สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 4)

Singapore City Gallery

เราได้ยินชื่อของ Singapore City Gallery ไม่นานก่อนที่จะเดินทางมา จากน้องสาวคนหนึ่งที่รู้เรื่องสิงคโปร์เป็นอย่างดี เธอแนะนำเราเพราะคิดว่าเราน่าจะสนใจ เมื่อผมได้ฟังว่าที่นั่นมีอะไร ผมก็ไม่ลังเลที่จะใส่ที่นี่ไว้ในตารางการเดินทางทันที และจัดไว้ในวันแรกๆ ที่ไปถึง เพราะคงจะดีไม่น้อยที่เรา โดยเฉพาะน้องภูมิจะได้ทำความรู้จักกับประเทศสิงคโปร์ให้มากขึ้นอีกนิดก่อนที่เราจะได้เห็นภาพเมืองจริงๆ

สำหรับคนที่สนใจเรื่องแนวคิดการพัฒนาประเทศที่มีคุณภาพแบบนี้ น่าจะมีความสุขกับการเดินอ่าน ฟังและคิดตามมากทีเดียวครับ

20140911-IMG_2177

การเดินทางมาที่นี่สะดวกครับ เราออกจาก MRT สถานี China Town และเดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีก็ถึง (สำหรับคนที่ชอบ Tintin สามารถแวะร้าน The Tintin Shop ระหว่างทางเดินใน China Town ได้ก่อนเลยครับ อ่านเรื่องเล่าได้จากตอนที่ 2 นะครับ) เวลาเปิดให้บริการของที่ Singapore City Gallery นี้ คือ จันทร์-เสาร์ 9:00 – 17:00 น. ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ และเข้าชมฟรีครับ 20140911-IMG_220820140917-Singapore_p4-220140911-IMG_2193

ตั้งใจมาถึงหัวใจของแนวคิดการวางแผนสร้างเมืองขนาดนี้แล้ว งานของน้องภูมิวันนี้คงไม่พ้น การให้เขาหาคำตอบว่าเรามาดูอะไรที่นี่ ผมเลยบอกให้น้องภูมิลองหาคำตอบดูว่า ที่ Singapore City Gallery นี้เค้าพูดถึงเรื่องอะไร เพื่อให้น้องภูมิได้ตั้งใจดูและฟังเรื่องราวต่างๆ ในนั้น และเปิดโอกาสให้เราได้คุยกันถึงสิ่งที่กำลังเดินดูกัน20140911-IMG_2235

น้องภูมิสนุกกับการเดินหาสถานที่ที่ตัวเองรู้จักจากแบบจำลองใน Singapore City Gallery นี้มากครับ หยิบเข็มทิศที่ติดตัวไปมาเปรียบเทียบและดูทิศจากแบบจำลองตรงหน้า และชี้โน่นชี้นี่ให้แม่กับพ่อดูใหญ่ นอกจากโมเดลเมืองที่เดินดูได้อย่างเพลิดเพลินแล้ว ใน Singapore City Gallery นี้ยังมีสื่ออินเทอร์แอ็คทีฟและเกมสร้างเมืองให้ลองเล่นกันด้วยครับ20140911-IMG_227020140917-Singapore_p4-3

เดินกันไปซักพัก ผมลองถามน้องภูมิดูว่าได้คำตอบหรือยัง น้องภูมิก็หันมาตอบแบบงงๆ ว่า “I don’t know, papa.” เราเลยลองเดินย้อนกลับไปส่วนที่เดินผ่านกันมาแล้ว ค่อยๆ ใช้เวลากันไปอีกหน่อย และปล่อยให้เค้าเดินดูไปเรื่อยๆ (ในใจผมจริงๆ คิดว่า งานวันนี้ออกจะยากไปสักหน่อย ถ้าไม่ได้จริงๆ คงต้องใบ้กันบ้างละ) แต่สุดท้ายน้องภูมิก็เดินมาบอกผมว่า “Papa.. Papa.. I know the answer. It’s about how Singapore build their country.” ผมดีใจมาก และเสริมต่อไปอีกหน่อยว่า “..to be a great place to live and work.” และก็บอกให้เค้ารีบจดลงสมุดบันทึกของเค้า :)20140911-IMG_2240

20140911-IMG_2282

ไฮไลท์ของที่นี่คือโมเดลประเทศสิงคโปร์ขนาดมหึมาที่มีสีสันสวยงามและถูกทำขึ้นอย่างมีรายละเอียด และขณะที่เราเดินดูโมเดลมหึมานี้อยู่ ก็มีคุณลุงที่ทำงานอยู่ที่นี่เข้ามาคุยด้วย เราคุยกันสนุกมากครับ แกเล่าโน่นเล่านี่ให้ฟังเยอะเลย ได้รู้ว่าเจ้าโมเดลหลักของประเทศสิงคโปร์ตรงหน้าเรานั้น เริ่มทำครั้งแรกเมื่อปี คศ.1970 ตึกบางตึกในนี้มีอายุมากกว่า 40 ปีด้วย และค่อยๆ ทำกันมาเรื่อยๆ และด้วยความที่สิงคโปร์มีการเปลี่ยนแปลงประเทศอยู่เสมอ งานทำโมเดลนี้จึงมีอยู่ตลอดเวลา แกบอกว่าแกทำงานที่นี่มาประมาณ 50 ปีแล้ว ปัจจุบันอายุ 70 ปีและน่าจะอาวุโสที่สุดในนี้ :D

20140917-Singapore_p4-1

ก่อนจากกัน แกยังแนะนำร้านข้าวมันไก่เจ้าอร่อย (ที่ไม่ต้องรอคิวนาน) ให้อีกด้วย

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้การมาชม Singapore City Gallery ครั้งนี้ของเราพิเศษมากขึ้นคือ การได้ชมภาพวาดพาโนรามาของเมืองสิงคโปร์ความยาว 4 เมตร จาก Stephen Wiltshire ศิลปินออทิสติกชาวอังกฤษที่ผมชื่นชมและชื่นชอบในความสามารถพิเศษของเค้ามาก ไม่ใช่เพียงเพราะเค้าเป็นออทิสติก แต่เพราะเค้าวาดภาพทั้งหมด ทุกรายละเอียดจากความทรงจำล้วนๆ ครับ

Singapore Press Holding Limited เชิญ Stephen Wiltshire มาวาดภาพให้เป็นของขวัญ เนื่องในโอกาสที่ประเทศสิงคโปร์ได้รับเอกราชครบ 50 ปี โดยพา Stephen ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูเมืองที่บริเวณ Marina Bay Sands เพียงประมาณ 1 ชั่วโมง และใช้เวลา 4 วันนั่งวาดภาพต่อสาธารณะที่ห้าง Paragon ให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้ชื่นชมและเป็นสักขีพยานภาพเขียนจากความทรงจำที่น่าอัศจรรย์นี้  

ดูวิดีโอที่ถ่ายไว้ในช่วงเวลาที่ Stephen Wiltshire เขียนภาพของประเทศสิงคโปร์ได้ที่นี่นะครับ

ภาพนี้แขวนอยู่ติดกับโมเดลใหญ่ของที่นี่ครับ ที่เก๋มากๆ คือ เมื่อยืนอยู่ระหว่างภาพเขียนกับโมเดล มุมที่เราเห็นจากภาพเขียน เมื่อหันหลังกลับไปมองที่โมเดลจะเป็นมุมเดียวกันครับ ^^

เสร็จจาก Singapore City Gallery เราก็หิวพอดี ก็เลยเดินข้ามถนนด้านข้างของตึกไปทานข้าวมันไก่อร่อยๆ ที่สวนอาหารฝั่งตรงข้ามตามที่คุณลุงใจดีแนะนำ :)

- – -

ตอนหน้า แม่เล็กจะมาเล่าเรื่องจาก Singapore Science Centre และ Snow City ให้ฟังนะครับ

สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 3)

..ตอนนี้พ่อเล่านะครับ : )

Gardens by the bay

เมื่อครั้งที่แล้วที่เรามาสิงคโปร์ บริเวณ Gardens by the bay นี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง และไกด์บน Duck Tour บอกว่าที่นี่จะเป็น landmark แห่งใหม่ของสิงคโปร์20140910-IMG_1861

วันนี้ Gardens by the bay สวนกลางเมืองขนาด 625 ไร่ (ใหญ่กว่าสวนลุมพินีในกรุงเทพฯ ประมาณ 70%) กลายเป็นส่วนสำคัญของคุณภาพชีวิตของชาวสิงคโปร์ และเป็นที่จุดท่องเที่ยวของผู้คนที่มาเยี่ยมเยียนสิงค์โปร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้น (สำหรับผม) คือแนวคิดและลงมือสร้างโครงการนี้ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การเดินทางไป Garden by the bay ไม่ยุ่งยากครับ สามารถขึ้น MRT ลงที่สถานี Bayfront และเดินไปได้เลย พอถึงที่สวน จะเดินเล่นชมสวนไปเรื่อยๆ หรือจะนั่ง Shuttle bus (คนละ 2 S$) ตรงไปตามจุดท่องเที่ยวเลยก็ได้ วันนี้เราเดินชมส่วนต่างๆ ใน Gardens by the bay ทั้งหมด 3 จุดครับ คือ Flower Dome, Cloud Forrest และ OCBC Skyway & Supertrees Grove ใช้เวลากันไปประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ

Flower Dome20140910-IMG_1846
Flower Dome คือสวนต้นไม้และดอกไม้ในโดมกระจกขนาดใหญ่ประมาณ 2 สนามฟุตบอลที่มีการควบคุมสภาพอากาศแบบเมดิเตอเรเนียน เช่น บริเวณแอฟริการใต้ ในโดมจะแบ่งเป็น 9 สวนใหญ่ๆ มีต้นไม้จากทุกทวีปของโลก สำหรับคนที่ชอบดูสวนต้นไม้และดอกไม้ น่าจะมีความสุขไม่น้อยครับ เพราะสีสัน ความหลากหลาย และความสมบูรณ์ของต้นไม้และดอกไม้ที่นี่สุดยอดจริงๆ เดินๆ ไปก็เห็นหลายๆ คนกรี๊ดกราด ชี้ไม้ชี้มือตื่นเต้นกัน 20140919-Singapore_p3-120140910-IMG_1819

ถึงแม้ว่าครอบครัวเราจะชอบพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติมาก แต่ก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องพันธุ์ไม้สักเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับเด็กๆ อย่างน้องภูมิแล้ว เหมือนจะเป็นที่วิ่งเล่นสวยๆ เย็นๆ มากกว่า :D เราเลยให้งานง่ายๆ กับน้องภูมิ โดยให้วาดรูปและจดชื่อต้นไม้ที่ชอบ 5 ชนิด เพื่อให้เค้าได้หยุดมองความสวยงามของต้นไม้บ้าง และให้บันทึกชื่อสวนต่างๆ เพื่อให้มีโอกาสได้สังเกตความแตกต่างของต้นไม้ในแต่ละสวนที่เดินดูกัน (น่าเสียดายมาที่เราไม่สามารถเก็บสิ่งนี้น้องภูมิบันทึกไว้ได้ เพราะสมุดโน๊ตเล่มน้อยนี้หายไปที่ Singapore River Safari ที่แม่เล็กเล่าให้ฟังเมื่อตอนที่แล้ว20140910-IMG_1852

Cloud Forrest
ที่ชื่อ Cloud Forrest ก็เพราะว่าที่นี่มีเต็มไปด้วยต้นไม้ที่จะพบได้พื้นที่สูงระดับยอดเขาเท่านั้นครับ โดมกระจกใหญ่มหึมานี้ต้อนรับเราด้วยน้ำตกในร่มสูง 35 เมตร กับเสียงสายน้ำและละอองน้ำที่กระจายไปทั่ว ทำเอาหนาวสะท้านจนเกือบต้องถอยออกมา ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำตกสร้างขึ้น แต่มันก็ให้ความรู้สึกดีทีเดียวครับ เด็กๆ หลายคนวิ่งเข้าไปเล่นกับละอองน้ำกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งน้องภูมิด้วย ^^20140910-IMG_1906

ภายในโดม Cloud Forrest นี้ มีอาคารขนาด 6 ชั้น ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ รูปทรงเหมือนภูเขาใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้า การเดินเที่ยวบนเจ้าภูเขาจำลองนี้เริ่มจากขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนสุดแล้วค่อยๆ เดินลงมาตามทางเดิน treetop walk ที่ซอกแซก ทะลุไปมาครับ แต่ละชั้นจะพูดถึงแต่ละเรื่อง น้องภูมิสนุกกับการเดินบน treetop walk มากจนเราตามไม่ทัน ชั้นล่างสุดก่อนเดินออก จะมีวิดีโอสั้นๆ เรื่อง “+5 degrees” ที่พูดถึงว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ถ้าอุณหภูมิของโลกสูงเพิ่มขึ้นอีก 5 องศาเซลเซียส 20140910-IMG_188620140919-Singapore_p3-220140910-IMG_1913 20140910-IMG_1912

*ค่าเข้าชม Flower Dome และ Cloud Forrest อยู่ที่ 28 S$ สำหรับผู้ใหญ่ และ 15 S$ สำหรับเด็กนะครับ

OCBC Skyway & Supertrees Grove
Supertrees เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากมาเห็นมาก เพราะชอบเอกลักษณ์ของเจ้าต้นไม้เหล็กสูงตระหง่าน 11 ต้นท่ามกลางสวนเขียวกลางเมืองตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นจากภาพ จำได้ว่าตอนที่ได้อ่านเรื่องราวและเห็นภาพถ่าย ก็อดชื่นชมความสวยงามและแนวคิดการออกแบบของเจ้า Supertrees นี้ไม่ได้20140910-IMG_1964

เจ้า Supertrees เหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากต้น Karri ในประเทศออสเตรเลีย และไม่ได้สวยแต่ภายนอกนะครับ มันถูกสร้างให้มีระบบต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น มีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ (photovoltaic cells) เพื่อมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าในยามค่ำคืน มีระบบดูดและระบายอากาศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระบบทำความเย็น และอีกหลายส่วนที่ทำให้เจ้า Supertrees เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนกับต้นไม้ใหญ่จริงๆ20140919-Singapore_p3-320140910-IMG_1968

และถ้าเดินมาถึง Supertrees Grove แล้ว ก็อย่าพลาดขึ้นไปเดินบน OCBC Skyway นะครับ เป็นทางเดินสูง 22 เมตรจากพื้น เชื่อมระหว่าง Supertree สองต้น (ถ้าลมแรงหน่อยสะพานจะแกว่งนิดๆ ในเสียวเล่นๆ ด้วยครับ ^^) ยืนชมวิวและแสงสีในเมืองตรงนี้เพลินดีไม่น้อยเลย ถ้าไม่มีลูกมาด้วย จะยืนรับลมชมวิวคุยกับภรรยาตรงนี้นานๆ เลยครับ ^^ แนะนำว่ามาเดินช่วงหัวค่ำจะสวยกว่าและไม่ร้อนมากครับ

*ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใหญ่ 5 S$ และเด็ก 3 S$ ครับ20140910-IMG_1988

ส่วนที่เป็นสวนทั้งหมดของ Gardens by the bay นั้น ทุกคนสามารถเข้าใช้ได้ฟรี แถมยังมีสวนน้ำ (Far East Organization Children’s Garden) ทันสมัย เก๋ไก๋กลางสวนสำหรับชาวสิงคโปร์ที่สามารถเข้าใช้ได้ฟรีเช่นกัน ระหว่างที่เราเดินรอบๆ ก็เห็นคนทั่วไปเข้ามาออกกำลังกาย พักผ่อนกันแล้วอยากมีแบบนี้กลางกรุงเทพฯ บ้าง

การได้มาเดินที่ Gardens by the bay สำหรับผมให้ความรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่สิงคโปร์ตั้งใจสร้างขึ้นในประเทศที่มีพื้นที่เล็กกว่ากรุงเทพมหานครถึงครึ่งหนึ่ง*

จากมุมของนักท่องเที่ยว สวนสร้างแห่งนี้ก็มีความน่าสนใจสำหรับคนที่หลงไหลในต้นไม้ไม่น้อย และจากมุมของคนชอบไปสวนสาธารณะอย่างครอบครัวเรา ผมอิจฉาคนสิงคโปร์ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ดีๆ แบบนี้ได้แสนง่าย ถ้าอยากรู้ว่าสิงคโปร์จริงจังกับเรื่องสวนสาธารณะนี้แค่ไหน ลองดูเวลาเปิด-ปิดครับ ที่ Gardens by the bay นี้ให้บริการตั้งแต่ ตีห้าถึงตีสอง ทุกวันครับ20140910-IMG_2013

เสร็จจากที่ OCBC Skyway เราก็นั่ง MRT ไป 1 สถานีเพื่อไปขึ้น Singapore Flyer กันครับ ก่อนมา ผมขอร้อง(แกมบังคับ)แม่เล็กว่า ต้องมาขึ้น Singapore Flyer วันแรกที่มาถึงนะ เพราะสำหรับผม การได้มองเมืองจากที่สูงๆให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ถอยตัวเองออกมาจากชีวิตประจำวัน และถือเป็นการทักทายประเทศสิงคโปร์ และเริ่มต้นการเดินทางอย่างเป็นทางการ (รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะครับ ^^)20140910-IMG_2025

ตอนต่อไปจะมาเล่าสิ่งที่เราประทับใจที่ Singapore City Gallery นะครับ

- – – -

•  พื้นที่ประเทศสิงค์โปร์คือ 716.1 km² และพื้นที่กรุงเทพมหานครคือ 1,569 km²

สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 2)

..แม่เล็กเล่านะคะ ^^

Tintin Shop
น้องภูมิเป็นแฟนตัวจริงของ Tintin มาตั้งแต่ยังไม่ห้าขวบ ในตอนนั้นเขายังต้องให้ปาป๊าอ่านให้ฟัง แต่เมื่อไหร่ที่ป๊าไม่ว่างอ่านให้ฟัง น้องภูมิก็สามารถนั่งเปิดดูรูปไปเงียบๆ คนเดียวได้จนจบเล่ม ซึ่งบางครั้งก็นานนับชั่วโมง (และรู้เรื่องหมดด้วย >.<) จนเมื่อย่างเข้า 6 ขวบ น้องภูมิเริ่มอ่านเองได้ และเริ่มหลงใหลการผจญภัยของ Tintin ตั้งแต่นั้น น้องภูมิทยอยยืมหนังสือ Tintin จากห้องสมุดมาอ่านครบทุกเล่มที่ห้องสมุดมีเลย (ยกเว้นตอน Tintin in the Land of the Soviets) เรียกว่าตอนที่ชอบๆ นี่ถึงขนาดจำบทพูดของตัวละครบางซีนได้เลยค่ะ ^^’20140911-IMG_2144

ชอบกันขนาดนี้ Tintin Shop จึงเป็นสถานที่หนึ่งที่เราหมายมั่นกันก่อนมาว่ายังไงก็ต้องหาเวลาแวะไปให้ได้ เพราะร้านแบบนี้มีเพียง 5 แห่งในโลกเท่านั้น แม้ว่าจะตั้งใจกันมากแต่เราก็ยังไม่ได้วางแผนว่าจะไปกันตอนไหน แต่แล้วเช้าวันที่เราเดินทางไป Singapore City Gallery เราออกจาก MRT ที่สถานี China Town เพื่อเดินมุ่งหน้าไปที่ถนน South Bridge จู่ๆ เราก็ได้เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้าน Tintin Shop โดยไม่ได้ตั้งใจ ^^20140911-IMG_2125

ร้านเล็กๆ ขนาด 1 คูหา ที่ที่เก็บเรื่องราวการผจญภัยของหนุ่มน้อย Tintin ไว้จนล้นปรี่ ภายในมีทั้งหนังสือ โปสเตอร์ เส้ื้อยืด ของที่ระลึกชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปจนถึงขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่เราตั้งใจจะมาดูมากที่สุดคือโมเดลจำลองรูปตัวละคร ที่มีตั้งแต่แยกเป็นตัวเดี่ยวๆ ไปจนถึงตัวละครและฉากที่อยู่ในแต่ละซีนที่น่าประทับใจ (ใครที่เคยอ่าน เห็นปุ๊บก็จะรู้เลยว่าเป็นตอนไหน) รวมถึงรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง โมเดลสวยๆ บางชิ้นเป็นชิ้นที่ทำขึ้นแบบจำกัดจำนวน เพื่อให้เก็บเป็นของสะสม บอกได้คำเดียวว่า สวยงามมากจริงๆ แต่เรื่องราคาคงไม่ต้องพูดถึงนะคะ ^^’ เรียกว่าคนรัก Tintin เข้ามาร้านนี้ถ้าไม่หักห้ามใจไว้บ้างกระเป๋าฉีกแน่นอน20140917-Singapore-2-1

ในตู้โขว์โมเดลจะมีป้ายห้ามถ่ายรูปติดอยู่แทบทุกตู้ คุณก๊อกถามเจ้าหน้าที่ด้วยความเสียดายว่าถ่ายไม่ได้เลยเหรอ เจ้าหน้าที่ในร้านยิ้มให้แล้วตอบว่า ถ้าเป็นคนชอบ Tintin จริงๆ เขาจะแกล้งหลับตาให้ข้างนึง ^^20140911-IMG_2147

ในการเดินทางครั้งนี้น้องภูมิมีเงินติดตัวมาด้วย 45 เหรียญ (ได้มาจากการเอาดาวเด็กดีที่เขาสะสมได้มาแลก 1 ดวงต่อ 1 $S) ซึ่งเป็นเงินที่เขาจะสามารถใช้ซื้อของต่างๆ ที่อยากได้ระหว่างการเดินทาง เราบอกกับน้องภูมิว่า เขามีเงินติดตัวเองแล้วห้ามมาขอหรือรบเร้าให้แม่กับปาป๊าซื้อของให้ ต้องใช้เงินเท่าที่ตัวเองมีอยู่เท่านั้น หมดแล้วหมดเลย เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นของที่แม่กับปาป๊าจะซื้อให้เอง เพราะฉะนั้นลูกต้องคิดให้ดีก่อนที่จะจับจ่าย เพื่อลูกจะได้ของที่คุ้มค่ากับเงินที่ลูกต้องเสียไป ขอบคุณพระเจ้า ด้วยข้อตกลงง่ายๆ ในเรื่องนี้ เราได้เห็นลูกเติบโตขึ้นมากมายระหว่างการเดินทาง :D (ตามอ่านตอนที่ไป Science Centre นะคะ)20140911-IMG_2155

น้องภูมิใช้เงินที่มีติดตัวอยู่ 45 เหรียญซื้อของครั้งแรกที่ร้านนี้ เขาเดินเลือกซื้อของที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ที่ชอบจริงๆ 2-3 ชิ้น เพื่อจะเหลือเงินเก็บไว้ซื้อของในวันอื่นๆ ต่อไป

น้องภูมิแวะเซ็นชื่อไว้เป็นที่ระลึกก่อนเดินออกจาก Tintin Shop ในมือถือจรวดสีแดงลำเล็กๆ ที่ซื้อมาด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข (และก็เอามาถือเล่นอยู่ตลอด) เล็กคิดว่ามีแต่น้องภูมิเท่านั้นที่รู้ว่า เจ้าจรวดลำนี้มันพิเศษสำหรับเขาอย่างไร :)

*จรวดสีแดงลำนี้ปรากฏอยู่ในตอน TINTIN – Destination Moon และ Explorers on the Moon
20140911-IMG_213620140917-Singapore-2-2

dash

River Safari
ช่วงบ่ายเราเดินทางออกนอกเมืองด้วยแท๊กซี่เพื่อตรงไปยัง River Safari ทริปนี้เรามีโอกาสได้ใช้รถแท๊กซี่อยู่หลายครั้ง ซึ่งก็ทำให้เราได้เห็นบ้านเรือนที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบและถนนหนทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะเส้นทางที่ออกนอกเมือง ชื่นชมกันเพลินเลยค่ะ

ออกนอกเมืองได้ซักพัก ท้องฟ้าก็เริ่มครึ้ม ไม่นานฝนก็พรำลงมา ในใจแอบคิดว่า เอาล่ะเที่ยวสวนสัตว์วันฝนตก >.<“20140911-IMG_2450

แต่ปรากฏว่า ฝนที่ตกลงมาไม่ได้สร้างปัญหาให้เราในการเดินเที่ยวชมสัตว์ใน River Safari แม้แต่น้อย สัตว์น้ำส่วนใหญ่ที่จัดแสดงจะอยู่ในอาคารที่เปิดโล่ง มีทางเดินที่มีหลังคาโปร่งคลุมตลอดทางให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่กลางแจ้งแต่ไม่เปียกฝน ^^ ที่นี่มีสัตว์น้ำจืดมากมายให้ชม ทั้ง ปลา เต่า นาก จระเข้ ไปจนถึงอะนาคอนดา และแพนด้าโน่นเลย20140911-IMG_234820140917-Singapore-2-5

ขอบคุณพระเจ้าที่เราไปถึงตรงกับช่วงที่มีเจ้าหน้าที่กำลังเริ่มการนำชมอยู่พอดี ใครจะมาเที่ยวที่นี่ลองเช็คเวลาที่มีคนนำชมด้วยนะคะ เพราะเราจะได้ฟังข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสัตว์แต่ละชนิด ประกอบกับการให้อาหารสัตว์ไปตลอดทาง เด็กๆ จะสนุกมากค่ะ น้องภูมิไปกับกลุ่มเด็กๆ สิงคโปร์ที่เดินชมกันอยู่ในช่วงเดียวกัน เลยได้เพื่อนใหม่ 2-3 คนเดินไปเล่นไปด้วยกันตลอดทาง :)20140911-IMG_234720140917-Singapore-2-7

20140911-IMG_2529

เล็กกับคุณก๊อกตื่นเต้นมากๆ กับเจ้าจระเข้ตัวเขื่อง… ความที่มันมันมีขนาดลำตัวใหญ่มาก (จะเรียกว่าอ้วนด้วยก็ได้นะคะ ^^’) ประกอบกับได้เห็นมันในระยะใกล้ เพียงแค่กระจกใสๆ กั้นเท่านั้น เห็นแล้วขนลุกเลยค่ะ20140911-IMG_240520140911-IMG_2430

มีหลายจุดใน River Safari ที่เราประทับใจ แต่ส่วนที่ทำให้เราตื่นตา ตื่นใจมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นส่วนที่เรียกว่า Amazon Flooded Forest ที่จะจำลองบรรยากาศของป่าอะเมซอนในช่วงฤดูฝน ที่ผืนป่าจะจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 10 เมตร ทำให้สัตว์น้ำน้อยใหญ่มีโอกาสเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นผืนป่าในช่วงน้ำแห้ง20140911-IMG_2544

ในห้องจัดแสดงจะมีตู้ปลาขนาดใหญ่ (มาก) จำลองบรรยากาศผืนป่าที่จมน้ำ ปลาน้อยใหญ่รวมทั้งเจ้านากยักษ์ (Giant River Otter) ที่แหวกว่ายอยู่ภายในตู้ สะกดเราทุกคนให้ยืนดู อยู่นิ่งนาน คือมันช่าง… สวยงามจริงๆ บรรยากาศในห้องที่เราชมก็มีเงาน้ำเต้นพริ้วไหวอยู่เหนือหัวให้ความรู้สึกเหมือนเราก็จมอยู่ใต้น้ำกับพวกมันด้วย เส้นทางที่เดินชมนั้นออกแบบให้เราสามารถชมเหล่าสัตว์น้ำได้แตั้งแต่ใต้น้ำจนขึ้นมาถึงผิวน้ำเลยค่ะ20140911-IMG_258020140917-Singapore-2-3

น้องภูมิอยากนั่ง Amazon River Quest ซึ่งเป็นเหมือนล่องแก่งน้อยๆ แต่เขาไม่อนุญาตให้เด็กเล็กๆ อย่างน้องภูรินั่ง เล็กกับน้องภูริก็เลยไปล่องเรือ River Safari Cruise กันระหว่างรอสองพ่อลูก ทำให้ได้เห็นบรรยากาศภายนอกของที่นี่ ต้องบอกว่าเขียวชอุ่มและเป็นธรรมชาติมากๆ ค่ะ ประกอบกับมีฝนพรำๆ ก็เลยทำให้รู้สึกสดชื่นมากๆ เห็นแล้วก็ยิ่งทึ่งที่ประเทศเล็กๆ ที่แทบจะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่กลับมีอะควาเรี่ยมน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติได้อย่างนี้

*ค่าเข้าชม River Safari ผู้ใหญ่ 25$S เด็ก 16$S ค่ะ
20140911-IMG_2617

เพราะความสนุกสนานของเด็กน้อยที่ได้เพื่อนใหม่ในวันนี้ ทำให้น้องภูมิทำสมุดจดบันทึกของตัวเองหายที่นี่ (เรามารู้กันอีกทีตอนที่กลับโรงแรมแล้ว) เล็กกับคุณก๊อกเสียดายสมุดบันทึกเล่มนี้มาก.ก…ก…ก.. เพราะมันเป็นสมุดบันทึกที่น้องภูมิใช้ขีดเขียนสิ่งที่เขาวางแผนก่อนที่เราจะเดินทางมา และเป็นสมุดที่ใช้จดบันทึกสิ่งที่เขาได้เจอะเจอในการเดินทาง ซึ่งเราเห็นลูกเขียนแต่ยังไม่โอกาสอ่านทั้งหมด ยังไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย T_T; แต่แม้ว่าเราจะเสียดายมากแค่ไหน เราก็ไม่ได้แสดงออกต่อหน้าลูก เพราะรู้ดีว่าตัวเขาเองก็ใจสลายอยู่แล้วที่รู้ว่าตัวเองทำของหาย เล็กบอกลูกว่า “ตอนเด็กๆ แม่ก็ทำของหายอยู่บ่อยๆ” น้องภูมิได้ยินอย่างนี้จากสีหน้าบู่ๆ ก็ดูจะสดชื่นขึ้น ถามกลับมาว่า “จริงเหรอแม่” เล็กบอกเขาว่า “จริงสิ มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่พระเจ้าใช้สอนให้เราเติบโตขึ้น ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้ได้เองว่าต่อไปลูกควรจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ของหาย และถ้ามันหายเราจะตามหามันอย่างไรได้บ้าง” แล้วเล็กก็ชวนลูกอธิษฐานกัน20140917-Singapore-2-6

คืนนั้นเราลองเปิดดูรูปถ่ายเพื่อค้นหาว่าน้องภูมิน่าจะลืมสมุดบันทึกไว้ที่บริเวณไหนใน River Safari รุ่งเช้าเราโทรไปที่ River Safari เพื่อสอบถามที่ Lost and Found ก็ปรากฏว่าเขายังไม่ได้รับแจ้ง แต่จะช่วยตรวจสอบดูให้ ได้เรื่องยังไงจะติดต่อกลับ ถึงตอนนี้เล็กบอกลูกว่า ลูกได้ทำดีที่สุดแล้วในการตามหามัน และถ้าเราจะไม่ได้มันกลับมา พระเจ้ามีเหตุผลที่อนุญาตให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และเราเชื่อเสมอว่าเป็นเหตุผลที่ดี :D

*เมื่อกลับถึงกรุงเทพแล้ว คุณก๊อกได้อีเมลไปสอบถามที่ River Safari อีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คำตอบก็ยังคงเหมือนเดิม

…….

ตอนต่อไปคุณก๊อกจะมาเล่าเรื่อง Garden by the bay ให้ฟังนะคะ :)

สิงคโปร์ เจอนี่ เจอนั่น (ตอนที่ 1)

ตอนที่ 1 : ก่อนออกเดินทาง

ครั้งนี้เป็นการพาลูกเดินทางไปสิงค์โปร์เป็นครั้งที่สองของครอบครัวเรา (อ่านบันทึกของทริปแรกได้ที่นี่นะครับ) สิ่งที่เราวางแผนและมองหาจากการเดินทางจึงแตกต่างจากครั้งแรก ตามวัยที่เติบโตขึ้นของน้องภูมิ นอกเหนือจากการไปเที่ยวสนุกแล้ว เราตั้งใจและอยากให้ทริปนี้เป็นห้องเรียนวิชา “โลกใบนี้มีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ” ไปพร้อมๆ กับเป็นก้าวแรกของการเป็นนักเดินทางจริงๆ เพราะแม้ว่าน้องภูมิจะมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับพ่อแม่มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการวางแผนการเดินทางเลย
20140805-IMG_0356

สิงคโปร์ คือประเทศที่เราชอบที่จะพาลูกไป เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นาน มีความปลอดภัยสูง การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะสะดวก บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อย ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร มีสถานที่ที่เราสามารถเรียนรู้และสนุกไปพร้อมๆ กันได้ทั้งครอบครัว และมีความสมดุลของความเจริญและพื้นที่สีเขียว (ข้อสุดท้าย พ่อกับแม่ชอบเป็นพิเศษ ^^) เป็นประเทศที่เรารู้สึกว่าสิ่งที่ได้มาค่อนข้างคุ้มกับเงินในกระเป๋าที่เสียไป20140917-Singapore-1-3

และครั้งนี้จะพิเศษกว่าที่เคย เพราะเราจะมีน้องภูริตัวน้อยติดตามพวกเราไปเรียนรู้โลกกว้างด้วย เพื่อให้การเดินทางของเราราบรื่นและเจ้าหนูมีความสุขตลอดการเดินทาง กระเป๋าเป้ใบใหญ่ของผมเลยมีของภูริสารพัด (มากกว่าของคนอื่นๆ) ทั้งอาหารแห้ง ขนม ของเล่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ฯลฯ
20140909-IMG_1606

บทเรียนแรกของการเป็นนักเดินทางของน้องภูมิคือ การวางแผนการเดินทาง

เราเตรียมตัวก่อนออกเดินทางประมาณ 2-3 สัปดาห์ เริ่มจากการหาข้อมูลเรื่องสถานที่เราทุกคนสนใจจากอินเทอร์เน็ตและขอแผนที่พร้อมข้อมูลอื่นๆ ที่สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ประจำประเทศไทย (อาคารสาทรสแควร์) ผมกับน้องภูมิช่วยกันดูตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ วางแผนเวลาแต่ละวันจากข้อมูลเรื่องเวลาเปิด-ปิดของแต่ละที่ คิดเรื่องรูปแบบการเดินทาง เช็คสภาพอากาศ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง20140820-IMG_0832-2

น้องภูมิได้เรียนรู้เรื่องการดูแผนที่ ดูทิศ การประมาณระยะทาง ทำความคุ้นเคยกับข้อมูลถนนหนทาง (มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างเดินทางกลับโรงแรม น้องภูมิได้พยายามบอกทางคนขับแท๊กซี่ และบอกถูกเสียด้วย ^^)

ป้อนข้อมูล ปูทางสู่ความเข้าใจ

นอกเหนือจากการวางแผนการเดินทางแล้ว เนื้อหาของบทเรียนที่บ้านเรียนของเราก็ถูกปรับให้สอดคล้องกับการเดินทางที่จะมาถึงด้วย เช่น การทำความรู้จักประเทศสิงคโปร์กันทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ ภูมิประเทศ ภาษา ประชากร เวลา สกุลเงิน กฏหมายพื้นฐานที่น่าสนใจ ฯลฯ รวมทั้งความรู้รอบตัวที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เค้ามองเห็นความแตกต่างและเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เค้าจะได้เห็นจริงๆ เวลาเดินทาง20140917-Singapore-1-8

บทเรียนประจำวันที่แม่เล็กสอนน้องภูมิก็ปรับไปตามสถานที่ที่จะไปด้วย เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ในลุ่มน้ำอะมเซอนที่เราอาจจะได้ไปเจอที่ River Safari และเรื่องอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เพื่อเตรียมตัวไปดูนิทรรศการ Human Body Experience ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ (Science Center) ของสิงคโปร์ เป็นต้น
20140907-IMG_157920140905-IMG_1530-2

ถึงเวลาจัดกระเป๋า..

ครั้งนี้น้องภูมิจะมีเป้สะพายหลังของตัวเองที่ต้องดูแล มีของทั้งหมดที่เค้าจะต้องใช้ ต้องทำ check list และตัดสินใจเองว่าจะเอาอะไรไปหรือไม่เอาอะไร จากข้อมูลที่เราอ่านเจอ เด็กอายุประมาณน้องภูมิไม่ควรแบกเป้ที่มีน้ำหนักเกิน 10% ของน้ำหนักตัว วันสุดท้ายก่อนไป น้ำหนักเป้น้องภูมิอยู่ 1.1 กก. (ประมาณ 5%)

20140908-IMG_1594

ช่วง 3-4 วันก่อนวันเดินทาง เรารู้สึกได้เลยว่าน้องภูมิตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก นั่งนับวันถอยหลังวันละหลายๆ ครั้ง ^^ เราเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกในห้องเรียนห้องใหญ่นี้ไม่แพ้กัน

20140917-Singapore-1-5

ด้านล่างคือสถานที่ที่เราไปกันในทริป 5 วันนี้นะครับ

วันที่ 1 (ช่วงบ่าย)
• ไปชื่นชม Gardens by the bay โครงการใหญ่ยักษ์ที่ต้องการจะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนเมือง
• นั่ง Singapore Flyer ดูวิวกลางคืนของเมือง

วันที่ 2
• ตามหา Tintin ที่ Tintin shop
• ไปดูเค้าวางแผนพัฒนาเมืองที่ Singapore City Gallery
River Safari Singapore

วันที่ 3
Cable car
Skyline Luge Sentosa ที่สนุกสมสโลแกนของเค้าที่ว่า “Once is never enough.”
• ไปเล่นน้ำที่สวนน้ำ Adventure Cove Waterpark

วันที่ 4
Science Centre Singapore  ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยมีเวลาพอ
Snow City ที่อุณหภูมิ -10 ℃
• ไปดูหนังสือที่ Kinokuniya สาขา Takashimaya Shopping Centre ที่เคยครองอันดับร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดใน South East Asia นานถึง 10 ปี

วันที่ 5
Singapore Botanic Gardens
• เดินเล่นที่ถนน Orchard

แล้วจะรีบหาเวลามาเขียนถึงรายละเอียดของที่ต่างๆ ให้อ่านกันต่อนะครับ :)

Previous Older Entries

© 2010 แม่น้องภูมิ All rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ รูปภาพจากเว็บไซต์แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และการอ้างอิง และ/หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 593 other followers

%d bloggers like this: