สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 1)

ตอนที่ 1 : ก่อนออกเดินทาง

ครั้งนี้เป็นการพาลูกเดินทางไปสิงค์โปร์เป็นครั้งที่สองของครอบครัวเรา (อ่านบันทึกของทริปแรกได้ที่นี่นะครับ) สิ่งที่เราวางแผนและมองหาจากการเดินทางจึงแตกต่างจากครั้งแรก ตามวัยที่เติบโตขึ้นของน้องภูมิ นอกเหนือจากการไปเที่ยวสนุกแล้ว เราตั้งใจและอยากให้ทริปนี้เป็นห้องเรียนวิชา “โลกใบนี้มีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ” ไปพร้อมๆ กับเป็นก้าวแรกของการเป็นนักเดินทางจริงๆ เพราะแม้ว่าน้องภูมิจะมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับพ่อแม่มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการวางแผนการเดินทางเลย
20140805-IMG_0356

สิงคโปร์ คือประเทศที่เราชอบที่จะพาลูกไป เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นาน มีความปลอดภัยสูง การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะสะดวก บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อย ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร มีสถานที่ที่เราสามารถเรียนรู้และสนุกไปพร้อมๆ กันได้ทั้งครอบครัว และมีความสมดุลของความเจริญและพื้นที่สีเขียว (ข้อสุดท้าย พ่อกับแม่ชอบเป็นพิเศษ ^^) เป็นประเทศที่เรารู้สึกว่าสิ่งที่ได้มาค่อนข้างคุ้มกับเงินในกระเป๋าที่เสียไป20140917-Singapore-1-3

และครั้งนี้จะพิเศษกว่าที่เคย เพราะเราจะมีน้องภูริตัวน้อยติดตามพวกเราไปเรียนรู้โลกกว้างด้วย เพื่อให้การเดินทางของเราราบรื่นและเจ้าหนูมีความสุขตลอดการเดินทาง กระเป๋าเป้ใบใหญ่ของผมเลยมีของภูริสารพัด (มากกว่าของคนอื่นๆ) ทั้งอาหารแห้ง ขนม ของเล่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ฯลฯ
20140909-IMG_1606

บทเรียนแรกของการเป็นนักเดินทางของน้องภูมิคือ การวางแผนการเดินทาง

เราเตรียมตัวก่อนออกเดินทางประมาณ 2-3 สัปดาห์ เริ่มจากการหาข้อมูลเรื่องสถานที่เราทุกคนสนใจจากอินเทอร์เน็ตและขอแผนที่พร้อมข้อมูลอื่นๆ ที่สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ประจำประเทศไทย (อาคารสาทรสแควร์) ผมกับน้องภูมิช่วยกันดูตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ วางแผนเวลาแต่ละวันจากข้อมูลเรื่องเวลาเปิด-ปิดของแต่ละที่ คิดเรื่องรูปแบบการเดินทาง เช็คสภาพอากาศ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง20140820-IMG_0832-2

น้องภูมิได้เรียนรู้เรื่องการดูแผนที่ ดูทิศ การประมาณระยะทาง ทำความคุ้นเคยกับข้อมูลถนนหนทาง (มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างเดินทางกลับโรงแรม น้องภูมิได้พยายามบอกทางคนขับแท๊กซี่ และบอกถูกเสียด้วย ^^)

ป้อนข้อมูล ปูทางสู่ความเข้าใจ

นอกเหนือจากการวางแผนการเดินทางแล้ว เนื้อหาของบทเรียนที่บ้านเรียนของเราก็ถูกปรับให้สอดคล้องกับการเดินทางที่จะมาถึงด้วย เช่น การทำความรู้จักประเทศสิงคโปร์กันทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ ภูมิประเทศ ภาษา ประชากร เวลา สกุลเงิน กฏหมายพื้นฐานที่น่าสนใจ ฯลฯ รวมทั้งความรู้รอบตัวที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เค้ามองเห็นความแตกต่างและเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เค้าจะได้เห็นจริงๆ เวลาเดินทา20140917-Singapore-1-8

บทเรียนประจำวันที่แม่เล็กสอนน้องภูมิก็ปรับไปตามสถานที่ที่จะไปด้วย เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ในลุ่มน้ำอะมเซอนที่เราอาจจะได้ไปเจอที่ River Safari และเรื่องอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เพื่อเตรียมตัวไปดูนิทรรศการ Human Body Experience ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ (Science Center) ของสิงคโปร์ เป็นต้น
20140907-IMG_157920140905-IMG_1530-2

ถึงเวลาจัดกระเป๋า..

ครั้งนี้น้องภูมิจะมีเป้สะพายหลังของตัวเองที่ต้องดูแล มีของทั้งหมดที่เค้าจะต้องใช้ ต้องทำ check list และตัดสินใจเองว่าจะเอาอะไรไปหรือไม่เอาอะไร จากข้อมูลที่เราอ่านเจอ เด็กอายุประมาณน้องภูมิไม่ควรแบกเป้ที่มีน้ำหนักเกิน 10% ของน้ำหนักตัว วันสุดท้ายก่อนไป น้ำหนักเป้น้องภูมิอยู่ 1.1 กก. (ประมาณ 5%)

20140908-IMG_1594

ช่วง 3-4 วันก่อนวันเดินทาง เรารู้สึกได้เลยว่าน้องภูมิตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก นั่งนับวันถอยหลังวันละหลายๆ ครั้ง ^^ เราเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกในห้องเรียนห้องใหญ่นี้ไม่แพ้กัน

20140917-Singapore-1-5

ด้านล่างคือสถานที่ที่เราไปกันในทริป 5 วันนี้นะครับ

วันที่ 1 (ช่วงบ่าย)
• ไปชื่นชม Gardens by the bay โครงการใหญ่ยักษ์ที่ต้องการจะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนเมือง
• นั่ง Singapore Flyer ดูวิวกลางคืนของเมือง

วันที่ 2
• ตามหา Tintin ที่ Tintin shop
• ไปดูเค้าวางแผนพัฒนาเมืองที่ Singapore City Gallery
River Safari Singapore

วันที่ 3
Cable car
Skyline Luge Sentosa ที่สนุกสมสโลแกนของเค้าที่ว่า “Once is never enough.”
• ไปเล่นน้ำที่สวนน้ำ Adventure Cove Waterpark

วันที่ 4
Science Centre Singapore  ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยมีเวลาพอ
Snow City ที่อุณหภูมิ -10 ℃
• ไปดูหนังสือที่ Kinokuniya สาขา Takashimaya Shopping Centre ที่เคยครองอันดับร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดใน South East Asia นานถึง 10 ปี

วันที่ 5
Singapore Botanic Gardens
• เดินเล่นที่ถนน Orchard

แล้วจะรีบหาเวลามาเขียนถึงรายละเอียดของที่ต่างๆ ให้อ่านกันต่อนะครับ :)

The Art of Architecture

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรามีโอกาสแวะไปดูนิทรรศการ The Art of Architecture ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)กันมาครับ น่าตื่นตาตื่นใจมากจนอยากมาชวนให้ไปดูกัน

นิทรรศการนี้จัดแสดงถึงวันที่ 29 มิถุนายน นี้นะครับ140425_art-architecture-01140425_art-architecture-02140425_art-architecture-03

นิทรรศการ The Art of Architecture (ฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์: ศิลปะแห่งสถาปัตยกรรม) นี้ เป็นการแสดงผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมหลากหลายประเภทของบริษัทฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์ (Foster + Partners) ครับ ตั้งแต่สนามบิน ตึกระฟ้า เมือง สะพาน สถานีรถไฟใต้ดิน รวมไปถึง ‘ท่าอวกาศยาน’ แห่งแรกของโลก

เชื่อว่าหลายโครงการในงานน่าจะเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ 140425_art-architecture-05140425_art-architecture-06140425_art-architecture-08140425_art-architecture-07

สำหรับใครที่ชอบดูโมเดลสวยๆ เก็บรายละเอียดเนี๊ยบกริ๊บ ดูเพลินแน่ๆ ครับ ถ้ามีเวลาละเลียดอ่านข้อมูล ค่อยๆ ดูรายละเอียดไปเรื่อยๆ เวลาหลายชั่วโมงสามารถหายไปได้อย่างรวดเร็วเลยครับ

สำหรับครอบครัวเรา การไปเดินนิทรรศการแบบนี้กับเด็ก 2 คน ต้องทำเวลาน่าดู ไม่สามารถอ่านและดูทุกอย่างได้อย่างที่อยากทำ ตั้งใจว่าจะหาโอกาสกลับไปเดินเก็บรายละเอียดอีกแน่นอนครับ :)

ระหว่างเดินดู จะมีแต่คนถ่ายรูปโมเดลสวยๆ เหล่านี้เต็มไปหมด20140426-IMG_5798140425_art-architecture-1120140426-IMG_585320140426-IMG_5850 20140426-IMG_5866140425_art-architecture-09

ในงานจะมีเจ้าหน้าที่พาชมและอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการที่น่าสนใจเป็นรอบๆ นะครับ ถ้าไปได้ในช่วงนั้น ก็จะได้ฟังแนวคิด รายละเอียดสำคัญๆ ได้รู้ที่มาที่ไปของสิ่งที่เห็น ฟังเพลินเลยครับ รายละเอียดการนำชมนิทรรศการอยู่ด้านล่างนี้นะครับ

ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 16.00 น.
ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 11.00 น. และ 14.00 น.

140425_art-architecture-10

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.artofarchitecture.org นะครับ

สัตหีบ ทะเลน้ำใส ใกล้กรุงเทพฯ

หลังจากสิ้นสุดหน้าหนาวที่หนาวนาน (กว่าทุกที) เราก็เข้าสู่หน้าร้อน (ที่ก็เหมือนจะร้อนกว่าทุกที) ทำให้แม่เล็กบ่นคิดถึงทะเลและชายหาด อยากนั่งตากลม นอนแช่น้ำทะเลสีฟ้าใสๆ ผมนึกๆ ดูก็ไม่รู้จะไปไหนที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก เพราะน้องภูริยังเล็ก ยังไม่อยากเดินทางไกลๆ  แถมเดินทางไกลแต่ละทีตอนนี้ ต้องขนของกันเหมือนกับย้ายบ้าน :D

ทะเลใกล้ๆ ที่เราเคยไป ไม่ว่าชะอำ หัวหิน พัทยา ก็น้ำไม่สวยใสอย่างที่อยากไปกระโดดเล่นกัน

140328_Sattaheeb-01

ผมลองหาข้อมูลเกี่ยวกับทะเลสวยๆ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก แล้วก็พบว่ามีหลายคนแนะนำทะเลสัตหีบ ด้วยระยะทางเพียงร้อยกว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพและใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ได้ ประกอบกับบ้านเราเองก็ยังไม่เคยไปสัตหีบมาก่อน เราเลยตัดสินใจปักหมุดเป้าหมายเที่ยวทะเลของเราที่นี่ และค่อยๆ หาข้อมูลท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพิ่มเติมกัน

140328_Sattaheeb-02

สัตหีบมีที่ที่น่าสนใจสำหรับเด็กอยู่เหมือนกันครับ ทำให้นอกเหนือจากไปเอกเขนกและเล่นน้ำทะเลแล้ว จะต้องวางแผนเรื่องเวลาไปดูเรือหลวงจักรีนฤเบศร, เที่ยวชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และPercula Farm (ฟาร์มปลาการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) กันอีกด้วย กิจกรรมเยอะ สัมภาระเลยแยะไปด้วย ต้องขนกันไปเต็มคันรถ (แค่ของใช้เจ้าตัวเล็กและของเล่นชายหาดของตัวโตก็ปาเข้าไปกว่าครึ่งของสิ่งที่ต้องขนแล้ว) :D 

140328_Sattaheeb-03

เราออกจากกรุงเทพฯ กันวันศุกร์ตอนบ่ายๆ ครับ เพื่อจะได้ได้เอนหลังพักผ่อนสบายๆ ก่อนซัก 1 คืน และมีเวลาเที่ยวเล่นเต็มวันในวันเสาร์ (..และผมจะได้ไปปั่นจักรยานตอนเช้าตรู่เป็นของแถม ^^)

140328_Sattaheeb-06

เช้าวันเสาร์เราเริ่มต้นกันที่เรือหลวงจักรีนฤเบศร เมื่อไปถึง ก็ขอบคุณพระเจ้าที่เรามาแต่เช้า เพราะท้องฟ้าใสและแดดแรงมาก แต่ความที่ยังเป็นช่วงเช้า ทำให้ลานบนดาดฟ้าเรือยังมีด้านที่เป็นร่มเงาอยู่ แม่เล็กกับน้องภูริก็เลยได้นั่งรอสบายๆ ในร่มระหว่างที่น้องภูมิกับผมเดินเล่นดูรอบๆ 

140328_Sattaheeb-05

ความใหญ่โตของเรือหลวงจักรีนฤเบศรทำให้เราทั้งหมดตื่นเต้นที่ได้เห็น ถึงแม้ว่าน้องภูมิพอจะรู้จักเรือแบบนี้จากหนังสือที่เคยอ่านกันบ้างแล้วว่าไว้ทำอะไร แต่การได้ไปเห็นของจริงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้จินตนาการสมบูรณ์มากขึ้น(โดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นกัน ^^) เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นเรือธงและเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกและลำเดียวของราชนาวีไทย ซึ่งมีภารกิจทั้งทางทหารยามรบและใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลยามเกิดปัญหา (สามารถเข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

140328_Sattaheeb-04140328_Sattaheeb-07

ไม่ไกลจากท่าเรือจุกเสม็ดที่เรือหลวงจักรีนฤเบศรจอดเทียบอยู่ เราแวะดูเต่าทะเลกันต่อที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ไฮไลท์ที่สนุกสำหรับน้องภูมิคือ การป้อนอาหารให้เต่าทะเลตัวใหญ่ และการเดินดูบ่ออนุบาลลูกเต่าทะเลน่ารักๆ หลายร้อยตัว จริงๆ เราน่าจะมีเวลาได้นั่งคุยกันเกี่ยวกับเต่าทะเลและการอนุรักษ์มากกว่านี้ แต่ครั้งนี้เรามีน้องภูริตัวเล็กๆ ไปด้วย คงต้องรอให้น้องภูริโตกว่านี้อีกซักหน่อยค่อยมาเดินเก็บรายละเอียดกันอีกที (สามารถเข้าชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

140328_Sattaheeb-08140328_Sattaheeb-09

หลังจากดูเต่าทะเลก็ได้เวลาไปเป็นเต่าทะเลกัน ^^ 

เราแวะเล่นน้ำทะเลกันที่หาดเตยงาม น้องภูมิ พี่เตี้ย (เพื่อนใหม่ที่เจอที่หาด) กับผมเล่นกันตลอดบ่ายจนหมดแรง เล่นไปก็คุยกันไป

“เตี้ย” เป็นเด็กบางสเหร่ กำลังจะขึ้น ป.4 เล่นกับน้องภูมิน่ารัก ใจเย็น และจะคอยหันมามองผมตลอดเวลาที่น้องภูมิเดินออกไปไกลเกินไป เมื่อเช้า​ เตี้ยก็เล่นน้ำทะเลอยู่ที่บ้านตัวเอง แต่ตามปู่มาซ่อมรถแถวนี้ ก็เลยขอเล่นน้ำที่นี่ต่อ ตอนนี้ เตี้ยกำลังเก็บเงินซื้อเรือบังคับทรงจระเข้อยู่ ผมถามว่าทำไมต้องเอาแบบจระเข้ เตี้ยตอบด้วยความภูมิใจว่า เวลาเล่นในน้ำ คนจะได้กลัวเพราะนึกว่าจระเข้มาจริงๆ :D  

140328_Sattaheeb-10

หาดเตยงามเป็นชายหาดที่ไม่มีร่มชายหาด แต่เต็มไปด้วยต้นเตยงามยืนเรียงรายตลอดแนวชายหาด (ซึ่งคงเป็นที่มาของชื่อหาด) เตยงามเป็นต้นไม้หน้าตาแปลกๆ ใบเป็นเส้นมีหนามแหลมเล็กๆ ดูแล้วไม่น่าจะร่มรื่น แต่เมื่อได้นั่งหลบแดดที่ใต้ต้นเตยงามก็พบว่ามันช่วยให้ร่มเงากับเราได้เป็นอย่างดี บ่ายวันเสาร์ที่แดดจัดอย่างนี้ พื้นที่ร่มใต้ต้นเตยงามจึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเรียกได้ว่าแทบจะเสื่อติดเสื่อเลยครับ ^^’

140328_Sattaheeb-11140328_Sattaheeb-12

เช้าตรู่วันอาทิตย์ ผมพาน้องภูมิออกมาปั่นจักรยานลงเนินกันสั้นๆ หลังจากที่ผมได้ปั่นไปสำรวจมาเมื่อเช้าวันเสาร์ น้องภูมิสนุกมาก จะมีบ่นเมื่อยนิดหน่อยช่วงที่ต้องปั่นขึ้นเนิน แต่พอถึงช่วงลงเนิน ก็สนุกจนลืมเหนื่อย

140328_Sattaheeb-13140328_Sattaheeb-14140328_Sattaheeb-26

จากนั้นเราก็ไปเล่นน้ำทะเลที่อ่าวดงตาลกัน ที่อ่าวดงตาลในยามสายมีร่มเงาของแนวต้นสนทอดยาวลงไปที่ชายหาดเป็นร่มเงา ให้ได้นั่งเล่น นอนเล่นริมทะเลได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องง้อร่มชายหาด หลายหาดที่สัตหีบอยู่ในพื้นที่ของทหาร ทำให้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ชายหาดสะอาดสะอ้าน และไม่มีร่มชายหาดปักบดบังวิวสวยๆ ของทะเลเลยครับ

140328_Sattaheeb-17140328_Sattaheeb-18

น้องภูมิเห็นทะเลก็เปลี่ยนชุดพร้อมลงน้ำ ไม่สนอาหารเช้าเลย จนต้องไปเรียกให้ขึ้นมากินเป็นระยะๆ อาหารเช้าง่ายๆ ของเราวันนี้เป็น ไก่ย่าง ข้าวเหนียว และน้ำแอปเปิ้ลใส่น้ำแข็งเต็มกระติก น้องภูมิง่วนอยู่กับการจับปูเสฉวนตลอดทั้งเช้า ได้มาหลายสิบตัว และก็เอาไปปล่อยหลังจากอวดแม่เสร็จ

ลมทะเลพัดเย็นสบายจริงๆ น้องภูริกินนมแม่เสร็จก็หลับปุ๋ย แม่เล็กก็เลยได้เอนตัวพักสบายๆ บ้าง

140328_Sattaheeb-19140328_Sattaheeb-20

เราออกจากสัตหีบช่วงเที่ยงๆ เพื่อแวะไปทานข้าวที่ร้านฟาร์มหอยหวาน (ร้านที่เราเจอโดยบังเอิญเมื่อคืนวันศุกร์ แต่ถูกใจมากจนต้องกลับมาทานอีกมื้อ ^^) ร้านฟาร์มหอยหวานนี้อยู่ในซอยนาจอมเทียน 22 บรรยากาศดี เงียบสงบ บริการดี และที่สำคัญอาหารอร่อย ที่ร้านจะมีการจัดพื้นที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับหอยและการเลี้ยงหอยหวานด้วยครับ ถ้าจังหวะดี จะได้ดูเจ้าหน้าที่ให้อาหารหอยด้วยครับ ดูแล้วนึกถึงหนังพวกเอเลี่ยน :)

140328_Sattaheeb-16140328_Sattaheeb-21140328_Sattaheeb-22

เราตั้งใจว่าทานอาหารกลางวันเสร็จก็จะกลับ แต่คุณอาของน้องภูมิชวนน้องภูมิไปเล่นนำ้ต่อที่สวนน้ำในโรงแรมที่คุณอาพักอยู่ น้องภูมิตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล เด็กๆ ก็เลยได้เล่นน้ำกันต่อไปถึงเย็น กว่าเราจะได้ออกจากพัทยากันก็ประมาณ 2 ทุ่มครับ เด็กน้อย 2 คนหลังรถ หลับยาวตั้งแต่ออกรถจนถึงเช้าวันจันทร์เลยครับ :D

140328_Sattaheeb-23140328_Sattaheeb-24140328_Sattaheeb-25

~
ขอขอบคุณบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับรถนิสสัน ลิวิน่า ที่เราใช้เดินทางในทริปครอบครัวครั้งนี้ครับ

~

 

จากขีด ไปเขียน

หลายวันก่อนระหว่างที่น้องภูมินั่งขีดๆ เขียนๆ เล่นอยู่ข้างผม เค้าก็พับกระดาษแผ่นนั้น แล้วยื่นมาให้ บอกว่าเค้าเป็นบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายจากลูกชายมาส่งให้ ผมก็รับและเล่นต่อจากเค้า ทำท่าดีใจที่ได้รับจดหมาย และเปิดอ่าน

DCIM100GOPRO

ในจดหมายมีแต่ลายเส้นขีดๆ เฉยๆ (ภาพหมายเลข 1) ผมเลยหันไปมองน้องภูมิและถามเค้าว่า “What’s in the letter?” น้องภูมิก็ตอบยิ้มๆ ว่า “Dear papa, I have work to do. I’m busy. I can’t go anywhere with you.”

20140308-IMG_3033_jr

ผมนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านจากผู้เขียนชื่อ John Holt ขึ้นมาทันที มีใจความตอนหนึ่ง(ประมาณ)ว่า ‘เด็กๆ ควรเรียนรู้การเขียนผ่านความต้องการที่จะสื่อสารสิ่งที่ตัวเองคิดกับผู้อื่น ไม่ใช่จากการฝึกเขียนเพื่อให้เขียนได้’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผมเห็นด้วยมาก ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่น้องภูมิจะได้ทำสิ่งนั้นผ่านสิ่งที่เราพ่อลูกจะได้เขียนตอบโต้กัน

ผมหยิบปากกาขึ้นมาเขียนตอบทันทีว่า “I do understand you. May be next time. Love. Papa” (ภาพหมายเลข 2) และพับกระดาษ แล้วเล่นเป็นบุรุษไปรษณีย์เอาจดหมายไปส่งให้น้องภูมิ

น้องภูมิตาเป็นประกาย และหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ น้องภูมิเขียนเป็นข้อความจริงๆ ว่า “I’m sorry. OK. I’ll have to go. Love you. Bhoom” (ภาพหมายเลข 3) ระหว่างที่เขียน น้องภูมิจะคอยถามตัวสะกดที่เค้าไม่แน่ใจ

20140308-IMG_3034_jr

หลังจากได้รับจดหมายที่ 2 ผมเขียนตอบต่อไปว่า “We’ll go camping when you’re free. Love. Dad” (ภาพหมายเลข 4) เพราะอยากจะรู้ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง

หลังจากน้องภูมิอ่านเสร็จ น้องภูมิหยิบกระดาษแผ่นใหม่ และเขียนตอบกลับมาว่า “I’m ready. Let’s go. Love you. Bhoom” (ภาพหมายเลข 5)

20140308-IMG_3036_jr

ผมรีบตอบกลับไปทันทีว่า “Yes! I’ll go pack my stuffs. Love. Papa” (ภาพหมายเลข 6)

หลังจากตอนนี้ น้องภูมิทำเหมือนว่าเราจะไปกันจริงๆ และตอบกลับมาว่า “Good I’ll go immediately.” (ภาพหมายเลข 7)

ถึงตอนนี้ ผมไม่มีทางเลือกแล้ว นอกจากต้องหยุดทำสิ่งที่ทำอยู่และเตรียมตัวไปเล่น camping กับน้องภูมิ ผมตอบจดหมายน้องภูมิกลับไปว่า “Great!! Love ya. papa.” (ภาพหมายเลข 8)

20140308-IMG_3035_jr

หมายเหตุ : ผมเลือกที่จะไม่ถ่ายภาพขณะที่เราสองคนเขียนเล่นกันมากเกินไป เพราะไม่อยากรบกวนช่วงเวลาที่เราใช้เวลาด้วยกันเกินพอดี (ผมเคยเขียนบันทึกเรื่องนี้ไว้ที่นี่ครับ)

Previous Older Entries

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 596 other followers

%d bloggers like this: