สิงคโปร์ โอ๊ะ โอ Day 2

เช้าวันแรกที่สิงคโปร์ของเราเริ่มกันตั้งแต่ประมาณ 7 โมงเช้า ลงมาทานข้าวกันที่ห้องอาหารในโรงแรม ก่อนมา น้องคนที่แนะนำที่พักบอกว่า “พี่.. อาหารไม่แจ๋วมากนะครับ” ลงมาเห็นของจริงเช้าวันนี้ ต้องขอบอกต่อว่า “คราวหน้า ขอเลือกราคาแบบไม่รวมอาหารเช้าดีกว่า :D”  รสชาติแค่พอกินได้จริงๆอากาศเช้าวันนี้สบายครับ ช่างเป็นใจกับโปรแกรม outdoor ของเราวันนี้มากๆ เพราะเราจะไปใช้เวลากันที่ Sentosa ทั้งวัน โดยช่วงเช้าจะไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ที่ Universal Studio Singapore ก่อน และบ่ายก็จะไปตามที่ต่างๆ ใน Sentosa และปิดท้ายด้วยการชมการแสดง Song of the Sea การเดินทางไป Sentosa ของเราไม่ยากเลยครับ เพราะได้ตั๋วฟรี Sentosa Rider จากที่โรงแรม เป็นรถบัสที่วิ่งตรงไปถึง Sentosa ซึ่งเราสามารถเดินไปขึ้นที่ตำแหน่งจอดได้ไม่ไกล เช่นเคยครับ เราไปรอขึ้นกันที่ Suntec City โดยระหว่างทางที่เดินไปก็ชมเมืองกันไป ดูบรรยากาศยามเช้าวันทำงาน (วันศุกร์) ของชาวสิงคโปร์กัน ถนนช่างโล่งโปร่งสบายอย่างกับวันหยุดยาวๆ ของบ้านเราเลยUniversal Studio Singapore จะเปิดให้บริการประมาณ 10 โมงเช้าครับ เราตั้งใจว่าจะไปกันตั้งแต่เปิดเลย จะได้มีเวลามากหน่อย แต่ที่สำคัญ คือ เวลาต่อคิวเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ก็จะสั้นกว่ามากครับ เราไปถึงก่อนเวลาเปิดเล็กน้อย แต่คิวก็ยังเยอะมาก อ่อ.. ที่ Universal Studio Singapore นี่เค้าจำกัดจำนวนคนเข้าต่อวันนะครับ จะให้เพียงวันละ 5,000 คนเท่านั้น ดังนั้น หากเที่ยวเองและอยากมาที่นี่ ควรซื้อตั๋วผ่านเว็บไซต์ก่อนมาจะดีกว่าครับหลังจากเข้าไปได้แล้ว ก็เอาตั๋วที่เรา print มาเข้าไปรับ Voucher ราคา 10 เหรียญสิงคโปร์ (ต่อตั๋ว 1 ใบ) โดย 5 เหรียญจะใช้สำหรับซื้ออาหาร และอีก 5 เหรียญสำหรับซื้อของที่ระลึก โซนแรกที่เราเดินเข้าไปจะเป็นโซน Madagascar เป็นโซนเดียวที่น้องภูมิจะรู้จักตัวการ์ตูน เพราะเป็นเรื่องที่เคยดูเดินตรงไปนิด ก็เจอเครื่องเล่นอันแรกคือ ม้าหมุน ที่ทำเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ในหนัง เช้าๆ อย่างนี้คนยังไม่เยอะมาก เดินเข้าไปเล่นได้เลยไม่ต้องรอคิว นี่เป็นครั้งแรกครับที่น้องภูมิได้นั่งม้าหมุน จริงๆ แล้วเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งพวกเครื่องเล่นประเภทนี้เลยก็ว่าได้ ตอนเห็นตัวการ์ตูนที่ม้าหมุนน้องภูมิก็ดี๊ด๊าดี แต่พอไปนั่งจริงๆ และเริ่มหมุน ก็นั่งตัวเกร็งเชียวครับ ต้องให้แม่เล็กคอยช่วยบิ้วท์ความสนุกให้ นั่งไปได้ซัก 2-3 รอบ ก็เริ่มยิ้มออก แต่พอเริ่มยิ้มออก ก็หมดรอบพอดี -”-เราเดินต่อมายังดินแดนเทพนิยาย Far Far Away เข้ามาก็จะพบกับเครื่องเล่นที่เรียกว่า Enchanted Airways รถไฟเหาะมังกร จัดเป็นเครื่องเล่นประเภท Family Roller Coaster ฟังชื่อดูแล้วผมกับแม่เล็กก็คิดว่าเด็กๆ ก็น่าจะเล่นได้ (ความสุขน้องภูมิเท่ากับความสูงขั้นต่ำที่เค้าอนุญาติให้เล่นพอดีเป๊ะ) เราก็ลุยกันเลยครับ พอได้นั่งกันจริงๆ แล้วต้องบอกว่าแรงเหวี่ยงของมันแรงทีเดียวขนาดผู้ใหญ่อย่างเรายังหวาดเสียวเลยครับ แต่น้องภูมิก็นั่งได้ไม่ร้องให้ ออกอาการงงๆ เล็กน้อย (จะกลัวดีหรือจะสนุกดี 555+) พอรถวนกลับเข้ามาจอดที่จุดเริ่มต้น คนที่รอคิวเล่นต่อปรบมือกันใหญ่ ไม่รู้จริงๆ ว่าปรบมือกันทำไม แม่เล็กรีบฉวยโอกาสบอกน้องภูมิว่าพี่ๆ เขาปรบมือให้ภูมิ น้องภูมิเก่งมาก เป็นเด็กตัวเล็กคนเดียวในขบวนเลย พอแม่เล็กย้ำอีกทีว่า “แม่ภูมิใจในตัวภูมิมากๆ” ทีนี้ยิ้มหน้าบานเลยครับ ตอนนี้เวลาคุยกับใครว่าได้ไปนั่งรถไฟเหาะ ก็จะโม้เป็นตุเป็นตะเลย ภูมิไม่กลัว อย่างงั้น อย่างงี้ 555+ต่อไปก็เป็นปราสาท Shrek ในนี้จะมีการฉายหนัง 4 มิติ ที่เรียกว่า Shrek 4-D Adventure ข้างในไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพนะครับ เลยไม่มีภาพมาให้ดูกัน แต่สนุกมากๆ ครับ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง :)ออกจากโรงหนังมาก็จะเจอด่านของเล่น ของที่ระลึก ดักกันเลย 555+เราเดินเปะปะเรื่อยเปื่อยกันจนมาถึงโซน Jurassic Park เห็นมีศูนย์อาหารอยู่และใกล้เวลาเที่ยงแล้ว เลยคิดว่าน่าจะทานมื้อเที่ยงกันก่อน คิดถูกมากครับตอนที่เราเดินเข้าไปคนยังไม่ค่อยเยอะ นั่งสบายๆ ไม่ต้องรอคิวนาน อาหารที่นี่รสชาติก็แค่พอกินได้อีกเช่นกันครับ -*-แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันธรรมดา แต่คนก็เยอะมากครับ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า ถ้าเป็นวันหยุดสาร์อาทิตย์คนก็จะเยอะกว่านี้อีก และดูเหมือนคนไทยจะเยอะด้วยครับ ไม่ว่าจะไปตรงไหนก็จะได้ยินเสียงภาษาไทย แว่วมาเข้าหูตลอดทานข้าวเสร็จฝนก็เริ่มปรอยๆ ลงมา แต่ก็ยังพอเดินกันได้ครับ เครื่องเล่นอันต่อไปเป็นเครื่องเล่นที่แม่เล็กเล็งไว้ว่าจะต้องเล่นให้ได้ Canopy Flyer ลักษณะเป็นเก้าอี้คู่นั่งห้อยขา แล้วมันก็จะพาเราวนเหวี่ยงไปเหนือ The Lost Word แต่คิวยาวมาก.ก.ก..ก..จนเกือบจะถอดใจ สุดท้ายด้วยความอยากเล่นเราก็รอครับ รอประมาณ 45 นาที ได้นั่งบนเจ้าเครื่องเล่นนี่จริงๆ แค่ ประมาณ 1 นาทีครับ -*- เป็นเครื่องเล่นที่น่าหวาดเสียวมาก(อีกแล้ว) และน้องภูมิก็นั่งได้ด้วย 555+เราเดินออกจากโซน The Lost World มาได้ซักพัก ฝนก็เริ่มตก คราวนี้ตกหนักครับ เราแวะไล่หลบฝนมาเรื่อยตั้งแต่เมือง Mummy ในร้านขายของที่ระลึก ในศูนย์อาหาร จนสุดท้ายก็มาถึงเมือง Sci fi City ฝนตกหนักมากจนผมต้องพลาดรถไฟเหาะตีลังกาสุดอลังการที่อยู่ตรงหน้าไปอย่างน่าเสียดาย สภาพนักท่องเที่ยวแต่ละคนดูไม่จืดเลย ที่นี่หาที่หลบฝนยากมากครับ ผมกับแม่เล็กมีเสื้อกันฝนและร่มเตรียมไปด้วย (เพราะรู้ว่าช่วงนี้เป็นหน้าฝนของเขา) จึงทำให้พอเดินกันได้บ้าง ส่วนของน้องภูมิซื้อเอาแถวนั้นเลยครับนั่งพักพอฝนเริ่มซาเราก็เดินต่อไปยังโซน New York โซนนี้สวยเหมือนฉากในหนัง ถึงแม้ว่าเป็นโซนที่มีหลังคา แต่ฝนก็สาดจนเปียกไปหมดเหมือนกันครับ เราเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึง Lights Camera Action by Steven Spielberg ไม่ได้ตั้งใจจะดูหรอกครับ แต่ไหนๆ ฝนก็ยังตกอยู่แวะดูซะหน่อยละกัน ข้างในจะเป็นโชว์เทคนิคพิเศษในหนังที่ดูสมจริง หวือหวาทีเดียว ใครแวะมาอันนี้ก็ไม่ควรพลาดครับ (อาจจะไม่เหมาะกับเด็กเล็กนะครับ น้องภูมิดูจะไม่ชอบเอาซะเลย เกาะแม่เล็กแน่นตลอดโชว์)ออกมาเราก็แวะหาที่ให้น้องภูมิงีบเก็บแรงซะหน่อย ระหว่างให้ลูกนอนก็ให้แม่เล็กไปเดินช้อปปิ้งในร้านขายของที่ระลึก เพราะมี Voucher 10$ อยู่ แม่เล็กได้หมวกใบใหม่กลับมา และรับช่วงต่อให้ผมได้ไปเดินถ่ายรูปบ้างประมาณบ่าย 3 เราก็ออกจาก Universal Studio Singapore เพื่อไปยังเป้าหมายต่อไป รถลูจ (Luge Car) ที่ผมกับแม่เล็กหมายมั่นปั้นมือว่าต้องพาลูกมาเล่นให้ได้ เราสองคนเคยเล่นที่นิวซีแลนด์ ชอบมากครับ :) สำหรับการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ในเกาะ ก็จะมีรถหลายแบบทั้งรถบัส รถไฟฟ้าและรถราง ทุกอย่างให้บริการฟรีครับ แสนสะดวกรถลูจ เป็นรถที่ไม่มีเครื่องยนต์ครับ มี 3 ล้อ แล่นได้ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก ความเร็วและความแรงเราสามารถควบคุมได้อย่างง่ายๆ เป็นรถที่สนุกและมีความปลอดภัยใช้ได้ครับ มันสนุกมากจนต้องบอกว่าซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไม่พอนะครับ : ) ได้บทเรียนจากครั้งแรกที่นิวซีแลนด์ กลัวไม่สนุก เลยซื้อแค่รอบเดียว คราวนี้ ขอซื้อแบบ Family Pack 29$ จะได้ตั๋วผู้ใหญ่ 2 คน คนละ 2 เที่ยว+รอบละ 1$ สำหรับเด็กที่นั่งกับพ่อแม่ได้เมื่อเราแล่นลงมาจนสุดทาง ก็จะมีเก้าอี้ Skyride พาเรากลับขึ้นไปข้างบนเพื่อเล่นใหม่ เจ้าเก้าอี้ Skyride นี่แหละครับที่ผมกับแม่เล็กขอโหวตให้เป็นกิจกรรมที่หวาดเสียวที่สุดในทริปนี้ ไม่ใช่ Singapore Flyer แบบที่คนอื่นว่ากัน เพราะมันจะเป็นเพียงแค่เก้าอี้โล่งๆ ราวกั้นเหล็กที่ไม่มีกลไกการล๊อคใดๆ กับสายเคเบิ้ลบางๆ มองลงมาข้างล่างแต่ละทีท้องมันหวิวบอกไม่ถูกเลยหล่ะครับเสร็จจากรถลูจ เราก็นั่งรถรางไปต่อกันที่ Under Waterworld ที่ใครๆ ก็แนะนำ พอได้ไปจริงๆ ผมรู้สึกผิดหวังนิดนึงนะครับ เพราะเคยเห็นที่อื่นสวยกว่านี้ ดีที่มีโชว์ปลาโลมาให้ดูไม่งั้นจะเสียดายตังค์มากเดินกันจนเมื่อยนึกขึ้นมาได้ว่า อ้าวลืมรถเข็นภูมิไว้ที่ห้องขายตั๋วรถลูจข้างบน -”- เลยต้องนั่งเจ้า Skyride ขึ้นไปกันอีกรอบ เฮ้อ… วิวตอนกลางคืนก็เสียวไม่แพ้ตอนกลางวันเลยตามแผนการเราว่าจะดู Song of the Sea ต่อ แต่ไม่ไหวแล้วครับ ทั้งเมื่อย ทั้งหิว วันนี้สนุกแต่เดินเยอะมากครับ แอบกระซิบว่าพรุ่งนี้ยิ่งกว่านี้อีกครับ -”-สิงคโปร์ โอ๊ะ โอ Day 3

About these ads

2 Comments (+add yours?)

  1. ladiesorange
    Feb 18, 2011 @ 18:57:46

    ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ ปราสาทเชร็คสวยจังค่ะ ^^

    Reply

  2. bhoomplay
    Feb 19, 2011 @ 14:59:22

    ยินดีครับคุณพู่.. เค้าทำสวยดีจริงๆ ครับ โดยเฉพาะตรงโซน New York ถ้าฝนไม่ตกและมีเวลา ได้เดินถ่ายรูปเพลินแน่ๆ ครับ : )

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 596 other followers

%d bloggers like this: