สีแบบไหน ใช้ยังไงดีจ๊ะ

2 อาทิตย์ก่อน คุณแม่ของหนูแดง&หนูดี โพสถามเล็กเกี่ยวกับเรื่องสีน้ำ/ สีโปสเตอร์ หลังจากที่ได้อธิบายคุณแม่ไปคร่าวๆ เกี่ยวกับลักษณะของสีทั้ง 2 ประเภทแล้ว เลยตั้งใจว่าถ้ามีเวลาจะมาเขียนถึงลักษณะของสีประเภทอื่นๆ ที่น่าสนใจไว้ด้วย สีแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัว เหมาะกับการใช้งานต่างกันไปค่ะที่บ้านเล็กจะมีสีหลายประเภทไว้ให้ลูกเล่น ตั้งแต่สีมาตรฐานของเด็กๆ เช่น สีไม้ สีเทียน สีเมจิก และสีแนวสร้างสรรค์ของ Crayola อีก 2-3 แบบ สี Tempera และสีที่เด็กโตใช้ อย่างสีโปสเตอร์ สีน้ำ สีถาด ไปจนถึงสีที่ผู้ใหญ่ใช้อย่างสีอะครีลิค (ที่คิดว่าสักปีหน้าจะให้น้องภูมิได้ใช้) หรือแม้แต่สีผสมอาหารเราก็ใช้ค่ะ ที่มีสีหลายประเภทที่บ้าน เพราะบางทีเล็กก็ใช้สีพวกนี้ทำงานอดิเรกของเล็กเองด้วย คุณแม่ๆ ที่อยากให้ลูกเล่น/ระบายสี ไม่ต้องมีทั้งหมดอย่างที่เล็กมีก็ได้นะคะ ลองอ่านแล้วเลือกใช้ดูค่ะ

*เวลาเลือกซื้อสีประเภทที่แยกขายเป็นสีๆ และเป็นสีที่สามารถนำมาผสมกันได้ เล็กแนะนำให้ซื้อเฉพาะแม่สีนะคะ น้ำเงิน เหลือง แดง (ดำ-ขาว ถ้าต้องการ) และใช้แม่สีผสมกันเพื่อให้เกิดสีใหม่ๆ (ไว้มีเวลาจะมาเขียนเรื่องวงจรสีให้อ่านกันอีกทีนะคะ)สี Tempera – เป็นสีที่เล็กแนะนำให้มีติดบ้านไว้เลยค่ะ เพราะเป็นสีสำหรับเด็กๆ โดยเฉพาะ ใช้สะดวก, ทำความสะอาดง่าย, สร้างสรรค์งานได้หลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญปลอดภัยกับเด็กๆ เพราะ Non-Toxic ค่ะ แถมเมื่อเทียบเทียบราคา/ปริมาณ ก็จะถูกกว่าสีโปสเตอร์หรือสีน้ำอีกด้วย 

สี Tempera จะมีลักษณะเหนียวข้น คุณสมบัติทั่วไปไม่ต่างจากสีโปสเตอร์ เวลาใช้งานใช้น้ำเป็นตัวเจือจางได้ค่ะถ้าต้องการ นอกจากจะใช้ระบายสีบนกระดาษแล้ว สี Tempera ยังเหมาะมากที่จะใช้ผสมเป็นสีเขียนหน้าเด็กๆ, ทำชอลค์สีแบบ Homemade, ผสมเป็นสี Finger paint และสารพัดงาน Crafts ของเด็กๆหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนใหญ่ๆ หรือพวกร้านที่อยู่ในห้างค่ะ มีขายหลายขนาด แนะนำให้ซื้อขนาดใหญ่ (500 ml.) จะประหยัดกว่าเยอะค่ะ ราคาขวดละประมาณ 200 บาท ถ้าชอบให้ลูกเล่นระบายสีรับรองว่าได้ใช้คุ้มจริงๆ ^.^

*น้องภูมิจะชอบให้บีบสีใส่มือ แล้วเขาก็จะถูๆ นวดๆ ทาไปจนทั่วมือแล้วเอามาแปะลงกระดาษ เขาคงจะชอบความรู้สึกลื่นๆ เหนียวๆ ของสีอ่ะค่ะ บางทีก็ถูๆ วนๆ จนสีแห้งคามือแล้วมาขอใหม่ -”-สีโปสเตอร์ – เป็นสีข้นทึบแสงคล้ายสี Tempera เหมาะสำหรับการระบายสีลงกระดาษ ขายเป็นขวดเล็กๆ หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ) แต่ถ้าต้องใช้เยอะๆ บ่อยๆ ซื้อสี Tempera คุ้มกว่านะคะ ^^

กิจกรรมที่เล็กใช้สีโปสเตอร์> เพนท์สีด้วยเชือกคับ, ศิลปินช้อนโยเกิร์ต

สีน้ำ - แม้ว่าเล็กเองจะเรียนมาทางด้านศิลปะ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะให้ลูกใช้สีน้ำระบายสีตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน เพราะคิดว่ามันเป็นสีของเด็กโตและผู้ใหญ่ จนกระทั่งได้มาอ่านหนังสือของครูมอส (อนุพันธ์ุ พฤกษ์พันธ์ขจี) เรื่อง “เด็กของเรากำลังจะระบายสีโลก” ถึงได้รู้ว่า สีน้ำกับเด็กเล็กๆ นี่แหละเหมาะมาก ไม่ใช่แค่เรื่องของศิลปะเท่านั้นแต่การฝึกให้เด็กเล็กๆ ได้ใช้สีน้ำยังช่วยเสริมสร้างทักษะในหลายๆ ด้านอีกด้วย รายละเอียดคงต้องหามาอ่านกันเองนะคะ เป็นหนังสือที่ดีมากๆ อีกเล่มนึงเลยค่ะ

สีน้ำเป็นสีที่มีลักษณะโปร่งใส (Transparent) ไม่เห็นเนื้อสี เมื่อระบายสีน้ำลงบนกระดาษจะเห็นความใสของสีบนพื้นผิวกระดาษ การเขียนภาพสีน้ำต้องอาศัยทักษะ ความแม่นยำ และต้องเข้าใจถึงคุณสมบัติของสีน้ำเพื่อสามารถควบคุมการแสดงออกในภาพตามที่ต้องการได้ สำหรับเด็กเล็กๆ นิยมให้เขียนสีน้ำโดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า การระบายแบบเปียกบนเปียก (Wet  lnto  Wet) แต่ถึงแม้ว่าลูกยังใช้สีน้ำไม่เป็น เราก็สามารถใช้สีน้ำในการเล่นแบบอื่นๆ ได้ค่ะ ลองอ่านดูจาก link ข้างล่างนะคะ

กิจกรรมที่เล็กใช้สีน้ำ> หลอดดูดน้ำ… เอาไว้เป่าก็ได้นะ, เพนท์สีน้ำด้วยขวดพลาสติก

สีอะครีลิค – เป็นสีที่มีส่วนผสมของสารพลาสติกโพลีเมอร์ (Polymer) จำพวก อะครีลิค (Acrylic) หรือ ไวนิล (Vinyl) มีคุณสมบัติ แห้งเร็ว ติดแน่นทนนาน และกันน้ำ ยึดติดกับพื้นผิวได้ดี เหมาะกับการใช้ทำงาน Crafts เล็กเองชอบใช้เวลาทำของให้ลูกเล่น เพราะสีอะครีลิค แห้งแล้ว แห้งเลย เวลาเอามาเล่นจะไม่หลุดติดมือ ติดเสื้อผ้าค่ะ

สีอะครีลิคจะขายเป็นหลอดๆ ถ้าเป็นยี่ห้อดีๆ แบบมืออาชีพใช้จะขายแยกเป็นสีๆ ค่ะ แต่ถ้าเป็นแบบสำหรับมือสมัครเล่น (เด็ก) จะขายเป็นกล่อง 12 สีเลย  หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนค่ะ เวลาใช้ผสมน้ำนิดหน่อยแค่พอไม่ให้หนืด ใช้เสร็จต้องรีบล้างอุปกรณ์ทันที อย่าวางทิ้งไว้จนแห้ง จะล้างออกยากค่ะ

กิจกรรมที่เล็กใช้สีอะครีลิค> ตู้จดหมายของบ้านเลขที่ 8, แปลงร่างแผ่นยางโยคะ

สีผสมอาหาร – สีผสมอาหารมีสีสด สวย ใช้ง่าย ปลอดภัย และราคาถูก ใช้งานได้หลากหลายมากๆ ซื้อติดบ้าน ไว้เป็นสีสามัญประจำบ้านได้เลยค่ะ ได้ใช้แน่ๆ ^^

กิจกรรมที่เล็กใช้สีผสมอาหาร> ได้ใช้ซะที สีขาว, ดูสีเต้นระบำ, เล่นข้าว เขียนทราย, วันนี้อากาศดีให้เล่นน้ำสีแล้วกัน, Ice Cream Sundae แบบขำๆ, หนอนจอมหิว, มาจับแมงกะพรุนใส่ขวด ไว้ดูเล่นกันม๊ะ ^.^

Coffee cup fun

ทุกเช้าผมจะต้องเข้าร้านกาแฟ ซื้อกาแฟสดปลุกสติ เติมพลังก่อนทำงาน และพอดื่มหมด แก้วกาแฟพลาสติกอย่างดีก็จะกลายเป็นขยะไป แม่เล็กเห็นก็นึกเสียดาย ขอให้เก็บไว้ ทั้งที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะไว้ทำอะไรดี บางทีก็เอามาใส่น้ำให้น้องภูมิผสมสี เอามาทำโน่นทำนี่แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเมื่อสองสามวันก่อน น้องภูมิเล่นมายากลกับกรวยเล็กๆ ของเค้าให้ผมทายว่า ของซ่อนอยู่ในกรวยไหน เล่นไปเล่นมาก็ทำให้นึกถึงการตั้งแก้วซ้อนกัน ปิ๊งทันที รีบวิ่งไปหยิบ เจ้าแก้วกาแฟพลาสติกที่สะสมไว้มาลองเล่นกับน้องภูมิ เป็นอะไรที่เยี่ยมมาก เพราะแก้วขนาดใหญ่ ตั้งได้ง่าย น้ำหนักเบา ไม่แตก และให้เสียงดังกำลังสนุก

เราตั้งกำแพงเล่นกัน และให้น้องภูมิวิ่งชนกำแพงแก้วกาแฟสูงท่วมหัวให้ล้มระเนระนาด น้องภูมิชอบมากกก.. สร้างสรรค์ท่าทลายกำแพงแก้วกาแฟของเค้าอย่างสะใจ ทั้งท่าพุงชน ชกสองมือ และลูกเตะกระจุยกระจาย :D สำหรับผม ส่วนที่ดีที่สุด คือ การสอนให้เค้าเล่นและเก็บกลับมาตั้งกันใหม่

ตั้งแต่เริ่มเล่นกันมา น้องภูมิขอเล่นทุกวัน และได้มันส์ สะใจทุกครั้ง แม่เล็กบอกว่า บางทีตอนกลางวันก็ขอเล่นนะ 555+ ล่าสุดเมื่อวานนี้น้องภูมิสามารถเรียงแก้วได้ด้วยตัวเองแล้วด้วยครับ

ตอนนี้เจ้าแก้วกาแฟสดที่ผมซื้อดื่มทุกวันก็ได้ทำหน้าที่อื่นๆ นอกจากใส่กาแฟให้ผมดื่มแล้วลงถังไป นีกๆ ก็แอบเสียดายแก้วที่ทิ้งไปแล้วมาเกือบปี :)

ตู้จดหมายของบ้านเลขที่ 8

หลังจากใช้ตู้เสื้อผ้าของแม่กับปาป๊าเป็นที่อยู่อาศัยอยู่พักนึง วันนี้น้องภูมิก็ประกาศว่า “แม่คับ นี่บ้านของภูมิ บ้านเลขที่ 8” … เอ่อ… สงสัยจะเอามาจากหนังสือนิทานเล่มที่มีตัวเอกเป็นลูกหมีชื่อ “จอร์ชน้อย” จอร์ชน้อยอยู่บ้านเลขที่ 27 แต่ของภูมิบ้านเลขที่ 8 นี่ไม่รู้เอามาจากไหน -“-วันนี้ตอนที่เราเล่นกันตอนกลางวันเล็กเลยบอกเขาว่า เดี๋ยวแม่จะทำตู้จดหมายให้บ้านภูมิดีไม๊ (เห็นช่วงนี้ชอบหยอด ชอบเสียบการ์ดอยู่ด้วย) พอลูกเออออด้วย เราก็เริ่มหาอุปกรณ์กัน มีกล่องเล็กๆ อยู่หลายใบที่เล็กเก็บเอาไว้ แต่ดูๆ แล้วกล่องไปรษณีย์อันนี้น่าจะเหมาะที่สุด

ถ้าใครจะทำตามเล็ก ก็ใช้กล่องไปรษณีย์เบอร์ 1 นะคะ

ก่อนอื่นก็ต้องเอากล่องมาทำความสะอาดก่อน ลอกสก๊อตเทปที่ผนึกบนกล่องออกให้หมด ผิวจะได้เรียบๆ เสมอกัน ด้านที่ไว้เขียนที่อยู่เล็กจะใช้เป็นด้านหลังนะคะ ชิ้น A กับชิ้น B ให้ตัดตามรอยประ โดยกะให้ตัดแล้วเท่ากับความสูงของชิ้น Cต่อมาด้านที่ไม่มีลายอะไร เล็กจะใช้เป็นด้านหน้านะคะ ชิ้น D ให้กะระยะจากรอยพับออกมาประมาณ 1.5 ซม. แล้วตัด (ส่วนนี้จะเป็นปีกหลังคาให้ตู้จดหมาย) ชิ้น E/F เจาะช่องสำหรับสอดจดหมาย เสร็จแล้วทากาวที่ชิ้น G เพื่อผนึกกับ E/F
ใช้กระดาษบางๆ (กระดาษ A4) ปิดทับรอยต่อ ของชิ้น E/F อีกครั้งเพื่อความแข็งแรง
ด้านหลังให้ทางกาวตามภาพ  (ให้มือขยันช่วยได้ค่ะ ^^)แล้วผนึกเข้ากับชิ้น H (ให้ H อยู่ด้านนอก) ใช้ตัวหนีบ หนีบทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เป็นอันเสร็จค่ะ ด้านหลังจะเป็นช่องเปิดปิดได้ สำหรับเอาจดหมายออก การปิด-เปิด ไม่ต้องมีกลไกอะไรเลยค่ะ ใช้ความหนาของกระดาษเป็นตัวยึดเวลาปิด มันจะฟิตพอดี และไม่อ้าออกค่ะทำเสร็จก็ได้เวลานอนกลางวันของน้องภูมิพอดี บอกเขาว่าไว้แม่ทาสีให้ตอนเย็นละกันนะ แต่กว่าจะต้อนไปนอนกลางวันได้ก็ต้องยอมให้หยอดจดหมายเล่นอยู่พักใหญ่ และสัญญาว่าตื่นขึ้นมาจะให้เล่นต่อ ตื่นมาลูกก็แปลงร่างเป็นบุรุษไปรณีย์และเจ้าของบ้านในเวลาเดียวกัน เดี๋ยวหยอด เดี๋ยวแกะเป็นที่เพลิดเพลิน

สีของตู้จดหมายวันนี้เล็กใช้สีอะครีลิคนะคะ เพราะเวลาแห้งแล้วมันจะแห้งเลย จะไม่ติดมือหรือติดเสื้อผ้าเวลาเอาไปเล่นเหมือนสีโปสเตอร์ ไอ้ตอนลงสีนี่น้องภูมิก็อยากจะแจมมาก.ก…ก… แต่สีอะครีลิคไม่ควรให้เด็ก(น้อย)เล่นนะคะ เลอะแล้วทำความสะอาดยาก เล็กเลยเอาสี tempera ให้น้องภูมิระบายแกนทิชชู่เล่นไปพลางๆ จะได้ไม่วุ่นวาย และรู้สึกมีส่วนร่วม (เบื้องหลังภาพนี้ น้องภูมิก็ละเลงเละทีเดียวค่ะ -*-)ตกแต่งความสวยงามของกล่อง อีกนิด และต้องไม่ลืมที่จะใส่บ้านเลขที่ให้ด้วยทีนี้บ้านของภูมิ (ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน) ก็จะมีตู้จดหมายด้วย จะติดตรงไหนก็ใช้กาวกาวดินน้ำมันยึดเอา (เหมือนในรูปแรกอ่ะค่ะ) ติดง่าย ไม่เลอะ ดึงออกได้บ่อยๆ ค่ะ

ทั้งหมดน่าจะใช้เวลารวมๆ ประมาณ 1 ชม.
งบประมาณ 0 บาท แลกกับรอยยิ้มอย่างนี้…
คุ้มสุดๆ ^^

หนีคอมพิวเตอร์ ไปเจอไดโนเสาร์

วันนี้ ผมหนีงานจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อไปทำหน้าที่ของลูกและพ่อ ในเวลาเดียวกัน โดยโปรแกรมช่วงบ่ายของเรา 4 คน (อากง อาม่า น้องภูมิ และผม) คือ ไปดูการแสดง Walking with Dinosaurs The Arena Spectacular ในบรรดาเราทั้งหมด คนที่อยากดูที่สุด คือ อาม่า (คุณแม่ผม :D) คุณแม่ผมโทรมาชวนตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้วให้จองตั๋วเพื่อไปดูกัน น้องภูมิก็เลยส้มหล่นได้มีโอกาสไปดูด้วย แต่งานนี้แม่เล็กขอบายครับเพราะไม่ได้ปลื้มไดโนเสาร์และไหนๆ ก็มีคนดูลูกให้แล้ว แม่เล็กบอกขอใช้เวลายามเย็น(ที่ปลอดลูก)ไปเดินช้อปปิ้งดีกว่าผมเปิด video clip การแสดงนี้ให้น้องภูมิดูก่อนที่จะตัดสินใจพาเขามาด้วย เพราะไม่แน่ใจว่าเค้าจะกลัวซะมากกว่าสนุกหรือเปล่า ผมให้เขาดูแล้วถามเค้าว่า อยากไปดูมั๊ย น้องภูมิตอบเต็มเสียงเลยว่า “Yes, I want to see. I want to see!!” โอเคเลย.. เป็นอันว่ามั่นใจได้ว่าไม่เสียตังค์ฟรีแน่นอน ^ ^เราไปถึงก่อนเวลาประมาณซัก 45 นาที และใช้เวลาเดินดูซุ้มโน้น ซุ้มนี้ มีหมวกให้ยืมถ่ายรูปที่หน้าป้ายรูปไดโนเสาร์ ตามประสากิจกรรมครอบครัว น้องภูมิใช้เสน่ห์ความเป็นเด็ก ดึงดูดให้อากงกับอาม่าโพสท่าทางอย่างที่เห็นในรูปไปโดยไม่รู้ตัว :)แค่เข้าไปนั่ง น้องภูมิก็สนุกแล้วว.. เจอเก้าอี้พับได้ เลยนั่งเล่นห่อตัว ยืดตัว ให้ที่นั่งเก้าอี้มันหนีบและกางออกสนุกสนาน หัวเราะเล่นกับอาม่าตลอด พอถึงเวลาแสดง ไฟดับปุ๊บ น้องภูมิพูดเสียงดังขึ้นมาทันทีว่า “Papa!! Look at that!!!” ทั้งที่ยังไม่มีอะไรออกมาเลย 5555+ ตลอดการแสดง น้องภูมิสนใจมาก และก็หันมาบอกกับผมเป็นระยะๆ ว่า “Papa.. I’m not scared of the dinosaur.” เพราะผมเองคอยถามน้องภูมิอยู่เรื่อยๆ ว่ากลัวมั๊ย โดยเฉพาะช่วงไหนมีเสียงดังหน่อยแต่สุดท้ายก็ไม่พ้น.. ช่วงที่เจ้าทีเร๊กซ์ออกมา หน้าตาน่ากลัว คำรามเสียงดังมาก น้องภูมิสะดุ้งและหันกลับมากอดผม และบอกว่า “I wanna go out.. I wanna go out.” โชคดีที่เจ้าทีเร๊กซ์เป็นช่วงสุดท้าย ก็เลยบอกน้องภูมิว่า “It’s okay. The show is almost over.”ทุกคน สนุกและมีความสุขมาก ระหว่างเดินออกมา น้องภูมิทำเสียงไดโนเสาร์ คุณแม่ผมพูดถึงความเหมือนของเจ้าไดโนเสาร์ต่างๆ และคุณพ่อผมก็ชื่นชมระบบแสง สี เสียง ส่วนผม มีความสุขที่เห็นทุกคนมีความสุขกับวันนี้ด้วยกัน แต่ก็แอบรู้สึกแปลกที่ไม่มีแม่เล็กมาด้วยก่อนกลับ เราไปทานข้าวเย็นกันที่ โชคชัย สเต๊กเฮ้าส์ตรงอโศกฯ อาหารอร่อย บรรยากาศดี ได้กินเนื้อเหมือนเจ้าไดโนเสาร์วันนี้เลย ^ ^

Previous Older Entries

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 603 other followers

%d bloggers like this: