จากงานที่ยุ่งมากตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมาทำให้ไม่ได้คิดถึงเรื่องเที่ยวเลยแม้แต่น้อย จนผมกับแม่เล็กกะว่าวันหยุดปีใหม่นี้คงจะได้นอนแก่ว แอ่วในกรุงเทพฯ นี่ล่ะ

บังเอิญแม่เล็กเข้าไปดูรูปทริปไปเที่ยวราชบุรีของน้องที่น่ารักที่รู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ก่อนถึงวันหยุดเพียง 2-3 วัน คุยไปคุยมา เค้าสามารถหาห้องพักให้ได้คืนวันที่ 1 มกราคมมาหน้าตาเฉย ก็เลยเป็นอันว่า ครอบครัวเราจะได้ไปเที่ยวอำเภอเจ็ดเสมียน จังหวัดราชบุรี 1 คืน และไหนๆ จะไปราชบุรีแล้ว ก็ถือโอกาสกลับไปนั่งๆ นอนๆ กับคุณพ่อคุณแม่ผมคืน 31 ธันวาคมอีกซักคืนส่งท้ายปีกันแบบครอบครัว เราก็เลยมีโปรแกรมเพิ่มขึ้นอีกวัน

เราออกเดินทางแต่เช้าของวันศุกรที่ 31 ธันวาคม เพื่อไปเคารพหลุมศพของย่าทวดคุณเล็กกับครอบครัวคุณเล็กที่นครปฐมก่อนในช่วงเช้า อากาศหนาวต้อนรับวันหยุดยาวเริ่มมาทักทาย ปรับบรรยากาศสร้างความผ่อนคลายจากงานได้เยอะทีเดียว เสร็จแล้วก็ขับรถต่อไปที่ตัวเมืองราชบุรีไปที่บ้านผม เอกเขนกกันจนกระทั่งประมาณบ่าย 3 โมง เพื่อนของน้องชายผมก็โทรมาชวนให้ไปพักที่บ้านพักของเค้าที่อำเภอสวนผึ้ง ไปนอนดูดาว และ countdown ด้วยกัน
เอ้า.. ไปก็ไป ส่วนนึงจัดแจงรีบเตรียมของและเสื้อผ้า อีกส่วนก็รีบไปซื้อของสด เตรียมบาร์บีคิวกัน ฉุกละหุกกันไปหมด ไปถึงที่พักน่าจะซัก 6 โมงกว่า ระหว่างทางก็เห็นฟ้าเริ่มมืดจนนึกไม่ออกว่าจะไปทำอะไรกันดี แต่พอถึงที่พัก ก้าวแรกที่ลงจากรถ ทุกคนก็ตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะว่าอากาศหนาวมากกกก.. แบบไม่คิดไม่ฝัน อย่างกับขึ้นยอดดอย และแต่ละคนมีแค่ขาสั้นกับเสื้อยึด 555+
คืนสุดท้ายของปี เราใช้เวลากันเองง่ายๆ ท่ามกลางหุบเขา กางเต๊นท์ นอนเล่น ซุกตัวกับถุงนอนที่ชานเรือน ย่างบาร์บีคิว กับน้ำจิ้มรสเด็ด (คุณแม่ของเพื่อนน้องชายผมเป็นแม่ครัว) ยิ่งดึก ยิ่งหนาวจับใจ จนต้องมาเล่นทายอุณหภูมิกัน ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอ 18 องศาที่สวนผึ้ง ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ไกลเลย แถมได้ดูดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า จรดซ้ายขวาหน้าหลัง จนทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยเห็นดาวเยอะเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต ช่างเป็นบรรยากาศวันสิ้นปีที่ดีกว่าไป countdown ในเมืองเป็นไหนๆ


แถมตื่นเช้าได้สัมผัสกับอากาศหนาวขนาด 14 องศากันเลยทีเดียว

เราอยู่ที่สวนผึ้งจนถึงสายๆ ก็ออกจากที่พักเพื่อกลับมาที่ตัวเมืองราชบุรี ระหว่างทางได้แวะที่โรงโอ่ง เถ้า ฮง ไถ่ ที่คิดว่าแค่จะลองแวะดูซักหน่อย แต่พอไปถึงแม่เล็กตื่นเต้นมาก ชอบไปหมด จนแอบบ่นว่า ถ้ามีที่วางนะ จะซื้อให้หมดเลย :D ดูกันเพลินจนคนอื่นๆ ต้องบอกให้กลับ 555+


หลังจากไปส่งคุณแม่ผมที่ตัวเมืองราชบุรี เราก็ขับรถต่อไปที่สวนศิลป์บ้านดิน อำเภอเจ็ดเสมียน ที่หมายแรกที่ทำให้เกิดทริปนี้ แค่แรกเห็นก็ประทับใจมากในบรรยากาศเรียบง่าย เงียบสงบ เหมาะเหม็งกับการพักผ่อนสบายๆ ของเรา


หลังจากเข้าที่พักแล้ว โปรแกรมต่อไปคือไปเดินที่ตลาดรถไฟเจ็ดเสมียน เตรียมตัวดูการแสดงศิลปะ ริมแม่น้ำ ช่วงเย็นๆ ได้ดูการแสดงดนตรีไทยโดยเยาวชนในพื้นที่ พรีเซนเทชั่นเกี่ยวกับอำเภอเจ็ดเสมียน และการแสดงเต้นแบบคอนเท็มโพรารีจาก พี่นาย คุณมานพ มีจำรัส ศิลปินศิลปาธร ปี 2548 ที่สวยงาม น่าชื่นชม เหมือนกับได้นั่งดูในโรงละครดีๆ เลยทีเดียว ที่น่าชื่นชมมากๆ คือ การที่ได้เห็นเยาวชนสนุกกับการเล่นเครื่องดนตรีไทยจริงๆ




ตื่นมาวันสุดท้าย ที่ทีแรกตั้งใจว่านอนเล่นในที่พักและสายๆ ก็กลับกรุงเทพฯ แต่ก็เปลี่ยนแผนกันอีกเนื่องจากชวนๆ กันไปหาอะไรกินที่อำเภอโพธาราม ได้ทานหมูสะเต๊ะ เป็ดย่าง หมูกรอบเจ้าอร่อย ตรงข้าม “วิกครูทวี” ที่เปิดร้านถึงแค่บ่ายโมงเท่านั้น
แต่ที่น่าประทับใจมากกว่านั้นมาก คือ บรรยากาศในบริเวณตลาดที่ได้รับการตกแต่งด้วยรูปถ่ายขนาดโปสเตอร์จากช่างภาพอาชีพ ตามที่ต่างๆ ทั่วบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นประตูบ้านเก่า กำแพงตึก แขวนกันดื้อๆ ซึ่งทำให้มีเสน่ห์เหลือหลาย เหมือนได้เดินอยู่ในแกลเลอรี่ศิลปะขนาดใหญ่ คาดเดาไม่ได้ว่าซอกไหนจะมีของดีซ่อนอยู่

เดินเพลินกันจนล่วงเลยไปถึงบ่าย เลยชวนกันไปที่วัดขนอนหนังใหญ่ ที่มีจัดแสดงหนังใหญ่ และศิลปะอื่นๆ ที่น่าสนใจ และส่งท้ายทริปนี้ด้วยการไปกางเสื่อนั่งรอค้างค้าวบินออกจากถ้ำที่วัดเขาช่องพราน มองดูค้างค้ำนับล้านทยอยบินออกจากถ้ำในตอนเย็น ว่ากันว่า ค้างคาวพวกนี้บินออกไปหากินไกลถึงเพชรบุรีทีเดียว

หลังฟ้ามืด เราก็ไปหาอะไรกินกันที่ตลาดโพธาราม และขับรถกลับกรุงเทพฯ แม่เล็กกับผมคุยกันระหว่างทางว่าเป็น 3 วันที่มีความสุขมาก แบบที่ไม่ได้คิดว่าจะมี.. ตื่นใจไปกับที่เที่ยว ที่ฟังแค่ชื่อแล้วไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ เหมือนได้โบนัสชีวิตส่งท้ายปีให้มีกำลัง หายเหนื่อยต้อนรับปีใหม่ที่กำลังเริ่มต้น
** จริงๆ แล้ว โพสนี้เริ่มเขียนตั้งแต่กลับมาเลยครับ โดนงานรุมเหมือนเดิม เลยเพิ่งจะได้เขียนเสร็จครับ ครองสถิติโพสที่ใช้เวลานานสุด จนแม่เล็กแอบแซวเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าจะโพสมั๊ย : P




Jan 27, 2011 @ 08:49:20
ราชบุรีมีสเน่ห์จริงๆเนอะ เราก็ไปเยี่ยมสุสานที่ราชบุรีทุกปีเหมือนกัน ถ้าได้ไปอีกแนะนำอีกที่นึงคือร้านก๋วยเตี๋ยวไข่อยู่ในตัวเมืองเลย อร่อยมากๆเลยค่ะ ^^
Jan 31, 2011 @ 21:12:27
คุณ ManaandMe.. มีเสน่ห์ไม่น่าเชื่อเลยครับ แถมใกล้กรุงเทพฯ มากๆ ขอบคุณที่แนะนำก๋วยเตี๋ยวไข่นะครับ ผมไปทานอยู่บ่อยๆ เลย
Jan 27, 2011 @ 09:44:33
ตามมาเที่ยวค่ะ
เห็นว่า แก๊งส์ ชมรมถ่ายรูปสหภาพ เค้าไปถ่ายรูป ช่วยโปรโมท โพธารามกันมาค่ะ น้องชายแบดไปแจมกะเค้าด้วย ยังอยากไปด้วยเลย เมืองเล็กๆดูมีสเน่ห์มาก ราชบุรียังมิเคยไปเลย แง๊ ดูแล้ว อยากไปเที่ยวววววว จัง
ว้าว ไม่เคยเห็นค้างคาวบินกันเป็นสาย
Jan 31, 2011 @ 21:15:27
โห.. น้องชายแบดเท่มาก รูปที่แขวนอยู่ที่โพธารามสวยๆ ทั้งนั้นเลยครับ ห้ามพลาดเลย ถ้ามีเวลาลองแวะไปดูนะ ก่อนที่อากาศจะร้อนกว่านี้ โดยเฉพาะร้านหมูสะเต๊ะตรงข้ามโรงหนังเก่า “วิกครูทวี” อันนี้เด็ดจริงๆ (ปิดบ่ายโมงนะครับ)
Jan 27, 2011 @ 13:18:48
โรงโอ่ง เถ้า ฮง ไถ่
อารมณือยากได้ทุกชิ้นเหมือนกันเลยค่ะเล็ก
ชอบภาพคุณเล็กกับภูมินั่งในร้านอาหาร กับ รูปเด็กๆยืนหน้าประตูเขียว สวยค่ะ
รูปไฟ 2011 ก็สวยค่ะ เลขศูนย์กลมดีจัง
ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่เล่าสู่กันฟัง
มีความสุขด้วยกับโบนัสที่คุณก๊อก คุณเล็ก น้องภูมิ (ญาติ พี่น้องและพ้องเพื่อนทุกๆคน)ได้รับในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้
ขอให้มีความสุขตลอดปีและตลอดไปนะคะ
Jan 31, 2011 @ 21:20:02
คุณปุ๊กเคยไปเถ้า ฮง ไถ่ แล้วใช่มั๊ยครับ น่าตื่นเต้นมากที่ได้เห็นงานสวยๆ ปราณีตแบบนี้ คุยกับคุณเล็กว่าคราวหน้าต้องไปกันเอง จะได้ค่อยๆ เดินดูนานๆ ว่าแต่ว่า แต่ละชิ้นนี่ราคาสูงใช้ได้เลยนะครับ
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะครับ
Jan 28, 2011 @ 14:37:29
ถ่ายรูปดอกไม้ไฟเป็นตัวเลข สวยมั่กเลยค่ะ เป็นทริปที่สนุกและอบอุ่นจริงๆ ชอบงานที่ เถ้า ฮง ไถ่ เหมือนกันค่ะ งานเขาฝีมือจริงๆ
Jan 31, 2011 @ 21:28:20
ขอบคุณครับคุณพู่ ผมกับแม่เล็กก็ชอบภาพนี้เหมือนกันครับ เถ้า ฮง ไถ่ งานเค้าสวยจริงๆ แบบว่า ทำเอาแม่เล็กว้าวว.. ตลอดเวลาเลยครับ