาค่ะ ประทับใจมากๆ เลยอยากเอาแบ่งปันนะคะ :)

ถ้าพูดถึงคำว่า “หุ่นสาย” หลายคน (รวมทั้งตัวเล็กเองด้วย) อาจจะนึกภาพไม่ออกว่ามันเป็นอย่างไร แต่ถ้าได้เห็นรูปของเจ้าหุ่นที่ว่าทุกคนก็คงจะร้อง..อ๋อ.. มันก็คือหุ่นไม้ตัวเล็กๆ ที่ใช้เชือกหลายๆ เส้นบังคับท่วงท่าเหมือนพิน๊อคคิโอนั่นเอง  (หลังจากได้มาดูแล้ว เล็กเลยได้ความรู้มาว่า แต่ก่อนหุ่นลักษณะนี้เรียกกันว่าหุ่นชัก ในประเทศไทยมีมานานแล้ว แต่ในสมัยก่อนไม่ค่อยได้รับความนิยม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้เล่นจะต้องยืนอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าผู้ชม อาจจะไม่ค่อยเหมาะนักกับเจ้านายสมัยก่อน)หุ่นสายที่เราได้ไปชมกันวันนี้เป็นการแสดงของ “คณะละครหุ่นสายเสมา” ซึ่งได้ใช้พื้นที่เล็กๆ ในบ้านพักอาศัย จัดสรรให้เป็นโรงละครหุ่นขนาดเล็ก โดยใช้ชื่อว่า “โรงละครหุ่นสายเสมา หรือ Semathai Puppet Theatre” (ที่นี่เป็นโรงละครหุ่นสายท้องถิ่นแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร เปิดการแสดงเป็นประจำทุกวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ราคาค่าเข้าชมเพียงคนละ 150 บาท นักเรียนนักศึกษา 120 บาท และเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ขวบ ไม่คิดค่าเข้าชมค่ะ)หลังจากเราขับรถเข้าซอยวิภาวดี 58 เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย มาได้ซักอึดใจ ก็มาถึงโรงละครเล็กๆ แห่งนี้ บรรยากาศภายในอบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ แถมยังได้เจอผู้ชมที่คุ้นเคย คุณแม่น้องพราวและคุณแม่น้องพลอย คุณแม่ที่รู้จักพูดคุยกันผ่าน facebook มานาน ที่บังเอิญมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย ^_^ถึงแม้วันนี้จะมีผู้ชมไม่มากนักแต่บรรยากาศก็คึกคักทีเดียวค่ะ เพราะผู้ชมเกินครึ่งของวันนี้เป็นเด็กๆ ^.^ก่อนเริ่มการแสดงทางโรงละครจะมีการแนะนำให้รู้ถึงความเป็นมาของหุ่นสาย ลักษณะของหุ่นสาย รวมทั้งให้พี่นักแสดงสาธิตวิธีชักหุ่น และเปิดโอกาสให้ผู้ชมตัวน้อยๆ ได้ทดลองบังคับท่วงท่าให้เจ้าหุ่นด้วยค่ะและแล้วการแสดงก็เริ่มขึ้น เจ้าหุ่นตัวเล็กๆ ปรากฏตัวขึ้นกลางเวที พร้อมกับนักแสดงในชุดดำ ในขณะเด็กๆ เพลิดเพลินกับการดูการแสดงของเจ้าหุ่น ที่โลดแล่นไปมาราวกับมีชีวิต ผู้ใหญ่อย่างเล็กก็เพลิดเพลินไปกับการชมลีลาและความสามารถของนักแสดงในชุดดำ ที่เรามองเห็นเพียงแค่มือของพวกเขา กรีดกราย ชักสาย สอดประสานอารมณ์เป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าหุ่น ต้องบอกว่าน่าทึ่งมากๆ ค่ะ ที่หุ่นไม้หน้าตาแข็งๆ เรียบๆ จะสามารถแสดงอารมณ์เศร้าและสนุกสนานออกมาได้อย่างแนบเนียนทีเดียวหลังจบการแสดง นักแสดงพร้อมกับเจ้าหุ่นน้อยก็จะออกมาโชว์ตัว พร้อมกับให้ผู้ชมทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ได้สัมผัส ทักทายอย่างใกล้ชิด เด็กๆ ชอบมากค่ะ ก่อนกลับ เล็กได้มีโอกาสพูดคุยสั้นๆ กับคุณนิมิตร พิพิธกุล (หัวหน้าคณะละครหุ่นสายเสมา – ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ปี พ.ศ. 2550) จึงได้ทราบว่าที่นี่เปิดสอนให้กับคนทั่วไปที่มีความสนใจด้วย โดยการเรียนจะต้องเริ่มต้นจากการทำหุ่นขึ้นมาเอง เหตุผลก็เพื่อให้เกิดความตั้งใจจริงและความรักในตัวหุ่น คุณนิมิตรเชื่อว่า การรักษาให้โรงละครมีขนาดเล็กจะเป็นคำตอบที่แท้จริงของการได้มีโอกาสอยู่กับศิลปะการละครอย่างยั่งยืน ซึ่งอันนี้เล็กเห็นด้วยมากๆ เลยค่ะ

เล็กกับครอบครัวรู้สึกขอบคุณคุณนิมิตรและนักแสดงทุกๆ คน อย่างมาก ที่พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะดูแล รักษาและส่งต่อ ศิลปะการแสดงอย่างนี้ ให้คนรุ่นต่อไปได้ชื่นชม แม้จะไม่ใชเรื่องง่าย แต่เมื่อเล็กถามคุณนิมิตรว่า คุณนิมิตรจะทำไปอีกนานไม๊คะ

คุณนิมิตรยืนยันด้วยแววตาที่มุ่งมั่นว่า “อีกนานครับ”ลองหาโอกาสแวะเวียนไปชมและให้กำลังใจกับโรงละครเล็กๆ แห่งนี้กันนะคะ ดูแล้วมีความสุขจริงๆ ค่ะ ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่เพจของโรงละครเลยค่ะ https://www.facebook.com/Semapuppet

ดูภาพทั้งหมดได้ที่ Facebook Page ของ BhoomPlay นะคะ

Make your own jellyfish in a bottle.

~ Note for Thai fans ~
เป็นโพสเก่าที่มีแฟนบล๊อกจากต่างประเทศขอมาให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

ส่วนแฟนบล็อกที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้เลย ฉบับภาษาไทยดูที่นี่ค่ะ

The other day, while I was thinking to get something to put in the water bottle for Bhoom to shake for fun. I saw a plastic grocery bag next to me and then this idea popped up. I think.. well, give it a try.

With some trials and errors, my little jellyfish comes alive just like I thought it would be. : ) When daddy and son first saw it, they’re surprised with their jaws wide open. Then, I asked my hubby to take pictures for this DIY Jellyfish in a bottle.

Things you need to make your own jellyfish (Hope you can find all these in your kitchen) :

1. A transparent plastic grocery bag
2. A plastic water bottles.
3. Thread
4. Food coloring
5. ScissorsInstruction:
• Flatten the bag and cut off the handle and the bottom part (see picture 1)
• Cut along both sides (see picture 2) to split into 2 plastic sheets – by the way, we only use just one of them.
• From the center of the plastic sheet, fold it like a tiny balloon to make the head part and tie it with the thread – not too tight (see picture 3). You must leave a little hole in order to pour some water in the head part (see picture 7-8).

• Now you’ll get the head balloon part and the remaining will be its tentacles. Cut from the edge up to the head part roughly. You’ll get for about 8-10 tentacles (see picture 4).
• For each of them, cut again into 3-4 small strings (see picture 5) – and just cut off the remaining part.
• Trim to make random long and short tentacles (see picture 6)

When finished, you’ll get something like this (the left pile is all the pieces we cut off)• Put some water into the head part to make it be able to sink (see picture 7). You must leave some air inside to make be able to float up (see picture 8).
• Fill up your water bottle (see picture 9).
• Put your jellyfish in the bottle with a few drops of blue food coloring. Screw in the cap and that’s all. : )

** Don’t forget to make sure the cap is properly closed and tight before give it to children ** How to play: Just let the kids turn it upside down – they’ll be surprised to see it moves every time they turn the bottle. And they’ll try to confuse this little jellyfish by turning the bottle back and forth very fast – well, my boy did . : )

For young kids like Bhoom, this will help him exercise his hand and arm muscles when he flips, rotates or turns the bottle. They can also learn about the relationship between the direction of bottle and the movement of the jellyfish. For older kids, you can ask them questions about why the jellyfish always floats up to the water surface and what is the differences between the real jellyfish and the one in the bottle.You can make a few extra bottles for your child’s friends. Trust me! They’ll have much more laugh and fun playing together. : )

ไปสนามหลวงเล่นว่าว เข้ากั๊น..เข้ากัน..

หลังจากที่สนามหลวงได้รับการบูรณะใหม่ (ใช้เวลากว่า 300 วันกับงบประมาณ 181 ล้านบาท) และเพิ่งเปิดให้ใช้เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา เราขับรถผ่านไปมาหลายครั้งแต่ยังไม่มีโอกาสได้แวะเข้าไปชมเลย จนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากเสร็จธุระปะปังเรียบร้อย พอจะมีเวลาช่วงเย็น ประกอบกับเป็นวันที่อากาศดี ก็เลยชวนกันไปเดินเล่นซักหน่อยสนามหลวงในวันนี้มีรั้วล้อมโดยรอบ ภายในเป็นสนามหญ้าเขียว กว้างไกลสุดสายตา ไม่มีรถจอด ไม่มีนกพิราบ และหาบเร่ บริเวณโดยรอบมีเพียงคนนั่งปิกนิก เล่นว่าว และนอนเล่นบนเสื่อกันอย่างสบายใจ ก่อนไปแม่เล็กบอกน้องภูมิว่าจะพาไปเที่ยวที่สนามหญ้าที่ใหญ่มาก..มากก..กก.. ภูมิวิ่งได้ไม่ทั่วแน่ๆ พอเราเดินพ้นรั้วเข้าไปน้องภูมิก็วิ่งเลยครับ :)ก่อนหน้านี้ผมจำได้ว่ามีคนเคยบอกว่าเค้าจะไม่ให้เล่นว่าวที่นี่แล้ว ยังคุยกับแม่เล็กว่าน่าเสียดายมาก แต่พอไปถึงก็เห็นมีคนเล่นว่าวพอสมควร สอบถามได้ความว่าอนุญาติให้เล่นได้ครับ ฟังแล้วก็ชื่นใจ ถ้าไม่มีว่าวก็ไม่ใช่สนามหลวงสิครับ :) วันนี้น้องภูมิเลยได้เห็นว่าวจริงๆ ลอยอยู่บนฟ้าครั้งแรก (หลังจากที่เห็นแต่ในโปสเตอร์ ก.ไก่ 5555+)แม่เล็กพาน้องภูมิไปนั่งใกล้ๆ คุณน้าสองคนที่นั่งเล่นว่าวกลางสนาม เพราะอยากให้ดูชัดๆ ว่าเค้าเล่นกันยังไง คุณน้าใจดีให้น้องภูมิได้ลองเล่นว่าวจริงๆ อย่างสนุกสนาน แต่รู้สึกว่าช่วงที่สนุกที่สุดของน้องภูมิ คือ การได้วิ่งไปเก็บว่าวที่ตก แล้วส่งขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้งครับถ้าใครมีโอกาส ลองแวะไปเที่ยวสนามหลวงโฉมใหม่ดูนะครับ แล้วอย่าลืมพกว่าวไปเล่นด้วย สนามหลวงเป็นที่เดียวในกรุงเทพที่เราสามารถเล่นว่าวได้อย่างสนุกที่สุดแล้วครับ :)

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 582 other followers

%d bloggers like this: